วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เรื่องย่อ ลิขิตรักข้ามเวลา (Nine: Time Travel Nine Times)




กำกับ:  คิม ยองซู
เขียนบท:  ซอง แจจอง, คิม ยูนจู
แนวละคร:  ย้อนอดีต โรแมนติก, แฟนตาซี, ลึกลับ, เมโลดราม่า
จำนวนตอน:  20
ออกอากาศ:  เกาหลี - 11 มีนาคม 2556 - 14 พฤษภาคม 2556 ทางทีวีเอ็น
                      ไทย - ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น. ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ทีวี ออกอากาศ 5 เมษายน 2557 - 8 มิถุนายน 2557

เรื่องย่อ



ละคร "ลิขิตรักข้ามเวลา  (Nine: Time Travel Nine Times)" สร้างสรรค์โดยทีมผู้กำกับและผู้เขียนบทละคร "อินยอน มหัศจรรย์รักข้ามภพ"  ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางข้ามภพข้ามเวลาเช่นกัน แต่ใน "ลิขิตรักข้ามเวลา" เป็นการย้อนเวลาในชาตินี้ เนื้อเรื่องกล่าวถึงการเดินทางไป-มาระหว่างโลกในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน (ปี ค.ศ. 1992) กับโลกปัจจุบัน (ปี 2012) ของตัวละครหลัก "ปาร์ก ซอนวู"  ซึ่งสามารถเดินทางไปเยือนโลกในอดีตได้ทั้งหมด 9 ครั้ง เขาจึงใช้โอกาสนี้กลับไปไขปริศนาคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนและปกป้องคนในครอบครัว แต่การกระทำดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตในปัจจุบันของใครหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของซอนวูเอง


เหตุการณ์ในละครเริ่มต้นขึ้นบนเทือกเขาหิมาลัยในประเทศเนปาล "ปาร์ก จองวู" เดินทางขึ้นเขาตามลำพังท่ามกลางสภาพอากาศอันเลวร้ายและหนาวเหน็บ แม้จะอ่อนล้าและต้องล้มลุกคลุกคลานหลายครั้งหลายหนแต่เขาก็ยังฝืนทน ไม่นานเขาก็ล้มลงไปนอนตัวสั่นเทาโดยที่ในมือยังคงกำธูป 1 ดอกแน่น เมื่อมีเงาใครคนหนึ่งทาบลงบนใบหน้าเขา เขาจึงลืมตาขึ้น

วันที่ 15 ธันวาคม 2012 ที่เมืองโปขระ ประเทศเนปาล  

"ปาร์ก ซอนวู" นั่งอยู่บนเครื่องบินเล็กที่กำลังบินผ่านเทือกเขาหิมาลัย... ในขณะที่เครื่องบินกำลังลดระดับเพื่อลงจอดที่สนามบิน อยู่ๆ เขาก็มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจึงรีบหยิบยาแก้ปวดออกมาทาน นักท่องเที่ยวที่นั่งข้างๆ กล่าวว่าอาการดังกล่าวเป็นภาวะไม่สบายในที่สูง (High Altitude Sickness) เขาเองก็มีอาการดังกล่าวทุกครั้งที่เดินทางมาที่นี่เช่นกัน ซอนวูรู้ดีว่าแท้จริงแล้วตนเองเป็นอะไร แต่เขาก็แกล้งทำเป็นเออออไปกับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว


หลังออกจากสนามบินซอนวูก็หยุดมองเทือกเขาหิมาลัยที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงมินยองตะโกนเรียกจากในรถ "รุ่นพี่คะ! ทางนี้! ทางนี้ค่ะ" เธอเร่งให้เขารีบขึ้นรถเพราะเธอแอบจอดในที่ห้ามจอด ระหว่างซอนวูเดินมาที่รถ มินยองก็บ่นว่าเครื่องบินของเขาดีเลย์เธอเลยต้องขับรถวนไปมาหลายรอบ ซอนวูไม่เปิดโอกาสให้มินยองพูดต่อและคว้าตัวเธอมาจูบทันที มินยองถึงกับอึ้งและตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะหลังถูกซอนวูขโมยจูบ ซอนวูจึงเรียกให้เธอรู้สึกตัวก่อนทำให้ช็อคอีกครั้งด้วยการขอแต่งงานดื้อๆ  "แต่งงานกันเถอะ ที่ผ่านมาพี่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลย เราแต่งงานกันซัก 6 เดือนนะ ไม่ต้องจดทะเบียนหรอก พอครบ 6 เดือนแล้วก็เลิกกัน ดีมั๊ย"

มินยองถาม "จะแต่งงานทำไม ถ้าต้องเลิกกันในอีก 6 เดือนข้างหน้า" ซอนวูตอบว่า "เพื่อเธอไง เธอไม่ยอมแต่งงานเพราะว่าเธอชอบพี่ ว่าไง...จะแต่งไม่แต่งก็รีบบอกมา โอกาสแบบนี้ไม่มีอีกแล้วนะ" ทันใดนั้น รปภ. ของสนามบินก็เป่านกหวีดไล่ให้มินยองรีบนำรถออกจากจุดห้ามจอด ซอนวู (ซึ่งยังไม่ยอมขึ้นรถ) เลยฉวยโอกาสกดดัน "ว่าไง ตอบพี่มาเร็วเข้า" แม้จะยังงงๆ อยู่แต่มินยองก็ตอบทันควันว่า "แต่ง...แต่งค่ะรุ่นพี่" ซอนวูได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจและขึ้นรถทันที


ระหว่างทางมินยองชี้ให้ซอนวูดูยอดเขามัชฉาปูชเรย์ (หรือ "ยอดเขาหางปลา" ซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขาอันนะปุรณะและเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ยอดเขาดังกล่าวเป็นเขตห้ามปีนเขาเพื่อให้เป็นที่สถิตขององค์เทวีอันนะปุรณะ) จากนั้นก็ชี้ให้ดูอันนะปุรณะเบสแคมป์ซึ่งเป็นสถานที่ๆ เธอจะต้องขึ้นไปสัมภาษณ์คณะนักสำรวจ แต่บังเอิญช่วงนี้สภาพอากาศบนเขาค่อนข้างแปรปรวน เธอเลยต้องอยู่แต่ในโรงแรม

มินยองถามซอนวูว่าทำไมอยู่ๆ เขาถึงบินมาที่นี่แบบกระทันหัน ซอนวูตอบว่าตนมาที่นี่ด้วยเหตุผลส่วนตัว มินยองถามว่าเหตุผลอะไร  ซอนวูตอบ "มีเหตุผล 2 ข้อ ข้อแรก พี่มาเพื่อขอเธอแต่งงาน....." มินยองเบรครถจนหัวทิ่ม เธอนึกว่าซอนวูพูดเล่นเรื่องแต่งงาน แต่ซอนวูยืนยันว่าตนไม่ได้พูดเล่นและตนก็คิดมาดีแล้ว (บนเครื่องบิน) ก่อนที่จะพูด มินยองโวยวายว่าเขาเห็นเธอเป็นตัวอะไรถึงขอแต่งงานแค่แป๊บๆ แล้วก็เลิก แถมยังไม่ยอมจดทะเบียนสมรสอีกต่างหาก ซอนวูแย้งว่า "ก็เธอเคยขอคบกับพี่แบบนี้ครั้งนึงไง จะช็อคอะไรนักหนา เธอนั่นแหล่ะที่ต้องการแบบนี้เอง"


ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน.... ขณะทำงานที่สถานีโทรทัศน์ซีบีเอ็ม มินยองพยายามขอร้องให้ซอนวูลองคบกับเธอสัก 6 เดือน พอซอนวูปฏิเสธเธอก็ต่อรองให้เขาออกเดทกับเธอ 3 เดือน แต่ซอนวูยังคงปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย มินยองเลยถามว่า "ถ้าอย่างนั้นรุ่นพี่จูบชั้นทำไม" ซอนวูแย้งว่ามินยองต่างหากที่เป็นฝ่ายจูบตนก่อน  มินยองแย้งกลับว่าเขาติดใจจนขอจูบเธออีก ครั้นพอเถียงสู้ไม่ได้ มินยองก็เหน็บซอนวูว่า ถึงแม้เขาจะดังและหน้าตาดีแต่ก็เริ่มอายุมากแล้ว ที่ต้องนั่งทำงานดึกๆ อย่างนี้เพราะเขาไม่มีแฟน อีกไม่นานเขาก็จะอยู่ในช่วงขาลงแล้วทำไมถึงยังปฏิเสธเธออีก  ซอนวูเห็นน้ำหยดลงบนกระดาษจึงเงยหน้ามองมินยอง ปรากฏว่าเธอเสียใจจนน้ำตาไหลพราก

ตัดกลับมาที่เวลาปัจจุบัน... ซอนวูกล่าวว่า ตอนนั้นมินยองพยายามอ้อนวอนตนสุดฤทธิ์ ตนเลยอยากช่วยให้มินยองสมหวัง มินยองแก้ตัวว่าตอนนั้นเธอพูดไปเพราะความเมา  และการที่เขาขอใช้ชีวิตร่วมกับเธอแค่ 6 เดือนเพราะความสงสารนั้น ไม่ถือว่าเป็นการแต่งงาน เธอจึงไม่อาจทำใจยอมรับ แม้จะเป็นรุ่นน้องแต่เธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรี  ซอนวูจึงกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ.... พี่เองก็คิดว่ามันไม่น่าจะเวิร์คตั้งแต่แรกแล้ว" มินยองได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งอารมณ์เสียจึงเดินลงจากรถด้วยความโมโห


แทนที่จะง้อ ซอนวูกลับบอกมินยองให้เลิกทำตัวราวกับเป็นหญิงสาว (เขาหาว่ามินยองเป็นทอมบอย) และเหน็บว่ามีแต่ผู้หญิงหุ่นเป๊ะเท่านั้นที่มีสิทธิเดินเฉิดฉายต่อหน้าชายหนุ่มแบบนี้ มินยองได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งโมโหและโกรธตัวเองที่ปากตรงกับใจ ซอนวูไม่มีทางเลือกจึงต้องขับรถตามทั้งๆ ที่ไม่มีใบขับขี่สากล เขาบอกให้เธอขึ้นรถโดยหว่านล้อมว่า "ขึ้นรถก่อน ถ้าเธอไม่พอใจเงื่อนไขการแต่งงาน ค่อยมาต่อรองกันใหม่" มินยองได้ยินดังนั้นก็บอกว่า "ต่อรองเหรอ ดูคำพูดที่ใช้สิ เพราะอย่างนี้ไง (มินยองชี้หน้าซอนวู)  เราถึงไม่มีแฟนกะเค้าสักที" ซอนวูตำหนิมินยองที่ใช้คำพูดปีนเกลียวและขู่ว่าถ้าเธอไม่ขึ้นรถเขาจะทิ้งเธอไว้ที่นี่ มินยองเลยยอมขึ้นรถแต่โดยดี 

ซอนวูถามมินยองว่าโรงพักอยู่ที่ไหนแต่มินยองไม่ยอมตอบเพราะนึกว่าเขาพูดเล่น  ซอนวูไม่ง้อและถามคนที่นั่งอยู่ข้างทางว่าสถานีตำรวจอยู่ที่ไหน มินยองเห็นดังนั้นจึงถามว่าจะไปโรงพักทำไม คราวนี้ซอนวูไม่ตอบบ้าง เมื่อไปถึงสถานีตำรวจซอนวูก็บอกให้มินยองไปรอตนที่โรงแรม โดยบอกว่าจะโทรฯ หาหลังเสร็จธุระ มินยองเห็นว่ามีคนยืนรอซอนวูอยู่ที่หน้าโรงพักจึงถามว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร ซอนวูตอบเพียงว่านี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาเดินทางมาที่นี่ มินยองสงสัยว่าซอนวูอาจมีข่าวเด็ดและต้องการเก็บไว้เป็นความลับ แต่ซอนวูยืนยันว่าเขามาทำธุระส่วนตัวและเดินลงจากรถไป  มินยองจึงได้แต่สงสัยว่าอะไรทำให้ซอนวูดั้นด้นมาหาตำรวจที่โรงพักในแถบเทือกเขาหิมาลัย 


ผู้ประสานงานชาวเกาหลีส่งรูปให้ซอนวูดูแล้วถามว่าชายในภาพคือเขาใช่หรือไม่ (เป็นภาพตอนที่เขาสวมกอดพี่ชายซึ่งสวมเสื้อกันหนาวสีแดงแบบเดียวกับที่ผู้ตายสวม) พร้อมทั้งบอกว่านี่เป็นหลักฐานเดียวที่จะยืนยันได้ว่าผู้ตายเป็นใคร เมื่อซอนวูยืนยันว่าคนที่อยู่ในภาพคือตน  ชายคนดังกล่าวจึงบอกว่าของที่อยู่ในกล่องตรงหน้าเป็นของพี่ชายซอนวู เขาสรุปสำนวนที่ตำรวจท้องที่ทำเอาไว้เมื่อ 6 เดือนก่อนให้ซอนวูฟังคร่าวๆ ว่า  เจ้าหน้าที่พบศพผู้ตายในแม่น้ำ คาดว่าน่าจะเสียชีวิตในเดือนมกราคม (เกือบ 1 ปีก่อน) สภาพศพเน่าเปื่อยมากจนไม่อาจบันทึกลายนิ้วมือได้ เนื่องจากศพถูกแช่แข็งท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเหน็บในช่วงฤดูหนาว และเปื่อยยุ่ยหลังเจอทั้งแดดและลมฝนในช่วงฤดูร้อน

ด้วยความที่ศพแช่อยู่ในน้ำ (มือยังคงกำธูป 1 ดอกแน่น)  ตัวหนังสือบางส่วนในพาสปอร์ตจึงละลายหายไป ทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนผู้ตายได้ ถึงกระนั้นเจ้าหน้าที่ก็รู้ว่าชายคนดังกล่าวเป็นชาวเกาหลี จึงโทรฯ ไปสอบถามที่สถานทูต แต่ก็ไม่พบว่ามีชาวเกาหลีสูญหายหรือเดินทางมาที่นี่ในช่วงเวลาดังกล่าว หลังสืบสวนคดีนี้มานานหลายเดือนแต่ยังคงคว้าน้ำเหลว เจ้าหน้าที่ก็แทบถอดใจ โชคดีที่พบรูปถ่ายของซอนวู

ซอนวูนั่งดูรูปศพแล้วนึกสงสัยว่าทำไมพี่ชายของเขาถึงกำธูปเอาไว้ในมือ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าการจุดธูปเป็นเรื่องปกติของที่นี่ และมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยที่ชอบซื้อธูป จากนั้นก็บอกซอนวูว่าตำรวจที่นี่ปิดคดีโดยระบุว่าพี่ชายของเขาประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินสูญหาย แถมเงินจำนวนมากของพี่ชายเขาก็ยังอยู่ ประกอบกับสภาพอากาศในช่วงเดือนมกราคมของที่นี่ก็ค่อนข้างเลวร้ายจึงเป็นอันตรายสำหรับการปีนเขา หากซอนวูต้องการรื้อคดีใหม่ก็อาจยื่นคำร้องได้ แต่คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะศพถูกเผาแล้ว

เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวสงสัยว่าทำไมซอนวูเพิ่งแจ้งความคนหาย ทั้งๆ ที่พี่ชายของเขาถึงแก่ความตายได้เกือบ 1 ปีแล้ว ซอนวูตอบว่าถ้าตนไม่มีธุระสำคัญจนต้องติดต่อพี่ชายกระทันหัน ป่านนี้ตนคงยังไม่รู้ว่าพี่ชายตายไปแล้ว หลังจากนั้น ซอนวูก็นำกล่องที่บรรจุข้าวของๆ พี่ชายกลับมาที่โรงแรมและรื้อดูสิ่งของในกล่อง พอเห็นสมุดบันทึกเขาก็หยิบขึ้นมาดูและพบว่าในสมุดมีแต่ข้อความที่พี่ชายเขาเขียนกระตุ้นเตือนและให้กำลังใจตัวเอง  ทำให้ซอนวูถึงกับน้ำตาคลอ

ที่กรุงโซล เมื่อหนึ่งปีก่อน


ซอนวูนัดพบจองวูที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในช่วงเทศกาลคริสต์มาส แต่จองวูมาถึงก่อน (เขาสวมเสื้อกันหนาวสีแดงตัวเดียวกับตอนที่พบเป็นศพ) ระหว่างนั่งรอเขามีอาการสับสน กระวนกระวายใจ และเหม่อลอย  เมื่อซอนวูไปถึงทั้งคู่ก็สวมกอดกัน (และถูกถ่ายรูปพอดี) จองวูออกตัวว่าตนเพิ่งรู้ว่าซอนวูกลับมาจากนิวยอร์กแล้ว ซอนวูแย้งว่าตนส่งอีเมล์ไปบอกนานแล้ว  จองวูเลยแก้ตัวว่าตนอยู่ในที่ๆ ไม่สามารถเช็คอีเมล์ได้

อยู่ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งนำรูปโพลารอยด์มาให้ซอนวู โดยบอกว่าเธอกำลังจะถ่ายรูปเพื่อนแต่เขาเดินเข้ามาบังกล้องพอดี เธอเลยคิดว่าเขาน่าจะอยากได้ภาพนี้ (เป็นภาพขณะที่ซอนวูกำลังสวมกอดพี่ชาย โดยที่พี่ชายเขาหันหลังให้กล้อง)  จองวูขอเก็บภาพถ่ายเอาไว้เองและถามซอนวูว่านำสิ่งที่ตนขอมาด้วยหรือเปล่า ซอนวูยื่นซองเงิน (อย่างหนา) ให้พี่ชายพร้อมทั้งบอกว่าตนแลกเป็นเงินสกุลดอลลาร์มาให้แล้ว


ซอนวูสงสัยว่าพี่ชายจะนำเงินก้อนนี้ไปทำอะไร แต่จองวูบอกเพียงว่าตนกำลังตามหาอะไรบางอย่างเลยจำเป็นต้องใช้เงิน เมื่อถูกถามว่าเขากำลังหาอะไร จองวูก็ถามกลับว่า "ไม่อยากเป็นเหมือนเมื่อก่อนเหรอ พี่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นนะ" ซอนวูแย้งพี่ชายว่าถ้าเขาอยากมีชีวิตเหมือนเมื่อก่อนก็ต้องกลับบ้าน จองวูบอกว่าถึงตนกลับบ้านก็ไม่เหมือนเดิมอยู่ดี เพราะแม่เปลี่ยนไป ส่วนพ่อก็ไม่อยู่แล้ว คำว่า 'เหมือนเมื่อก่อน' ของตนไม่ได้เป็นอย่างที่ซอนวูคิด แต่หมายถึงการกลับไปยังช่วงเวลาในอดีตตอนที่ทุกคนในครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  หากเขาหาสิ่งที่ต้องการเจอความฝันของเขาก็จะเป็นจริง

จองวูยังบอกอีกว่า อีกไม่นานตนจะพาซอนวูกลับไปอยู่ในช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นและมีความสุข เมื่อถึงเวลานั้นซอนวูจะต้องช็อคแน่ๆ แต่ตนจะยังไม่เล่าอะไรให้ฟังในตอนนี้ เพราะถึงบอกไปซอนวูก็คงไม่เชื่ออยู่ดี ซอนวูรู้สึกว่าพี่ชายเริ่มพูดเพ้อเจ้อจึงขอตัวไปซื้อกาแฟ ก่อนไปเขาบอกจองวูว่าห้ามหนีไปไหนอีก เพราะถ้าหนีไปคราวนี้เขาจะไม่มาหาจองวูอีกเลย จองวูพยักหน้ารับและมองซองเงินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ครั้นพอกลับมาที่โต๊ะซอนวูก็พบเพียงข้อความที่จองวูเขียนลงบนซองเปล่า "ขอโทษนะซอนวู แล้วพี่จะรีบกลับมา"  

ตัดกลับมายังช่วงเวลาปัจจุบัน


ซอนวูมองภาพถ่ายในมือด้วยน้ำตาคลอเบ้า เมื่อพลิกสมุดบันทึกไปเรื่อยๆ เขาก็พบภาพถ่ายในอดีตของครอบครัว ซอนวูถึงกับร่ำไห้เมื่อนึกถึงคำพูดของพี่ชายที่บอกว่า อยากกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนตอนที่ทุกคนในครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข  ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกไม่สบายจึงวิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ เมื่อมินยองมาเคาะประตูห้อง เขาก็เดินไปเปิดประตูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มินยองเพิ่งรู้ว่าพี่ชายของซอนวูเสียชีวิตจึงถามด้วยความเป็นห่วงว่าเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม ซอนวูถามกลับว่า "รู้มั๊ย ทำไมพี่ถึงโทรฯ หาเธอเป็นคนแรก... เพราะพี่ไม่อยากร้องไห้ ถ้าเธอทำหน้าเศร้าใส่พี่แล้วพี่จะโทรฯ หาเธอทำไม พี่ไม่อยากเจอคนแบบนั้น แค่เปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่อยากเจอ ไม่รู้เหรอว่าข้อดีเพียงอย่างเดียวของเธอก็คือการมีใบหน้าเปี่ยมสุขเสมอ เพราะอย่างนี้พี่ถึงขอเธอแต่งงานไง รู้ไว้ซะด้วย"  พูดจบเขาก็ขอให้มินยองพาไปทานอาหารพื้นบ้าน โดยบอกให้ทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มินยองเข้าใจและรับปากว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เธอบอกซอนวูว่าไม่มีใครรู้ว่าเขาเดินทางมาที่นี่ เธอหลงดีใจเพราะนึกว่าเขาตั้งใจมาหาเลยไม่กล้าบอกใคร ทันใดนั้น ซอนวูก็เริ่มมีอาการปวดหัวเขาจึงบอกมินยองว่าขอเวลา 10 นาที หลังทานยาแล้วซอนวูก็หันไปเห็นสมุดบันทึกและรูปครอบครัวตกอยู่บนพื้น เขาจึงเดินไปเก็บโดยไม่ทันเห็นว่ามีสิ่งของบางอย่างตกอยู่ที่พื้น 


มินยองพาซอนวูไปทานอาหารที่ร้านริมแม่น้ำ (โดยมียอดเขายอดเขามัชฉาปูชเรย์อันเลื่องชื่อและเทือกเขาอันนะปุรณะเป็นแบล็คกราวนด์) มินยองยังคงคาใจว่าทำไมเขาถึงขอเธอแต่งงานโดยบอกว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันเพียง 6 เดือนแทนที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ซอนวูถามกลับว่า 6 เดือนยังไม่พออีกหรือ มินยองบ่นว่าเขากับเธอยังไม่เคยออกเดทกันเลยด้วยซ้ำ อยู่ๆ ก็จะแต่งงานกันเลยแถมยังแต่งแค่ 6 เดือนอีกต่างหาก ซอนวูขอโทษแล้วบอกว่าอีกหน่อยตนจะยุ่งมากๆ มินยองแย้งว่าเธอเองก็ยุ่งเหมือนกันและตำหนิซอนวูที่เพิ่งคิดได้ตอนนี้ ทั้งๆ ที่รู้จักกันมา 5 ปีแล้ว (น่าจะชวนเธอออกเดทมาตั้งนานแล้ว) 

มินยองกล่าวว่า เขาทำร้ายจิตใจเธอมาตั้ง 5 ปี ซอนวูทำหน้าเศร้าแล้วบอกว่า "พี่เองก็เสียใจในเรื่องนี้ ทำไมพี่ถึงได้โง่อย่างนี้นะ" หลังครุ่นคิดครู่หนึ่งซอนวูก็กล่าวว่า "ไม่ใช่พี่ที่โง่หรอก แต่เป็นเพราะเธอต่างหากที่ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเอาเสียเลย เจอตอนแรกพี่ดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเธอเป็นผู้ชายรึผู้หญิงกันแน่" มินยองทำท่าว่าจะโวยวายแต่พอเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังเดินผ่านมา เธอก็รีบวิ่งไปหลบ ซอนวูไม่รู้จะหลบยังไงเลยได้แต่เอามือปิดบังใบหน้า แต่ทีมข่าว (เพื่อนร่วมงานที่บริษัทเขา) เห็นเพียงด้านหลังก็จำเขาได้จึงกรูกันเข้าไปทักทาย


ทุกคนรู้สึกประหลาดใจที่อยู่ๆ ซอนวูก็มาโผล่ที่เนปาล ซอนวูอ้างว่าตนมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด หนึ่งในทีมงานเห็นกระเป๋าผู้หญิงวางอยู่บนเก้าอี้จึงชี้บอกเพื่อนๆ ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจและแซวซอนวูที่ อุตส่าห์แอบพาสาวมาเที่ยวแต่ดันถูกพวกตนจับได้ เพื่อนร่วมงานคนเดิมเห็นมือถือวางอยู่บนโต๊ะก็รู้สึกคุ้นๆ จึงหยิบขึ้นมาดูและพบว่าเป็นของมินยอง ซอนวูเลยได้ยืนอึ้งพูดไม่ออกและโดนเพื่อนร่วมงานล้อตลอดเวลา

มินยองขอใช้โทรศัพท์โรงแรมโทรฯ หาซอนวู ปรากฏว่าเพื่อนร่วมงานของเธอนำโทรศัพท์มือถือและกระเป๋ามาให้พอดี  พอถูกล้อมากๆ เข้าเธอก็แย่งกระเป๋าและมือถือคืนจากเพื่อนร่วมงานแล้ววิ่งหนีไป หลังกลับห้องพักแล้วมินยองก็โทรฯ หาซอนวู เธอรู้สึกเสียดายที่เดทครั้งแรกล้มไม่ท่า เลยถามว่าเขาอยากหาที่เงียบๆ ดื่มเบียร์กันไหม  ซอนวูปฏิเสธโดยบอกว่าเขาต้องการพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้เช้าต้องกลับเกาหลีแล้ว เขาเร่งให้เธอรีบทำงานให้เสร็จจะได้กลับบ้านเร็วๆ  เพราะถ้าขืนชักช้าเวลาของเธอและเขาก็จะยิ่งเหลือน้อยลง และเขาก็จะไม่รอเธอ


ซอนวูล้มตัวลงนอนแต๋ก็นอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมานั่ง เขาเหลือบเห็นถุงใส่ไฟแช็คและธูปหอมหนึ่งดอกหล่นอยู่บนพื้น จึงนึกถึงคำพูดของเจ้าหน้าที่ชาวเกาหลีที่บอกว่าพี่ชายของเขาพยายามจุดธูปดอกนี้ก่อนเสียชีวิต ซอนวูหยิบธูปมาลองจุดดูโดยนำไปวางบนแท่นวางธูปข้างเตียงแล้วล้มตัวลงนอน  พอลืมตาขึ้นเขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนภูเขาท่ามกลางหิมะและอากาศอันหนาวเหน็บ เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ เขาก็พบว่าพายุหิมะกำลังพัดโถมเข้ามา เขาจึงรีบหลับตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงของโรงแรม (ใบหน้าของเขายังคงมีหิมะติดอยู่) และตอนนั้นธูปก็มอดดับหลังไหม้ไป 1 ใน 3 ส่วนแล้ว

หลายวันต่อมา ซอนวูซึ่งเป็นผู้ประกาศของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็มบีเตรียมตัวรายงานข่าวภาคค่ำและสัมภาษณ์สดประธานชเว จินชอล ซึ่งอยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนเข้าสู่ช่วงข่าว 10 นาที ซอนวูรีบโทรฯ ไปบอกพยาบาลว่าอย่าให้แม่ของตนดูข่าวภาคค่ำคืนนี้   พยาบาลจึงกล่าวว่าแม่ของเขาคงผิดหวังแย่ เพราะปกติแล้วเธอจะต้องดูซอนวูอ่านข่าวก่อนเข้านอนทุกคืน ไม่แน่ว่าเธออาจจะจำซอนวูได้


ก่อนสัมภาษณ์สด 7 นาที ประธานชเวเห็นว่าผู้ที่จะสัมภาษณ์ตนคือซอนวูจึงขอทีมงานทักทายซอนวูหลังไมค์ ซอนวูพยายามข่มใจและทักทายประธานชเวตามมารยาท เมื่อประธานชเวถามถึงจองวู ซอนวูก็ยิ่งรู้สึกโกรธแค้น โชคดีที่ทีมงานตัดสายเพราะเหลืออีก 1 นาทีก็จะได้เวลาสัมภาษณ์สด  ทีมงานที่สวิตเซอร์แลนด์สงสัยว่าประธานชเวรู้จักซอนวูได้อย่างไร ประธานชเวตอบว่าซอนวูเป็นลูกชายของเพื่อนตน แต่หลังจากเพื่อนตนเสียชีวิต ตนก็ไม่ได้พบซอนวูอีกเลย

แม้จะควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้ แต่ซอนวูก็โกรธจนมือสั่นหลังได้คุยกับประธานชเว เขาสัมภาษณ์ประธานชเวตามสคริปต์ที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ โดยประเด็นคำถามจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการวิจัยสเต็มเซลล์ของประธานชเวที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก ก่อนจบการสัมภาษณ์สคริปต์ระบุให้ซอนวูกล่าวแสดงความยินดีกับประธานชเว แต่เขากลับถามนอกสคริปต์ว่าประธานชเวรู้เห็นเกี่ยวกับการทดลองที่ผิดกฏหมาย และทราบเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างการทำวิจัยหรือไม่


ซอนวูแฉว่า เมื่อปี 2009  โครงการวิจัยของประธานชเวให้ทีมวิจัยหญิง 7 คนเซ็นบริจาคไข่ หนึ่งในนั้นเป็นอัมพาตระหว่างทำการทดลอง ต่อมาในปี 2010  มีการรับบริจาคไข่จากผู้เข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย 65 คน ในจำนวนนี้มีหญิงฟิลิปปินส์ 3 คนเป็นอัมพาตจากการใช้ยากระตุ้นไข่ตกเกินขนาด โดยหนึ่งในนั้นเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ โครงการของเขายังตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมัครเพื่อเป็นการบังหน้า แล้วทำการทดลองกับผู้สูงอายุโดยไม่ได้รับความยินยอม

ประธานชเวได้แต่นั่งอึ้ง ส่วนทีมงานฝ่ายข่าวทั้งที่เกาหลีและสวิตเซอร์แลนด์ต่างพากันช็อคที่ซอนวูพูดนอกสคริปต์ หลังถูกซอนวูคาดคั้นเอาคำตอบ ประธานชเวก็ตอบเพียงว่าตนไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีเรื่องแบบนี้ แต่จะลองตรวจสอบดู หลังจบการสัมภาษณ์ ประธานชเวก็นั่งบ่นกับตัวเองว่า "ชั้นนึกว่าจะมีแต่พี่ชายมันที่เพี้ยนไปแล้วเสียอีก"



หลังซอนวูก่อเรื่อง "โอ ชอลมิน"  ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ซีบีเอ็มก็ถูกต่อว่าทางโทรศัพท์เป็นชุด ถึงกระนั้นเขาก็ยังปกป้องและไม่ยอมไล่ซอนวูออก เมื่อซอนวูเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของเขา เขาก็บอกให้ซอนวูล็อคประตูแล้วบอกว่า "เราจะเริ่มด้วยการแบนนาย 6 เดือน ถ้านายเข้าใกล้สตูดิโออีกเมื่อไหร่ ชั้นจะฆ่านาย"  ชอลมินยังขู่ซอนวูด้วยว่าตนจะจับตาดูความประพฤติของเขานับตั้งแต่บัดนี้ แล้วจึงพิจารณาว่าหลังจากนั้นจะไล่ซอนวูออกหรือตบสั่งสอนดี  

ปรากฏว่าซอนวูมายื่นใบลาออกโดยให้เหตุผลว่าตนกำลังจะตายในไม่ช้า จากนั้นก็อธิบาย (โดยไม่เปิดโอกาสให้ชอลมินพูดหรือโต้แย้ง) ว่าตนเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรง เนื้องอกชนิดนี้แม้ผ่าตัดสำเร็จก็จะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี แต่เนื่องจากจุดที่ตนเป็นผ่าตัดไม่ได้ ดังนั้น ตนจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปีและจะใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้ไม่เกิน 6 เดือน ถึงกระนั้นตนก็รู้สึกโล่งใจที่พบว่าตนเองเป็นเนื้องอกในสมอง ก่อนหน้านี้ตนคิดว่าตัวเองจะเป็นโรคจิตเภทเหมือนแม่และพี่ชาย เลยกลัวมาตลอดว่าจะเป็นบ้าสักวัน ตอนนี้ตนรู้สึกดีใจที่ตัวเองจะไม่เป็นบ้า 


เขาถามชอลมินด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า "ผู้อำนวยการรู้มั๊ย ทำไมแม่ผมถึงต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคจิตเภท รู้มั๊ยทำไมพี่ชายผมถึงตายหลังจากเป็นบ้า รู้มั๊ยทำไมพ่อผมซึ่งเป็นหมอที่ผู้คนยอมรับนับถือถึงตายในกองไฟ ผู้อำนวยการจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงทำอย่างนั้น ถ้ารู้ว่าชเว จินชอล เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมในครอบครัวของผม เขาทำให้โรงพยาบาลของพ่อผมไฟไหม้เมื่อ 20 ปีก่อน เขาเอาโรงพยาบาลไปจากเรา หลังจากนั้นแม่ผมก็เสียสติ ส่วนพี่ชายก็หนีออกจากบ้าน เขาฮุบโรงพยาบาลของเราไปดื้อๆ หลังจากพ่อตาย ตอนนี้นอกจากเขาจะเป็นบุคคลสำคัญในวงการแพทย์ของเกาหลี เขายังพยายามขึ้นเป็นที่หนึ่งของโลกอีกด้วย และผมต้องมานั่งแสดงความยินดีกับเขาราวกับเป็นไอ้งั่ง โลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมเลยจริงมั๊ยครับ ผมเล่าเรื่องนี้ให้ผู้อำนวยการฟัง เพราะผมรู้ว่าผู้อำนวยการจะจัดการเรื่องนี้ยังไง  โปรดช่วยผมด้วย อย่าให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ ด้วยการตัดสินว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ประกาศ"

ซอนวูมอบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการวิจัยของประธานชเวให้ชอลมิน โดยย้ำว่าทุกอย่างคือความจริง และข้อมูลเหล่านี้ก็มากพอที่จะทำให้ชเว จินชอลติดคุกตลอดชีวิต ถ้าหากชอลมินยอมช่วยตน หลังฟังอยู่นานชอลมินก็ขอเคลียร์เรื่องแรกก่อน เขาถามย้ำว่าซอนวูกำลังจะตายจริงหรือ ซอนวูกล่าวว่า ตนนึกว่าตัวเองจะมีเวลามากพอสำหรับการล้างแค้น เพราะตนอายุน้อยกว่าชเว จินชอลมาก ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายตนจะต้องตายก่อนคนแก่อย่างชเว จินชอล ชอลมินถามย้ำคำเดิมว่า "นี่นายกำลังจะตายจริงเหรอ" ซอนวูยอมรับและบอกว่าตนไม่มีเวลาแล้วจริงๆ


ระหว่างเดินทางไปยังเบสแคมป์บนเทือกเขาหิมาลัย  มินยองก็ขอให้ทีมงานหยุดรถเพื่อโทรฯ หาซอนวู (บนเขาไม่มีสัญญาณ) เธอถามถึงเหตุผลที่ซอนวูต้องการคบเธอเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ซอนวูตอบตามตรงว่าเพื่อที่ตนและมินยองจะได้ไม่รู้สึกผูกมัด เพราะถ้าหากผูกมัดหรือผูกพันกันมากๆ มันจะเจ็บเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกัน

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน "ลิขิตรักข้ามเวลา (Nine: Time Travel Nine Times)"

* เนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดงนำ




ลี จินวุค
รับบท ปาร์ก ซอนวู





จู ยุนฮี
รับบท จู มินยอง




ปาร์ก ฮยองชิก (วงเจอา: ZE:A - 'Children of Empire')
รับบท ปาร์ก ซอนวู ในปี ค.ศ. 1992




ชอน โนมิน
รับบท  ปาร์ก จองวู ในปัจจุบัน




* ดูคลิปตัวอย่างและเพลงประกอบละครได้ ที่นี่


*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา