วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เรื่องย่อ จอมยุทธทะลุมิติ (The Crossing Hero)




ผู้ผลิต: จิโร่ หวัง
กำกับ: โจวเสี่ยวเผิง
เขียนบท: เฟิงจวิน
แนวละคร: แฟนตาซี, โรแมนติก, คอมเมดี้, สืบสวนสอบสวน
จำนวนตอน: 60 (ออนไลน์) / 28 (ซีทีวี)
ออกอากาศ: ไต้หวัน -  23 มีนาคม 2558 - 12 มิถุนายน 2558  (ออนไลน์) / 5 เมษายน 2558 - 12 กรกฎาคม 2558  (ซีทีวี)
                     ไทย - ทุกวันพุธ-ศุกร์ เวลา 14.55-16.00 น. ทางพีพีทีวี ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 - 28 มกราคม 2559

"จอมยุทธทะลุมิติ (The Crossing Hero)" เป็นละครเรื่องแรกที่ "จิโร่ หวัง" ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ เขาจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับละครเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยได้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลไปกับการถ่ายทำเพราะอยากให้ผลงานออกมาดี และเมื่องบบานปลายเขาจึงไม่ขอรับค่าตัวเพื่อจะได้นำเงินส่วนนั้นมาใช้ในการถ่ายทำแทน ปรากฏว่าแฟนๆ ให้การตอบรับและกล่าวถึงละครเรื่องนี้บนโลกอินเตอร์เน็ตแบบถล่มทลาย เรียกได้ว่ากระแสแรงตั้งแต่ละครยังไม่ได้ออกอากาศเลยด้วยซ้ำ (นอกจากนี้ จิโร่ยังมาพร้อมกับโฉมหน้าใหม่อีกด้วย) 

 เรื่องย่อ




ละครข้ามกาลเวลา "จอมยุทธทะลุมิติ (The Crossing Hero)" นำเสนอเรื่องราวของ "หงซีตง" หัวหน้าราชองครักษ์ส่วนพระองค์ของ "จักรพรรดิเจี้ยนเหวิน" แห่งราชวงศ์หมิง กับสองทหารองครักษ์ของ "จักรพรรดิหย่งเล่อ" นามว่า "เผิงเจ๋อ"  และ "สวีเซี่ยวเทียน" ซึ่งต่างฝ่ายต่างจงรักภักดีต่อเจ้านายของตน สององค์รักษ์ตามมาทวงมุกราตรีที่อยู่ในความครอบครองของหงซีตงจนเกิดการต่อสู้กัน ขณะกำลังฟาดฟันกันอยู่นั้น ทั้งสามคนได้เดินทางข้ามเวลามายังศตวรรษที่ 21 แบบไม่คาดฝัน และนั่นก็ทำให้เผิงเจ๋อกับเซี่ยวเทียนได้พบหงซีตงในโลกอนาคต ซึ่งก็คือนักสืบหนุ่ม "หงเสี่ยวตง" ในยุคปัจจุบันนั่นเอง

เรื่องราวในละครเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 600 ปีก่อน หลัง "เยี่ยนหวางจูตี้" (พระโอรสองค์ที่ 4 ของ "จักรพรรดิหงอู่" ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง) ได้ก่อกบฏจิงหนันเพื่อแย่งชิงบัลลังก์จาก "จักรพรรดิเจี้ยนเหวิน" (จักรพรรดิองค์ที่ 2 ของราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของเยี่ยนหวางจูตี้)  หลังทำศึกยืดเยื้อยาวนานถึง 3 ปี ในที่สุดเยี่ยนหวางจูตี้ก็ยึดครองบัลลังก์ได้สำเร็จและตั้งต้นเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิง (จักรพรรดิหย่งเล่อ) 





หลังอดีตจักรพรรดิหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้ดูแลหอสักการะบรรพชนของราชวงศ์หมิงก็มีคำสั่งลับให้ออกตามหามุกราตรี เมื่อรู้ว่าผู้ที่ชิงมุกราตรีไปคือหงซีตง เผิงเจ๋อ (หัวหน้าทหารองครักษ์) และเซี่ยวเทียนจึงตามไปทวงคืน เผิงเจ๋อรู้สึกชื่มชมในเพลงขลุ่ยของหงซีตง จึงพยายามยามหว่านล้อมให้เขาคืนมุกราตรีและยอมสวามิภักดิ์ต่อจักรพรรดิองค์ใหม่แต่โดยดีจะได้ไม่ต้องมีใครเสียเลือดเสียเนื้อ แต่หงซีตงซึ่งเป็นข้ารับใช้อดีตจักรพรรดิไม่ต้องการให้ของศักดิ์สิทธิ์และสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดินตกอยู่ในมือเหล่าคนโฉดจึงไม่ยอมคืนให้ ทำให้เกิดการต่อสู้แบบสองรุมหนึ่ง ระหว่างการต่อสู้มุกราตรีได้กระเด็นตกเขา หงซีตงจึงกระโดดตามไปหมายคว้าเอาไว้ สององครักษ์เห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดตามไป แต่แล้วอยู่ๆ มุกราตรีและนักรบทั้งสามก็ถูกดูดเข้าไปในอีกมิติและเดินทางข้ามเวลามายังยุคปัจจุบัน 

หงซีตงและมุกราตรีเข้ามาอยู่ในร่างของ "หงเสี่ยวตง" ซึ่งเป็นนักสืบเอกชนและเป็นตัวเขาในโลกปัจจุบัน ส่วนนักรบหลงยุค...เผิงเจ๋อและเซี่ยวเทียนตกลงมากลางกรุงในชุดทหารองค์รักษ์พร้อมดาบคู่กาย 

หงเสี่ยวตงรู้สึกร้อนรุ่มเมื่อมุกราตรีค่อยๆ เคลื่อนจากลำคอลงไปที่ท้อง "โม่หาน" (นักสืบและผู้ช่วยของเสี่ยวตง) เห็นร่างกายเสี่ยวตงมีแสงเปล่งออกมาจึงเข้าไปดูใกล้ๆ ด้วยความแปลกใจ เมื่อนักข่าวสาว "จางเสี่ยนถิง" (ซึ่งถูกหัวหน้าบังคับให้แต่งตัวย้อนยุคขณะรายงานข่าว) มาติดต่องานที่สำนักงานนักสืบของเสี่ยวตง ภาพที่เธอเห็นจึงแลดูคล้ายเสี่ยวตงและโม่หานกำลังจะทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงในสำนักงาน เมื่อโม่หานเห็นเสี่ยนถิงก็จำได้ทันทีว่าเธอคือนักข่าวที่แต่งตัวเป็นฉางเอ๋อ (เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ตามความเชื่อปรัมปราของจีน) ขณะรายงานข่าวเรื่องแตงโมขนาดใหญ่ยักษ์




เสี่ยนถิงต้องการรายงานข่าวสารเหมือนที่นักข่าวมืออาชีพคนอื่นๆ เขาทำกัน จึงคิดสร้างผลงานให้บริษัทเห็นด้วยการจ้างเสี่ยวตงให้ไปแอบสืบและถ่ายภาพหยางตง (ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่) กับภรรยาน้อยเพื่อที่เธอจะได้นำมารายงานหลังเหนื่อยหน่ายกับการที่ถูกหัวหน้าใช้ให้แต่งตัวแปลกๆ ไปทำข่าวไร้สาระ  แถมล่าสุดยังได้รับมอบหมายให้ไปตามสืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 600 ปีก่อน ว่าทำไมทหารองค์รักษ์ 2 นายของราชวงศ์หมิงจึงหายตัวไปอย่างลึกลับในขณะไล่จับโจร 

เผิงเจ๋อและเซี่ยวเทียนแทบช็อคเมื่อพบว่าทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเขาล้วนผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังทำตามหน้าที่ๆ ได้รับมอบหมาย นั่นก็คือการตามสังหารหงซีตงและนำมุกราตรีกลับไปคืนราชวงศ์หมิงโดยมีจี้หยกมังกรเป็นเครื่องนำทาง (หยกจะเรืองแสงเมื่อเข้าใกล้มุกราตรี) "จูเข่อซ่าง" (ตำรวจและเพื่อนรักของเสี่ยวตง) เห็นทั้งคู่แต่งตัวประหลาดและมีทีท่าแปลกๆ จึงเข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่าจี้หยกมังกรของเผิงเจ๋อเรืองแสงออกมา (แต่แสงไม่เหมือนกับตอนที่เข้าใกล้มุกราตรี) เผิงเจ๋อเห็นดังนั้นก็รู้สึกประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าคุยกันไม่รู้เรื่องแถมทั้งคู่ยังไม่มีบัตรประชาชน เข่อซ่างจึงเข้าจับกุม แต่สององค์รักษ์ก็ใช้วิทยายุทธอันล้ำเลิศและวิชาตัวเบาหลบหนีไป  

เช้าวันรุ่งขึ้น สององค์รักษ์แห่งราชวงศ์หมิงยังคงออกตามหาหงซีตงอย่างไม่ลดละ ถึงแม้จะรู้สึกอ่อนล้า หิวโหย และอยู่ในสถานที่ๆ ไม่คุ้นเคยก็ตาม  เสี่ยวตงพบว่าอยู่ๆ ตนเองก็สามารถล่วงรู้จิตใจคนผ่านการสัมผัสหลังบังเอิญแตะมือของโม่หาน เมื่อเสี่ยนถิงมาที่สำนักงานนักสืบของเสี่ยวตงในตอนเช้าตามที่นัดกันไว้  เสี่ยวตงจึงลองจับมือเสี่ยนถิงและพบว่าตนเองสามารถอ่านใจเธอได้เช่นกัน ทันใดนั้น เสี่ยวตงก็รู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ทางด้านนอก พอเดินออกไปดูก็พบสององครักษ์เผิงเจ๋อและเซี่ยวเทียน เมื่อเห็นเสี่ยวตงทั้งคู่ก็คิดว่าเป็นหงซีตงจึงช่วยกันจับกุมพลางประกาศชื่อและตำแหน่งตัวเอง พอจับมือเผิงเจ๋อ เสี่ยวตงถึงได้รู้ว่าทั้งคู่เป็นองครักษ์แห่งราชวงศ์หมิงจริงๆ  เซี่ยวเทียนรีบทวงมุกราตรีคืนและขอให้เสี่ยวตงช่วยนำทางกลับบ้าน เสี่ยวตงรู้ว่าสององครักษ์ไม่มีทางปล่อยตนง่ายๆ แน่จึงออกอุบายว่าจะไปเอามุกราตรีมาให้และพาทั้งสองคนเข้าไปในสำนักงาน ขณะเดียวกันก็แอบส่งกุญแจรถให้โม่หาน พอสบโอกาสเสี่ยวตงก็รีบขึ้นรถหนีไป  สององค์รักษ์จึงใช้วิชาตัวเบาติดตาม




เมื่อ "จั๋วโยว่โซว่" (อดีตขาใหญ่ประจำซอย ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยเสี่ยวตง) มาถึงสำนักงานก็พบว่าทุกคนออกไปกันหมดแล้ว เสี่ยวตงซึ่งกำลังถังแตกจำเป็นต้องทำงานของเสี่ยนถิงให้สำเร็จ เขาจึงรู้สึกหนักใจที่สององครักษ์กัดไม่ปล่อย หลังไล่ตามจนหมดแรงเผิงเจ๋อก็ชิงรถมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านแล้วซิ่งตามรถของเสี่ยวตงไป โดยมีเซี่ยวเทียนนั่งซ้อนท้ายและทำท่าควบม้าหวังช่วยให้รถวิ่งเร็วขึ้น หลังตามหาสององครักษ์ไม่เจอ เข่อซ่างก็โทรฯ ไปหาเสี่ยวตงหวังให้เขาช่วยตามสืบ เมื่อเสี่ยวตงหันไปมองทางด้านหลังก็พบว่าสององครักษ์ควบมอเตอร์ไซค์ตามมาติดๆ จึงบอกเข่อซ่างว่าตนกำลังถูกสององครักษ์ไล่ตาม เมื่อไปถึงที่หมายเสี่ยวตงพยายามอธิบายว่าตนไม่ใช่ซีตง แต่สององครักษ์ไม่ยอมเชื่อ 

เมื่อเข่อซ่างมาถึงเขาก็รู้สึกกลุ้มใจเพราะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับสององครักษ์หลงยุค และไม่รู้ว่าจะรายงาน 'เบื้องบน' ยังไงดี สององครักษ์ได้ยินคำว่าเบื้องบนจึงพากันแหงนหน้ามองฟ้า พอรู้ว่าสององครักษ์มีวิทยายุทธโม่หานก็หูผึ่ง (เธออยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่มาตั้งแต่เด็กๆ) และเดินเข้าไปคุยกับสององครักษ์หวังฝากตัวเป็นศิษย์ เสี่ยวตงพยายามบอกให้เธอถอยออกไปห่างๆ เพราะอาจเป็นอันตราย และไม่ควรคุยกับคนแปลกหน้า เผิงเจ๋อหยิบจี้หยกมังกร (ที่กำลังเรืองแสง) ออกมายืนยันว่าตนไม่ได้ตามผิดคน โดยอธิบายว่าจี้หยกนี้จะเรืองแสงหากอยู่ใกล้มุกราตรี  เข่อซ่างนึกขึ้นได้ว่าทั้งคู่ขี่มอเตอร์ไซค์มาจึงขู่ว่าจะเอาผิดทั้งคู่ข้อหาไม่มีใบขับขี่แต่สององครักษ์ไม่รู้ว่าใบขับขี่คืออะไร เสี่ยวตงเห็นว่าทั้งคู่ไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่จึงบอกว่าจะช่วยตามหาคนที่ชื่อหงซีตงให้ แต่ตอนนี้ขอทำงานให้เสร็จก่อน จากนั้นก็บอกให้เข่อซ่านพาทั้งคู่ไปหาอะไรทานและทำฆ่าเวลาระหว่างรอตน




ขณะดักซุ่มอยู่ที่หน้าบ้านของหยางตง เสี่ยวตงได้รับแจ้งว่าเป้าหมายไหวตัวทัน (หยางตงรู้ว่ามีนักข่าวมาดักรอ) เสี่ยวตงจึงพาลโมโหใส่เสี่ยนถิงและกล่าวหาว่าเธอเป็นตัวซวย เสี่ยนถิงนึกขึ้นได้ว่าหัวหน้าให้เธอสืบเรื่องสององครักษ์แห่งราชวงศ์หมิงที่หายตัวไป หากเธอทำงานนี้สำเร็จเขาจะยอมให้เธอทำงานในแบบที่เธอต้องการ พอรู้ว่าสององครักษ์ที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่หัวหน้าให้เธอมาตามสืบ เสี่ยนถิงก็รีบวิ่งไปหาทั้งคู่ทันที ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเสี่ยนถิงก็ดังขึ้น (เสียงเรียกเข้าของเธอเป็นทำนองเพลงโบราณ) เซี่ยวเทียนเห็นดังนั้นก็นึกว่าเธอจะส่งสัญญาณเรียกกำลังเสริม จึงคิดที่จะใช้ดาบฟันมือถือของเธอ (ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งฟันโทรศัพท์มือถือของเข่อซ่านจนขาดเป็นสองท่อน) เสี่ยวตงเห็นดังนั้นจึงใช้วิทยายุทธสกัดเอาไว้ หลังจากนั้นเขาก็อุ้มเสี่ยนถิงแล้วใช้วิชาตัวเบาพาหลบหนีไปต่อหน้าต่อตาทุกคน มิหนำซ้ำเขายังเรียกเธอว่า "เสียนเอ๋อร์" และพูดจาแปลกๆ เหมือนสององครักษ์อีกด้วย   (เสียงโทรศัพท์ของเสี่ยนถิงทำให้หงซีตงในตัวของเสี่ยวตงตื่นจากหลับใหล) 

ปรากฏว่าเสียนเอ๋อร์คือภรรยาของหงซีตง (เสี่ยนถิงเมื่อชาติก่อน) เมื่อได้พบเสี่ยนถิง หงซีตงในร่างเสี่ยวตงจึงดีใจมาก เสี่ยนถิงเห็นเสี่ยวตงกำลังจะโน้มตัวลงมาจูบเธอจึงตบหน้าเขาเต็มแรง ทำให้เสี่ยวตงกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้งและโวยวายลั่นด้วยความเจ็บปวด เขาจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้และสงสัยว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกปวดขาจนลุกขึ้นยืนแทบไม่ไหว เสี่ยนถิงเห็นดังนั้นจึงบอกว่าเป็นเพราะเขาอุ้มเธอวิ่งหนีมาตั้งหลาย 'ลี้'  เสี่ยวตงไม่เชื่อและแย้งว่าถึงตนจะชอบยกน้ำหนักแต่ตนเกลียดการวิ่งเป็นที่สุด จากนั้นก็โทษว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาอยู่ใกล้ตัวซวยอย่างเธอ




หลังเสี่ยวตงอุ้มเสี่ยนถิงหนีไปแล้ว เข่อซ่านก็ควบคุมสถานการณ์ด้วยการเล็งปืนไปที่สององครักษ์ เซี่ยวเทียนเลยใช้ดาบฟันปืนของเขาจนขาดสองท่อน ก่อนใช้ดาบจี้ที่ลำคอของเข่อซ่านเพื่อเป็นการข่มขู่และกล่าวหาว่าเข่อซ่านสมรู้ร่วมคิดกับหงซีตง เผิงเจ๋อชี้ว่าความผิดของเข่อซ่านสมควรได้รับโทษประหารเก้าชั่วโคตร โม่หานพยายามอธิบายว่าเสี่ยวตงเป็นคนดี เซี่ยวเทียนจึงเตือนด้วยความหวังดีว่าเธอถูกหงซีตงหลอก โม่หานกล่าวว่าเธอชื่นชมวรยุทธของทั้งคู่แต่รู้สึกผิดหวังที่ยอดฝีมืออย่างพวกเขารังแกคนที่อ่อนแอกว่า เผิงเจ๋อเห็นด้วยว่าเข่อซ่าน (ซึ่งบอกทั้งคู่ว่าตนเป็นองครักษ์เช่นกัน) มีฝืมืออ่อนด้อย แต่พวกตนจำเป็นต้องทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงจึงขอให้เธอกลับไปก่อน หลังจากนั้นเซี่ยวเทียนก็คาดคั้นเข่อซ่านว่าหงซีตงอยู่ที่ไหนพลางขู่ว่าหากไม่พูดความจริงตนจะค่อยๆ เฉือนเนื้อเขาทีละชิ้น โม่หานเห็นดังนั้นจึงบอกว่าจะพาทั้งคู่ไปพบเสี่ยวตงแต่มีข้อแม้ว่าห้ามชักดาบพร่ำเพรื่อ (เธอให้ทั้งคู่สัญญาด้วยการชูนิ้วโป้งกับนิ้วก้อย พร้อมทั้งเปล่งวาจาว่า จากนี้ไปจะใช้หลักเหตุผลและการเจรจาโดยสันติแทนการใช้ดาบ) และองครักษ์ทั้งสองก็ยอมรับปากแต่โดยดี

ในที่สุด โม่หานก็พาสององค์รักษ์ไปที่สำนักงานของเสี่ยวตง เธอแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักข้าวของเครื่องใช้สมัยใหม่ แต่เซี่ยวเที่ยนยังไม่วางใจและคิดว่าสำนักงานของเสี่ยวตงเต็มไปด้วยค่ายกล เผิงเจ๋อเห็นว่าบุคลิก ท่าทางและลีลาการพูด ของเสี่ยวตงไม่สุขุมเหมือนหงซีตง แถมวิทยายุทธยังต่ำชั้นมาก จึงเริ่มสงสัยว่าบางทีเสี่ยวตงอาจไม่ใช่หงซีตง  เสี่ยวตงจึงนำรูปสมัยเด็กๆ ออกมายืนยัน เมื่อได้ยินเสียงท้องร้องเสี่ยวตงจึงบอกให้โม่หานไปต้มมาม่ามาให้สององครักษ์กินประทังชีวิต (เขากำลังถังแตกเลยเลี้ยงได้แค่นี้) ทั้งยังอนุญาตให้สององครักษ์พักที่สำนักงานกับตนเพราะรู้ว่าทั้งคู่ไม่มีที่ไป




เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร สองนักรบหลงยุคจะปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ได้หรือไม่ จะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จและเดินทางข้ามเวลากลับไปยังสมัยราชวงศ์หมิงได้หรือเปล่า และจะเกิดอะไรขึ้นกับหงซีตงและเสี่ยวตง ติดตามชมเรื่องวุ่นๆ ของพวกเขาเหล่านี้ได้ใน "จอมยุทธทะลุมิติ (The Crossing Hero)" ทางพีพีทีวี

* เนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดงนำ



หวังตงเฉิง (จิโร่ หวัง)
รับบท หงซีตง (ราชองครักษ์) / หงเสี่ยวตง (อดีตตำรวจ ปัจจุบันเป็นนักสืบเอกชน)
(นักร้อง / นักแสดง ชาวไต้หวัน)



 เซี่ยซินอิ่ง (นิกกี้ เซี่ย)
รับบท  จางเสี่ยนถิง (นักข่าว) / เสียนเอ๋อร์ (ภรรยาหงซีตงเมื่อ 612 ปีก่อน)
(นักแสดง / นางแบบ ชาวไต้หวัน)



เยิ่นหรงเซวียน (ลอรีน เรน / คริสเทน เรน)
รับบท โม่หาน (นักสืบและผู้ช่วยของเสี่ยวตง)
(นักแสดง / นักร้อง / นางแบบ ชาวไต้หวัน)



หูหยาง
รับบท เผิงเจ๋อ (หัวหน้าทหารองครักษ์ของเยี่ยนหวางจูตี้)
(นักแสดง ชาวจีน)



เซี่ยเมิ่งเหว่ย (บรูซ เหว่ย)
รับบท สวีเซี่ยวเทียน (ทหารองครักษ์)
(นักแสดง ชาวจีน)



หวังเจียเหลียง (เอดิสัน หวัง) 
รับบท จูเข่อซ่าง (ตำรวจและเพื่อนรักของเสี่ยวเทียน เป็นทายาทรุ่นที่ 38 ของปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง)
(นักแสดง / นายแบบ ชาวไต้หวัน)




คลิปตัวอย่างจาก youtube/PPTV HD Thailand



รวมคลิปตัวอย่างจากซีทีวี


*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

2 ความคิดเห็น:

  1. คนที่คู่กับโม่หานมีประวัติไหมคะ ชื่ออะไรคะ 

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าหมายถึง "ซุนเยี่ยนจวิน" (นักโบราณคดี/นักสืบ) ที่หลงรักโม่หานล่ะก็ ชื่อ "อู๋คังเหริน" (คริส วู) ค่ะ เป็นนักแสดงและนายแบบชาวไต้หวัน https://en.wikipedia.org/wiki/Chris_Wu

      ลบ

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา