วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เรื่องย่อ ฉู่ฮั่น ศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพี (Legend of Chu and Han)




กำกับ: เกาซีซี
เขียนบท: หวังไห่หลิน, เหยียนกัง
แนวละคร: อิงประวัติศาสตร์, ดราม่า
จำนวนตอน: 80
ออกอากาศ: จีน - ครั้งแรก 28 ธันวาคม 2555 ทางเจ้อเจียงแซทเทลไลท์ทีวี, อันฮุยทีวี, เทียนจินทีวี, ปักกิ่งทีวี
             ไทย - ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 21.15-22.55 น. ทางทรูโฟร์ยู เริ่มวันที่ 10 สิงหาคม 2558

เรื่องย่อ




ละคร "ฉู่ฮั่น ศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพี" (Legend of Chu and Han หรือ King's War) นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ช่วงปลายของราชวงศ์ฉิน ไปจนถึงการทำ "สงครามฉู่-ฮั่น" ระหว่างเซี่ยงอวี่กับหลิวปัง ซึ่งเป็นสงครามแย่งชิงราชบัลลังก์ที่กินเวลายาวนานถึง 4 ปี ก่อนที่หลิวปังจะเอาชนะและตั้งตนเป็น "สมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเกาจู" ปฐมจักรพรรดิผู้สถาปนาราชวงศ์ฮั่น  

เรื่องราวในละครเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 224 ก่อนคริสตกาล (ก่อนก่อตั้งราชวงศ์ฉิน ในตอนนั้นจีนได้แตกแยกออกเป็น 7 รัฐ ได้แก่ ฉิน หาน เว่ย ฉู่ จ้าว เอี้ยน และ ฉี)  "อิ๋งเจิ้ง" อ๋องแห่งรัฐฉิน (ฉินอ๋อง) อยู่ในระหว่างการทำศึก 6 รัฐเพื่อผนวกแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียว หลังขุนพล "หวังเจี้ยน" แห่งรัฐฉินเอาชนะรัฐหาน รัฐจ้าว รัฐเอี้ยน รัฐเว่ย ได้สำเร็จ ก็นำทัพ 6 แสนคนลงใต้เพื่อโจมตีรัฐฉู่ของฝูจู่อ๋อง  แม้ "เซียงเอี้ยน" จะเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจของรัฐฉู่ ทั้งยังเคยเอาชนะรัฐฉินมาแล้วหลายครั้ง แต่หลังจากทำสงครามกับรัฐฉินมาตลอด 1 ปีเต็ม ทัพของเซียงเอี้ยนก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เพราะไม่อาจต้านทานกองกำลังอันมหาศาลของศัตรู แถมทหารยังล้มตายจนเกือบหมด เขาจึงสาปแช่งฉินอ๋องและฆ่าตัวตายในสนามรบ  (เซี่ยงเอี้ยนเป็นปู่ของเซี่ยงอวี่)

หลังเอาชนะรัฐฉู่ได้สำเร็จ กองกำลังของรัฐฉินก็เอาชนะรัฐที่เหลืออย่างง่ายดาย โดยเอาชนะจนครบทั้ง 6 รัฐและผนวกแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จในปี 221 ก่อนคริสตกาล   หลังจากนั้น 1 ปีอ๋องแห่งรัฐฉินก็สถาปนาราชวงศ์ฉินและตั้งตนขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์โดยใช้พระนามว่า "ฉินสื่อหวงตี้" หรือที่คนไทยเรียกว่า "จิ๋นซีฮ่องเต้" (ฉินซีฮ่องเต้)




หลังขึ้นครองราชย์ จิ๋นซีฮ่องเต้ ได้ทรงปฏิรูประบบตัวอักษร การเงิน ตลอดจนระบบชั่ง ตวง วัด และเพลาล้อเกวียน/รถม้า ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ทั้งยังแบ่งเขตการปกครองออกเป็นระบบจังหวัด อำเภอ (เมืองหลวงของราชวงศ์ฉินชื่อ "เสียนหยาง"  หรือซีอานในปัจจุบัน)  นอกจากนี้ ยังทรงมีผลงานอันโดดเด่นในด้านการตัดถนน ขุดคูคลอง  ตลอดจนการก่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง กำแพงเมืองจีน (สร้างกำแพงเชื่อมต่อกำแพงที่มีอยู่เดิม) และสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ อันเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก   

พระองค์ยังได้ชื่อว่าเป็นทรราชที่โหดร้ายทารุณมาก ทรงปกครองด้วยความเฉียบขาด อำมหิต กรณีอื้อฉาวที่สุดคือการเผาตำราสำนักขงจื๊อ แล้วจับบัณฑิตสำนักขงจื๊อมาสังหารหมู่อย่างโหดเหี้ยม  ถึงกระนั้นพระองค์กลับกลัวความตายมาก จึงพยายามเสาะหายาอายุวัฒนะแต่สุดท้ายก็ประชวรหนัก และสิ้นพระชนม์ในระหว่างที่ออกตามหายาอายุวัฒนะในถิ่นทุรกันดาร 

ก่อนสิ้นพระชนม์ จิ๋นซีฮ่องเต้ได้มีราชโองการให้องค์ชายรัชทายาท "ฝูซู" เป็นผู้สืบราชบัลลังก์ แต่องค์ชาย "หูไห่" พระโอรสองค์รอง ได้ร่วมมือกับขันที "เจ้าเกา"   และขุนนางนามว่า "หลี่ซือ" ปลอมราชโองการให้ฝูซูและแม่ทัพเหมิงเถียนฆ่าตัวตาย จากนั้นก็ตั้งหูไห่เป็นฮ่องเต้โดยใช้พระนามว่า "พระเจ้าฉินที่สอง" หรือ "ฉินเอ้อซื่อ" ซึ่งเป็นฮ่องเต้ที่โหดเหี้ยมดุจพระบิดาแต่ไร้ซึ่งความสามารถ  จึงกลายเป็นหุ่นเชิดของเจ้าเกา พระองค์ทรงทุ่มเงินทองจำนวนมหาศาลไปกับการก่อสร้างสุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้ (เริ่มสร้างมาตั้งแต่สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้) ซ้ำยังรีดนาทาเร้น เมื่อประชาชนทนการกดขี่ของราชวงศ์ฉินไม่ไหวจึงพากันก่อกบฏไปทั่วแผ่นดิน




ในเวลานั้นมีกบฏต่อต้านราชวงศ์ฉินหลายกลุ่ม  "เซี่ยงอวี่" และ "หลิวปัง" ต่างก็เป็นหนึ่งในนั้น...

"เซี่ยงอวี่" เกิดในตระกูลขุนศึกที่รัฐฉู่ ถูกกล่าวขานว่าชายหนุ่มรูปงาม กำลังมหาศาล สติปัญญาเฉลียวฉลาด นิสัยเด็ดเดี่ยวดุดัน เจ้าอารมณ์ ทั้งยังเชื่อมั่นในตัวเองเป็นอย่างสูง  เขาเล่าเรียนวิชายุทธและการศึกจาก "เซี่ยงเหลียง"  ผู้เป็นอา  เมื่อเซี่ยงเหลียงชูธงก่อกบฏขึ้นที่รัฐฉู่ และเชิญเชื้อสายกษัตริย์แห่งรัฐฉู่ผู้กลายเป็นสามัญชนชื่อ "หวังซุน" มาเป็น "ฉู่ไหวอ๋อง"  เซี่ยงอวี่จึงกลายเป็นกำลังสำคัญและเป็นขุนพลมือหนึ่งของกองทัพ

ส่วน "หลิวปัง" เป็นลูกชาวนายากจน เกิดในอำเภอเพ่ยเสี้ยน เนื่องจากเขาเป็นคนใจกว้าง นิสัยสนุกสนานเฮฮาจึงมีเพื่อนฝูงมาก หลิวปังได้รับราชการเป็นหัวหน้ามือปราบของตำบลเล็กๆ แห่งหนึ่ง เมื่อได้รับคำสั่งให้นำขบวนนักโทษเดินทางไปยังกรุงเสียนหยางซึ่งเป็นเมืองหลวง แต่ระหว่างทางเกิดมีนักโทษหลบหนีไปเป็นจำนวนมาก  หลิวปังจึงปล่อยนักโทษไปทั้งหมด เหล่านักโทษพากันซาบซึ้งน้ำใจจึงยกให้หลิวปังขึ้นเป็นหัวหน้า ต่อมาหลิวปังได้นำพลพรรคเข้ายึดอำเภอเพ่ยเสี้ยน แล้วตั้งตนเป็นหัวหน้ากบฎ โดยใช้ฉายาว่า "เพ่ยกง"

ในยามนั้นกองทัพกบฏของรัฐฉู่มีกำลังเข้มแข็งที่สุด หลิวปังจึงนำกองกำลังของเขามาเข้าร่วมกับกองทัพกบฏของรัฐฉู่และร่วมมือกับเซี่ยงอวี่โจมตีหัวเมืองต่างๆ เมื่อเซี่ยงเหลียงถูกทหารของแม่ทัพจางหาน (กองทัพฉิน) สังหาร เซี่ยงอวี่จึงถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้นำกบฏแทน




หลังแม่ทัพจางหานนำทัพฉินเข้าล้อมกองกำลังกบฎในเมืองจวี่ลู่ที่รัฐจ้าว อ๋องจ้าวเซียได้ส่งสาสน์มาขอความช่วยเหลือจากฉู่ไหวอ๋อง ฉู่ไหวอ๋องจึงจัดตั้งกองกำลังโดยแบ่งเป็น 2 ทัพ ทัพแรกมีซ่งอี้เป็นแม่ทัพใหญ่ ส่วนเซี่ยงอวี่เป็นแม่ทัพรอง มีหน้าที่ทำลายการปิดล้อมของทัพฉินที่รัฐจ้าว ส่วนอีกทัพนำโดยหลิวปัง ถูกส่งไปโจมตีกวนจงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของราชวงศ์ฉิน  ฉู่ไหวอ๋องยังให้คำมั่นว่าหากใครไปถึงที่ราบกวนจงก่อนจะถูกแต่งตั้งให้เป็นกวนจงอ๋อง

เมื่อซ่งอี้นำกำลังไปถึงเมืองอันหยาง (ก่อนถึงเมืองจวี่ลู่) ถึงได้รู้ว่าฝ่ายฉินมีทหารราวสองแสนนาย ซ่งอี้เกิดความรักตัวกลัวตายจึงสั่งให้ทหารตั้งค่ายและหยุดเคลื่อนทัพเป็นเวลา 46 วัน เซี่ยงอวี่ต้องการกำจัดจางหานเต็มแก่เพื่อล้างแค้นแทนอาจึงเสนอให้รีบเคลื่อนทัพข้ามแม่น้ำเพื่อจู่โจมข้าศึก ซ่งอี้ปฏิเสธและประกาศว่าหากใครฝ่าฝืนคำสั่งห้ามโจมตีข้าศึกจะมีโทษถึงตาย หลังปักหลักท่ามกลางสายฝนจนทหารทั้งป่วย ทั้งหิว และเริ่มไม่พอใจซ่งอี้   เซี่ยงอวี่จึงฉวยโอกาสบุกเข้าไปในเต็นท์แล้วสังหารซ่งอี้จากนั้นก็นำทัพด้วยตนเอง

เซี่ยงอวี่นำทหารราว 2 หมื่นนายบุกโจมตีเมืองจวี่ลู่ทั้งที่มีทหารน้อยกว่าถึง 10 เท่า หลังข้ามแม่น้ำฮวงโหแล้วเซี่ยงอวี่ก็สั่งให้ทหารขนเสบียงที่มากพอสำหรับ 3 วัน ส่วนเสบียงที่เหลือให้ทำลายทิ้ง ทั้งยังสั่งทุบหม้อและภาชนะปรุงอาหาร แถมยังให้ทหารเจาะรูเรือที่ใช้ข้ามแม่น้ำมาทั้งหมด เพื่อบีบทหารของตนให้เอาชนะสถานเดียว (ถ้าไม่ชนะและยึดเสบียงของทัพฉินไม่ได้ก็จะตายกันหมด) ปรากฏว่ากองทัพของเซี่ยงอวี่ได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นเขาก็นำทัพมุ่งหน้าสู่เมืองจี้หยวนซึ่งมีกำลังทหารมากถึง 3 แสนนายและสามารถเอาชนะได้เช่นกัน  ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้กบฏกลุ่มอื่นๆ (ที่เฝ้าดูการสู้รบอยู่ในค่ายแต่ไม่มีใครกล้าออกมาช่วย) นำกองกำลังมาเข้าร่วมกับเซี่ยงอวี่ ส่งผลให้ทัพของเซี่ยงอวี่มีทหารมากถึง 4 แสนนาย




หลังพ่ายแพ้แก่เซี่ยงอวี่  จางหานได้มอบหมายให้แม่ทัพซือหม่าซินเดินทางไปยังเมืองเสียนหยางเพื่อขอเสบียงและกำลังเสริม แต่ขันทีเจ้าเกากลับเพ็ดทูลฮ่องเต้ฉินเอ้อซื่อว่า สาเหตุที่พ่ายแพ้เป็นเพราะจางหานแอบสมคบคิดกับศัตรู ฮ่องเต้จึงปฏิเสธคำขอและสั่งประหารจางหาน มิหนำซ้ำเจ้าเกายังส่งนักฆ่าไปลอบสังหารซือหม่าซินขณะเดินทางกลับ แต่ซือหม่าซินเอาชีวิตรอดมาได้และนำความมาบอกจางหาน หลังจากนั้น จางหาน ซือหม่าซิน และต่งอี้ จึงนำกำลังทหาร 2 แสนนายมาสวามิภักดิ์ต่อเซี่ยงอวี่ แม้เซี่ยงอวี่จะยอมรับแม่ทัพจางหาน ซือหม่าซิน และต่งอี้ไว้เป็นพวก แต่เขาไม่ไว้ใจฝ่ายฉินจึงสั่งประหารทหารฉินทั้ง 2 แสนนายด้วยการ 'ฝังทั้งเป็น' ที่ซินอัน  

หลังจากนั้นเซี่ยงอวี่ก็เตรียมเคลื่อนทัพสู่กวนจง โดยหารู้ไม่ว่ากองทัพของหลิวปังได้บุกไปถึงเมืองเสียนหยางแล้ว (หลิวปังมีที่ปรึกษาที่ดีทำให้ไม่เปลืองแรงและเวลามากนัก) ในตอนนั้นราชวงศ์ฉินกำลังระส่ำระสาย หลังพระเจ้าฉินที่สองทรงครองราชย์ได้เพียง 3 ปีก็ถูกขันทีเจ้าเกาปลงพระชนม์และสถาปนาองค์ชายจื่ออิง (พระโอรสขององค์ชายฝูซู หลานพระเจ้าฉินที่สอง) ขึ้นเป็นพระเจ้าฉินที่ 3 สุดท้ายเจ้าเกาก็ถูกพระเจ้าฉินที่ 3 สังหาร... หลังขึ้นครองราชย์ได้เพียง 46 วัน พระเจ้าฉินที่ 3 ก็ยอมจำนนต่อกองทัพของหลิวปังทำให้ราชวงศ์ฉินล่มสลายลง 

หลังโค่นล้มราชวงศ์ฉินแล้ว หลิวปังก็ห้ามไม่ให้ทหารเผาบ้านเรือนหรือทำร้ายราษฎรฉิน  ทั้งยังส่งทหารจำนวนหนึ่งไปคอยสกัดกองทัพของเซี่ยงอวี่ เมื่อเซี่ยงอวี่เคลื่อนทัพมาถึงด่านหานกู่กวน (ประตูเมืองทางทิศตะวันออกของกวนจง) ก็พบว่าด่านดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของหลิวปัง พอรู้ว่าหลิวปังได้ขึ้นเป็น "กวนจงอ๋อง" ส่วนองค์ชายจื่ออิง (อดีตฮ่องเต้ฉิน) ได้กลายเป็นอัครเสนาบดีของหลิวปัง เซี่ยงอวี่ซึ่งกรำศึกมาอย่างโชกโชนก็รู้สึกไม่พอใจ เขาเคลื่อนทัพออกมาตั้งค่ายที่หงเหมินพร้อมกองกำลัง 4 แสนนาย ขณะที่หลิวปังมีทหารเพียง 1 แสนนายเท่านั้น




"ฟ่านเจิง" ที่ปรึกษาและพ่อบุญธรรมของเซี่ยงอวี่ แนะนำให้สังหารหลิวปังเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม เซี่ยงอวี่จึงเชิญหลิวปังมาร่วมงานเลี้ยงที่หงเหมิน พร้อมทั้งจัดแสดงการร่ายรำเพลงกระบี่หวังใช้โอกาสนี้สังหารหลิวปัง แต่สุดท้ายเซี่ยงอวี่ก็เปลี่ยนใจไม่เอาชีวิตหลิวปังตามคำแนะนำของเซี่ยงป๋อ (ญาติของเซี่ยงอวี่) หลิวปังเห็นท่าไม่ดีจึงแกล้งขอตัวไปเข้าห้องน้ำแล้วแอบหนีไป หลังจากนั้นก็ถอนทัพออกจากเมืองเสียนหยาง 

เมื่อหลิวปังยอมหลีกทางให้แล้ว เซี่ยงอวี่ก็นำทัพบุกเข้าเมืองเสียนหยางเพื่อชำระแค้นราชวงศ์ฉิน เขาสั่งประหารองค์ชายจื่ออิงและเหล่าเชื้อพระวงศ์แห่งราชวงศ์ฉิน  ทั้งยังปล่อยให้มีการปล้นสะดม และสั่งเผาพระราชวังอาฝางกงของราชวงศ์ฉิน หลังจากนั้น เขาก็แบ่งแยกแผ่นดินจีนออกเป็น 18 รัฐ แล้วตั้งตนเป็น "ฌ้อปาอ๋อง" หรือ "ซีฉู่ป้าหวัง" ขึ้นปกครองรัฐฉู่ตะวันตก (และเป็นประมุขแห่งอ๋องทั้งมวล)   ส่วนหลิวปังถูกแต่งตั้งให้เป็นฮั่นอ๋อง ขณะที่แม่ทัพจางหาน ซือหม่าซิน และต่งอี้ ถูกแต่งตั้งให้เป็นอ๋องปกครองดินแดนเดิมของฉินในแถบกวนจง (ทั้งๆ ที่ควรเป็นของหลิวปัง) 

หลังจากนั้นก็เริ่มมีการก่อกบฏขึ้นที่รัฐฉี เซี่ยงอวี่จึงต้องนำกำลังไปปราบ  หลิวปังฉวยโอกาสเคลื่อนทัพไปโจมตีและยึดดินแดนในแถบกวนจงคืน จากนั้นก็ร่วมมือกับอ๋องอีก 5 รัฐโจมตีรัฐฉู่อันนำมาสู่สงครามฉู่-ฮั่นซึ่งเป็นศึกชิงบัลลังก์ที่กินเวลายาวนานถึง 4 ปี ในช่วงแรกเซี่ยงอวี่มีกองกำลังที่เหนือกว่าจึงได้รับชัยชนะต่อเนื่องกันหลายครั้ง แต่หลังจากหลิวปังได้ขุนพลและที่ปรึกษาฝีมือดีมาช่วยวางแผนการรบ ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ จนกระทั่งหลิวปังนำกำลังหลายแสนคนมาปิดล้อมกองทัพฉู่ของเซี่ยงอวี่



"จางเหลียง" กุนซือของหลิวปัง ได้ออกอุบายให้ทหารฮั่นขับร้องเพลงพื้นบ้านของรัฐฉู่ เพื่อให้ทัพของเซี่ยงอวี่เข้าใจผิดคิดว่ารัฐฉู่ถูกกองทัพฮั่นยึดครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อทหารฉู่ได้ยินเพลงพื้นบ้านของพวกตนก็พากันคิดถึงครอบครัวและหมดแรงฮึดสู้ จึงทยอยหนีทัพกันตลอดทั้งคืน ในที่สุดทัพของก็เซี่ยงอวี่ก็เหลือทหารที่จงรักภักดีเพียง 800 คน "หยูจี" ภรรยาของเซี่ยงอวี่ไม่ต้องการให้สามีห่วงหน้าพะวงหลังจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย 

เซี่ยงอวี่ตัดสินใจฝ่าวงล้อมจนหลบหนีออกไปได้ แต่สุดท้ายกลับจนมุมที่ริมฝั่งแม่น้ำอู่ (อู่เจียง) แม้จะมีคนนำเรือแจวมารับ แต่เซี่ยงอวี่กลับปฏิเสธและฆ่าตัวตายในวงล้อมของกองทัพฮั่นขณะอยู่ในวัยเพียง 33 ปี หลังจากนั้นหลิวปังก็ได้ขึ้นเป็น "สมเด็จพระจักรพรรดิฮั่นเกาจู" ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่น  ขณะที่แผ่นดินจีนได้ถูกรวมเป็นหนึ่งอีกครั้ง 

* เรียบเรียงเนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดงนำ 

 

เฉินเต้าหมิง
รับบท หลิวปัง
(นักแสดง / โปรดิวเซอร์ ชาวจีน)



 

เหอยุ่นตง (ปีเตอร์ โฮ) 
รับบท เซี่ยงอวี่
(นักแสดง / นักร้อง / นายแบบ / โปรดิวเซอร์ เกิดที่อเมริกา เติบโตที่ไต้หวัน และแคนาดา)


 

ต้วนอี้หง
รับบท ฮั่นสิน หรือหานซิ่น  (ขุนพลคู่ใจของหลิวปัง)
(นักแสดง ชาวจีน)


 

ฉินหลัน
รับบท ลวี่จื้อ (ภรรยาหลิวปัง)
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หลี่อีเสี่ยว
รับบท หยูจี (ภรรยาเซี่ยงอวี่)
(นักแสดง ชาวจีน)



 

ซุนไห่อิง
รับบท ฟ่านเจิง (ที่ปรึกษาของเซี่ยงอวี่)
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หยางลี่ซิน
รับบท เซี่ยวเหอ (ที่ปรึกษาหลิวปัง ภายหลังได้เป็นอัครเสนาบดีของราชวงศ์ฮั่น)
(นักแสดง ชาวจีน)


 

ฮั่วชิง
รับบท จางเหลียง หรือ เตียวเหลียง (กุนซือคนสำคัญของหลิวปัง)
(นักแสดง ชาวจีน)






*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา