วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เรื่องย่อ 7th Grade Civil Servant




กำกับ:  คิม ซังฮยอบ, โอ ฮยอนจุง  
เขียนบท:   ชอน ซองอิล
แนวละคร:  แอ็คชั่น, โรแมนติก, ดราม่า, คอมเมดี้  
จำนวนตอน:  20
ออกอากาศ:  เกาหลี - 23 มกราคม 2556 - 28 มีนาคม 2556 ทางช่องเอ็มบีซี
                    ไทย - ทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 22.00-23.35 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ทีวี เริ่มวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ถึงวันที่ 7 มีนาคม 2557

เรื่องย่อ



ละคร "7th Grade Civil Servant" (บ้างก็ใช้ชื่อเรื่องว่า "Level 7 Civil Servant" หรือ "My Girlfriend is an Agent") ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เรื่อง "My Girlfriend is an Agent" ที่เข้าฉายในเกาหลีเมื่อปี 2009 โดยละครนำเสนอเรื่องราววุ่นๆ ของหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งเป็นสายลับที่ถูกฝึกมาด้วยกัน หลังได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งคู่จำเป็นต้องปกปิดสถานะ ตัวตน และภารกิจที่แท้จริงของตนเองเอาไว้โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะรักกันก็ตาม

ละครเปิดฉากด้วยการรายงานข่าวเกี่ยวกับอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวในเกาหลีใต้ ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 20% จนกลายเป็นวิกฤติของชาติ... "คิม คยองจา" (นางเอก) หอบหนังสือวิ่งไปตามทางอย่างเร่งรีบ ขณะที่ "ฮัน พิลฮุน" (พระเอก) เดินฟังเพลงอย่างมีความสุขและฟินสุดๆ เขาหยุดมองตัวเองและจัดแต่งทรงผมหน้าผนังกระจกของร้านกาแฟแล้วทำท่ายิงปืนอย่างเท่ห์ โดยไม่แคร์ว่าจะมีใครนั่งอยู่ริมผนังกระจกด้านในหรือไม่ ทั้งคยองจาและพิลฮุนต่างกำลังมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนกวดวิชา เพื่อเตรียมสอบเข้าทำงานเป็นสายลับประจำสำนักข่าวกรองแห่งชาติ คยองจาตั้งใจเรียนเต็มที่และจดเนื้อหาสำคัญลงบนสมุด ส่วนพิลฮุนทันสมัยสุดๆ เพราะใช้แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์การเรียน


หลังเลิกเรียน พิลฮุนมุ่งหน้าไปยังสนามซ้อมยิงปืน ปรากฏว่าเขายิงปืนแม่นขั้นเทพเพราะกระสุนเจาะวงดำกลางเป้าทุกนัด ส่วนคยองจารับจ๊อบเป็นพนักงานต้อนรับประจำที่จอดรถของห้าง เธอทำงานอย่างแข็งขันพลางเหลือบอ่านช็อตโน้ต (ที่แปะเอาไว้ข้างเสา) ทุกครั้งที่มีโอกาส... หลังเสร็จจากการซ้อมยิงปืน พิลฮุนก็ตรงไปที่สนามแข่งรถ ผิดกับคยองจาที่เลิกงานในห้างแล้ว  เธอยังต้องมารับจ็อบเป็นครูสอนเคนโด้ให้เด็กๆ พอสอนเคนโด้เสร็จเธอก็รีบวิ่งไปขึ้นรถเมล์ทันที

พิลฮุนนำรถสปอร์ตมาประลองความเร็วกับคู่ปรับในสนามทดสอบ ผลปรากฏว่าพิลฮุนแพ้ เพราะรถของเขาไม่ได้ผ่านการจูนและอัพเกรดเครื่องยนต์เหมือนของคู่แข่ง หลังโดนดูถูกว่าอ่อนหัด พิลฮุนก็ท้าประลองใหม่อีกครั้งคราวหน้า ตอนแรกคู่ปรับของพิลฮุนปฏิเสธเพราะมองว่าฝีมือคนละชั้น แต่พอถูกรบเร้ามากๆ เข้า เขาเลยขอเอารถพิลฮุนมาเป็นเดิมพัน ซึ่งพิลฮุนก็ยอมรับเงื่อนไขแต่โดยดี


หลังสอนเคนโด้แล้ว คยองจาก็รีบมาทำงานที่ร้านสะดวกซื้อโดยอ่านหนังสือไปด้วย "จินจู" แวะมาหาคยองจาที่ร้านเพื่อเสนองานพาร์ทไทม์ให้ แต่คยองจาปฎิเสธเพราะไม่มีเวลา จินจูพยายามหว่านล้อมว่างานนี้รายได้ดี แถมยังเหมาะกับสมองอันชาญฉลาดและรูปร่างหน้าตาที่พอไปวัดไปวาได้ของคยองจา จากนั้นก็เฉลยว่าเป็นการรับจ้างนัดบอด คยองจาเตือนจินจูว่าเธอกำลังทำธุรกิจผิดกฏหมาย แต่จินจูหาได้แคร์ มิหนำซ้ำยังเอาเงินมาล่อโดยบอกว่าปกติแล้วค่าจ้างในการนัดบอดจะอยู่ที่ 1 แสนวอน (ราว 3 พันบาท) ต่อการออกเดทหนึ่งครั้ง แต่จินจูจะจ่ายให้คยองจาเป็นพิเศษที่ 1.3 แสนวอน (ราว 4 พันบาท) พร้อมทั้งบอกว่าหากโชคดีคยองจาอาจมีรายได้มากถึง 3 ล้านวอน (กว่า 9 หมื่นบาท) ต่อเดือน จินจูให้แง่คิดว่าหากคยองจายังเอาเวลาเรียนมาทำงานหาเงินอย่างนี้เรื่อยๆ คงต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะเรียนจบ ถึงกระนั้น คยองจาก็ยังคงปฏิเสธโดยบอกว่าเธอไม่คิดที่จะแต่งงานเลยไม่อยากรับงานนี้ (ไม่อยากหลอกใคร) จินจูเลยได้แต่ทิ้งนามบัตรไว้ให้ 

ขณะเรียนกวดวิชา ติวเตอร์บอกว่าจะทดสอบภาคปฏิบัติโดยสมมุติว่าทุกคนกำลังสอบสัมภาษณ์เข้าทำงานที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ พิลฮุนถูกเรียกชื่อเป็นคนแรกแต่เขาไม่ได้เข้าเรียน ติวเตอร์จึงแอบเหน็บว่าเพราะอย่างนี้พิลฮุนถึงยังไปไม่ถึงไหน (เขามาเรียนกวดวิชาที่นี่ 3 ปีแล้ว) หลังจากนั้นคยองจาก็ถูกเรียกให้ออกไปทำการทดสอบหน้าห้อง ติวเตอร์ย้ำว่าเวลาสอบสัมภาษณ์ห้ามพูดโกหก เพราะไม่มีใครหลอกหน่วยข่าวกรองได้ ดังนั้น จึงควรพูดความจริงอย่างมั่นใจ จากนั้นก็ถามคยองจาว่า  เธอมีแรงจูงใจอะไรถึงได้มาสมัครเข้าทำงานที่เอ็นไอเอส (สำนักข่าวกรองแห่งชาติ - National Intelligence Service) 

คยองจาตอบอย่างจริงใจและมั่นใจสุดๆ ว่า ความจริงแล้วเธอฝันอยากเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาและช่วยเหลือสังคม แต่.... คยองจาพูดยังไม่ทันจบติวเตอร์ก็โวยลั่นว่าเธอจริงใจเกินเหตุ เขาแนะนำคยองจาว่า เธอควรตอบให้แลดูจริงใจมากที่สุดว่า เธอพร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อทำความดี เมื่อถูกถามอีกครั้งว่าทำไมถึงมาสมัครเข้าทำงานที่เอ็นไอเอส คยองจาก็ตอบเสียงอ่อยๆ ว่า "เพื่อชาติ?" แม้จะพอใจในคำตอบแต่ติวเตอร์ต้องการให้คยองจาตอบอย่างจริงใจและหนักแน่นมากกว่านี้ คยองจาจึงพูดเสียงดังฟังชัดว่า เธอมาสมัครงานที่เอ็นไอเอสเพราะต้องการรับใช้ชาติ


คืนนั้นคยองจานั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างขมักเขม้น ผิดกับพิลฮุนที่เพิ่งกลับเข้าบ้านตอนตีสามครึ่ง "ฮัน จูมัน" (ซึ่งอุตส่าห์นั่งถ่างตารอลูก) เรียกพิลฮุนเข้ามาคุยแล้วถามว่าไปไหนมา พิลฮุนตอบว่า ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ารับราชการ  จูมันซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ได้ยินแล้วของขึ้นจึงตวาดใส่พิลฮุนเสียงดังลั่นว่าเขาเรียนจบมาตั้ง 3 ปีแล้ว แทนที่จะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกลับเสียเวลาไปกับการเรียนกวดวิชาและเตรียมตัวสอบ ทั้งๆ ที่เงินเดือนข้าราชการก็ไม่ได้มากมายอะไร  ด้วยความเหลืออดเขาจึงบอกให้พิลฮุนล้มเลิกความคิดที่จะรับราชการ และสั่งให้ไปทำงานที่บริษัทของตนตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

พิลฮุนแย้งอย่างใจเย็นว่าตนไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นนักธุรกิจ จูมันพยายามหว่านล้อมลูกโดยบอกว่าไม่มีอาชีพไหนดีไปกว่าการเป็นนักธุรกิจอีกแล้ว ขนาดส.ส. ยังทำหน้าที่ได้แค่ 4 ปี ส่วนประธานาธิบดีก็ดำรงตำแหน่งที่สูงส่งได้แค่ 5 ปี พอเลือกตั้งครั้งหน้าก็ต้องออกไปเดินขอคะแนนเสียงผู้คนตามท้องตลาดอีก แต่นักธุรกิจไม่มีวันหมดวาระและไม่ต้องบากหน้าไปขอความเมตตาจากผู้คน จะทำงานจนชั่วชีวิตก็ได้ไม่มีใครว่า พิลฮุนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าลูกชายจะต้องสืบทอดกิจการจากพ่อแม่  จึงถูกจูมันตำหนิว่า เขากำลังปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์  โชคดีที่ "โก ซูจา" (แม่ของพิลฮุน) เข้ามาขัดจังหวะและปรามไม่ให้จูมันดุลูก พิลฮุนเลยอาศัยจังหวะตอนพ่อเผลอแอบย่องขึ้นบันไดไปชั้นบน


พิลฮุนนอนมองโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์ ตอน "พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย" บนผนัง แล้วนึกถึงสมัยเมื่อ 5-6 ปีก่อนตอนที่เขาไปดูเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์แล้วรู้สึกประทับใจมากถึงขนาดขโมยโปสเตอร์กลับบ้านตอนขากลับ นับแต่นั้นเป็นต้นมาพิลฮุนก็ฝันว่าสักวันจะเป็นสายลับสุดหล่อที่เก่งขั้นเทพเหมือนอย่าง...เจมส์บอนด์ 007  

จูมันและซูจายังคงนั่งปรับทุกข์เพราะเป็นห่วงอนาคตของพิลฮุน ซูจาบอกสามีว่า เธอเพิ่งไปดูดวงให้พิลฮุนมา แม่หมอคนนี้ทายแม่นมาก รู้แม้กระทั่งว่าพิลฮุนเคยเกือบถูกไฟคลอกตาย และสาเหตุที่พิลฮุนใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่มีแก่นสารและไม่ยอมไปช่วยงานที่บริษัทเป็นเพราะมีเคราะห์กรรม ทางเดียวที่จะช่วยพิลฮุนได้ก็คือ ต้องจับเขาแต่งงานกับผู้หญิงที่เกิดปีขาลตอนตี 5-7 โมงเช้า พ่อพิลฮุนได้ฟังดังนั้นจึงมอบหมายให้ภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ โดยย้ำว่าต้องทำให้พิลฮุนมาทำงานที่บริษัทตนให้ได้ 


ซูจาไปหาพิลฮุนที่ห้องในตอนเช้า (พิลฮุนกำลังสวมเสื้อ จึงเผยให้เห็นรอยแผลเป็นทางด้านหลัง) เธอพยายามหว่านล้อมให้ลูกชายยอมนัดบอดกับผู้หญิง 10 คนที่เธอเลือก แต่พิลฮุนปฎิเสธโดยอ้างว่าตนอายุยังน้อยจึงไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน ที่สำคัญคนหล่อๆ อย่างตนไม่จำเป็นต้องใช้บริการแม่สื่อเพราะหญิงเพียบ (การนัดบอดในที่นี้เป็นการดูตัวเพื่อหาคู่แต่งงานโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่หาแฟน)  ซูจารีบถามว่าเพื่อนผู้หญิงของพิลฮุนเกิดปีอะไรกันบ้าง พิลฮุนตอบส่งเดชว่า ปีหมา ปีวัว ปีม้า ปีไก่... ซูจาได้ยินแล้วถึงกับอ่อนใจ เพราะแม้จะเอาทุกปีมารวมกันก็ยังสู้ปีเสือไม่ได้

พอถูกรบเร้ามากๆ เข้า พิลฮุนก็บ่นว่าทั้งพ่อและแม่ต่างก็อยากให้ตนทำตามความต้องการของตัวเอง ซูจาอ้างว่าที่ผ่านมาตนทุ่มเทเพื่อพิลฮุนมาโดยตลอด แล้วพิลฮุนจะทำตามที่เธอร้องขอสักครั้งไม่ได้เชียวหรือ พิลฮุนปฏิเสธอย่างสุภาพพลางขอตัวโดยอ้างว่าตนสายแล้ว ซูจาจึงนำรถมาล่อโดยบอกว่าจะซื้อรถใหม่ให้ถ้าหากพิลฮุนยอมนัดบอดกับผู้หญิง 10 คน แต่ถ้าพิลฮุนไม่สนใจข้อเสนอของตนก็ไม่เป็นไร พิลฮุนแกล้งทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินออกจากห้องไป ซูจาถามไล่หลังว่า "แล้วถ้าลดเหลือ 5 คนล่ะ" พิลฮุนได้ยินดังนั้นจึงเปิดประตูห้องแล้วเดินกลับเข้ามาใหม่ จากนั้นก็บอกซูจาว่าตกลง ซูจาตั้งเงื่อนไขว่า พิลฮุนจะต้องใช้เวลากับคู่นัดบอดอย่างน้อยคนละ 2 ชั่วโมง และต้องออกเดทอย่างน้อยคนละ 2 ครั้ง ซึ่งพิลฮุนก็ยอมรับปากแต่โดยดี


ขณะกำลังต้อนรับลูกค้าที่ขับรถลงมาจอดในชั้นใต้ดินของห้าง แม่ของคยองจาก็โทรมาบอกว่าพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุ คยองจารีบกลับไปเยี่ยมพ่อที่ต่างจังหวัดในวันรุ่งขึ้น (ภายในบ้านเต็มไปด้วยใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลเรียนดีของคยองจา) เธอรบเร้าให้พ่อไปหาหมอที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงหลังเห็นพ่อเข้าเฝือกทั้งที่คอและที่แขน (แขนหัก) แต่พ่อของคยองจาไม่ยอมไป เพราะไม่อยากรบกวนลูก คยองจาต่อว่าพ่อที่ขับรถแทรคเตอร์ (ของคนอื่น) ขณะมึนเมาจนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สองพ่อลูกจึงทะเลาะกันเสียงดังลั่นด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างเป็นห่วงกัน พ่อคยองจาไม่อยากให้ลูกเสียทั้งเงินและเวลา ส่วนคยองจาอยากพาพ่อไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาล เพราะพ่อของเธอเป็นโรคกระดูกพรุนอยู่ก่อนแล้ว หากไม่รักษาให้เป็นเรื่องเป็นราวจะทำให้หายช้า

หลังถูกพ่อสวนกลับว่าเธอควรห่วงอนาคตของตัวเองแทนที่จะห่วงกระดูกของตน เพราะจนป่านนี้แล้วเธอยังเรียนไม่จบ แถมเธอยังเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่กลับมาเหยียบบ้านหากยังไม่ได้งานประจำทำ คยองจาได้ยินดังนั้นจึงพูดด้วยความน้อยใจว่า เธอไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเพราะมีเวลาและเงินเหลือเฟือ แต่เธออยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพ่อเจ็บหนักแค่ไหน พอรู้ว่าพ่อบาดเจ็บเธอก็ไม่มีกะจิตกะใจทำงานและอ่านหนังสือ เธอยังต่อว่าพ่อที่ดื่มเหล้าไม่เว้นแต่ละวัน หลังปะทะคารมกันอีกครั้ง คยองจาก็บอกพ่อว่าเธอจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก ถึงได้งานแล้วก็จะไม่กลับมา พูดจบเธอก็หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากบ้านไป

แม่คยองจาตามมาบอกให้อยู่ทานข้าวกลางวันด้วยกันก่อน   คยองจาปฏิเสธและส่งซองเงินให้แม่ แม่คยองจารู้ว่าลูกต้องทำงานหาเงินอย่างเหนื่อยยากจึงไม่อยากรับ คยองจาจึงบอกให้นำเงินไปรักษาพ่อและจ่ายค่าซ่อมรถ เมื่อเห็นแม่ใส่เสื้อผ้าขาดเป็นรูคยองจาก็บอกให้แม่ซื้อเสื้อใหม่ ทั้งยังถามว่าทำไมถึงไม่ไปดัดและย้อมผม (เธอเคยส่งเงินมาให้แม่เป็นค่าทำผมก่อนหน้านี้) หลังบ่นแม่ชุดใหญ่แล้วคยองจาก็รีบเดินออกจากบ้าน แม่ของเธอถือกิมจิวิ่งตามโดยบอกให้นำกลับไปทานที่โซลด้วย แต่คยองจาไม่ต้องการให้แม่เห็นน้ำตาจึงรีบเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง (เธอสงสารพ่อแม่ และรู้สึกเสียใจที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ)



พิลฮุนเริ่มออกเดท (นัดบอด) กับสาวๆ ตามคำบัญชาของแม่ แทนที่จะสนใจคู่เดท พิลฮุนกลับเสียบหูฟังและนั่งจ้องแท็บเล็ตตลอดเวลา โดยอ้างว่าถ้าดูทีวีขณะกินข้าวได้ ทำไมจะอ่านหนังสือเตรียมสอบตอนออกเดทไม่ได้ เขาทำอย่างนี้กับผู้หญิง 4 คนจนไม่มีใครยอมออกเดทกับเขาเป็นครั้งที่สอง

หลังนำเงินไปให้แม่จนหมด คยองจาก็ทำเรื่องขอกู้เงินจากธนาคาร  แต่เนื่องจากเธอเคยกู้เงินจากกองทุนเพื่อการศึกษามาแล้วก้อนหนึ่ง ทั้งยังเคยกู้เงินจากธนาคารอีกแห่งจนวงเงินกู้ยืมสำหรับนักศึกษาเต็มแล้ว  (ยอดหนี้ทั้งหมด 30 ล้านวอน หรือเกือบ 9.2 แสนบาท) ทางธนาคารจึงปฏิเสธคำขอกู้  คืนนั้นคยองจานอนไม่หลับเพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากไหน เธอคิดหนักว่าจะตอบรับข้อเสนอของจินจูดีไหม (เธอเองก็ใส่เสื้อที่เก่าจนขาดเป็นรูเหมือนแม่) แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจโทรฯ ไปหาจินจู
  
ซูจาโกรธมากเมื่อทราบว่าลูกชายตัวแสบแผลงฤทธิ์ระหว่างการนัดบอด ทั้งๆ ที่เธออุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจและเงินทุนในการสรรหาผู้หญิงที่คู่ควรและมีดวงสมพงศ์มาให้เลือก เธอจึงทำโทษพิลฮุนด้วยการยกเลิกข้อตกลงเรื่องซื้อรถและขอบัตรเครดิตคืน พิลฮุนยื่นบัตรเครดิตคืนให้แม่แล้วลุกหนี เมื่อถูกแม่ต่อว่าที่ลุกหนีไปกลางคัน พิลฮุนก็หันกลับมาบอกว่า "ก็แม่อยากได้บัตรคืนไม่ใช่เหรอครับ.... ผมรู้ว่าผมทำตัวงี่เง่า แต่ถ้าเรามีดวงสมพงศ์กันจริง ทำไมพวกเธอถึงไม่อดทนรอผม แค่เพียงครู่หนึ่งก็ยังดี" ซูจาแย้งว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทนพฤติกรรมแย่ๆ แบบนั้นได้ พิลฮุนจึงกล่าวว่า นั่นเป็นเพราะพรหมลิขิตไม่มีจริงและตนก็ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ด้วย ซูจาคืนบัตรเครดิตให้พิลฮุนแล้วบอกว่า "แต่แม่เชื่อ" เธอขอให้พิลฮุนไปพบคู่นัดบอดคนสุดท้าย โดยบอกว่า... โชคชะตามักเล่นตลกกับเราโดยไม่ทันตั้งตัว!!



พิลฮุนไปนั่งรอคู่เดทคนสุดท้ายตามที่แม่บอก ปรากฏว่าคู่นัดบอดของเขาก็คือ 'คยองจา' ซึ่งมาในสภาพเหมือนเด็กกะโปโล เธอโกหกพิลฮุนว่าตนชื่อ "คิม ซอวอน" เพื่อให้ดูดีมีชาติตระกูลสมกับที่จินจูแต่งเรื่องว่า คยองจาเป็นลูกสาวคนโตของนักการทูต (คยองจาเคยเป็นครูสอนพิเศษให้ลูกแฝดของท่านทูต แล้วภรรยาของท่านทูตก็ต้อนรับเธอเหมือนเป็นลูกสาวคนหนึ่ง) จินจูบอกให้คยองจาโกหกว่าเธอเกิดปีขาลตอนเช้าตรู่ ทั้งๆ ที่คยองจาเกิดปีฉลู แถมยังย้ำด้วยว่าคยองจาต้องออกเดทกับพิลฮุนให้ได้อย่างน้อยสองครั้งๆ ละไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง (จินจูซื้อชุดสีแดงเพลิงสั้นจู๋ให้คยองจาใส่ออกเดท แต่คยองจาใจไม่ถึงเลยสวมสูทตัวเก่งแทน)



หลังแนะนำตัวกันแล้ว พิลฮุนก็ทำตัวตามสบายคล้ายอยู่บ้าน เขาเสียบหูฟังแล้วนั่งจ้องแท็บเล็ตโดยไม่สนใจคยองจา  คยองจาเลยถือโอกาสหยิบหนังสือของสถาบันกวดวิชาขึ้นมาอ่านโดยตั้งเวลาเอาไว้ 2 ชั่วโมง (คยองจายังเรียนไม่จบเพราะต้องดร็อปเรียนบางช่วงเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนและช่วยเหลือทางบ้าน ขณะเดียวกันก็เรียนกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐด้วย) หลังผ่านไปนานเกือบ 2 ชั่วโมง พิลฮุนก็ถอดหูฟังและเลิกจ้องแท็บเล็ต เขานั่งมองคยองจาอย่างพินิจพิเคราะห์และเผลอประทับใจในอิริยาบทของเธอ  หลังจากนั้นพิลฮุนก็ถามคยองจาว่ากำลังหางานทำหรือ คยองจายอมรับเสียงอ่อยๆ พิลฮุนจึงถามต่อว่าเธอสนใจงานประเภทไหน ทันใดนั้น มือถือของคยองจาก็ส่งสัญญาณเตือนว่าครบ 2 ชั่วโมงแล้ว เธอจึงรีบเก็บของและบอกลาทันที พิลฮุนถามว่าจะนัดเจอกันอีกครั้งเมื่อไหร่ คยองจาตอบทันควันว่า "พรุ่งนี้" (กำลังร้อนเงิน)

พิลฮุนแปลกใจมากที่คยองจายังไม่เข็ดแถมยังอยากเจอกันเร็วๆ อีกต่างหาก จึงถามคยองจาว่าทำไมถึงอยากเจอตนพรุ่งนี้ (แอบนึกว่าคยองจาติดใจ) คยองจายิ้มและตอบอย่างไม่แยแสว่า "ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร ไปก่อนนะคะ" พูดจบคยองจากก็เดินจากไปทันที พิลฮุนจึงรีบทักว่า "เดี๋ยวครับ ถ้าอย่างนั้นเจอกันพรุ่งนี้ ที่เก่าเวลาเดิมนะครับ"



จินจูตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าพิลฮุนนัดพบคยองจาเป็นครั้งที่สอง คยองจาชมว่าพิลฮุนดูท่าทางน่าจะเป็นคนดี จินจูจึงเสริมว่าพิลฮุนทั้งรูปหล่อ พ่อรวย และจบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำ หากคยองจาลงเอยกับพิลฮุนเมื่อไหร่ห้ามลืมเธอโดยเด็ดขาด คยองจาแย้งว่าเธอไม่ได้ชื่นชมพิลฮุนในแง่นั้น เธอประทับใจในตัวพิลฮุนเพราะเขาไม่รบกวนเธอขณะอ่านหนังสือ จินจูได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดหวังจึงตวาดใส่คยองจาเสียงดังลั่นว่า "นี่ยัยบ๊องส์! เธอคิดว่าการอ่านหนังสือระหว่างทำงาน กับการอ่านหนังสือตอนออกเดทมันเหมือนกันรึไงยะ" คยองจาแย้งว่าพิลฮุนก็อ่านหนังสือขณะออกเดทกับเธอด้วยเช่นกัน จินจูถึงกับอึ้งและคิดว่าทั้งคยองจาและพิลฮุนต่างก็เพี้ยนด้วยกันทั้งคู่ คยองจารีบทวงเงินค่าจ้าง พอเห็นว่าจินจูไม่ยอมจ่ายค่าอาหารอีก 5,000 วอน (ราว 153 บาท)  ตามที่ตกลงกันไว้ คยองจาก็รีบทวงทันที จินจูแย้งว่าเธอกำลังเลี้ยงข้าวคยองจาอยู่ (ทั้งคู่อยู่ในร้านอาหาร) ถึงกระนั้นจินจูก็ควักเงินในกระเป๋ามาจ่ายให้เพิ่มพลางเหน็บคยองจาว่าทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียวขนาดนี้ ทำไมถึงยังเรียนไม่จบสักที (เหลืออีกแค่เทอมเดียว)

ขณะกำลังนั่งท่องตำราเตรียมสอบเข้าทำงานที่เอ็นไอเอส พิลฮุนก็นึกถึงคำพูดของคยองจาที่บอกอย่างไม่แยแสว่า "ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร"  เขารู้สึกผิดหวังและเสียเซลฟ์ที่คยองจาไม่สนใจหนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างตน เมื่อล้มตัวลงนอนพิลฮุนก็นึกถึงคำพูดของแม่ที่บอกว่า 'โชคชะตามักเล่นตลกกับเราโดยไม่ทันตั้งตัว' อยู่ๆ ใบหน้าของคยองจาก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิดจนทำให้เขาไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือ


ที่คอลเซ็นเตอร์ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติหรือเอ็นไอเอส...  หลังรับสายประชาชนที่โทรฯ มาป่วนด้วยการสอบถามเรื่องไม่เป็นเรื่อง "คิม วอนซอก" ซึ่งนั่งทำงานแบบซังกะตายไปวันๆ ก็เริ่มหมดความอดทนจนระงับอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ เขาจึงตวาดใส่ปลายสายเสียงดังลั่น โดยไม่รู้ว่าผู้อำนวยการ "โอ กวางแจ" ยืนดูอยู่ทางด้านหลัง  ผู้อำนวยการโอเรียกวอนซอกออกมาคุยทางด้านนอก โดยเตือนว่าคอลเซ็นเตอร์คือหน้าตาของเอ็นไอเอส แม้ทำผิดพลาดแค่เพียงครั้งเดียวก็อาจส่งผลเสียถึงประเทศชาติได้

วอนซอกชวนผู้อำนวยการโอไปทานข้าวเที่ยง แต่ผู้อำนวยการโอปฏิเสธโดยบอกว่ากินข้าวกับวอนซอกทีไรอาหารไม่ย่อยทุกที  วอนซอกยังคงดึงดันจึงบอกว่าตนจะซื้อยาช่วยย่อยมาให้ จากนั้นก็ลากแขนผู้อำนวยการไปที่ศูนย์อาหาร หลังเสิร์ฟน้ำให้ผู้อำนวยการโอแล้ว วอนซอกก็ยื่นซองสีขาวให้ เพื่อเป็นการแสดงความยินดีที่ลูกของผู้อำนวยการโอสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่เปิดสอนในระบบสามภาษาได้  (เป็นโรงเรียนเอกชนที่เปิดให้นักเรียนเลือกเรียนภาษาหลักที่สนใจ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สเปน หรือ เยอรมัน นอกเหนือไปจากภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาบังคับที่ต้องเรียนทุกคนอยู่แล้ว) 

ผู้อำนวยการโอหยิบซองขึ้นมาดูแล้วถามว่านี่คือของขวัญสำหรับลูกตนหรือ พอวอนซอกกระซิบบอกว่าในซองคือ "สินบน" ผู้อำนวยการโอก็โยนซองคืนให้พลางบอกว่าตนไม่รับเพราะซองบางเกินไป วอนซอกรีบบอกว่านี่คือบัตรคอนเสิร์ตวงเอฟทีเอ็มซึ่งหาตั๋วเข้าชมยากมากๆ ผู้อำนวยการโอรีบหยิบซองขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นบัตรคอนเสิร์ตไอดอลกรุ๊ปขวัญใจวัยทีนจริงๆ ก็หัวเราะชอบใจ  เมิ่อเห็นว่าผู้อำนวยการโอยอมรับสินบนของตนแล้ว วอนซอกก็ขอให้ผู้อำนวยการโอมอบหน้าที่คัดเลือกและฝึกอบรมพนักงานใหม่ (ครูฝึก) ให้ตน


คยองจามาพบพิลฮุนตามนัดโดยสวมสูทสีดำเหมือนเมื่อวาน ทันทีที่มาถึงคยองจาก็ตั้งเวลาและนำหนังสือออกมาอ่าน พิลฮุนเห็นดังนั้นจึงบอกให้ผลัดกันถามตอบเนื้อหาในบทเรียน ซึ่งต่างฝ่ายต่างตอบได้อย่างถูกต้อง ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวย แต่อยู่ๆ พิลฮุนก็ขอให้คยองจาบอกตนตามตรงว่า ทำไมถึงมาออกเดทครั้งที่สองกับตน คยองจาตอบว่า เธอเชื่อใจบริษัทที่รับจัดนัดบอด... พิลฮุนซึ่งจ้องจับผิดชนิดไม่วางตาแทรกขึ้นว่า เธอมาที่นี่เพราะเงินใช่ไหม คยองจาคอตกเพราะนึกว่าถูกจับได้ แต่พอพิลฮุนถามว่าเธอมาที่นี่เพราะเห็นว่าบ้านตนมีฐานะร่ำรวยใช่ไหม คยองจาก็แอบโล่งใจ (พิลฮุนนึกว่าเธออยากแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ แต่คยองจาเป็นเหมือนแก๊งค์ต้มตุ๋นที่สวมรอยเป็นลูกสาวท่านทูต และรับจ้างนัดบอดเพื่อหารายได้เสริมโดยไม่ต้องการแต่งงานจริงๆ)

คยองจาจะอธิบายแต่พิลฮุนชิงกล่าวหาในเชิงดูถูกว่า นักศึกษาอย่างเธอมักใช้บริการนัดบอดเพื่อเอาตัวเองออกประมูล โดยหวังว่าจะถูกขายให้กับผู้ที่เสนอราคาสูงที่สุดจนเป็นที่มาของคำว่าอุตสาหกรรมเว็ดดิ้ง เขายังถามด้วยว่าเป้าหมายในการแต่งงานของเธอคือการโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดงั้นหรือ คยองจาแย้งว่าเธอไม่ได้เป็นคนติดต่อขอใช้บริการ แต่เพื่อนเธอเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดให้ พิลฮุนอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า "คุณรู้มั๊ยว่าผมรังเกียจผู้หญิงประเภทไหนมากที่สุด" เขาชี้หน้าคยองจาแล้วกล่าวต่อว่า "ผู้หญิงอย่างคุณที่ในหัวเต็มไปด้วยความฝันอันเลื่อนลอย ผู้หญิงที่คิดว่าการได้เข้าเรียนในสถาบันชั้นนำและได้แต่งงานกับผู้ชายรวยๆ คือสิ่งล้ำค่ามากที่สุดในโลก แต่ว่าคุณเลือกคนผิดแล้วล่ะ เพราะผมไม่เคยคิดที่จะสืบทอดกิจการของพ่อ และไม่คิดที่จะรับมรดกด้วย" 

คยองจาแย้งว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพราะอยากเป็นลูกสะใภ้เศรษฐี ทั้งยังไม่เคยคิดที่จะฮุบหรือหวังมีเอี่ยวในสมบัติของใคร แต่เธอมาที่นี่เพราะมั่นใจในชื่อเสียงและฝีมือของบริษัทนัดบอด พิลฮุนแย้งว่าพรหมลิขิตต่างหากที่บันดาลให้คนเรามาพบกัน เขาเก็บของแล้วบอกว่าตนมีนัด จากนั้นก็ลุกขึ้นทันที คยองจาเหลือบมองเวลาและพบว่าเพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่นาที  เธอจึงยื้อพิลฮุนเอาไว้โดยถามกลับว่า ทำไมคนหลักลอยอย่างเขาถึงกล้าใช้บริการนัดบอด เพราะนอกจากเงินแล้วเขาแทบไม่มีดีอะไร และนั่นก็เป็นปมด้อยที่ทำให้เขามโนไปเองว่าใครๆ ก็สนใจแต่เรื่องเงิน พิลฮุนถามคยองจาว่า "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมบ้าง" คยองจายอมรับว่าเธอแทบไม่รู้อะไรเลย  เธอใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างให้เขาอยู่คุยกันก่อนเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น (จริงๆ แล้วเพื่อให้ครบ 2 ชั่วโมงตามเงื่อนไขการว่าจ้าง) พิลฮุนพูดคำเดิมว่าตนมีนัด ถ้าอยากคุยต่อก็ต้องไปกับตน จากนั้นก็พูดล้อเลียน (เอาคืน) คยองจาว่า "ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร" 



คยองจาไม่มีทางเลือกจึงต้องขึ้นรถไปกับพิลฮุน พิลฮุนยิ้มอย่างมีความสุขที่สามารถเอาชนะคยองจาได้ เขาถามคยองจาว่าหลงเสน่ห์ตนแล้วใช่ไหม  คยองจาจึงสวนกลับอย่างสุภาพว่าฝันไปรึเปล่า เมื่อเห็นคยองจาเริ่มหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านบนรถ พิลฮุนก็กล่าวกึ่งประชดว่า เธอไม่จำเป็นต้องทุ่มเทมากขนาดนี้ แค่ขอให้พ่อที่เป็นทูตฝากงานให้ก็ได้งานทำสบายๆ โดยไม่ต้องดิ้นรน และถ้าได้แต่งงานกับผู้ชายรวยๆ สักคนก็จะสุขสบายไปตลอดชาติ

คยองจาแย้งว่า ขณะที่ใครบางคนมีเงินเหลือเฟือสำหรับซื้อบ้านและรถ แต่คนบางคนกลับต้องดิ้นรนทำงานหนักทั้งวันเพื่อหาเงินซื้อตำราเพียงเล่มเดียว แล้วคนที่ต้องปากกัดตีนถีบแบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งเพ้อฝันว่าอยากแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ พิลฮุนแย้งว่า เธอไม่ใช่คนรากหญ้าสักหน่อย คยองจาเห็นว่าพิลฮุนเริ่มคุยกับเธอเหมือนเป็นเพื่อนเล่น จึงตำหนิพิลฮุนที่ไม่ยอมใช้ภาษาสุภาพ พิลฮุนแย้งว่าหากคยองจาเกิดปีเสือ ตนก็เป็นรุ่นพี่ ดังนั้น ต่อไปนี้ตนจะเลิกใช้ภาษาสุภาพและจะพูดแบบเป็นเองกับคยองจา คยองจาได้ทีเลยพูดเล่นหัวกับพิลฮุนบ้าง พิลฮุนชักยัวะเพราะคิดไม่ถึงว่าจะถูกลามปามเลยบอกให้กลับมาคุยกันด้วยภาษาสุภาพตามเดิม เพราะตนและคยองจาไม่คิดที่จะทำความรู้จักหรือสนิทสนมกันมากไปกว่านี้อยู่แล้ว


ระหว่างที่พิลฮุนและคู่ปรับต่างนำกุญแจสำรองมาวางเป็นเดิมพันก่อนแข่งรถ  คยองจาก็โทรไปบอกจินจูว่าเธออยู่กับพิลฮุนครบสองชั่วโมงตามที่ตกลงกันไว้แล้ว และจะไม่ขอออกเดทกับพิลฮุนอีก เพราะเขาช่างไม่มีคุณสมบัติของการเป็นมนุษย์เอาเสียเลย พอพิลฮุนเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ คยองจาก็รีบวางสายและบอกลาพิลฮุน แต่พิลฮุนบอกว่าเธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น คยองจาถามว่าเพราะอะไร พิลฮุนตอบว่า ก่อนหน้านี้เธอกล่าวหาว่าเขามีดีแค่เรื่องเงิน ถึงเวลาแล้วที่เธอควรจะรู้ว่าที่พูดมานั้นไม่จริง และเขาก็จะทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าความปรารถนาอันแรงกล้ามีความสำคัญต่อชีวิตคนเราอย่างไร

พูดจบพิลฮุนก็สตาร์ทรถและเริ่มแข่งขันทันที เขาออกตัวนำและขับรถส่ายไปมาเพื่อไม่ให้คู่แข่งขับแซงได้ คยองจาโดนรถเหวี่ยงกระเด็นไปมาจนศีรษะโขกกระจก ด้วยความตกใจกลัวเธอจึงขอให้พิลฮุนหยุดรถ พิลฮุนแย้งว่าหยุดไม่ได้เพราะตนกำลังแข่งรถอยู่ คยองจาจึงเริ่มทุบตีแขนพิลฮุนพลางร้องบอกให้เขาหยุดรถ พิลฮุนทั้งไม่มีสมาธิและบังคับรถไม่สะดวกทำให้คู่แข่งของเขาขับแซงหน้าขึ้นไปจนได้ พิลฮุนพยายามเร่งเครื่องตามและเกือบประสานงากับรถบรรทุก ทำให้คยองจายิ่งสติแตกมากขึ้น เธอจึงสั่งให้พิลฮุนหยุดรถ จากนั้นก็เริ่มทุบตีและจิกหัวพิลฮุน เมื่อเห็นว่าพิลฮุนยังไม่ยอมหยุดรถ คยองจาก็ดึงพวงมาลัยจนทำให้รถเสียหลักขณะกำลังวิ่งเข้าเส้นชัย


ผลปรากฏว่าพิลฮุนแพ้ เขาจึงตะคอกใส่คยองจาด้วยความโกรธ เมื่อเห็นว่าคยองจานั่งตัวสั่น น้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัว (มือของเธอยังคงเกาะอยู่ที่แขนของพิลฮุน) พิลฮุนก็พูดไม่ออก ครั้นพอตั้งสติได้คยองจาก็ลงจากรถแล้วเดินหนีไปทันที พิลฮุนรีบตามมาต่อว่าด้วยความโกรธ ทำให้ถูกคยองจาตบหน้าต่อหน้าผู้คน เธอกล่าวว่า "ชั้นรู้ว่าการเอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่ออะไรบางอย่างนั้นมันเป็นยังไง แต่ชั้นไม่มีวันเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้ คุณเคยรู้บ้างมั๊ยว่าชีวิตคืออะไร... ใช่สิ คุณมีเงินนี่ แต่เงินนั่นมันทำให้คุณมีสิทธิดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอย่างงั้นเหรอ คุณนี่มันห่วยแตกสิ้นดี คนอย่างคุณมีค่าแค่ 135,000 วอน (ราวสี่พันบาท) เท่านั้น" พูดจบคยองจาก็เตะสั่งสอนพิลฮุนและเดินหนีไปทันที พิลฮุนจะวิ่งตามคยองจาแต่ถูกขวางเอาไว้และโดนยึดกุญแจรถ 

คยองจาเดินตามถนนซึ่งมีสภาพเป็นเนินเขาท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ คู่ปรับของพิลฮุน (ซึ่งขับรถพิลฮุน) ผ่านมาเห็นเข้าเลยชวนคยองจาขึ้นรถ เพราะถนนสายนี้ไม่ค่อยมีรถผ่าน แต่คยองจาไม่สนใจ คู่ปรับของพิลฮุนเลยบอกว่า เขาแค่อยากขอบคุณเธอที่ทำให้เขาชนะการแข่งขันจนได้รถคันนี้มาเป็นรางวัล คยองจาเพิ่งรู้ว่าเธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้พิลฮุนเสียรถ ส่วนทางด้านพิลฮุนเองก็ต้องเดินกลับบ้านตัวเปล่าโดยมีเพียงหนังสือที่คยองจาทำตกติดมือไปด้วย 

เมื่อเดินลงมาถึงเชิงเขา คยองจาก็โทรฯ สั่งอาหารจีนโดยเลือกเมนูที่ถูกที่สุด  เธอรออยู่นานจนเริ่มพลบค่ำแต่พนักงานส่งอาหารก็ยังมาไม่ถึงสักที เมื่อพิลฮุนเดินมาถึงเชิงเขาก็เห็นว่าคยองจายังหารถกลับบ้านไม่ได้ เขารู้สึกดีใจและหมายมั่นว่าจะแก้แค้นเธอให้ได้เลยรีบวิ่งไปหา ปรากฏว่าพนักงานร้านอาหารขี่มอเตอร์ไซค์นำอาหารมาส่งให้คยองจาพอดี คยองจาเลยขอติดรถไปลงในที่ๆ มีรถเมล์ผ่าน (และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เธอลงทุนโทรฯ สั่งอาหาร)   พิลฮุนเห็นดังนั้นก็ยิ่งแค้นหนัก


ผู้อำนวยการโอบอกให้ "คิม ซองจุน"  รับหน้าที่หัวหน้าทีมคัดเลือกและฝึกอบรมพนักงานใหม่ ด้วยเห็นว่ามีความเหมาะสมมากที่สุดเพราะซองจุนได้รับเลือกให้เป็นพนักงานดีเด่นประจำปี แต่ซองจุนขอปรึกษาเพื่อนร่วมรุ่นก่อน (ปีนี้หน้าที่ในการคัดเลือกและฝึกอบรมพนักงานใหม่เป็นของรุ่นซองจุน) ผู้อำนวยการโอเชียร์ซองจุนเต็มที่จึงกล่าวว่าหากซองจุนได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นี้คงไม่มีใครคัดค้าน หากซองจุนทำงานตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้วตนจะส่งซองจุนไปอเมริกา ซองจุนแย้งว่าตนไม่เคยคิดเรื่องดังกล่าวมาก่อน ผู้อำนวยการโอก็จึงบอกว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะตนอยากมอบหน้าที่นี้ให้รุ่นน้องที่ไว้ใจได้

ซองจุนและเพื่อนร่วมรุ่น (ที่เข้าเอ็นไอเอสมาพร้อมกัน) นัดทานข้าวเย็นด้วยกัน วอนซอกถือโอกาสนี้ล็อบบี้เพื่อนๆ ให้ช่วยสนับสนุนและโหวตให้ตนเป็นหัวหน้าทีมคัดเลือกและครูฝึกพนักงานใหม่ โดยอาสาเป็นเจ้าภาพมื้อนี้ (ติดสินบน) แต่ทุกคนต่างพากันนั่งนิ่ง ไม่มีใครแตะต้องอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งยังแสดงสีหน้าอึดอัด ถึงกระนั้นวอนซอกก็พยายามฝืนยิ้ม ซองจุนถามอย่างอ่อนใจว่าเลี้ยงข้าวทุกคนทำไม วอนซอกตอบหน้าตาเฉยว่าเพราะตนรักเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนคนหนึ่งหันมาถามวอนซอกว่า เขาคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะรับหน้าที่นี้อย่างนั้นหรือ (ทุกคนต่างพากันคิดว่าเขาไม่มีความสามารถ รวมทั้งผู้อำนวยการโอ) วอนซอกตอบว่ามีคุณสมบัติหรือไม่ตนไม่รู้ แต่ตนมีความมั่นใจสุดๆ


ซองจุนกล่าวว่าหน้าที่ดังกล่าวเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของคนทั้งรุ่น มีใครบ้างที่ไม่อยากทำหน้าที่นี้ วอนซอกบอกว่าเพราะเหตุนี้ตนจึงเสนอให้เพื่อนๆ ลงคะแนนโหวต และตนก็ล็อบบี้ผู้ใหญ่เอาไว้แล้ว สิ่งที่ทุกคนต้องทำก็แค่ช่วยกันโหวตให้ตน เขายกแก้วชวนเพื่อนๆ ดื่มเหล้า แต่ทุกคนยังคงนั่งนิ่งตามเดิม วอนซอกเห็นดังนั้นจึงบอกเพื่อนๆ ว่า "ผมมั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดี ผมอาจจะทำให้ทุกคนลำบากใจ แต่ผมจะไม่ทำให้ทุกคนขายหน้า ขอร้องล่ะ ผมต้องการคะแนนเสียงของทุกคน" 

ซองจุนเห็นวอนซอกพยายามหาเสียงเลยย้ำว่า หน้าที่ของครูฝึกคือการฝึกอบรมพนักงานใหม่ที่ยังใสซื่อให้เป็นสุดยอดสายลับ แล้วทำไมคนๆ นั้นต้องเป็นวอนซอก เมื่อเห็นว่าวอนซอกเริ่มแถส่งเดช ซองจุนจึงถามตรงๆ ว่า เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน และเป็นเพราะการตายของรุ่นพี่ชเวใช่ไหม พอเจอคำถามแทงใจดำวอนซอกก็รู้สึกโกรธ เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนที่ตนผลัก "ชเว อูฮยอก"  ซึ่งกำลังเล็งปืนไปที่ใครบางคนจนล้มคว่ำด้วยกันทั้งคู่ อูฮยอกตั้งหลักได้ก่อนจึงรีบวิ่งไปหยิบปืนที่หลุดมือแล้วเล็งใส่วอนซอก รุ่นพี่ชเวเห็นดังนั้นเลยรีบกระโดดตะครุบตัวอูฮยอกจนล้มลงกับพื้น ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ปรากฏว่าผู้ที่ถูกยิงคือรุ่นพี่ชเว หลังจากนั้น อูฮยอกก็ลุกขึ้นมาเล็งปืนใส่วอนซอกอีกครั้ง ไม่นานก็มีเสียงปืนดังขึ้น หลังจากนั้นภาพก็ตัดกลับมาที่เหตุการณ์ปัจจุบัน


วอนซอกกล่าวกับซองจุนด้วยความเจ็บปวดใจว่า "ใช่แล้ว รุ่นพี่ชเวตายเพราะชั้น สะใจนายแล้วรึยัง" เขาหันไปย้ำกับเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนว่า รุ่นพี่ชเวตายเพื่อช่วยชีวิตคนไร้ค่าอย่างตนก่อนเดินออกจากห้องไป ไม่นานเขาก็เดินกลับมาใหม่แล้วบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงวิงวอนว่า เขาอยากรับหน้าที่ครูฝึกและจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จากนั้นก็โค้งคำนับพลางขอร้องทุกคนให้ช่วยสนับสนุนตน เมื่อเห็นว่าทุกคนในห้องต่างยังคงนั่งนิ่ง วอนซอกก็เดินจากไปเงียบๆ

ซองจุนรินเหล้าพลางกล่าวกับเพื่อนร่วมรุ่นว่า เห็นแล้วใช่ไหมว่าวอนซอกเป็นคนแบบไหน เขาไม่ได้ทำอะไรผิดแต่กลับแบกความรับผิดชอบเอาไว้เพียงผู้เดียว เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งแย้งว่า รุ่นพี่ชเวเป็นครูฝึกของพวกตน วอนซอกจึงควรปกป้องรุ่นพี่ให้ถึงที่สุด ขณะที่อีกคนเสริมว่า ภารกิจเมื่อ 5 ปีก่อนล้มเหลวแต่วอนซอกกลับเป็นคนเดียวที่รอดชีวิต ซองจุนได้ยินดังนั้นจึงถามอย่างไม่พอใจว่า แล้วจะให้วอนซอกตายตามรุ่นพี่ไปอย่างนั้นหรือ เขาบอกทุกคนว่า หลังรุ่นพี่ชเวตาย วอนซอกก็เป็นผู้ส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ลูกๆ ของรุ่นพี่ (ทุกคนในห้องต่างพากันประหลาดใจ) ดังนั้น หากตนต้องตาย ตนก็จะตายเพื่อวอนซอก


ในที่สุด "ชเว อูฮยอก" และมีแร ก็เดินทางกลับมาที่เกาหลีใต้อีกครั้ง มีแรเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่ขับโดยเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่ง หลังจากนั้นรถคันดังกล่าวตามไปรับอูฮยอกที่ทางออกอีกด้าน ทันทีที่เข้ามานั่งในรถอูฮยอกก็รีบเช็คว่ามีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า เพื่อนร่วมทีมที่ปลอมตัวเป็นคนขับรถแท็กซี่จึงรีบบอกว่าตนตรวจเช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มีแรถามอูฮยอกว่า ถ้าระวังตัวขนาดนี้ ทำไมถึงกลับเกาหลีด้วยใบหน้าเดิมๆ (ทำไมไม่แปลงโฉม) อูฮยอกตอบว่า เพื่อให้เอ็นไอเอสมีเวลาตั้งหลัก รุ่นน้องที่ปลอมเป็นคนขับแท็กซี่ถามอูฮยอกว่าคิดถึงอาหารเกาหลีไหม อูฮยอกตอบว่า "เกาหลีเหรอ แค่ได้ยินชื่อประเทศนี้ก็อยากอ๊วกแล้ว" ระหว่างที่อยู่ในรถอูฮยอกเปิดดูไฟล์ภารกิจ (ข้อมูลและรายละเอียดงานที่ต้องทำ) เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ปรากฏว่าในนั้นมีภาพจูมันและพิลฮุนด้วย

และแล้วก็ถึงวันสอบข้อเขียนเพื่อคัดเลือกเข้าทำงานเป็นข้าราชการระดับ 7 (ข้าราชการเกาหลีใต้ มีทั้งหมด 9 ระดับ โดยระดับ 9 จะเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ส่วนระดับหนึ่งจะมีตำแหน่งสูงที่สุด แต่จะมีการสอบคัดเลือกเจ้าหน้าที่ใหม่เฉพาะระดับ 9, 7 และ 5 เท่านั้น ที่เหลือเป็นการเลื่อนขั้นตามผลงาน โดยทั่วไประดับ 7 และ 5 จะเป็นการเปิดรับเพิ่มเติมและรับจำนวนไม่มาก เจ้าหน้าที่ระดับ 7 และ 5 จึงมักมาจากการเลื่อนขั้นเป็นส่วนใหญ่)  



หลังสอบเสร็จ พิลฮุนโทรฯ ไปฟ้องจินจูว่าคยองจาทำให้เขาเสียรถ จินจูเลยไปหาคยองจาที่โรงเรียนสอนเคนโด้เพื่อขอคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น คยองจาไม่ยอมตอบและบอกจินจูให้ใจเย็นๆ แต่จินจูกลัวว่าทั้งตนและคยองจาจะถูกจับเพราะทำธุรกิจผิดกฏหมาย แถมคยองจายังต้องชดใช้ค่ารถยนต์ให้พิลฮุนด้วย เธอจึงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไข เมื่อถูกพิลฮุนโทรจิกอีกครั้ง จินจูก็ขู่ว่าจะไม่จ่ายค่าจ้างคยองจาหากไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น คยองจาตอบว่า เธอเองก็ตั้งใจว่าจะไม่รับเงินอยู่แล้ว ทั้งยังคืนค่าจ้างงวดที่แล้วให้จินจูด้วย จินจูส่งเงินคืนให้โดยบอกว่าเป็นน้ำพักน้ำแรงของคยองจา แต่คยองจาไม่รับและกล่าวว่า "จินจู  ชั้นไม่แน่ใจนะว่าจะมีชีวิตที่ดีได้รึเปล่า แต่ชั้นจะไม่ยอมใช้ชีวิตในทางที่ผิด เงินนี่มันมากสำหรับชั้นนะ แต่ชั้นได้มันมาอย่างไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นมันถึงไม่ใช่เงินชั้น "

วันต่อมา ทั้งพิลฮุนและคยองจาต่างมาสอบสัมภาษณ์ที่เอ็นไอเอส โดยวอนซอกได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้สัมภาษณ์ เมื่อเขาถามผู้สมัครแต่ละคนว่าทำไมถึงมาสมัครงานที่นี่ ทุกคนต่างพร้อมใจกันตอบตามที่โรงเรียนกวดวิชาสอนว่า 'ต้องการอุทิศตนเพื่อชาติ'  ระหว่างรอเรียกตัว พิลฮุนเห็นคยองจาเดินผ่านไปอีกห้องเลยคิดที่จะตามไปหาเรื่องแต่ถูกเรียกให้เข้าไปในห้องสอบสัมภาษณ์เสียก่อน  เมื่อถูกวอนซอกถามว่าทำไมถึงมาสมัครงานที่เอ็นไอเอส พิลฮุนก็ตอบอย่างมั่นใจว่า เพราะอยากใช้ชีวิตแบบเท่ห์ๆ วอนซอกกล่าวว่าโลกแห่งความจริงกับในหนังเรื่องเจมส์บอนด์ต่างกันราวฟ้ากับเหว และที่นี่ก็ไม่มีงานเท่ห์ๆ ให้ทำ พิลฮุนอธิบายว่า ตนมาสมัครงานที่นี่เพราะรักชาติ และไม่คิดว่าจะมีอะไรเท่ห์ไปกว่าการรักสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปตลอดชีวิต


คยองจาถูกสัมภาษณ์โดยซองจุนและ "จาง ยองซุน" เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงมาสมัครงานที่เอ็นไอเอส คยองจาก็ตอบอย่างมั่นใจ (ท่องมาดี) ว่า เธอมาที่นี่ด้วยความรักและต้องการรับใช้ชาติ ยองซุนถามตามว่าเธอพูดตามที่โรงเรียนกวดวิชาเอกชนสอนใช่ไหม เมื่อเห็นคยองจาทำหน้างงๆ  ยองซุนจึงบอกว่าผู้สมัคร 99 ใน 100 คนล้วนตอบคำถามแบบเดียวกับเธอ ซ้ำร้ายยองซุนยังทายแม่นเหมือนตาเห็นว่าคยองจามาสมัครงานที่นี่เพราะต้องการหาประสบการณ์เพื่อปูทางไปสู่งานในฝัน ทั้งยังบอกด้วยว่าเธอมองไม่เห็นความมุ่งมั่นหรือความปรารถนาอันแรงกล้าในดวงตาของคยองจา 

หลังพิลฮุนอ้างว่าเขามาสมัครงานที่เอ็นไอเอสเพราะรักชาติและจะรักจนชั่วชีวิต วอนซอกก็ถามว่าเขาจะรักชาติตลอดชีวิตได้อย่างไรในเมื่อความรักมักไม่จีรัง พิลฮุนร่ายสรรพคุณของตัวเองว่าเก่งขั้นเทพทั้งในเรื่องเทควันโด  ยิงปืน แถมยังมีใบอนุญาตขับเครื่องบินเล็ก ใบรับรองการดำน้ำแบบสคูบา และใบอนุญาตขับรถแข่งอีกด้วย เขาฝึกฝนตัวเองทุกวันราวกับว่าอยู่ในวงการสายลับมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงมั่นใจว่าจะเป็นสายลับที่ดีได้ ทั้งหมดนี้คือการเตรียมความพร้อมเพื่อรับใช้ชาติอันเป็นที่รักตลอดไป... แม้จะดูเพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่วอนซอกไม่ค่อยปลื้มเมื่อเห็นว่าผลการเรียนของพิลฮุนไม่สู้ดีนัก 


ยองซุนเห็นผลการเรียนอันล้ำเลิศของคยองจาแต่กลับบอกว่า พวกตนไม่ต้องการคนเรียนเก่ง เธอทดสอบความรู้ของคยองจาด้วยการเอ่ยชื่อผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ ส้ม มะนาว องุ่น และแอปริคอต แล้วถามว่าผลไม้ทั้งหมดนี้เหมือนกันตรงไหน คยองจาตอบอย่างมั่นใจว่าเป็นผลไม้ที่ถูกนำมาใช้เป็นชื่อของการปฏิวัติ ได้แก่ การปฏิวัติสีส้มที่ยูเครน, การปฏิวัติเลมอนที่คีร์กีซสถาน (ภายหลังถูกเรียกว่าการปฏิวัติทิวลิป), การปฏิวัติองุ่นในมอลโดวา (เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าการปฏิวัติทวิตเตอร์) และ การปฏิวัติแอปริคอตในอาร์เมเนีย  

ซองจุนถามต่อว่า ประเทศชาติหมายความว่าอย่างไร คยองจาตอบว่าคือ แผ่นดิน ผืนฟ้า และผืนน้ำที่เธออาศัยอยู่  ยองซุนแย้งว่าพวกตนไม่ต้องการคำตอบตามพจนานุกรม แต่อยากรู้ว่าสำหรับคยองจาแล้วประเทศชาติมีความหมายว่าอย่างไร คยองจาได้แต่อึ้งเพราะนึกไม่ออกว่าจะตอบอย่างไรดี ยองซุนชี้ว่าคยองจาเก่งแต่เรื่องในตำรา เลยอธิบายไม่ได้ว่าประเทศชาติหมายความว่าอย่างไรในสายตาเธอ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เอ็นไอเอสไม่นำผลการเรียนมาเป็นปัจจัยหลักในการคัดเลือกพนักงานใหม่

หลังโดนทักว่าผลการเรียนย่ำแย่ พิลฮุนพยายามแย้งว่า การมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นสายลับสำคัญกว่าผลการเรียน แต่วอนซอกบอกว่า เอ็นไอเอสคัดเลือกคนโดยดูจากผลการเรียนเป็นหลัก และต้องการพนักงานระดับหัวกะทิที่มีผลการเรียนเยี่ยมยอดเท่านั้น


ทั้งคยองจาและพิลฮุนต่างเดินออกจากห้องสัมภาษณ์ด้วยสีหน้าผิดหวังในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่หยุดยืนทำใจที่หน้าห้อง เมื่อหันไปเห็นพิลฮุนยืนอยู่ตรงหน้า คยองจาก็ตกใจสุดขีด....

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรติดตามชมได้ใน "7th Grade Civil Servant" ทางช่องเวิร์คพอยท์ทีวี

* เนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดง


ชเว คังฮี
รับบท คิม ซอวอน / คิม คยองจา



 จูวอน
รับบท ฮัน กิลโร / ฮัน พิลฮุน




ฮวาง ชานซอง
รับบท กง โดฮา



ซู ฮยอน
รับบท มีแร



คิม มินซอ
รับบท ชิน ซอนมี


นักแสดงรับเชิญ



ออม แทวุง
รับบท ชเว อูฮยอก





* ดูคลิปเอ็มวีและเบื้องหลังได้ ที่นี่


*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา