วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เรื่องย่อ พยัคฆ์ระห่ำมังกรผยองโลก (Crouching Tiger, Hidden Dragon)




บทประพันธ์: หวัง ตู้ลู่
กำกับ: เหลียงข่ายเฉิง (ผู้กำกับหัวหน้าทีม), จางเจี้ยนเหว่ย, ติงหย่างกั๋ว, เหลียงซินเฉวียน, หลิวฉ่งเฟิง
เขียนบท: ย่าโจวกั๋วจี้เปียนจวี่จู่ (เอเชียน อินเตอร์เนชั่นแนล ไรเตอร์ส กรุ๊ป)
แนวละคร: ย้อนยุค, แอ็คชั่น, ศิลปะการต่อสู้
จำนวนตอน: 20 (จีน) / 34 (ไต้หวัน)
ออกอากาศ: ไต้หวัน -  ปี พ.ศ. 2544 ทางซีทีวี/จีทีวี
                ไทย - ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.45 น. ทางช่อง 3 เอสดี (ช่อง 28) เริ่มวันที่ 11 กันยายน 2559 

เรื่องย่อ
(จาก ช่อง 3)



หลังจากที่สงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นได้ยุติลงแล้ว กวางซู่ฮ่องเต้ฮ่องเต้หนุ่มซึ่งทรงกล้าที่จะรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองทรงมีดำริที่จะดำเนินนโยบายการปกครองประเทศใหม่ แต่แล้วพระองค์กลับถูกพระนางซูสีไทเฮาขัดขวาง ในช่วงที่บ้านเมืองร้อนระอุเช่นนี้ หนุ่มสาวสองคนซึ่งต่างกันด้วยชาติกำเนิด ต่างกันด้วยชนชั้นที่ชะตาชีวิตต้องแปรผันซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับยุคสมัยเลยแม้แต่น้อย แต่ความจริงแล้วได้สะท้อนให้เห็นถึงเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

อี้ยุ่ยแม่ทัพนายกองซึ่งสังกัดกองธงเหลืองเฝ้าเมืองเฉี่ยม่อเฉิงของซินเจียง อี้ยุ่ยมีความมุ่งมั่นอยู่อย่างหนึ่งซึ่งไม่เคยคิดเปลี่ยนแปลงเลย นั่นก็คือนักรบผู้กล้าที่แท้จริงนั้นหากจะต้องตายก็ขอให้ตายในสนามรบเท่านั้น สิ่งที่ทำให้อี้ยุ่ยภาคภูมิใจมากที่สุดเห็นจะเป็นการที่ได้ติดตามจั่วจงถังปราบศึกทางใต้ ความดีความชอบของอี้ยุ่ยในครั้งนี้ทำให้อี้ยุ่ยถูกส่งไปรักษาเมืองเฉี่ยม่อเฉิงซึ่งเป็นเมืองสำคัญที่เป็นเมืองหน้าด่านทางเหนือ ช่วงแรกที่ได้รับคำสั่งให้ไปรักษาเมืองแห่งนี้ อี้ยุ่ยตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับอยู่หลายคืนซึ่งการที่ได้รักษาเมืองนี้นั้นถือว่าเป็นโอกาสอันดีในการสร้างความดีความชอบต่อบ้านเมือง อี้ยุ่ยรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่แต่งงานมีครอบครัวเสียแล้ว การที่มีครอบครัวที่เป็นภาระ ฮั่นอู่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานงานแต่งงานให้แก่ฮั่วชี่ปิ้ง แต่ฮั่วชี่ปิ้งกลับทูลฮ่องเต้ว่า ซงหนูยังไม่สิ้นจะแต่งงานมีครอบครัวได้อย่างไร คำพูดประโยคนี้ได้ฝังแน่นอยูในสมองของอี้ยุ่ยเรื่อยมา แต่น่าเสียดายที่ว่านับตั้งแต่ที่อี้ยุ่ยรักษาเมืองมานี้แม้ว่านอกด่านจะมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นมากมายก็ตามแต่ทว่าล้วนแล้วแต่เป็นความวุ่นวายที่ไม่ใหญ่โตสักเท่าใดนักซึ่งไม่นานนักเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหลายเหล่านี้ก็สงบลง หลายปีที่ผ่านมานี้ บ้านเมืองวุ่นวายโกลาหลล้วนแล้วแต่ถูกคุกคามจากทางด้านทะเลตะวันออกทั้งนั้นซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับอี้ยุ่ยสักเท่าใดนัก อี้ยุ่ยเฝ้ารอคอยคำสั่งจากราชสำนักสั่งให้ตนไปปราบศึกทางใต้เพื่อสร้างความดีความชอบให้กับชาติบ้านเมือง อี้ยุ่ยเฝ้าอคอยมาสิบกว่าปีซึ่งการรอคอยของอี้ยุ่ยนี้นั้นราวกับความฝันซึ่งยากที่จะจับต้องได้เช่นนั้น




อายุที่มากขึ้นทุกวัน ความหวังอี้ยุ่ยที่จะได้รับคำสั่งจากราชสำนักให้ยกทัพออกไปปราบศึกก็เริ่มที่จะมอดลงทุกที แต่ถึงกระนั้นก็ตามอี้ยุ่ยก็ยังไม่สิ้นหวังโดยการซ้อมขี่ม้ายิงธนูอยู่ทุกวัน ทั้งยังอบรมสั่งสอนลูกชายและลูกสาวของตนเป็นอย่างดีอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ลูกชายของอี้ยุ่ยนั้นกลับไม่ชอบศึกษาวรยุทธ ลูกชายของอี้ยุ่ยผ่านการสอบเป็นบัณฑิตและได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอทางใต้ อี้เจียวหลงลูกสาวคนเล็กแม้ว่าจะติดตามอี้ยุ่ยขี่ม้ายิงธนูมาตั้งแต่ยังเล็กก็ตาม แต่เพราะอี้เจียวหลงเป็นหญิงดังนั้นจึงไม่อาจทำให้อี้ยุ่ยบรรลุถึงความปรารถนาในชีวิตได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหญิงก็ต้องออกเรือนไป หญิงต้องดูแลการบ้านการเรือนปรนนิบัติสามีและดูแลลูก ดังนั้นอี้ยุ่ยจึงเชิญเกาหลางชิวสอนหนังสือให้แก่อี้เจียวหลง 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอี้ยุ่ยไม่รู้เลยว่าเกาหลางชิวซึ่งอยู่กับตนมานานนั้นที่แท้เป็นยอดฝีมือคนหนึ่งที่ปกปิดชื่อแซ่ที่แท้จริงเอาไว้ อีกทั้งก็ไม่รู้เลยว่าอี้เจียวหลงลูกสาวของตนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกวรยุทธซึ่งหาได้ยากในร้อยปีนี้ อี้เจียวหลงแอบศึกษาวรยุทธกับเกาหลางชิวอยู่หลายปีจนนางกลายเป็นยอดฝีมือซึ่งยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียมได้

เกาหลางชิวเป็นคนหมู่บ้านถงฮัวซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆและกันดารในอำเภอสุยเจียงมลฑลยูนาน หลังจากที่เกาหลางชิวสอบได้เป็นบัณฑิตท้องถิ่นแล้วเกาหลางชิวก็พยายามสอบเพื่อเป็นจอหงวนแต่พยายามอยู่หลายครั้งก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เกาหลางชิวเกิดความท้อแท้ เกาหลางชิวเปิดสำนักสอนหนังสือโดยคิดว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ในปีเดียวกันนั้นนั่นเองได้มีสามีภรรยาซึ่งเป็นคนแปลกถิ่นผ่านมา สามีเป็นใบ้ ส่วนภรรยานั้นเป็นหญิงที่สวยสดงดงามคนหนึ่งเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะเสน่ห์ของหมู่บ้านถงฮัวเองหรืออาจจะเป็นเพราะหมู่บ้านถงฮัวซึ่งเป็นสถานที่ที่ห่างไกลผู้คน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิ่งลิ่วเหนียงสองสามีภรรยาตัดสินใจตั้งหลักปักฐานอยู่ที่หมู่บ้านถงฮัวแห่งนี้ เกาหลางชิวพบโดยบังเอิญว่าที่แท้สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว การที่ทั้งสองซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านถงฮัวแห่งนี้นั้นก็เพื่อจะเก็บเนื้อเก็บตัวฝึกสุดยอดวิชาตามคัมภีร์ที่ทั้งสองได้นำติดตัวมาด้วย เกาหลางชิวเห็นคัมภีร์สุดยอดวิชาจึงสุดที่จะทนได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจขโมยคัมภีร์สุดยอดวิชาไป จากนั้นได้หลบหนีไปจากหมู่บ้านถงฮัวโดยพเนจรไปทั่วทั้งยุทธภพจวบจนกระทั่งเกาหลางชิว ตัดสินใจถอนตัวจากยุทธภพและเข้าพึ่งใบบุญอี้ยุ่ยที่เมืองเฉี่ยม่อเฉิง ทำให้ชีวิตของเกาหลางชิวสงบสุขขึ้น



เกาหลางชิวอยู่กับอี้ยุ่ยโดยเป็นเลขาให้กับอี้ยุ่ย ทั้งยังคอยแนะนำแผนการและกลยุทธต่างๆ ให้แก่อี้ยุ่ยอีกด้วย เกาหลางชิวช่วยเหลืออี้ยุ่ยสร้างผลงานความดีความชอบมากมาย ดังนั้นจึงเปรียบเสมือนอาวุธสำคัญของอี้ยุ่ยซึ่งต่อมาเกาหลางชิวได้กลายเป็นอาจารย์ให้แก่อี้เจียวหลง เกาหลางชิวพบว่าอี้เจียวหลงเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกวรยุทธ ทำให้เกาหลางชิวอดไม่ได้ที่จะถ่ายทอดสุดยอดวิชาที่ตนมีให้แก่อี้เจียวหลง อีกทั้งอี้เจียวหลงเองก็เป็นคนที่เฉลียวฉลาดเพียงชี้แนะก็เกิดความกระจ่างแล้ว ระยะเวลาเพียงห้าปีเท่านั้นอี้เจียวหลงก็แซงหน้าเกาหลางชิวผู้เป็นอาจารย์ ทำให้เกาหลางชิวค้นพบว่าจริงๆแล้วตนได้ทำความผิดครั้งใหญ่ขึ้นแล้ว

ปีนี้เป็นปีที่กวางซู่มีพระชนมายุได้ยี่สิบห้าชันษา นึกไม่ถึงว่าเมืองเฉี่ยม่อเฉิงซึ่งเคยเงียบสงบได้ปรากฏกลุ่มคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีวิชาคุ้มกายเกิดขึ้น นับตั้งแต่ชาวแมนจูได้ก่อตั้งราชวงศ์ชิงขึ้นมาก็มีกลุ่มคนที่คิดโค่นล้มราชวงศ์ชิงเพื่อที่จะกู้ราชวงศ์หมิงขึ้นดังเดิม ดังนั้นเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้พากันซ่องสุมกำลังกันขึ้นมาก็จำต้องรีบจับกุมทันที แต่อี้ยุ่ยกลับไม่ทำเช่นนั้น เนื่องจากอี้ยุ่ยล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนกลุ่มนี้มานานแล้วโดยที่กลุ่มคนกลุ่มนี้เรียกพวกตนว่าเป็นพวกที่ฝึกมวยเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น อีกทั้งเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา และการที่กลุ่มคนเหล่านี้ฝึกวิชาด้วยกันและมีอาคมคุ้มกายหอกดาบฟันแทงไม่เข้า แม้แต่ปืนไฟของฝรั่งต่างชาติก็ไม่สามารถทำอันตรายได้ เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมานี้ฝรั่งต่างชาติเที่ยวรังแกเหยียบย่ำชาวบ้านจนเดือดร้อนไปทั่ว กลุ่มคนกลุ่มนี้จึงพากันให้การสนับสนุนราชวงศ์ชิงและกำจัดฝรั่งต่างชาติ แม้แต่ขุนนางใหญ่ในราชสำนักเองก็เห็นด้วยกับความคิดของคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซูเสียนผู้ตรวจการใหญ่ซึ่งเป็นผู้ที่เสนอให้ใช้กลุ่มคนกลุ่มนี้ต่อต้านฝรั่งต่างชาติ อี้ยุ่ยเชื้อเชิญกลุ่มคนกลุ่มนี้มาที่จวนเพื่อแสดงความสามารถให้ทุกคนประจักษ์แก่สายตา ทำให้ทุกคนที่ได้พบเห็นความสามารถของคนกลุ่มนี้ถึงกับต้องพากันตะลึงงันเมื่อพบว่าคนกลุ่มนี้ฟันแทงไม่เข้า แม้แต่ปืนไฟของฝรั่งต่างชาติเองก็ไม่สามารถทำอันตรายพวกเขาได้จนทำให้อี้ยุ่ยเกิดความเลื่อมใส อี้ยุ่ยจึงมีหนังสือถึงราชสำนักทันทีโดยเสนอให้คนกลุ่มนี้ต่อกรรับมือกับฝรั่งต่างชาติ แม้ว่าเกาหลางชิวและอี้เจียวหลงจะล่วงรู้กันดีว่ากลุ่มคนเหล่านี้ใช้วิธีการใดที่ทำให้ตนอยู่ยงคงกระพันแทงฟันไม่เข้าก็ตาม แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถทำให้อี้ยุ่ยเชื่อตามความคิดของพวกตนได้




ข่าวคราวแพร่สะพัด ซูเสียนผู้ตรวจการจึงต้องมีงานเพิ่มขึ้น ทำให้อี้ยุ่ยฟุ้งซ่านขึ้นมาว่าตนจะถูกเล็งเห็นความสำคัญจากราชสำนักหรือไม่ และที่สำคัญตนจะมีโอกาสสร้างคุณงามความดีให้แก้ชาติบ้านเมืองหรือไม่ ราชโองการที่อี้ยุ่ยเฝ้ารอคอยมานานนับสิบกว่าปีนั้นในที่สุดก็ถึงมืออี้ยุ่ย อี้ยุ่ยถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงเพื่อรับทราบคำสั่ง

ราชโองการฉบับนี้นับเป็นเรื่องที่ดีของทุกคนในบ้านสกุลอี้ แต่สำหรับเกาหลางชิวแล้วนั้นถือว่าเป็นเรื่องร้าย นั่นเป็นเพราะตนต้องหลบซ่อนการตามล่าของเกิ่งลิ่วเหนียง ดังนั้นตนจึงต้องซัดเซพเนจรไปทั่วตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีนี้ เกาหลางชิวต้องเดินทางนับพันลี้จนพบสถานที่แห่งนี้จึงวางใจกบดานอยู่ที่นี่ สิบกว่าปีที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ ทำให้เกาหลางชิวตัดสินใจที่จะจบชีวิตของตนที่นอกด่านแห่งนี้โดยไม่คิดที่จะกลับไปเหยียบดินแดนจงหยวนอีกต่อไป แต่สำหรับความเจริญก้าวหน้าในราชการของอี้ยุ่ยแล้ว เกาหลางชิวเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยเหลือตนได้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้อี้ยุ่ยพยายามที่จะรั้งตัวเกาหลางชิวเอาไว้ แต่เกาหลางชิวกลับมีความรู้สึกว่าตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีมานี้ที่ตนเก็บเนื้อเก็บตัวฝึกสุดยอดวิชาในคัมภีร์เชื่อว่าในเวลานี้เกิ่งลิ่วเหนียง ไม่ใช่คู่ปรับตนอย่างแน่นอน อีกทั้งความคิดถึงที่มีต่อบ้านเกิดจึงทำให้เกาหลางชิวรับปากอี้ยุ่ยในที่สุด เกาหลางชิว ตัดสินใจจากเมืองเฉี่ยม่อเฉิงไปก่อนโดยเดินทางไปที่เหอหนันเพื่อพบกับพี่ชายของตนซึ่งจากกันเป็นเวลานานหลายสิบปี จากนั้นค่อยนัดพบกับอี้ยุ่ยที่เมืองหลวง

นอกจากการไปเยี่ยมเยียนพี่ชายที่ไม่ได้พบกันเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว เกาหลางชิวยังมีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งยังคงค้างคาใจอยู่หลายปี ในเวลานั้นซึ่งเกาหลางชิวหลบหนีการตามล่าของเกิ่งลิ่วเหนียงจนต้องมาพึ่งพาพี่ชายที่เป็นนายอำเภอ เกาหลางชิวคิดว่าเดิมทีจะอาศัยอิทธพลของพี่ชายตนเองได้และเรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ทำให้เกาหลางชิววางใจคบหาเพื่อนไม่น้อยและผู้ที่เป็นคู่ปรับของเกาหลางชิวในเวลานั้นเห็นจะเป็นหยางกงจิ่วนั่นเอง




หยางกงจิ่วอายุมากแล้วจึงแต่งงานมีครอบครัว ฮูหยินของหยางกงจิ่วทำงานในร้านอาหารซึ่งมีอายุเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น ใบหน้าของนางจัดว่างดงามไม่น้อย หลังจากที่แต่งงานแล้วก็มีลูกชายและลูกสาว ชีวิตเต็มไปด้วยความสุข แต่ทว่านางกลับยังคงทำงานในร้านอาหารดังเดิม เกาหลางชิวเตือนสติหยางกงจิ่วอยู่หลายครั้งว่าอย่าได้ให้ฮูหยินไปทำงานเช่นนี้อีกต่อไปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาภายหลัง แต่นึกไม่ถึงว่าหยางกงจิ่วกลับไม่สนใจต่อคำพูดของเกาหลางชิวเลยแม้แต่น้อย ต่อมา ทุกอย่างได้เป็นไปตามคำกล่าวของเกาหลางชิว วันหนึ่งได้มีคนมาสนใจฮูหยินของหยางกงจิ่วเข้า ที่สำคัญยังวางแผนทำลายครอบครัวของหยางกงจิ่วจนพินาศย่อยยับ ในเวลานั้น วรยุทธของเกาหลางชิวจัดว่าเป็นเลิศ เดิมทีสามารถให้ความช่วยเหลือหยางกงจิ่วได้ แต่น่าเสียดายที่เกิ่งลิ่วเหนียงตามมาถึงและต้องการเอาชีวิตเกาหลางชิว ทำให้เกาหลางชิวจำต้องล่อศัตรูไปทางอื่นก่อน สามเดือนต่อมา เกาหลางชิวกลับไปที่เป่าติ้งอีกครั้ง เกาหลางชิวพบว่าหยางกงจิ่วและฮูหยินถูกให้ร้าย ส่วนลูกชายและลูกสาวของคนทั้งสองนั้นกลับหายสาบสูญไปโดยไม่รู้ร่องรอย เกาหลางชิวไปหาอดีตภรรยาของหยางกงจิ่วเพื่อพบกับหลอเสียวหู่ แต่ในเวลานี้เสียวหู่อายุน้อยเกินไปไม่มีวันเข้าใจเรื่องการล้างแค้นให้พ่ออย่างแน่นอน เกาหลางชิวเกรงว่าเกิ่งจิ่วสองสามีภรรยาจะย้อนกลับมาที่เป่าติ้งอีกครั้ง ด้วยความรีบร้อนจึงเขียนกลอนบทหนึ่งให้แก่เสียวหู่ซึ่งเนื้อความในกลอนนั้นได้บอกถึงชาติกำเนิดของเสียวหู่ เสียวหู่ต้องท่องกลอนบทนี้ให้ขึ้นใจเพื่อที่จะได้จดจำความแค้นและจะได้แก้แค้นให้พ่อ เมื่อเสียวหู่เติบโตขึ้นแล้วให้เดินทางมาหาตนได้ที่ซินเจียง ถึงเวลานั้นตนจะถ่ายทอดสุดยอดวิชาให้แก่เสียวหู่เพื่อให้เสียวหู่ไปแก้แค้นให้พ่อ เกาหลางชิวพักอยู่ในจวนของอี้ยุ่ยโดยรอคอยการมาหาตนของเสียวหู่ แต่นึกไม่ถึงว่าเวลาล่วงเลยไปสิบกว่าปีแล้วเกาหลางชิวก็ไม่มีข่าวคราวของเสียวหู่เลย ดังนั้น เกาหลางชิวจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปที่จงหยวนอีกครั้งโดยเดินทางไปยังเป่าติ้งเพื่อตามหาเสียวหู่และจะได้ถ่ายทอดวรยุทธให้เพื่อให้เสียวหู่ได้ล้างแค้นให้พ่อเสียที

สิบปีที่ผ่านมาที่เป่าติ้งสามารถกล่าวได้ว่าทุกอย่างยังคงเดิม พี่ชายของเกาหลางชิวได้ลาออกจากราชการเดินทางกลับบ้านเกิดแล้ว คดีของหยางกงจิ่วซึ่งเป็นเพื่อนรัก คนที่ยังจดจำเรื่องนี้ได้มีไม่มากนัก ส่วนเสียวหู่นั้นได้ไปจากเป่าติ้งเมื่อสิบปีก่อนหน้านี้แล้วโดยในเวลานี้ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเสียวหู่เป็นตายร้ายดีอย่างไร เกาหลางชิวทำได้เพียงอธิษฐานต่อหน้าหลุมฝังศพเพื่อนรักของตนเท่านั้น จากนั้นจากเป่าติ้งไปด้วยจิตใจที่หดหู่




วันหนึ่ง เกาหลางชิวได้เดินทางมาถึงจี้ลู่ที่เหอเป่ย แม้ว่าจะไม่ใช่เทศกาลงานวัดแต่อย่างใด แต่ทว่าถนนหนทางกลับเต็มไปด้วยผู้คน หลังจากที่สอบถามดูแล้วพบว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุหกสิบปีของอี๋สงหย่วนเจ้าสำนักคุ้มภัยสงหย่วนสำนักคุ้มภัยที่มีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของเหอเป่ย ในเวลาเดียวกันก็เป็นวันที่อี๋สงหย่วนล้างมือในอ่างทองคำเพื่อถอนตัวจากยุทธภพ สำนักคุ้มภัยสงหย่วนในระยะเวลาสามสิบปีที่ผ่านมานี้ไม่เพียงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งยุทธภพ นับตั้งแต่ที่อี๋สงหย่วนได้มาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่จี้ลู่ก็เป็นคนที่มีจิตใจเมตตาปราณีชอบทำบุญช่วยเหลือผู้คน ผู้คนในเมืองต่างพากันเคารพนับถืออี๋สงหย่วนราวกับเป็นพระโพธิสัตย์องค์หนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้น หลังจากที่ข่าวการล้างมือในอ่างทองคำอำลายุทธภพของอี๋สงหย่วนแพร่สะพัดออกไป ทำให้เหล่าบรรดาชาวยุทธทั้งหลายต่างพากันมาแสดงความยินดีกับอี๋สงหย่วน ในจำนวนนี้หมายรวมถึงขุนนางและชาวบ้านทั้งหลายที่เคยได้รับความช่วยเหลือต่างก็พากันมาแสดงความยินดีด้วย ทำให้เมืองจี้ลู่นั้นดูเหมือนกับมีเทศกาลขึ้นมาทันที ถนนหนทางตรอกซอกซอยต่างพากันกล่าวขานกันถึงคุณงามความดีของอี๋สงหย่วนกันทั้งนั้น เกาหลางชิวพบว่ามีคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมเป็นที่น่าสงสัยแฝงตัวมาแสดงความยินดีอี๋สงหย่วน เดิมทีนั้นเกาหลางชิวคิดว่าคนเหล่านี้สะกดรอยตามตนเองมา แต่ต่อมาพบว่าคนเหล่านี้ต่างพากันมาร่วมงานของอี๋สงหย่วนด้วยกันทั้งนั้น ทำให้เกาหลางชิวคิดว่าจะต้องมีเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเกาหลางชิวจึงตัดสินใจติดตามคนเหล่านี้มาที่สำนักคุ้มภัยสงหย่วนด้วยเช่นเดียวกัน

แม้ว่าภายในสำนักคุ้มภัยสงหย่วนจะเต็มไปด้วยแขกเหรื่อซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความยินดีและเบิกบานก็ตาม แต่ทว่าสีหน้าและท่าทีศิษย์ในสำนักคุ้มภัยกลับเต็มไปด้วยความหวั่นหวาด ในที่สุดพิธีล้างมือในอ่างทองคำอำลายุทธภพก็เริ่มต้นขึ้น อี๋สงหย่วนประกาศต่อหน้าเหล่าบรรดาชาวยุทธทั้งหลายว่านับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตนจะอำลาจากยุทธภพและจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แขกเหรื่อที่มาร่วมงานและเป็นประจักษ์พยานในพิธีต่างพากันเสียดายที่อี๋สงหย่วนตัดสินใจอำลายุทธภพ ตลอดระยะเวลาสามกว่าปีที่ผาดโผนอยู่ในยุทธภพ ชีวิตต้องฝ่าฟันกับคมหอกคมดาบ ตนขอมีความสุขในชีวิตบั้นปลายเสียที ขณะที่อี๋สงหย่วนกำลังจะล้างมือในอ่างทองคำอยู่นั้นเอง ทันใดนั้นเหอเจี้ยนเอ๋อและสามีของนางจางอี้จิ่นศัตรูคู่อาฆาตของอี๋สงหย่วนได้ร้องห้ามอี๋สงหย่วนไม่ให้ล้างมือในอ่างทองคำ จางอี้จิ่นและเหอเจี้ยนเอ๋อสองสามีภรรยาได้พายอดฝีมือชุดดำล้อมสำนักคุ้มภัยสงหย่วนไว้ จากนั้นประกาศว่าพวกตนได้รับคำสั่งให้จับนักโทษพรรคแปดเหลี่ยม




ความจริงแล้วนั้น ในสมัยหนุ่มๆนั้นอี๋สงหย่วนและเหอเฟยหลงพ่อเหอเจี้ยนเอ๋อได้ผาดโผนในยุทธภพด้วยกัน เนื่องจากทั้งสองไม่พอใจที่ขุนนางรังแกชาวบ้าน ทั้งสองจึงพากันเข้ากับแปดเหลี่ยม ต่อจากนั้นทางการได้พากันกวาดล้างพรรคแปดเหลี่ยม ทำให้พรรคแปดเหลี่ยมต้องแตกสลายลง อี๋สงหย่วนมีวรยุทธล้ำเลิศจึงก่อตั้งสำนักคุ้มภัยสงหย่วนขึ้น ส่วนเหอเฟยหลงนั้นกลับตกต่ำเป็นโจรร้าย ปีเดียวกันนั้นเอง อี๋สงหย่วนคุ้มกันของมีค่าขององค์ชายเหล็กไปเมืองหลวง ระหว่างทางขบวนคุ้มภัยได้ถูกเหอเฟยหลงและพวกเข้าปล้น เหอเฟยหลงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอี๋สงหย่วน เหอเฟยหลงจำได้ว่าอี๋สงหย่วนเป็นพี่น้องของตนซึ่งเคยอยู่ในพรรคแปดเหลี่ยมด้วยกัน ส่วนอี๋สงหย่วนเองก็จำเหอเฟยหลงได้เช่นกัน ทั้งสองจึงลามือกัน เหอเฟยหลงชักชวนอี๋สงหย่วนไปที่ค่ายโจร อี๋สงหย่วนติดตามเหอเฟยหลงไปที่ค่ายโจรแต่โดยดี ขณะที่ทั้งสองดื่มเหล้ารำลึกความหลังกัน อี๋สงหย่วนพบว่าเหอเฟยหลงลอบวางยาพิษทำร้ายตน ทั้งสองประมือกันอีกครั้ง และเหอเฟยหลงก็ต้องจบชีวิตด้วยน้ำมืออี๋สงหย่วนในที่สุด

ในเวลานั้นเหอเจี้ยนเอ๋อยังเล็กอยู่ อี๋สงหย่วนไม่สามารถลงมือฆ่าเด็กน้อยตาดำๆได้เป็นอันขาด อี๋สงหย่วนนำเหอเจี้ยนเอ๋อมอบให้กับเพื่อนของตนให้เลี้ยงดูเหอเจี้ยนเอ๋อจนเติบใหญ่ จากนั้นอี๋สงหย่วนก็เดินทางต่อไป สิบห้าปีต่อมา คืนหนึ่งซึ่งพระจันทร์เต็มดวงและลมกระโชกแรงมากได้มีนักฆ่าสองคนพากันบุกเข้ามาที่สำนักคุ้มภัยสงหย่วน หลังจากที่อี๋สงหย่วนจับกุมนักฆ่าทั้งสองคนไว้แล้วก็ล่วงรู้ว่าในเวลานี้เหอเจี้ยนเอ๋อลูกสาวของเหอเฟยหลงได้เติบโตเป็นสาวแล้ว ทั้งยังมีวรยุทธคุ้มกายอีกด้วย เหอเจี้ยนเอ๋อมาล้างแค้นอี๋สงหย่วนพร้อมกับจางอี้จิ่นสามีของนางซึ่งเพิ่งแต่งงานกัน อี๋สงหย่วนอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและสาเหตุการตายของเหอเฟยหลงให้เหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นฟัง เหอเจี้ยนเอ๋อไม่สามารถรับความจริงที่ได้รับฟังมาได้ อี๋สงหย่วนตัดสินใจปล่อยคนทั้งสองไปเพื่อยุติบุญคุณความแค้นที่มีต่อกัน ต่อมา นึกไม่ถึงว่าเหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นสามีของนางก็ได้กลับมาล้างแค้นอีกครั้ง แต่ทั้งสองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอี๋สงหย่วน ดังนั้นจึงต้องคว้าน้ำเหลวกลับไปอีกครั้ง




ครั้งหนึ่ง อี๋สงหย่วนทราบข่าวว่าจางอี้จิ่นและเหอเจี้ยนเอ๋อได้สมคบคิดกับทางการ ทั้งสองปฏิญาณว่าจะทำลายล้างสำนักคุ้มภัยสงหย่วนให้ได้ แม้ว่าอี๋สงหย่วนจะไม่ได้เกรงกลัวคนทั้งสองเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าสิ่งที่อี๋สงหย่วนกลับหวั่นหวาดนั้นกลับเป็นทางการ นั่นเป็นเพราะอี๋สงหย่วนไม่ต้องการให้คนอื่นต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้นในวันครบรอบวันเกิดอายุหกสิบปี อี๋สงหย่วนจึงตัดสินใจล้างมือในอ่างทองคำอำลาและถอนตัวจากยุทธภพ ในวันทำพิธีล้างมือในอ่างทองคำนั่นเอง เหอเจี้ยนเอ๋อ,จางอี๋จิ่นพร้อมด้วยคนของทางการได้พากันมาที่สำนักคุ้มภัยสงหย่วนโดยกล่าวหาว่าอี๋สงหย่วนเป็นนักโทษของพรรคแปดเหลี่ยมที่หลบหนีมา การที่พวกตนเดินทางมาที่นี่นั้นก็เพื่อจับกุมอี๋สงหย่วนและคนในครอบครัว แต่ความจริงแล้วเหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี๋จิ่นต่างต้องการฆ่าอี๋สงหย่วนและครอบครัวโดยไม่ละเว้นสักชีวิต

เกาหลางชิวซึ่งแฝงตัวอยู่ในฝูงชนเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการตามจับกุมคนร้าย เดิมทีตั้งใจจะจากไปก็เป็นอันจบเรื่องแล้วโดยที่ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแต่อย่างใด แต่ทว่า เกาหลางชิวก็สุดที่จะทนดูเหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นฆ่าคนอย่างผักปลาได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

ผู้ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือไม่ได้มีแต่เพียงเกาหลางชิวคนเดียวเท่านั้น ยังมีคนหนุ่มอีกคนหนึ่งอายุราวยี่สิบปีซึ่งวรยุทธของเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นดูเหมือนว่าจะเหนือกว่าตนเสียด้วยซ้ำ ทำให้เกาหลางชิวตะลึงงันที่เห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มที่เห็นนี้มีชื่อหลี่มู่ไป๋ หลี่มู่ไป๋ก็เหมือนกับเกาหลางชิว การมาที่นี่นั้นเพราะมาเปิดหูเปิดตาเท่านั้น หลี่มู่ไป๋เห็นมีคนของทางการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เดิมทีคิดจะไปจากสำนักคุ้มภัยสงหย่วนแล้ว แต่สุดท้ายเพราะทนดูความเหี้ยมโหดของจางอี้จิ่นไม่ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่เพราะคนของทางการนั้นมากมายและเหี้ยมโหด สำนักคุ้มภัยสงหย่วนมีเพียงอี๋สงหย่วนและฮูหยินเท่านั้นที่ถูกเกาหลางชิวและหลี่มู่ไป๋ช่วยเหลือออกมาได้ นอกนั้นไม่มีใครรอดพ้นจากความตายเลยสักคน




อี๋สงหย่วนที่ได้รับการช่วยเหลือออกมานั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่อี๋สงหย่วนจะสิ้นใจได้เล่าถึงเหตุการณ์บุญคุณความแค้นของเหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นให้เกาหลางชิวและหลี่มู่ไป๋ล่วงรู้ จากนั้นได้ขอร้องคนทั้งสองให้ส่งตัวฮูหยินไปที่สำนักคุ้มภัยหย่งเสียงโดยขอความช่วยเหลือจากเมิ่งหย่งเสียงเพื่อนรัก ในเวลานั้นซึ่งอยู่ในพรรคแปดเหลี่ยม อี๋สงหย่วนและเมิ่งหย่งเสียงเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมากที่สุด ต่อมาทั้งสองต่างพากันก่อตั้งสำนักคุ้มภัยกันขึ้นโดยที่ต่างคนต่างก่อตั้งสำนักคุ้มภัยขึ้นที่บ้านเกิดของแต่ละคน อี๋สงหย่วนยังยกลูกสาวเพียงคนเดียวของตนให้แต่งงานกับเมิ่งซือจ้าวลูกชายคนเล็กของเมิ่งหย่งเสียงอีกด้วย

หลังจากที่เกาหลางชิวและหลี่มู่ไป๋เห็นอี๋สงหย่วนสิ้นใจแล้วก็พากันส่งตัวฮูหยินอี๋สงหย่วนไปที่สำนักคุ้มภัยหย่งเสียงทันที

ดึกคืนนั้น ทั้งสามพากันเข้าพักในโรงเตี๊ยม ขณะที่กำลังจะเข้านอนอยู่นั้นเอง หลี่มู่ไป๋พบว่าได้มีหญิงสาวคนหนึ่งลอบเข้ามาในโรงเตี๊ยม หลี่มู่ไป๋คิดว่าเป็นนักฆ่าที่เหอเจี้ยนเอ๋อส่งมา หลี่มู่ไป๋และนักฆ่าต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งสองต่างพากันงัดเอาสุดยอดวิชาออกมาเพื่อที่จะสยบฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ที่แท้หญิงสาวที่บุกเข้ามาในโรงเตี๊ยมนี้ก็คืออี๋ซิ่วเหลียนลูกสาวเพียงคนเดียวของอี๋สงหย่วนนั่นเอง

สิ่งที่อี๋สงหย่วนเสียใจมากที่สุดในชีวิตก็คือการที่ไม่มีลูกชายสืบทอดสำนักคุ้มภัยสงหย่วน สวรรค์เหมือนกับกลั่นแกล้งอี๋สงหย่วน อี๋ซิ่วเหลียนลูกสาวเพียงคนเดียวกลับมีพรสวรรค์ในการฝึกวรยุทธ นางมีอายุได้ห้าขวบเห็นพ่อฝึกวรยุทธ นางซึ่งอยู่ข้างๆก็ฝึกตาม ที่น่าประหลาดก็คือเมื่อฝึกก็เป็นเลย นางอายุสิบสามปี เสียนจิ้งเพื่อนรักของอี๋สงหย่วนได้มาเยี่ยมเยียนอี๋สงหย่วนถึงที่บ้าน ทันทีที่เสียนจิ้งเห็นอี๋ซิ่วเหลียนเท่านั้นก็ถึงกับตะลึงงันเมื่อพบว่าอี๋ซิ่วเหลียนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการฝึกวรยุทธซึ่งหาได้ยากในร้อยปีจะมีสักคนหนึ่ง เสียนจิ้งตัดสินใจพาอี๋ซิ่วเหลียนไปฝึกวรยุทธที่อู่ไถซัน อายุได้สิบแปดปี อี๋ซิ่วเหลียนได้รับจดหมายจากอี๋สงหย่วนบิดาซึ่งจะมีอายุครบหกสิบปีและในวันนี้อี๋สงหย่วนก็จะล้างมือในอ่างทองคำอำลายุทธภพ ทั้งยังตัดสินใจปิดสำนักคุ้มภัยสงหย่วนที่ดำเนินกิจการมาถึงสามสิบปีลงอีกด้วย อี๋ซิ่วเหลียนตกใจมากเมื่อล่วงรู้เรื่องนี้ นางประหลาดใจที่พ่อของนางยังแข็งแรงอยู่ อีกทั้งยังมีอุดมการณ์อยู่เพราะเหตุใดถึงด่วนตัดสินใจที่จะล้างมือในอ่างทองคำอำลายุทธภพ อี๋ซิ่วเหลียนเห็นเช่นนั้นจึงร่ำลาอาจารย์เดินทางจากอู่ไถซันกลับบ้าน นางต้องการรู้ว่าที่แท้จริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่น่าเสียดายที่นางมาสายไปก้าวหนึ่ง




ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอี๋ซิ่วเหลียนก็คิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดสำนักคุ้มภัยสงหย่วนที่มีชื่อเสียงถึงเกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ขึ้นได้ ระหว่างทางที่นางเดินทางกลับบ้านนั้นได้พบกับโจรป่ากำลังปล้นสะดมอยู่ นางตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพราะเหตุที่ว่าอยากทดสอบวรยุทธที่ได้ร่ำเรียนมาหลายปี อีกทั้งคุณธรรมซึ่งเมื่อมีผู้ที่ถูกรังแกแล้วจะนิ่งดูดายไม่ช่วยเหลือไม่ได้ คนที่นางช่วยชีวิตไว้นั้นมีชื่อว่าเต๋อเสี้ยวฟง เดิมทีเต๋อเสี้ยวฟงเป็นขุนนาง แต่เพราะมีความผิด แต่เพราะองค์ชายเถี่ยเสี่ยวออกหน้าช่วยเหลือจึงมีชีวิตอยู่ แต่ทว่าต้องออกจากราชการ เพื่อที่เต๋อเสี้ยวฟงจะไม่ต้องรับโทษจึงจำต้องทำงานให้แก่องค์ชายเถี่ยเสี่ยว ครั้งนี้เต๋อเสี้ยวฟงเดินทางมาเจียงหนันเพื่อหาของขวัญให้แก่องค์ชายเถี่ยเสี่ยวในวาระที่องค์ชายมีอายุครบห้าสิบชันษา เต๋อเสี้ยวฟงเป็นคนที่มีน้ำใจ หลังจากที่ออกจากราชการแล้วก็คบหาเหล่าบรรดาชาวยุทธทั้งหลาย เต๋อเสี้ยวฟงเห็นอี๋ซิ่วเหลียนแม้ว่าจะเป็นหญิงและอายุยังน้อยอยู่ก็ตาม แต่ทว่าวรยุทธของนางกลับลึกล้ำ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตามเต๋อเสี้ยวฟงก็จะต้องเชื้อเชิญนางไปที่บ้านตนให้ได้ ทำให้อี๋ซิ่วเหลียนยากที่จะปฏิเสธได้ นางไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจส่งเต๋อเสี้ยวฟงไปยังเมืองหลวงเสียก่อน จากนั้นนางค่อยเดินทางกลับไปยังจี้ลู่

เมื่ออี๋ซิ่วเหลียนเดินทางมาถึงจี้ลู่ก็ช้าไปวันหนึ่งแล้ว นางเชื่อว่าพ่อของนางจะไม่มีวันตำหนินางอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากพ่อได้รู้ว่านางได้ช่วยชีวิตคนเอาไว้ทำให้มาร่วมงานวันเกิดช้าไป แต่ไม่นึกเลยว่าเมื่อมาถึงบ้านกลับพบว่าบ้านต้องพังพินาศย่อยยับจนไม่เหลือซาก ซุนเจิ้งหลี่พี่ใหญ่ในสำนักคุ้มภัยซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบอกอี๋ซิ่วเหลียนว่าอาจารย์และอาจารย์หญิงถูกศัตรูจับตัวไป อี๋ซิ่วเหลียนเดินทางไปยังสถานที่ที่ศิษย์พี่ได้บอกเอาไว้ นางคิดว่าจะช่วยชีวิตพ่อแม่ของนางกลับมาอย่างไร ในที่สุดอี๋ซิ่วเหลียนก็ตามมาถึงโรงเตี๊ยมที่หลี่มู่ไป๋และเกาหลางชิวพาแม่ของนางมาพัก นางเกรงว่าศัตรูมีคนมากกว่า ดังนั้นจึงตัดสินใจรอให้ค่ำเสียก่อนค่อยเข้าช่วยเหลือคน หลังจากที่ความเข้าใจผิดยุติลง การต่อสู้ประมือกันได้กลายเป็นเรื่องดี ทำให้ทุกคนเข้าใจกันได้เป็นอย่างดี

เกาหลางชิวและหลี่มู่ไป๋เห็นอี๋ซิ่วเหลียนแม่ลูกได้พบกันอีกครั้งหลังจากที่จากกันไปนาน ทั้งสองเห็นว่าอี๋ซิ่วเหลียนมีวรยุทธล้ำเลิศ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่พวกตนจะต้องไปส่งแม่ของนางอีก ทุกคนร่ำลากัน อี๋ฮูหยินขอร้องเกาหลางชิวและหลี่มู่ไป๋โดยกล่าวกับคนทั้งสองว่าก่อนที่อี๋สงหย่วนสามีนางจะสิ้นใจไปนั้นยังมีเรื่องกังวลใจอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งยังไม่ได้บอกให้ทั้งสองล่วงรู้ เรื่องที่ว่านั้นก็คืออี๋สงหย่วนเกรงว่าเหอเจี้ยนเอ๋อจะตามฆ่าเมิ่งหย่งเสียงอีกคน อี๋ฮูหยินหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วเกาหลางชิวและหลี่มู่ไป๋จะยินดีที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือสกุลเมิ่ง ฮี๋ฮูหยินรู้สึกผิดที่ปกปิดเรื่องนี้ไว้โดยไม่บอกให้ทั้งสองล่วงรู้ ทั้งยังร้องขอความช่วยเหลือจากคนทั้งสองอีก หลี่มู่ไป๋เกิดความชอบพออี๋ซิ่วเหลียนทันทีที่ได้พบเห็น การที่หลี่มู่ไป๋รับปากช่วยเหลือนั้นเป็นเพราะไม่อยากไปจากอี๋ซิ่วเหลียน เกาหลางชิวเห็นเช่นนั้นไม่มีทางเลือกจึงจำต้องรับปากเช่นเดียวกัน




สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือกลับไม่มีเรื่องเกิดขึ้นกับสำนักคุ้มภัยหย่งเสียง แต่กลับไม่รู้ว่าเมิ่งหย่งเสียงและครอบครัวหายตัวไปอยู่ที่ใด ที่สำนักคุ้มภัยนั้นกลับมีเพียงคนเฝ้าประตูแก่ๆเพียงคนเดียวเท่านั้น หลี่มู่ไป๋กล่าวถึงความสงสัยที่ติดอยู่ในของตนออกมาให้ทุกคนล่วงรู้ว่าเพราะเหตุใดอี๋สงหย่วนและเมิ่งหย่งเสียงซึ่งรักกันราวกับพี่น้องนั้น เมิ่งหย่งเสียงถึงไม่ยอมมาร่วมงานวันเกิดอายุหกสิบปีของอี๋สงหย่วน

คืนนั้นเอง เหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นสองสามีภรรยาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง อี๋ซิ่วเหลียน หลี่มู่ไป๋ และเกาหลางชิวสามยอดฝีมือได้ร่วมมือกันรับมือเหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นจนทั้งสองพ่ายแพ้หลบหนีไป

วันรุ่งขึ้น คนเฝ้าประตูของสำนักคุ้มภัยหย่งเสียงได้พาอี๋ซิ่วเหลียนและพวกไปยังตรอกเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อพบกับเมิ่งหย่งเสียงและฮูหยิน ที่แท้อี๋สงหย่วนล่วงรู้ว่าเหอเจี้ยนเอ๋อสมคบคิดกับทางการ อีกทั้งยังเชื่อว่าเหอเจี้ยนเอ๋อจะต้องให้ทางการมาเล่นงานอี๋สงหย่วนและเมิ่งหย่งเสียงว่าเป็นคนของพรรคแปดเหลี่ยม ดังนั้นอี๋สงหย่วนจึงส่งคนมาบอกให้เมิ่งหย่งเสียงได้เตรียมการหาทางหลบหนีไว้ก่อน การที่อี๋สงหย่วนจัดงานล้างมือในอ่างทองคำอำลายุทธภพนั้นโดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะหลุดพ้นจากการตามล่าของเหอเจี้ยนเอ๋อ นึกไม่ถึงว่ากลับไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของเหอเจี้ยนเอ๋อได้

ในเวลาเดียวกันเมิ่งหย่งเสียงได้เปิดเผยให้อี๋ซิ่วเหลียนล่วงรู้ว่าเมื่อสามปีก่อนเมิ่งซือจ้าวลูกชายของตนนั้นเป็นเพราะออกหน้าช่วยเหลือคนจนพลั้งมือฆ่าคนของทางการ จนกระทั่งทุกวันนี้เมิ่งซือจ้าวยังต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนโดยไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เพื่อความสุขชั่วชีวิตของอี๋ซิ่วเหลียนแล้ว หวังว่านางจะมองชายคนอื่นไว้บ้าง

เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้อี๋ซิ่วเหลียนไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้าอย่างไร ในที่สุดนางก็ตัดสินใจว่าจะส่งแม่ของนางและฮูหยินเมิ่งไปที่อู่ไถซันเสียก่อน หลี่มู่ไป๋กล่าวร่ำลาอี๋ซิ่วเหลียนอย่างอาลัยอาวรณ์ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าว่าที่สามีของอี๋ซิ่วเหลียนเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกทั้งเมิ่งหย่งเสียงก็ยังบอกให้อี๋ซิ่วเหลียนมองชายอื่นไว้บ้าง แม้ว่าวันนี้ความจริงยังไม่ปรากฏว่าเมิ่งซือจ้าวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ดังนั้นยังคงถือว่าอี๋ซิ่วเหลียนยังคงเป็นว่าที่ภรรยาของเมิ่งซือจ้าวอยู่ หลี่มู่ไป๋ซึ่งรู้จักธรรมเนียมรู้ดีว่าควรทำตัวอย่างไร หลี่มู่ไป๋รู้แต่เพียงว่าสวรรค์ช่างกลั่นแกล้งคนเสียเหลือเกิน เดิมทีหลี่มู่ไป๋ตั้งใจว่าจะเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อพบกับท่านอา หลังจากที่ร่ำลาจากอี๋ซิ่วเหลียนแล้วหลี่มู่ไป๋ก็มุ่งหน้าเดินทางไปยังเมืองหลวงทันที

เกาหลางชิวเองก็ต้องการเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อนำความไปรายงานต่อี้ยุ่ย ดังนั้นหลี่มู่ไป๋และเกาหลางชิวจึงเดินทางไปเมืองหลวงด้วยกัน




ระหว่างทางเกาหลางชิวและหลี่มู่ไป๋ต่างพบว่าพวกตนถูกคนสะกดรอยตาม ทั้งสองต่างคิดว่าเหอเจี้ยนเอ๋อส่งคนสะกดรอยตามพวกตนมา นึกไม่ถึงว่าคนที่สะกดรอยตามทั้งสองมานั้นกลับเป็นเกิ่งลิ่วเหนียง เกิ่งลิ่วเหนียงติดตามเหอเจี้ยนเอ๋อมายังจี้ลู หลังจากที่นางพบว่าเกาหลางชิวอยู่ที่สำนักคุ้มภัยสงหย่วนแล้ว นางก็เฝ้าติดตามเกาหลางชิวเรื่อยมา แม้ว่าในเวลานี้วรยุทธของเกิ่งลิ่วเหนียงเป็นรองเกาหลางชิวก็ตาม แต่ทว่าเกาหลางชิวก็ไม่สามารถสังหารนางได้ เกิ่งลิ่วเหนียงบีบบังคับเกาหลางชิวให้คืนคัมภีร์เพลงยุทธให้นาง หากเกาหลางชิวไม่ยอมคืนคัมภีร์เพลงยุทธให้นาง นางจะเปิดเผยให้ชาวยุทธทั้งหลายล่วงรู้ว่าเกาหลางชิวขโมยคัมภีร์เพลงยุทธของนางไป เชื่อว่าต่อไปเกาหลางชิวจะไม่มีวันสงบสุขอย่างแน่นอน เกาหลางชิวได้ยินเกิ่งลิ่วเหนียงกล่าวเช่นนั้นจึงต้องจำใจคืนคัมภีร์เพลงยุทธให้นาง เกาหลางชิวพาเกิ่งลิ่วเหนียงเดินทางกลับไปที่เฉี่ยม่อเฉิงที่ทิเบตด้วยกันเพื่อไปนำคัมภีร์เพลงยุทธมอบให้เกิ่งลิ่วเหนียง

ที่เมืองเฉี่ยม่อเฉิง อี้ยุ่ยเตรียมตัวเดินทางไปยังเมืองหลวง ฮูหยินเสนอกับอี้ยุ่ยว่านางต้องการไปเยี่ยมพี่สาวของนางที่อีหลีเสียก่อน นั่นเป็นการเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้นั้นไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้พบนางอีก ดังนั้นฮูหยินและอี้เจียวหลงจึงพากันเดินทางไปที่อีหลีด้วยกัน

ขบวนของฮูหยินและอี้เจียวหลงพากันเดินทางมาถึงทะเลทราย เวลาเพิ่งบ่ายเท่านั้นเซี่ยงเต่าก็เสนอให้หาที่พักพักผ่อนกันก่อน จากนั้นวันรุ่งขึ้นค่อยออกเดินทาง อี้เจียวหลงได้ยินเช่นนั้นรู้สึกไม่พอใจจึงถามถึงเหตุผลที่ต้องหยุดพักการเดินทางจากเซี่ยงเต่า เซี่ยงเต่ากล่าวว่าดูจากดินฟ้าอากาศแล้วจะต้องมีพายุทะเลยทรายอย่างแน่นอน ในเวลาเดียวกัน ระยะนี้มักมีโจรทะเลทรายออกอาละวาดโดยฉวยโอกาสที่มีพายุทะเลทรายนี้เข้าปล้นสดมภ์ ดังนั้นวันนี้ไม่สมควรที่จะเดินทางต่อ อี้เจียวหลงไม่เชื่อตามคำพูดของเซี่ยงเต่านางจึงเร่งเร้าให้ทุกคนพากันเดินทางต่อ ทุกคนแม้ว่าไม่พอใจพฤติกรรมของอี้เจียวหลงแต่ก็ไม่กล้าพูด ดังนั้นจึงจำต้องพากันเดินทางกันต่อไป ผลปรากฏว่าไม่นานนักก็มีพายุทะเลทรายเกิดขึ้นตามคำบอกกล่าวของเซี่ยงเต่า พายุทะเลทรายเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วสร้างความตกใจให้ทุกคนเป็นอันมาก เสียงพายุทะเลยทรายราวกับเสียงวิญญาณอันโหยหวน ทำให้ทุกคนถึงกับอกสั่นขวัญแขวนไปตามกัน ท่ามกลางพายุทะเลทรายที่เกิดขึ้นได้มีกลุ่มคนซึ่งปล่อยผมยาวจำนวนหนึ่งพากันล้อมขบวนเดินทางไว้ ทหารที่อารักขาขบวนต่างพากันหลบหนีด้วยความตกใจ อี้เจียวหลงกลับรู้สึกไม่เกรงกลัวหวั่นหวาดเลยแม้แต่น้อย นางชักกระบี่ออกมาสังหารโจรทะเลทรายตายไปเป็นจำนวนไม่น้อย

อี้เจียวหลงตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเพลงอันโหยหวน นางพบว่านางอยู่ในถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ข้างกายนั้นมีกองไฟที่ให้ความอบอุ่นอยู่ อี้เจียวหลงตามเสียงเพลงอันโหยหวนออกไปนอกถ้ำ ท้องฟ้าภายนอกเป็นสีเงินสวยงาม พระจันทร์ราวกับกระจกบานใหญ่ที่แขวนอยู่บนท้องฟ้า ภายใต้แสงจันทร์ ชายหนุ่มซึ่งผมยาวปะบ่ากำลังยืนเป่าขลุ่ยผิวอยู่ ชายคนนั้นรู้สึกว่าอี้เจียวหลงกำลังจับจ้องตนอยู่จึงหันมาที่นาง นึกไม่ถึงว่าชายคนนั้นได้สวมหน้ากากไว้ อี้เจียวหลงซึ่งเป็นหญิงที่กล้าทำกล้ารับผิดชอบ ฟ้าไม่กลัวดินไม่เกรงเช่นนางรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นชาตินี้นางจะไม่มีวันจากชายคนนี้ไปอย่างแน่นอน




ที่แท้ชายหนุ่มผมยาวปะบ่าซึ่งสวมหน้ากากรูปเสือและเป็นหัวหน้าโจรทะเลทรายที่ว่านั้นก็คือหลอเสี่ยวหู่นั่นเอง เรื่องที่หยางกงจิ่วพ่อของหลอเสียวหู่ถูกฆ่าตายนั้น สำหรับหลอเสียวหู่นั้นเป็นเพราะอายุน้อยจึงไม่รู้เลยว่าที่แท้จริงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ในเวลานั้นเกาหลางชิวได้เล่าความจริงที่เกิดขึ้นให้หลอเสียวหู่ฟัง หลอเสียวหู่เองก็จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่หลอเสียวหู่จำได้นั่นก็คือเรื่องที่เกาหลางชิวสอนให้ตนท่องกลอน หลอเสียวหู่จดจำได้อย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่หลอเสียวหู่อารมณ์ไม่ดีก็จะท่องกลอนบทนี้ขึ้นมา ที่บ้านเกิดไม่มีญาติพี่น้องที่พึ่งพาอาศัยได้ต้องเที่ยวขอทานไปวันๆทั้งหิวทั้งทุกข์ทรมาณ หลอเสียวหู่จำต้องจากบ้านเกิดไปพเนจรไปทั่ว ต่อมา หลอเสียวหู่ได้พบกับหยิ่นซื่อซึ่งหยิ่นซื่อได้ถ่ายทอดวรยุทธให้แก่หลอเสียวหู่ไว้ป้องกันตัว

หลอเสียวหู่เป็นคนที่มีอุปนิสัยแข็งกระด้าง หากมีคำพูดใดที่ฟังไม่เข้าหูก็จะมีเรื่องชกต่อยทันที วรยุทธที่หลอเสียวหู่ร่ำเรียนมากับอุปนิสัยนั้นช่างเหมาะเจาะกันเสียเหลือเกิน กระบวนท่าแสนที่จะธรรมดาแต่ทว่าแต่ละกระบวนท่าล้วนแล้วแต่เหี้ยมโหดสามารถปลิดชีวิตได้ทุกเมื่อ ทำให้คู่ต่อสู้พากันหวั่นหวาด ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ทำให้หลอเสียวหู่สามารถฉกฉวยกำชัยได้อย่างง่ายดาย

หลอเสียวหู่จำไม่ได้เลยว่าเกาหลางชิวบอกว่าเมื่อเติบโตขึ้นแล้วให้เดินทางมาหาตน แต่ในใจของหลอเสียวหู่นั้นตลอดเวลามีความรู้สึกว่ายังมีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งกำลังรอคอยตนอยู่ ดังนั้นหลอเสียวหู่จึงตัดสินใจเดินทางมายังทิเบต ดินแดนซึ่งเต็มไปด้วยทะเลทรายภูเขาและเนินสูง สิ่งเหล่านี้ช่างเป็นสิ่งที่พอใจเสียเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้หลอเสียวหู่จึงตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ทั้งยังรับพวกโจรทะเลทรายไว้เป็นพวกอีกด้วย นับจากนั้นเป็นต้นมาหลอเสียวหู่ก็ตั้งตัวเป็นหัวหน้าโจรทะเลทรายทำการปล้นสดมภ์ไปทั่ว หลอเสียวหู่จะปล้นทรัพย์สินที่มีค่าเท่านั้นแต่จะไม่เอาชีวิตคน หลอเสียวหู่จะอาศัยโอกาสที่เกิดพายุทะเลทรายเข้าทำการปล้นสดมภ์โดยที่ทุกคนจะพากันปล่อยผมและสวมหน้ากากเข้าปล้น พวกพ่อค้าที่ทะเลทรายในการเดินทางต่างคิดว่าเป็นภูติผีด้วยกันทั้งนั้นซึ่งบางครั้งหลอเสียวหู่ไม่ต้องออกแรงเลยแม้แต่น้อยก็สามารถปล้นเอาทรัพย์สินมาได้อย่างง่ายดาย

ครั้งนี้ หลอเสียวหู่ได้นำพายอดฝีมือสิบกว่าคนโดยฉวยโอกาสที่เกิดพายุทะเลทรายเข้าปล้นขบวนเดินทางของฮูหยินและอี้เจียวหลง ท่ามกลางทะเลทรายที่เต็มไปด้วยพายุทุกคนไม่สามารถแยกแยะทิศทางเลยว่าเป็นทิศใดกันแน่ อีกทั้งโจรทะเลทรายที่สวมหน้ากากอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ทหารที่อารักขาอี้ฮูหยินและอี้เจียวหลงเกิดความหวาดกลัวและพากันหลบหนีไป หลอเสียวหู่คิดว่าจะเหมือนทุกครั้งที่สามารถปล้นได้อย่างง่ายดาย นึกไม่ถึงว่าเห็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นที่ชักกระบี่ออกมาต่อสู้และสังหารสมุนของตนตายไปหลายคน เชื่อว่านางนับแต่ได้ศึกษาวรยุทธมานอกจากอาจารย์ของนางแล้วเชื่อว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นางประมือกับคนอื่นและก็เป็นครั้งแรกที่นางฆ่าคนและเหตุการณ์ครั้งนี้เองทำให้อี้เจียวหลงถึงกับเป็นลมหมดสติไป ทันทีที่หลอเสียวหู่เห็นอี้เจียวหลงเท่านั้นก็ถึงกับตะลึงงันเลยทีเดียว ท่ามกลางทะเลทรายไม่ว่าคนหรือสิ่งของต่างแยกแยะไม่ออก หลอเสียวหู่ราวกับพบนางฟ้าเข้าแล้ว หรือว่าสิ่งนี้เองเป็นสิ่งสำคัญที่กำลังรอคอยตนอยู่




คนสองคนที่มีอุปนิสัยแข็งกระด้างด้วยกันทั้งคู่ อีกทั้งยังกล้ารักกล้าชังจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ราวกับได้จุดกองไฟกองโตขึ้นเช่นนั้น กรอบจารีตประเพณีซึ่งจำกัดไว้นั้นบัดนี้ได้ถูกโยนทิ้งไปแล้วโดยที่ทั้งสองต่างเคลิบเคลิ้มอยู่ในความฝันของตน

ฝันดีมักจะถูกปลุกให้ตื่นจากฝันได้โดยง่าย ผู้ที่ตื่นจากฝันก่อนใครคืออี้เจียวหลง นางต้องการให้หลอเสียวหู่กลับเนื้อกลับตัวเสียใหม่ หากไม่สามารถรับราชการมีตำแหน่งก็ควรที่จะจบชีวิตโจรเสียที ครึ่งปีให้หลังให้มาหานางที่เมืองหลวง เมื่อถึงเวลานั้นแล้วหากพ่อแม่อนุญาตทั้งสองจะได้แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน อี้เจียวหลงรู้ดีว่าความคิดเช่นนี้นั้นแทบจะเป็นจริงได้ยาก พ่อซึ่งเป็นขุนนางใหญ่โตมีหรือจะยอมรับคนธรรมดาเช่นหลอเสียวหู่ได้ แต่ทว่ามีเวลาถึงครึ่งปี นางหวังว่าเวลาหกเดือนนี้นางจะมีทางออกที่ดีกว่านี้

เมืองเฉี่ยม่อเฉิง นอกจากฮูหยินอี้ที่เฝ้าคอยการกลับมาอย่างปลอดภัยของอี้เจียวหลงแล้ว ยังมีเกาหลางชิวและเกิ่งลิ่วเหนียงที่เฝ้าคอยการกลับมาของอี้เจียวหลง เกาหลางชิวถูกเกิ่งลิ่วเหนียงบีบบังคับให้คืนคัมภีร์สุดยอดวิชาให้นาง ก่อนที่เกาหลางชิวจะเดินทางกลับจงหยวนได้นำคัมภีร์สุดยอดวิชาเก็บซ่อนไว้ในกล่องใบหนึ่งโดยมอบให้อี้เจียวหลงเป็นผู้เก็บรักษา จนกระทั่งวันนี้อี้เจียวหลงหายตัวไป หากนางตายในทะเลทรายแล้วเชื่อว่าจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ที่ซ่อนคัมภีร์สุดยอดวิชาอย่างแน่นอน เกาหลางชิวซึ่งสำเร็จสุดยอดวิชาจากคัมภีร์เกิดความร้อนใจขึ้นมาทันที แต่คนที่ร้อนใจมากกว่าเกาหลางชิวนั้นเห็นจะเป็นเกิ่งลิ่วเหนียง การกลับมาที่เฉี่ยม่อเฉิงครั้งนี้ของเกาหลางชิว เกาหลางชิวได้เปิดเผยให้อี้ฮูหยินล่วงรู้ว่าตนได้พาภรรยาจากบ้านเกิดมาด้วยโดยตระเตรียมที่จะเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกันกับอี้ฮูหยิน อี้ฮูหยินดีใจที่สองสามีภรรยาได้พบหน้ากันอีกครั้ง

อี้เจียวหลงซึ่งหายตัวไปเป็นแรมเดือนในที่สุดก็เดินทางกลับมาถึงเฉี่ยม่อเฉิงอย่างปลอดภัย เมื่อนางกลับมาถึงบ้านแล้วแต่ละวันก็จะเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในห้องโดยไม่ยอมพบหน้าใคร อี้ฮูหยินดีใจมากที่เห็นอี้เจียวหลงกลับมาอย่างปลอดภัย นางเห็นลูกสาวอยู่นอกบ้านเป็นเวลาแรมเดือนอาจได้รับความสะเทือนใจมาไม่น้อย ดังนั้นจึงเชิญหมอมาดูอาการ ทั้งยังเลื่อนวันที่จะเดินทางไปเมืองหลวงออกไป มีเพียงเกาหลางชิวคนเดียวเท่านั้นที่พบว่าอี้เจียวหลงเปลี่ยนไป เกิ่งลิ่วเหนียงเองนั้นก็พยายามเร่งรัดที่จะนำคัมภีร์สุดยอดวิชาคืนมาให้ได้เพื่อที่นางจะได้ไปจากเฉี่ยม่อเฉิงโดยเร็วและจะได้ฝึกสุดยอดวิชาในคัมภีร์เสียที เกาหลางชิวและเกิ่งลิ่วเหนียงแอบสนทนากันอย่างลับๆ นึกไม่ถึงว่ากลับถูกคนลอบฟัง เกาหลางชิวตามคนที่แอบฟังคำสนทนาของทั้งสองออกไป เกาหลางชิวเห็นแต่เพียงเงาของคนลึกลับที่ว่าเท่านั้น ทำให้เกาหลางชิวรู้สึกไม่สู้ดีสักเท่าใดนัก

คืนวันรุ่งขึ้น อี้เจียวหลงถือเหล้ามากระปุกหนึ่งจากนั้นชักชวนเกาหลางชิวและเกิ่งลิ่วเหนียงดื่มด้วยกันกับนาง อี้เจียวหลงราวกับมีเรื่องในใจที่ต้องการจะเปิดเผยให้เกาหลางชิวล่วงรู้ เดิมทีเกิ่งลิ่วเหนียงเป็นคนที่ระแวงคนอื่นอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ได้รู้จักอี้เจียวหลงและร่วมดื่มกับนางจอกหนึ่งแล้ว เกิ่งลิ่วเหนียงก็ปล่อยให้ศิษย์อาจารย์ดื่มเหล้าด้วยกัน เกาหลางชิวคิดว่าอี้เจียวหลงมีเรื่องในใจที่ต้องการเปิดเผยให้ตนล่วงรู้ แต่นึกไม่ถึงว่านางกลับไม่ยอมปริปากใดๆออกมาเลย นางได้แต่ดื่มเหล้าเพียงอย่างเดียว จากนั้นกลับห้องพักไปด้วยอาการมึนเมา




คืนเดียวกันนั้นเอง มีเพียงเกาหลางชิวเท่านั้นที่อยู่ในห้อง นึกไม่ถึงว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นมา ไฟโหมโหมกระหน่ำซึ่งยากที่จะช่วยได้ บางทีเกาหลางชิงอาจจะเมามายมากก็เป็นได้ถึงไม่รู้ว่าไฟโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ทำให้เกาหลางชิวโชคร้ายตายอยู่ในกองเพลิง เกิ่งลิ่วเหนียงนั้นนับว่าโชคดีทันทีที่ลุกจากเตียงก็ออกไปเข้าห้องน้ำ ดังนั้นจึงทำให้นางรอดพ้นภัยครั้งนี้ไปได้ อี้เจียวหลงร่ำไห้ขอโทษเกิ่งลิ่วเหนียงที่นางเป็นสาเหตุให้เกาหลางชิวต้องตาย ในเวลาเดียวกันนางก็ขอให้เกิ่งลิ่วเหนียงอยู่ที่จวนสกุลอี้ต่อไปเพื่อที่จะเดินทางไปเมืองหลวงด้วยกัน เกิ่งลิ่วเหนียงมีความรู้สึกเช่นเดียวกันกับเกาหลางชิวที่เห็นเกิ่งลิ่วเหนียงแปลกไป แต่กระนั้นก็ตามก็ไม่อาจทำให้นางเลิกล้มความคิดที่จะนำคัมภีร์สุดยอดวิชาคืนมาให้ได้ การที่จะให้ได้คัมภีร์สุดยอดวิชาดืนมานั้นจำต้องอยู่ที่จวนสกุลอี้ต่อไปไม่ว่าจะมีอันตรายอยู่เบื้องหน้าก็ตาม

เมืองหลวงซึ่งเจริญรุ่งเรือง หลังจากที่กลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้วพบว่าสภาพเมืองหลวงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย แม้แต่หลี่มู่ไป๋ซึ่งเพิ่งเดินทางมายังเมืองหลวงเป็นครั้งแรกก็ยังรู้สึกถึงความรุ่งเรืองของเมืองหลวงเช่นกัน ท่านอาของหลี่มู่ไป๋ซึ่งทำงานอยู่ในกรมพิธีการได้เรียกให้หลี่มู่ไป๋เดินทางไปเปิดหูเปิดตายังดินแดนอาทิตย์อุทัยสักครั้ง เดิมทีหลี่มู่ไป๋ไม่มีใจเข้ารับราชการ แต่เมื่อเห็นอาของตนไม่ได้บังคับให้ตนเข้าสอบจึงทำให้หลี่มู่ไป๋คลายความกังวลใจ ดังนั้นจึงฉวยโอกาสนี้ทำความรู้จักกับเหล่าบรรดาชาวยุทธที่อยู่ในเมืองหลวง

หลี่มู่ไป๋ด้วยความบังเอิญได้ช่วยเหลือเต๋อเสี้ยวฟงเอาไว้ เต๋อเสี้ยวฟงยิ่งรู้สึกดีใจเมื่อล่วงรู้ว่าหลี่มู่ไป๋รู้จักกับอี๋ซิ่วเหลียน ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะแนะนำหลี่มู่ไป๋ให้รู้จักกับองค์ชายเถียเสี่ยวซึ่งองค์ชายเถียเสี่ยวเป็นคนที่ชอบคบหาชาวยุทธอยู่แล้ว องค์ชายเถียเสี่ยวและหลี่มู่ไป๋ราวกับมีวาสนาต้องกัน หลี่มู่ไป๋ตัดสินใจมอบกระบี่ซึ่งตนรักมากให้แก่องค์ชายเถียเสี่ยว

คนหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเลี้ยงม้าอยู่ในตำหนักองค์ชายเถียเสี่ยว ทำให้หลี่มู่ไป๋เกิดความสนอกสนใจขึ้นมา หลังจากที่สอบถามดูแล้วพบว่าชายคนนี้ก็คือเมิ่งซือจ้าวที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อนนั่นเอง เมิ่งซือจ้าวขอร้องหลี่มู่ไป๋ให้ช่วยปกปิดเบาะแสของตนไว้เป็นความลับ เมิ่งซือจ้าวกล่าวกับหลี่มู่ไป๋ว่าเมิ่งซือจ้าวตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน องค์ชายกับอี๋เสี่ยวเหลียนต่างหากเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน ไม่ว่าหลี่มู่ไป๋จะสอบถามอย่างไร เมิ่งซือจ้าวก็ไม่ยอมเปิดเผยความจริงใดๆให้หลี่มู่ไป๋ล่วงรู้อีกต่อไป เต๋อเสี้ยวฟงกล่าวว่าคนหนึ่งซึ่งทำทีว่าตายไปแล้วถึงสามปีเชื่อว่าคนคนนั้นจะต้องทำเรื่องสำคัญขึ้นอย่างแน่นอน ที่แท้เมิ่งซือจ้าวจะทำอะไรกันแน่

อี๋ซิ่วเหลียนส่งแม่ของนางและสองสามีสกุลเมิ่งไปยังอู่ไถซัน จากนั้นขอร้องให้เสียนจิ้งซือไท่ให้ที่พัก จากนั้นนางก็รีบรุดเดินทางไปยังเมืองหลวง เวลานี้นางล่วงรู้ว่าเหอเจี้ยนเอ๋อศัตรูที่สังหารพ่อของนางได้เดินทางถึงเมืองหลวงแล้ว อีกทั้งการที่เดินทางไปเมืองหลวงนั้นก็เพื่อต้องการหาเบาะแสของว่าที่สามีของนาง ที่แท้จริงนั้นเมิ่งหย่งเสียงมีความจริงที่ไม่ได้เปิดเผยให้อี๋ซิ่วเหลียนล่วงรู้ เมิ่งซือจ้าวเป็นคนหนุ่มที่มีอุดมการณ์ เมื่อสามปีก่อนเมิ่งซือจ้าวได้เข้ากับพวกที่ต้านชิงกู้หมิงและเมิ่งซือจ้าวก็ได้ฆ่าขุนนางที่รังแกชาวบ้านจนตนเองต้องหลบหนีไม่มีที่ซุกหัวนอน เมิ่งหย่งเสียงรู้ดีว่าพรรคแปดเหลี่ยมจะต้องก่อการใหญ่ในเมืองหลวงขึ้นอย่างแน่นอน เมิ่งหย่งเสียงต้องการให้อี๋ซิ่วเหลียนไปสืบหาความจริงเรื่องนี้ จากนั้นดูว่าพอจะมีหนทางช่วยเหลือได้หรือไม่

หญิงสาวอายุสิบแปดปีซึ่งไม่รู้อ่อนต่อโลกจะต้องเผชิญกับปัญหาหนักของชีวิตถึงสองเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการที่จะต้องล้างแค้นให้บิดาและตามหาว่าที่สามีของนางเองก็ตาม ขณะที่นางกำลังสับสนว้าวุ่นใจและไม่มีทางออกนี้เอง หลี่มู่ไป๋ได้กลายเป็นคนที่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้นาง นึกไม่ถึงว่าหลี่มู่ไป๋กลับกลายเป็นปัญหาหนักข้อที่สามของนาง อี๋ซิ่วเหลียนพบว่าหลี่มู่ไป๋ซึ่งอยู่ตรงหน้านางอีกทั้งยังมีวรยุทธที่เป็นเลิศก็คือชายที่นางมีใจให้

ปัญหาหนึ่งยังไม่ทันได้ยุติก็มีปัญหาอื่นตามเข้ามาอีก โชคชะตาของชายหนุ่มหญิงสาวทั้งสองจะเป็นอย่างไรต่อไป




อี้เจียวหลงซึ่งเก็บความลับไว้ในใจเรื่อยมาได้เดินทางไปยังเมืองหลวงพร้อมกับแม่ของนาง นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลอเสียวหู่จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเสียทีและเมื่อทำเช่นนั้นได้แล้ว ถ้าหากสามารถเข้ารับราชการได้เชื่อว่าการที่นางจะขอให้พ่อของนางยกเลิกการหมั้นหมายก็จะเป็นไปอย่างง่ายดาย จากนั้นนางจะได้แต่งงานกับหลอเสียวหู่อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาอย่างมีความสุข หลอเสียวหู่ซึ่งมีอุปนิสัยแข็งกระด้างนั้นสุดที่จะทนต่อไปได้อีกแล้ว ดังนั้นจึงได้ติดตามอี้เจียวหลงเดินทางไปยังเมืองหลวง น่าเสียดายที่หลอเสียวหู่มุทะลุเกินไป หลอเสียวหู่ยืนกรานที่จะพาอี้เจียวหลงไปกับตนให้ได้

ที่ถนนในเมืองหลวงมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งผมยาวปะบ่า กลุ่มคนกลุ่มนี้เปิดเผยว่าฟันแทงไม่เข้า แม้แต่ปืนไฟของชาวต่างชาติก็ไม่กลัว มีคนกล่าวว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นทหารสวรรค์ที่สวรรค์ส่งมาช่วยต้าชิงเอาไว้ ฮ่องเต้มีรับสั่งให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้าเฝ้าเพื่อแสดงความสามารถให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตร ผลปรากฏว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้ฟันแทงไม่เข้าจริงๆ ที่เทียนจิน กลุ่มคนเหล่านี้จึงพากันไปบุกที่สถานฑูตกันแล้ว 

มังกรและพยัคฆ์ต่างมาพบกันที่เมืองหลวง ความรักระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว ครอบครัวและบ้านเมือง มรสุมใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้วในที่สุด

นักแสดงนำ

 

 ชิวซินจื้อ
รับบท หลี่มู่ไป๋
(นักแสดง ชาวไต้หวัน)


 

หวงอี้
รับบท อวี๋ซิ่วเหลียน
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)


 

เหอยุ่นตง (ปีเตอร์ โฮ)
รับบท หลัวเสี่ยวหู่
(นักแสดง / นักร้อง / นายแบบ ไต้หวัน - เกิดที่อเมริกา)


 

เจี่ยงฉินฉิน
รับบท อวี้เจียวหลง
(นักแสดง ชาวจีน)




*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา