วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 24 (จบ)



แทกิลนัดวังซอนกับแม่ทัพเชไปที่อินชอน ทำให้พวกเขารู้ว่าแทกิลได้จ่ายค่าบ้านและที่ดินของเขาสองคนให้หมดแล้ว ด้าน อ๊บบ๊กรู้ว่าตนและเพื่อนถูกหักหลัง จึงตามไปฆ่าหัวหน้าทาสและเสนาบดี จนถูกจับกุมขณะที่กำลังจะติดตามเพื่อส่งพวกแทฮาไป ชอลวุงตามมาทันพอดี เพื่อช่วยให้เฮวอนปลอดภัย แทกิลจึงเลือกที่จะสละชีวิตเพื่อต้านทานศัตรูให้

เนื้อหา

ตอนที่แล้วจบลงตรงที่อ๊บบ๊กบุกไปช่วยโชบ๊กแล้วบอกให้เธอเดินทางไปที่เขาวอรัก หลังจากนั้นเขาก็รีบตามไปสมทบกับเพื่อนทาสที่จุดนัดหมาย โดยไม่รู้ว่าถูกหัวหน้าทาสหลอกใช้


หลังสังหารหมู่ทาสร่วมขบวนการ (สลับขั้วชนชั้น) ของอ๊บบ๊กแล้ว หัวหน้าทาสก็บอกมือปราบโอว่า มีทาสคนหนึ่งหนีรอดไปได้ มือปราบโอจึงสั่งให้ลูกน้องกระจายกำลังกันค้นหา ระหว่างนั้น อ๊บบ๊กวิ่งมาถึงจุดนัดหมายพอดี ครั้นพอเห็นเจ้าหน้าที่กองปราบกำลังตรวจค้นบริเวณโดยรอบ อ๊บบ๊กก็รู้สึกตกใจมาก เขาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจึงย่องไปแอบดูทางด้านหลังก้อนหิน 

กึ๊ตบงซึ่งถูกหัวหน้าทาสแทงในระยะประชิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พยายามคลานเข้ามาหาอ๊บบ๊ก อ๊บบ๊ก เห็นสภาพกึ๊ตบงแล้วถึงกับช็อค เขาร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น กึ๊ตบงบอกว่าทุกคนถูกฆ่าตายหมดแล้ว และให้อ๊บบ๊กหนีไป เพราะ 'คนพวกนั้นน่ากลัวมาก' พูดยังไม่ทันขาดคำกึ๊ตบงก็ขาดใจตาย


จากี (หูเดียว) ได้รับจดหมายจากแทกิลแต่อ่านไม่ออกจึงได้แต่จดๆ จ้องๆ เชเห็นจากีเอาแต่นั่งมองกระดาษในมือ เลยถามตรงๆ ว่า 'อ่านหนังสือออกหรือเปล่า' พอเห็นจากีทำหน้าไม่พอใจ เชก็พูดต่อว่า 'ออนนี่!' จากียิ้มปลื้มที่เชยกย่องให้ตนเป็นลูกพี่ และเพื่อไม่ให้เสียหน้าเขาจึงแกล้งทำเป็นแก้ตัวว่าตนแก่แล้วสายตาเลยไม่ค่อยดี จากนั้นก็ส่งจดหมายให้เชอ่านแทน

แทกิลขอให้จากีช่วยพาภรรยาแทฮาและเด็กไปที่เขาโชบิในยองอิน ส่วนเชและวังซอนให้ไปรอที่โรงเตี๊ยมใกล้สี่แยกในเมืองอีชอน โดยย้ำให้ทุกคนรีบออกเดินทาง จากีโวยวายว่าทำไมเขาต้องทำตามคำสั่งแทกิลด้วย เชจึงบอกจากีว่าภรรยาแทฮาก็คือ 'ออนยอน' อดีตทาสสาวทีแทกิลเฝ้าตามหามาตลอดสิบปี เพราะเหตุนี้แทกิลจึงกล้าขอความช่วยเหลือจากจากี ทั้งๆ ที่เป็นกึ่งมิตรกึ่งศัตรูกัน


ระหว่างที่จากีกำลังชั่งใจว่าจะช่วยแทกิลดีหรือไม่ ลูกสมุนคนหนึ่งของเขา (ซึ่งเฝ้ากลุ่มต้าชิงที่ถูกคุมขัง) ก็วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า มีคนรู้แหล่งกบดานของพวกเขาแล้ว แถมลูกสมุนของจากีที่ถูกฆ่าตายทางด้านล่างก็ไม่ใช่ฝิมือ 'พวกนั้น' (ต้าชิง) แต่เป็นฝีมือทหารจากโรงฝึก (กรมยุทธศึกษา) ทำให้จากีเริ่มสงสัยว่าคนทีแทกิลเคยพามาหลบซ่อนตัวที่ค่ายของเขา (แทฮา) เป็นใครกันแน่ และเพื่อความไม่ประมาท จากีจึงสั่งให้ทุกคนเตรียมย้ายแหล่งกบดานไปอยู่ที่ภูเขาคึมกัง

ก่อนออกเดินทาง เฮวอนขอร้องจากีให้ช่วยส่งคนไปดูพี่ชายของเธอในเมืองยอจูว่ายังสบายดีอยู่ไหม  จากีเพิ่งถูกแทกิลใช้งานมาหยกๆ จึงโวยวายใส่เฮวอนว่า กล้าดียังไงถึงมาใช้หัวหน้าโจรผุ้ยิ่งใหญ่อย่างเขาทำโน่นนี่ นอกจากนี้ เฮวอนยังขอร้องให้จากีปล่อยตัวนักโทษ (ต้าชิง) โดยบอกว่า ทุกคนรู้จักสามีของเธอเป็นอย่างดี ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด


ระหว่างนั้น แทกิลและแทฮากำลังหลบหนีการไล่ล่าของทางการตามแผนที่ได้วางเอาไว้ ซึ่งต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นอย่างสูง โดยแทกิลทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อ ส่วนแทฮาคอยคุ้มกัน และมีหน้าที่จัดการกับเจ้าหน้าที่ๆ ไล่ตามแทกิล หลังสกัดการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ได้แล้ว แทฮาก็กล่าวชมแทกิลว่า ในที่สุดเขาก็เป็นเสือจริงๆ (ตอนที่แล้ว แทกิลถามแทฮาว่า 'จะใช้ตนเป็นเหยื่อล่องั้นหรือ คิดจะสละ 'หมา' เพื่อจับเสือล่ะสิ' แต่แทฮาตอบว่า 'เขาอยากให้แทกิลเป็นเสือมากกว่า') 

แทกิลโดนชมซึ่งหน้า จึงพูดกลบเกลื่อนและถือโอกาสเหน็บแทฮาว่า 'คนหนึ่งเสี่ยงชีวิตวิ่งพล่านไปมา ส่วนอีกคนเอาแต่แอบซุ่มแล้วคอยดักยิงธนูอย่างสบายใจ'


ขณะที่แทกิลพร้อมเอาชีวิตของตนเข้าแลกเพื่อปกป้องคนรัก อ๊บบ๊กก็พร้อมสละชีวิตเพื่อให้ชนชั้นสูงรับรู้ว่า ในโลกนี้ยังมีทาสอย่างพวกเขาอาศัยอยู่เช่นกัน  เขาจึงยิงทหารยามที่ยืนเฝ้าหน้าประตูวังแล้วบุกเข้าไปภายในตามลำพัง ทำให้เจอ เสนาบดี พัคซอ และบัณฑิตโจ เข้าโดยบังเอิญ อ๊บบ๊กไม่รู้ว่าทั้งสามคนเป็นใคร แต่เขาก็ตั้งใจว่าจะสังหารชนชั้นสูงและขุนนางทุกคนที่พบเห็น

ระหว่างที่อ๊บบ๊กเล็งปืนเข้าใส่ เสนาบดีก็ใช้บัณฑิตโจเป็นโล่กำบัง ส่วนพัคซอรีบทรุดตัวลงกับพื้น ทำให้บัณฑิตโจโดนสังหารเป็นรายแรก อ๊บบ๊กหยิบปืนอีกกระบอกขึ้นมาเล็งใส่เสนาบดี ระหว่างนั้นหัวหน้าทาสที่เพิ่งรับตำแหน่งทหารองครักษ์มาหมาดๆ ถือดาบวิ่งเข้าหาอ๊บบ๊กหมายปกป้องเสนาบดี แต่กลับถูกอ๊บบ๊กยิงตายคาที หลังจากนั้น อ๊บบ๊กก็เล็งปืนเข้าใส่เสนาบดีอีกครั้ง แม้คราวนี้เขาจะยิงเจาะกระโหลกเสนาบดีได้สำเร็จ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่รวบตัวได้ทันควัน


ชอลวุงเห็นพ่อตาถูกทาสยิงตายต่อหน้าต่อตา แต่เขาก็ไม่รู้สึกรู้สาและยังคงนำกำลังทหารออกตามไล่ล่าแทกิลและแทฮาอย่างเอาเป็นเอาตาย ด้านแทกิลและแทฮาต่างพากันเร่งหลบหนีเพื่อที่จะไปพบจากี เฮวอน และองค์ชายน้อย ตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ ส่วนเช วังซอน และซอลฮวา ก็กำลังมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมในเมืองอีชอน ระหว่างพักแรมที่โรงเตี๊ยมกลางทาง เชบอกซอลฮวาว่าแทกิลจะแวะไปทำธุระที่อื่นก่อน แล้วค่อยตามไปอีชอนในภายหลัง ซอลฮวารู้ทันทีว่าแทกิลจะไม่ไปพบเชและวังซอนที่นั่นจึงออกจากโรงเตี๊ยมไปตามหาแทกิลทันที

หลังอ๊บบ๊กบุกเดี่ยวเข้าไปยิงเจ้าหน้าที่และขุนนางถึงในวัง มือปราบโอและลูกน้องก็ถูกจับตัวไปสอบสวนและทรมานโทษฐานละเลยหน้าที่ โดยปล่อยให้ทาสหลบหนีที่เพิ่งฆ่าเจ้านาย บุกเข้าไปยิงคนในวังกลางวันแสกๆ มือปราบโอพยายามชี้แจงว่าไม่ใช่ความผิดของตน ทั้งยังพูดจาข่มขู่พัคซอโดยอ้างว่าตนมีความสนิทสนมกับเสนาบดี พัคซอจึงสั่งลงโทษมือปราบโอและลูกน้องด้วยการทุบตีอย่างหนัก ก่อนลดชั้นให้กลายเป็นทาส


ระหว่างเดินทางไปหาจากีที่จุดนัดพบ แทกิลถามแทฮาว่า พวกเขาต้องลงเรือไปยังเกาะคังฮวาภายในวันพรุ่งนี้ใช่ไหม แทฮาตอบว่า เขาจะล่องเรือผ่านคลองอันซองชอนเพื่อออกสู่ทะเล แทกิลจึงสรุปว่า ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนเรือระหว่างทาง และต้องไปถึงคลองอันซองชอนเช้าวันรุ่งขึ้น 

ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังวางแผนการเดินทาง กลุ่มของจากีก็เดินทางมาถึงพอดี แทฮาตรงเข้าไปหาเฮวอนด้วยความดีใจ ส่วนแทกิลได้แต่ชำเลืองมองทั้งคู่อยู่ห่างๆ อย่างปวดใจ จากนั้นก็ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนแล้วเดินเข้าไปทักทายจากี แทฮารู้ว่าแทกิลเป็นห่วงเฮวอนจึงอยากให้แทกิลเดินทางไปด้วยกัน เขาถามแทกิลว่า 'ไม่ไปด้วยกันหรือ ไม่อยากเห็นเขาและเฮวอนไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยหรือไง' พอเห็นแทกิลแสดงทีท่าปฏิเสธ แทฮาก็พูดทิ้งท้ายก่อนเดินทางต่อว่า 'เขาหวังว่าแทกิลจะตามไปสมทบที่อันซองชอน'

หลังแยกทางกับแทฮาและเฮวอนแล้ว จากีก็ชวนแทกิลให้ไปอยู่บนเขากับตนเพื่อความปลอดภัยของตัวแทกิลเอง แต่แทกิลตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเฮวอน เขาจึงกล่าวคำอำลาจากี แล้วตามแทฮาและเฮวอนไปที่อันซองชอนทันที อีกด้านหนึ่ง ชอลวุงก็นำกำลังทหารตามรอยแทกิลและแทฮามาติดๆ เช่นกัน


ขณะพักแรมกลางทางในตอนกลางคืน แทฮาเปิดโอกาสให้แทกิลและเฮวอนได้พูดคุยกันตามลำพัง ด้วยการอุ้มองค์ชายน้อยออกไปคุยกับองครักษ์ต้าชิงทางด้านนอก แทกิลบอกเฮวอนว่า เขาได้พบพี่ชายของเธอแล้ว และทั้งคู่ก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกต่อไป เฮวอนพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเธอ และพี่ชายเธอปลอดภัยดีใช่ไหม แทกิลไม่อยากให้เฮวอนรู้ว่าพี่ชายเธอตายแล้ว จึงหลีกเลี่ยงไม่ยอมตอบคำถาม โดยบอกเพียงว่า 'พี่ชายอยากให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุข' 

เฮวอนเรียกแทกิลว่า "นายน้อย" แต่แทกิลบอกว่า 'เธอไม่จำเป็นต้องเรียกเขาอย่างนั้น เพราะเขาไม่ใช่นายน้อยของเธออีกต่อไป' เฮวอนนึกขอบคุณแทกิลในใจที่เขาร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ จากนั้นก็ถามแทกิลว่า 'จะให้เธอเรียกเขาว่าอย่างไร' แทกิลตอบด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า 'ไม่ต้องเรียกเขาว่าอะไรทั้งนั้น แม้ที่ผ่านมา เขาเที่ยวออกตามหาเธอจนทั่ว แต่นั่นไม่ใช่เพราะความโหยหา หากเป็นเพราะเขาต้องการตามตัวทาสหลบหนีก็เท่านั้น'  พูดจบแทกิลก็หัวเราะทั้งน้ำตา และพูดตัดบทว่า 'เขาจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อน จะได้จัดเตรียมเรือเอาไว้ให้....ฝากบอกผู้ชายคนนั้นของเธอด้วย'

แม้แทกิลจะพยายามแสดงทีท่าต่อหน้าเฮวอนว่าเขาไม่มีเยื่อใยกับเธอแล้ว  แต่พอเดินเลี่ยงออกมาเขาก็รู้สึกเจ็บปวดและทรมานใจจนแทบเดินต่อไม่ไหว จึงหยุดแหงนหน้ามองพระจันทร์แล้วหัวเราะทั้งน้ำตา (สำหรับแทกิลแล้ว เฮวอนก็เหมือนพระจันทร์ที่แม้จะอยู่ตรงหน้าแต่ก็ไม่สามารถเอื้อมถึงหรือจับต้องได้) 


เช้าวันรุ่งขึ้น แทกิลนั่งรอแทฮาและเฮวอนบนเรือ พลางประคองรองเท้าคู่งามที่เขาซื้อมาฝากเฮวอนแล้วหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงภาพเฮวอนสวมรองเท้าที่เขาซื้ิอให้... โชคร้ายที่กลุ่มของแทฮาถูกกองกำลังทหารของชอลวุงสกัดไว้เสียก่อน เมื่อเห็นว่ามีทหารบุกมาโจมตี กลุ่มองครักษ์ของต้าชิงก็ตรงเข้าต่อสู้กับทหารของโชซอนอย่างอาจหาญเพื่อปกป้องแทฮาและองค์ชายน้อย แต่ก็ถูกทหารฝีมือดีของชอลวุงสังหารทั้งหมด 

แทฮารู้สึกแค้นใจที่ทหารโชซอนต้องการเอาชีวิตเขา ขณะที่ศัตรูของประเทศอย่างพวกต้าชิงกลับยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องตนและองค์ชายน้อย เขาจึงใช้ดาบของต้าชิงเข่นฆ่าคนชาติเดียวกันเพื่อปกป้องตนเองและคนที่เขารัก ความจริงแล้วแทฮาสามารถรับมือหทารที่เหลืออยู่นับสิบคนได้ไม่ยาก หากชอลวุงไม่ขว้างดาบสั้นเข้ามาแทงเสียบหลังของแทฮาแล้วพาลูกสมุนมารุมโจมตี มิหนำซ้ำหนึ่งในนั้น ยังแทงผู้หญิงที่ไม่ทางสู้อย่างเฮวอน จนเธอทรุดตัวลง ถึงกระนั้นเธอก็ยังพยายามปกป้ององค์ชายน้อย เช่นเดียวกับแทฮาที่ถูกรุมฟันจนได้รับบาดเจ็บหลายแผล แต่ก็ยังยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องคนที่เขารัก


แทกิลรออยู่นานแต่แทฮาและเฮวอนยังไม่มีทีท่าว่าจะมาถึง เขารู้สึกสังหรณ์ใจจึงรีบวิ่งกลับไปดู ในตอนนั้นสถานการณ์ของแทฮาไม่สู้ดีนัก เขาถูกชอลวุงและลูกสมุนอีก 3 คนรุมฟันที่ลำตัวหลายแผล แต่แทกิลก็บุกเข้ามาช่วยแทฮาเอาไว้ได้ทันเวลา ทั้งคู่จึงช่วยกันต่อสู้กับชอลวุงและลูกสมุน ทำให้ทุกคนต่างได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า 

แทกิลเห็นว่าพวกเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จึงบอกให้แทฮาซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสพาเฮวอนและองค์ชายน้อยหนีไปก่อน แทฮาไม่อาจปล่อยให้แทกิลต่อสู้ตามลำพังแล้วหนีเอาตัวรอด แทกิลจึงย้ำเตือนแทฮาว่า 'เขามาที่นี่เพราะอะไร แทฮาจะปล่อยให้ชอลวุงและลูกสมุนฆ่าทุกคนอย่างนั้นหรือ หน้าที่ของแทฮาก็คือการใช้ชีวิต (กับเฮวอน) อย่างมีความสุข'

แทฮาเห็นลูกสมุนชอลวุงพยายามถือดาบเข้าหาเฮวอนและองค์ชายน้อย เขาจึงเข้าไปขัดขวางและเอาลำตัวบังไว้ ทำให้โดนคมดาบเฉือนเข้าที่ลำตัวอีกหลายแผลจนร่างทรุดลงไปกองกับพื้น  แทกิลบอกเฮวอนให้รีบพาแทฮาหนีไป โดยบอกว่าทั้งคู่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น จะได้ไม่ต้องมีใครตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขาและเธออีกต่อไป เขายังเรียกเธอว่า "ออนยอน" แล้วย้ำว่า 'เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ขอเพียงเธอยังมีชีวิต เขาถึงจะมีชีวิตต่อไปได้'


เฮวอนประคองร่างแทฮาให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินหนีไป ขณะที่แทกิลยังคงต่อสู้กับชอลวุงอย่างเหนื่อยอ่อน ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บและเริ่มหมดแรงด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็ยังถือดาบฟาดฟันกันอย่างไม่ลดละ  ชอลวุงเห็นแทกิลยอมเอาชีวิตของตนเข้าแลกเพื่อปกป้องคนอื่นจึงถามว่า 'ทำอย่างนี้ทำไม' แทกิลตอบว่า 'หมอนั่นเคยช่วยชีวิตตนเอาไว้ครั้งหนึ่ง' ชอลวุงถามต่อว่า 'เหตุผลมีแค่นี้หรือ'  แทกิลจึงพูดว่า 'เพราะแทฮาบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงโลกอันน่าบัดซบใบนี้ให้ดีขึ้น' ชอลวุงได้ยินแล้วถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ที่มีแต่คนเชื่อถือและยอมตายเพื่อแทฮา ไม่เว้นแม้กระทั่งนักล่าทาส ที่ครั้งหนึ่งเคยลากตัวแทฮามาส่งให้ทางการ

แม้แทกิลจะอ่อนแรงจนยืนแทบไม่ไหว แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้และพยายามลุกขึ้นมาสู้กับชอลวุง ทั้งพูดว่า ถึงจะโกรธแค้นโลกใบนี้ยังไง แต่เราก็ไม่ควรเคียดแค้นชิงชังผู้คน พูดจบแทกิลก็พุ่งเข้าไปผลักชอลวุงจนล้มลง จากนั้นก็ชกหน้าชอลวุงแบบไม่ยั้ง ในตอนนั้นทั้งแทกิลและชอลวุงต่างหมดแรงด้วยกันทั้งคู่ แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีทหารจากโรงฝึกหลายสิบนายวิ่งกรูกันเข้ามาหาแทกิล


ถึงแม้จะยืนและถือดาบแทบไม่ไหว แต่แทกิลก็พร้อมสู้ตาย เขาพูดกับชอบวุงเป็นประโยคสุดท้ายว่า 'ถ้าเพียงแต่โลกนี้ไม่มีคนอย่างเขาและชอลวุง แผ่นดินคงสูงขึ้นและน่าอยู่กว่านี้เยอะ' พูดจบแทกิลก็ยิ้มให้ชอลวุง แล้วถือดาบวิ่งเข้าหาทหารด้วยมืออันสั่นเทาพลางนึกถึงอดีตคนรัก เขาอวยพรให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับแทฮาและองค์ชายน้อยตลอดไป หากวันใดได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ค่อยเล่าให้เขาฟังว่าเธอพบเจออะไรมาบ้าง

หลังจัดการแทกิลแล้ว ลูกน้องชอลวุงคิดที่จะออกติดตามแทฮา แต่ชอลวุุงห้ามเอาไว้ โดยบอกว่าเขาชนะแล้ว (แต่ในใจของเขารู้ดีว่า ความจริงแล้วตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้แทฮาตั้งแต่ต้น) ลูกน้องชอลวุงถามว่า เขาสังหารแทฮาแล้วหรือ ชอลวุงตอบสั้นๆ ว่า 'ทุกอย่างจบลงแล้ว' พูดจบเขาก็ทิ้งดาบลงกับพื้น จากนี้ไประหว่างเขากับแทฮาไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว และเขาก็ได้ละเว้นชีวิตแทฮาเป็นการตอบแทนที่แทฮาเคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้

ด้านแทฮาซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส พยายามแข็งใจพูดกับเฮวอนว่า เขาจะไม่หนีไปปักหลักอยู่ในดินแดนของต้าชิงตามที่ได้ตั้งใจไว้ เพราะเขาเองก็เป็นหนี้บุญคุณแผ่นดินนี้ (และแทกิล) จนไม่อาจจากไปได้ เขาบอกเฮวอนว่าขอเวลารักษาตัวสักระยะ ถ้าหากหายดีเมื่อใดจะช่วยกันเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น เพื่อที่เฮวอนจะได้ไม่ต้องมีสองชื่อ (ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น) อีกต่อไป


ในที่สุดซอลฮวาก็ตามมาพบแทกิล ซึ่งอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสและนั่งหายใจรวยรินท่ามกลางศพทหารแต่เพียงลำพัง เธอรู้ว่าแทกิลคงไม่รอด แต่ก็พยายามแสดงทีท่าและชวนพูดคุยเหมือนไม่มีอะไรร้ายแรง โดยถามว่า แทกิลมานั่งทำอะไรที่นี่ เธออยู่ตรงนี้แล้ว เขามองเห็นเธอไหม แทกิลได้ยินเสียงซอลฮวาจึงเงยหน้าขึ้นและพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า 'พูดมากจัง ยัยเด็กตัวแสบก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ ตามมาที่นี่ทำไม ยัยตัวดี'

ซอลฮวาน้ำตานองหน้าด้วยความสงสารแทกิล ทั้งยังรู้สึกเจ็บปวดใจที่เห็นเขาตกอยู่ในสภาพนี้ เพียงเพราะต้องการปกป้องผู้หญิงคนหนึ่ง เธอบอกแทกิลว่า 'จะให้เชื่อคำสัญญาของผู้ชายได้อย่างไร' แทกิลยังไม่วายดุซอลฮวาว่า 'เธอต้องไปตามทางของตัวเอง' ซอลฮวาพูดตัดบทด้วยการชวนแทกิลกลับบ้าน โดยพูดด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือว่า  เธอจะทำอาหารให้เขาทาน จะช่วยซักผ้า จะตัดเสื้อให้เขา ทั้งยังหยิบเสื้อที่เธอตัดเองขึ้นมาอวด แล้วบอกให้แทกิลดูชื่อของเขาที่เธอปักลงบนเสื้อ  พลางบอกว่าตอนนี้เธออ่านออกเขียนได้แล้ว เธอเขียนอักษรจีนได้ตั้ง 1,000 ตัว ดังนั้น ถ้าหากแทกิลมาอยู่กับเธอ เขาก็ไม่ต้องอายใครอีกต่อไป


แทกิลกระอักเลือดแล้วพูดว่า 'ยัยตัวแสบคนนี้ ฉลาดไม่ใช่เล่น'  ซอลฮวาเห็นอาการแทกิลเริ่มแย่ลง จึงพูดต่อว่า ความรักคืออะไรกันแน่ โลกนี้มีผู้หญิงและผู้ชายเต็มไปหมด (แต่ทำไมเธอและแทกิลถึงปักใจรักคนๆ เดียว) แทกิลเค่นหัวเราะ แล้วเอื้อมมือออกไปควานหาซอลฮวา แต่เนื่องจากเขามองไม่เห็นจึงได้แต่ไขว่คว้าอากาศ ซอลฮวาเห็นแล้วยิ่งรู้สึกตกใจ เธอเอื้อมมือไปจับมือแทกิลมาวางแนบใบหน้า  

แทกิลกล่าวขอโทษซอลฮวา เขาเรียกชื่อเธอ (ปกติแล้วเขาจะเรียกเธอว่า 'ยัยตัวแสบ') แล้วบอกว่า 'เขาถูกความมืดเข้าครอบงำ เลยมองไม่เห็นหัวใจของเธอที่เต้นเพื่อเขา' พูดจบแทกิลก็ลูบแก้มซอลฮวาและเช็ดน้ำตาให้ พลางบอกว่า 'อย่าร้องไห้ ถ้าเธอร้องไห้เขาจะรู้สึกว่าตัวเองใกล้ตายเต็มทน' ซอลฮวาเลยพูดทั้งน้ำตาว่าเธอจะไม่ร้องไห้อีก แทกิลไม่อยากให้ซอลฮวาเสียใจเลยฝืนพูดด้วยความยากลำบากว่า อากาศดีๆ อย่างนี้ ทำไมซอลฮวาถึงไม่ร้องเพลงให้เขาฟัง (แทนที่จะมานั่งเสียใจ)

ซอลฮวาเห็นอาการแทกิลหนักขึ้นเรื่อยๆ จึงพยายามถาม (ชวนคุยเพื่อยื้อยุดเขาจากความตาย) ว่า เขาอยากฟังเพลงอะไร แต่แทกิลเริ่มสำลักและล้มลงไปนอนหนุนตักซอลฮวา โดยที่มือข้างหนึ่งของแทกิลยังคงจับมือซอลฮวาอยู่ ซอลฮวาร้องไห้โฮพลางเขย่าตัวแทกิลแล้วบอกว่า 'บอกแล้วไงว่าจะร้องเพลงให้ฟัง' จากนั้นเธอก็รีบเช็ดน้ำตา แล้วแข็งใจร้องเพลงให้แทกิลฟัง


คืนนั้นชอลวุงกลับไปหาภรรยาที่บ้านในสภาพเลือดท่วมตัว ภรรยาเห็นสภาพเขาแล้วได้แต่นั่งร้องไห้ด้วยความสงสารและเห็นใจ (เธอรู้ว่าเขาต้องกลายเป็นนักฆ่าเลือดเย็นเพราะพ่อของเธอ) ชอลวุงคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยาแล้วเอื้อมมือไปจับมือเธอเป็นครั้งแรก จากนั้นก็ร้องไห้โฮ เพราะสำนึกในความผิดที่ได้ทำลงไป นอกจากมารดาแล้ว ชอลวุงก็มีเพียงภรรยาเท่านั้นที่รักและเป็นห่วงเขาด้วยความจริงใจ

ขณะเดียวกัน ซอลฮวายังคงนั่งร้องเพลงให้แทกิลฟังทั้งน้ำตา พลางก่อก้อนหินเป็นหลุมฝังศพให้แทกิล จากนั้นก็นำเสื้อที่เธอตัดและปักชื่อแทกิลมาวางคลุมเอาไว้ แล้วนอนร้องไห้กอดหลุมศพด้วยความอาลัย

หน้าร้อนในปีถัดมา ซึ่งตรงกับปี ค.ศ. 1649 (พ.ศ. 2192) พระเจ้าอินโจได้เสด็จสวรรคต องค์รัชทายาทจึงขึ้นครองราชย์ในนามพระเจ้าฮโยจง และในรัชสมัยที่ 6 ของพระองค์ หรือในปี ค.ศ. 1655 (พ.ศ. 2198) ก็ไม่มีการล่าทาสอีกต่อไป นอกจากนี้ ในปีถัดไป องค์ชายซกยอน (องค์ชายน้อย) ก็ทรงได้รับการอภัยโทษ


ระหว่างที่โชบ๊กและอึนซิลพากันมายืนมองพระอาทิตย์ตก โชบ๊กก็ถามขึ้นว่า 'รู้มั๊ยพระอาทิตย์เป็นของใคร'  อึนซิลไม่รู้จึงถามว่า  'ใคร' โชบ๊กตอบ 'เป็นของพวกเราทุกคน เพราะไม่เคยมีใครสักคนได้ครอบครองพระอาทิตย์'  (เช่นเดียวกับโชซอน ที่ไม่ใช่ของพระราชาหรือเหล่าขุนนาง แต่เป็นของประชาชนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นใดก็ตาม) 

หมายเหตุ: หลังละครเรื่องนี้จบลง (ที่เกาหลี) ในเดือนมีนาคม 2010 ก็มีกระแสข่าวว่าอาจมีการสร้างภาคสอง แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด


* ภาพ captures / ละครเคบีเอส

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6 ตุลาคม 2556 04:35

    อยากไห้หนังไทยมีแบบนี้บ้าง

    ตอบลบ

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา