วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เรื่องย่อ ลุ้นรักอีกที...นา มีแร (Marry Him If You Dare)




กำกับ: ควอน คเยฮง,  ยู จงซอน
เขียนบท: ฮง จินอา 
แนวละคร: โรแมนติก, คอมเมดี้, ดราม่า, ข้ามเวลา
จำนวนตอน: 16
ออกอากาศ: เกาหลี - 14 ตุลาคม 2556 - 3 ธันวาคม 2556 ทางเคบีเอส2
                     ไทย - ทุกวันศุกร์ เวลา 23.10 น. ทางช่อง 7 สี ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 - 13 มกราคม 2560

เรื่องย่อ



อายุ 32 ปี...สำหรับผู้หญิงแล้วอาจสายไปสักนิดสำหรับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ และอาจเร็วเกินไปสำหรับการถอดใจทำบางสิ่งบางอย่าง แต่ไม่ว่าจะถอยหรือเดินหน้า ทางเลือกที่เราตัดสินใจในวันนี้ย่อมส่งผลถึงชีวิตในวันหน้า... จะดีหรือไม่? หากมีคนจากโลกอนาคตมาช่วยนำทางและเลือกทางเดินชีวิตให้เรา เพื่อที่เราจะได้ไม่เลือกเดินทางผิดและมีอนาคตที่สดใส

"นา มีแร" สาวโสดวัย 32 ปี หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นพนักงานสัญญาจ้าง ซึ่งเป็นงานที่ไม่มั่นคงและสามารถตกงานได้ทุกเมื่อ เธอละทิ้งความฝันแล้วใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไร้ความหมาย แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อ "ป้า" คนหนึ่งโผล่เข้ามาในชีวิตของมีแรแล้วบอกว่า ตนคือมีแรในอนาคต เดินทางมาเพื่อแก้ไขการตัดสินใจที่ผิดพลาดและเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองให้ดีขึ้น

มีแรในปัจจุบันจะเชื่อมั่นในการตัดสินใจและเลือกทางเดินของตัวเอง หรือเชื่อฟังคำแนะนำของมีแรที่มาจากอนาคต... จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้หญิงสองคนต่างต่อสู้เพื่อชีวิตเดียว ติดตามชมได้ใน "ลุ้นรักอีกที...นา มีแร (Marry Him If You Dare)" ทางช่อง 7 สี

เนื้อหาตอนที่ 1


ละครเปิดฉากขึ้นที่แผนกคอลเซ็นเตอร์ "นา มีแร" รับสายลูกค้าจอมป่วนที่ชอบโทรฯ มาขอฟังเพลงแสงอาทิตย์อัสดง ("붉은 노을" เพลงปี 1988 ขับร้องโดย "ลี มูนเซ") ครั้นมีแรเริ่มร้องเพลง ลูกค้าคนดังกล่าวก็บอกให้เธอใส่อารมณ์มากกว่านี้ มีแรยอมทำตามความต้องการของลูกค้าโดยร้องเพลงตามคำขอพลางแอบดูรายการทีวีบนหน้าจอมอนิเตอร์ไปด้วย เมื่อเปิดดูช่องวายบีเอสก็พบว่าเป็นช่วงเวลาข่าว 5 โมงเย็น

ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง "คิม ชิน" ทำหน้าที่รายงานข่าวเป็นครั้งสุดท้าย หลังเพิ่งถูกเด้งให้ไปเป็นผู้ดำเนินรายการช่วงเช้าแทน (รายการดังกล่าวเป็นแมกกาซีนโปรแกรมที่มีชื่อว่า "เช้านี้กับคิมชิน" ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงเสาร์) เมื่อผู้ประกาศหญิงถามคิมชิน (ตามสคริปต์) ว่าเขาจะทำหน้าที่รายงานข่าววันนี้เป็นวันสุดท้ายใช่หรือไม่ คิมชินนิ่งไปชั่วขณะก่อนตอบนอกสคริปต์ทั้งที่เป็นรายการสดว่าวันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายของตน ตนเป็นคนข่าวตัวจริงและต้องการเป็นผู้ประกาศข่าวเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ลั่นวาจาว่าตนจะกลับมาทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวอีกครั้ง (มีแรนั่งดูคิมชินจนลืมร้องเพลงทำให้ถูกลูกค้าตะคอกใส่ เธอจึงเริ่มต้นร้องเพลงเดิมให้ลูกค้าฟังอีกครั้ง)


มีแรจากโลกอนาคต (วัย 57 ปี) มองภาพถ่ายวันแต่งงาน (มีแรแต่งงานกับคิมชิน) พลางรำพึงรำพันถึงสามีโดยบอกว่าเธออยากเห็นใบหน้าเขาอีกครั้ง เธอกล่าวขอโทษสามีและออกตัวว่าไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว จากนั้นก็ฉีกรูปแต่งงานจนขาดเป็นสองท่อน (วันที่ๆ ปรากฏอยู่ทางด้านหลังรูปคือ 10 มิถุนายน 2014) ก่อนขึ้นไทม์แมชชีนย้อนเวลาจากปี ค.ศ. 2038 มายังปี ค.ศ. 2013



มีแร (ปัจจุบัน) รู้สึกตื่นเต้นเมื่อบังเอิญผ่านมาพบทีมถ่ายทำรายการช่วงเช้า (เป็นรายการรองที่เรตติ้งไม่สูงมากนัก และมีกลุ่มคนดูเป็นแม่บ้านเสียส่วนใหญ่) เมื่อเห็นว่าทีมงานขาดคนอำนวยความสะดวกด้านการจราจร (เพราะถ่ายทำริมถนน) มีแรจึงอาสาช่วยปิดถนนให้ 1 เลนและช่วยกันคนไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ถ่ายทำ จากนั้นก็จินตนาการว่าเธอกำลังทำงานในฝันซึ่งก็คือการเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์ หลังถ่ายทำเสร็จนักเขียนบท "แพ ฮยอนอา" (วัย 30 ปี) ก็เข้ามาขอบคุณมีแรซึ่งยังคงยืนฝันหวาน พลางบอกว่ารายการของตนจะออกอากาศวันพรุ่งนี้ พอรู้ว่ารายการดังกล่าวคือ "เช้านี้กับคิมชิน" ของช่องวายบีเอส มีแรก็เกือบหลุดปากบอกว่าพี่ชายของเธอเป็นหัวหน้าทีม 3 (ซึ่งรับผิดชอบรายการนี้)  มีแรเดาออกว่าฮยอนอาเป็นนักเขียนบทจึงอดอิจฉาไม่ได้ ฮยอนอาเห็นว่ามีแรอยากเป็นนักเขียนบทจึงทักเล่นๆ ว่าเธอเองก็น่าจะลองเป็นนักเขียนบทดู มีแรสงสัยว่าคนอายุ 32 ปีอย่างเธอเป็นนักเขียนได้จริงหรือ ฮยอนอาได้ยินแล้วถึงกับอึ้งเพราะมีแรอายุมากเกินกว่าจะเริ่มต้นใหม่ ซ้ำยังอายุมากกว่าเธอ เธอจึงถามว่าตอนนี้มีแรทำงานอะไรอยู่

ขณะทำงานที่แผนกคอลเซ็นเตอร์ มีแรยังคงถูกลูกค้าจอมป่วนโทรฯ มาขอ (สั่ง) ให้ร้องเพลงแสงอาทิตย์อัสดง เธอจึงร้องเพลงให้ลูกค้าฟังพลางเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานในวงการโทรทัศน์ไปพลางๆ ลูกค้าคนดังกล่าวเห็นมีแรร้องเพลงแบบกระท่อนกระแท่นจึงโวยลั่นและด่าเธอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซ้ำยังพูดจาดูถูกเหยียดหยาม (และลามปามถึงพ่อแม่) ที่เธอเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องมาทำงานที่ไม่มั่นคงและต้องรองรับอารมณ์ลูกค้าแบบนี้ มีแรฟังแล้วถึงกับน้ำตาคลอ ครั้นพอพูดจบลูกค้าก็สั่งให้มีแรร้องเพลงเดิมอีกครั้ง มีแรจึงร้องเพลงตามคำสั่งทั้งที่เจ็บปวดใจ หลังจากนั้นเธอก็เข้าไปแอบร้องไห้ในห้องน้ำก่อนปลอบใจตัวเองว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก ทันใดนั้น "นา จูฮยอน" (วัย 35 ปี) พี่ชายของมีแรก็โทรฯ มาถามเรื่องรถที่ฝากให้ช่วยส่งซ่อม มีแรบอกพี่ว่าเธอนำรถไปซ่อมที่ศูนย์ซ่อมใกล้ๆ ออฟฟิศให้แล้ว เธอมีอะไรจะบอกแต่จูฮยอนยุ่งจนไม่มีเวลาคุยด้วย มีแรจึงได้แต่บอกว่าตอนนี้คนที่อู่นำรถมาส่งที่โรงเก็บรถของออฟฟิศเธอแล้ว จูฮยอนได้ยินดังนั้นจึงตัดสายทิ้งทั้งที่มีแรยังพูดไม่จบ



เมื่อมีแรมารับรถพี่ชายที่โรงจอด เธอก็รู้สึกแปลกใจที่พบป้าคนหนึ่งนั่งอยู่ในรถของพี่ชายเธอ แถมป้าคนดังกล่าวยังทักเธอเรื่องที่ไม่ยอมถอดชุดยูนิฟอร์มออกก่อนกลับบ้าน ราวกับอยากประกาศให้โลกรู้ว่าเธอเป็นแค่พนักงานชั่วคราวของบริษัทใหญ่โต มีแรคิดว่าป้าคนดังกล่าวเป็นลูกค้าที่ไม่พอใจการบริการที่ล่าช้าเลยมาดักรอเธอเพื่อต่อว่าจึงรีบกล่าวขอโทษ แต่แล้วอยู่ๆ ป้าคนดังกล่าวก็บอกมีแรว่า "ชั้นคือเธอ ชั้นมาจากอนาคต ชั้นก็คือเธอในอนาคตไง"  มีแรสงสัยว่าป้าคนนี้อาจมีปัญหาทางจิต เธอเรียกป้าคนดังกล่าวว่า 'ลูกค้า' และสัญญาว่าจะรีบจัดการปัญหาให้ แต่ป้าคนดังกล่าวกลับบอกว่าสิ่งที่มีแรจำเป็นต้องจัดการไม่ใช่ธุระของคนอื่นแต่เป็นชีวิตตัวเอง เธอบอกมีแรว่าวันนี้ห้ามขับรถกลับบ้านเด็ดขาดและชวนมีแรนั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน มีแรแกล้งบอกว่าตอนนี้รถจอดขวางทางอยู่ เธอขอนำรถไปจอดให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปขึ้นรถเมล์ด้วยกัน ครั้นพอขึ้นรถของพี่ชายแล้วมีแรก็รีบขับหนี  ป้าคนดังกล่าวจึงรีบตะโกนห้าม เมื่อเห็นว่าไม่เป็นผลเธอจึงเตือนมีแรว่าถ้าขับถึงสะพานซองซานแล้วอย่าวิ่งเลนที่สามโดยเด็ดขาด พอมีแรขับรถออกไปแล้วป้าคนดังกล่าวก็รู้สึกเป็นกังวลเพราะไม่อยากให้มีแรเจอ 'เขาคนนั้น'

คิมชินคุยกับจูฮยอนทางโทรศัพท์ขณะเดินเข้าลิฟต์ เขารู้สึกหงุดหงิดที่ถูกโทรฯ ตามให้ไปลงเสียงใหม่ทั้งๆ ที่อีก 3 ชั่วโมงก็จะได้เวลานอนแล้ว (เขาต้องรีบนอนเพราะต้องทำรายการสดช่วงเช้า) เลยโวยวายใส่จูฮยอนจนเริ่มมีปากเสียงกัน หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในลิฟต์ได้ยินคิมชินสบถและด่าจูฮยอนเป็นชุด แถมยังระเบิดอารมณ์ออกมาหลังถูกจูฮยอนตัดสายทิ้ง ก็รู้สึกตกใจและผิดหวัง  (เพราะตัวจริงต่างจากที่เห็นในทีวีโดยสิ้นเชิง) เมื่อคิมชินหันมามอง เธอจึงถามคิมชินแบบกล้าๆ กลัวๆ ว่าเขาเป็นผู้ประกาศไม่ใช่หรือ คิมชินพยายามอธิบายว่าผู้ประกาศก็เป็นคน ชีวิตจริงย่อมต้องพูดดีบ้างไม่ดีบ้างเช่นกัน จากนั้นก็ออกตัวว่าปกติแล้วตนเป็นคนพูดจาดีแต่เมื่อสักครู่นี้ตนโมโหมากไปหน่อย ครั้นพอหญิงคนดังกล่าววิ่งหนีออกจากลิฟต์ คิมชินจึงเตือนตัวเองให้พูดเพราะๆ และใช้แต่ภาษาสุภาพ



เมื่อมีแรขับรถใกล้ถึงสะพานซองซาน (โดยขับอยู่ในเลนที่สาม)  เธอก็รู้สึกสับสนเมื่อนึกถึงคำเตือนของป้าท่าทางโรคจิต ปรากฏว่าในตอนนั้นคิมชินกำลังขับรถตามหลังมีแร  ระหว่างขับรถเขายังคงย้ำเตือนตนเองให้พูดเพราะๆ ครั้นพอเปิดดูรายการข่าวห้าโมงเย็น แล้วเห็นว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวแทนตน เขาก็เผลอสบถและด่าทางสถานีที่ถอดตนออกแล้วเอาเด็กใหม่มาทำหน้าที่แทน... มีแรชั่งใจว่าจะเชื่อคำเตือนของป้าโรคจิตดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเธอก็ยอมเปลี่ยนเลน ทันใดนั้นรถของคิมชินซึ่งวิ่งตามหลังรถมีแรมาโดยตลอดก็พุ่งชนท้ายรถสีแดงคันหนึ่ง มีแรเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจที่คำเตือนของป้าโรคจิตเป็นจริง คิมชินรีบลงจากรถเพื่อมาดูคู่กรณีว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่และพบว่าคนที่อยู่ในรถคันดังกล่าวคือ "ซอ ยูคยอง" ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ



มีแรโล่งใจที่รอดพ้นจากอุบัติเหตุมาได้อย่างฉิวเฉียด พอโทรฯ ไปเล่าให้พี่ชายฟัง พี่ชายเธอกลับเป็นห่วงรถแทนที่จะหวงน้องสาวอย่างเธอ เธอจึงเดินเข้าบ้านด้วยความโมโห เมื่อพบว่า 'ป้าโรคจิต' กำลังนั่งรอเธออยู่ในบ้าน มีแรก็วิ่งออกจากบ้านด้วยความตกใจและโทรฯ เรียกตำรวจทันที  ป้าคนดังกล่าวจะตามมาอธิบายทางด้านนอกแต่มีแรเอาตัวดันประตูไว้ เธอจึงพยายามแทรกตัวออกจากประตูพลางยืนยันว่าตนคือมีแร และถามว่าที่มีแรปลอดภัยจากอุบัติเหตุเป็นเพราะทำตามที่ตนบอกใช่ไหม เธอพยายามอธิบายว่าตนคือมีแรจากโลกอนาคตและเดินทางมาที่นี่เพื่อช่วยมีแร เมื่อเห็นว่ามีแรไม่ยอมฟัง เธอจึงพูดถึงฉายาที่พ่อตั้งให้พวกตนและพี่ชาย มีแรอึ้งไปชั่วขณะแต่ยังไม่วายสงสัยว่าป้าคนดังกล่าวอาจสืบค้นข้อมูลตนทางอินเตอร์เน็ต


เมื่อมีแรจากโลกอนาคตพูดถึงความลับที่รู้กันแค่ตนกับพ่อ มีแรในปัจจุบันจึงหยิบธนบัตรราคา 2 ดอลลาร์ (อเมริกา) ที่ขาดครึ่งออกมาจากไดอารี่ มีแรในอนาคตยื่นธนบัตรอีกครึ่งที่เธอพบให้มีแรดู พอมีแรนำมาวางเทียบดูก็พบว่ามีรอยต่อตรงกัน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปคุยกันในบ้าน มีแรยังคงรู้สึกสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยิ่งได้ยินว่าตนเองในอนาคตเดินทางย้อนเวลามาที่นี่ด้วยไทม์แมชชีน มีแรก็ยิ่งยากที่จะทำใจยอมรับทั้งที่รู้แล้วว่านี่คือความจริง พอรู้ว่าป้ามีแร (นับจากนี้จะเรียก "มีแรในอนาคต" ว่า "ป้ามีแร" เพราะเป็นมีแรรุ่นป้า) มาจากปี ค.ศ. 2038 มีแรก็รู้สึกแปลกใจที่เธอแลดูอ่อนกว่าวัยทั้งที่อายุ 57 ปีแล้ว ป้ามีแรแย้งว่าสำหรับโลกอนาคตแล้วตนแลดูแก่เกินวัยเพราะไม่มีเงินอัพหน้า มีแรเห็นว่าป้ามีแรใช้แต่ของแบรนด์เนมจึงรู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินว่าเธอไม่มีเงิน ป้ามีแรจึงบอกว่าเสื้อผ้าพวกนี้มีวางขายเกลื่อนในท้องตลาด

มีแรสงสัยว่าจะเกิดสงครามระหว่างเกาหลีเหนือและใต้หรือไม่ พอรู้ว่าจะมีการรวมประเทศทำให้พวกผู้ชายไม่ต้องเข้ากรมอีกต่อไป ทั้งยังมีการสร้างทางรถไฟขึ้นไปถึงไซบีเรีย มีแรก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ป้ามีแรบ่นว่าผู้หญิงเกาหลีเหนือแย่งผู้ชายไปจนหมด เพราะพวกเธอน่ารัก ใสซื่อ และเชื่อฟังสามี ดังนั้น มีแรจึงควรรีบแต่งงาน และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ตนมาที่นี่ พอรู้ว่าป้ามีแรจะมาช่วยให้ตนได้พบสามีดีๆ มีแรก็ถามว่าสามีของป้าเป็นคนไม่ดีงั้นหรือ ป้ามีแรได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหนื่อยใจ เพราะมีแรพูดเหมือนเป็นเรื่องของคนอื่น ทั้งที่เป็นเรื่องของตัวเธอเอง เมื่อเห็นว่ามีแรยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ป้ามีแรจึงบอกว่าตนจะพิสูจน์ให้มีแรเห็นและเชื่อเอง 



ป้ามีแรหยิบไดอารี่ (ที่เหมือนของมีแรทุกอย่าง) ออกมาดู และพบว่าช่วงนี้มีแรอยากไปพักผ่อนที่เกาะเจชูสักสองสามวัน เธอจึงคิดที่จะทำให้มีแรสมหวังโดยแนะนำให้มีแรเข้าร่วมการประกวดร้องเพลงของบริษัท โดยกำชับว่ามีแรจะต้องสวมชุดปักเลื่อมสีแดงขึ้นไปร้องเพลง “I Will Survive” เวอร์ชั่นภาษาเกาหลีแบบใส่อารมณ์เต็มที่และเต้นสุดเหวี่ยง ที่สำคัญมีแรจะต้องขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีเป็นคนแรก ซึ่งมีแรยอมทำตามคำแนะนำทุกอย่าง (ขณะที่มีแรกำลังร้องเพลงบนเวที ผู้เข้าประกวดหมายเลข 3 ซึ่งสวมชุดปักเลื่อมสีแดงได้แต่ยืนมองมีแรด้วยความเจ็บใจ เพราะมีแรดันแต่งชุดคล้ายเธอ ซ้ำยังปาดหน้าร้องเพลงเดียวกับเธออีกด้วย) ในที่สุดมีแรก็คว้ารางวัลชนะเลิศและได้รับรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบิน 2 ที่นั่งพร้อมที่พักบนเกาะเชจูเป็นเวลา 4 วัน 5 คืน เธอจึงเดินทางไปที่นั่นกับป้ามีแร

มีแรรู้สึกติดใจจึงถามป้ามีแรขณะอยู่บนเครื่องบินว่า ไม่มีอะไรที่แข่งแล้วได้รางวัลใหญ่กว่านี้อย่างเช่น ทริปล่องเรือสำราญ หรือรถยนต์ อีกแล้วหรือ ป้ามีแรจึงบอกว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยมีแรล่ารางวัล แต่มาเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตมีแรและของตนให้ดีขึ้น มีแรถามว่าอนาคตของตนหม่นหมองมากเลยหรือ ป้ามีแรจึงย้อนถามว่า แล้วมีแรมีความสุขกับชีวิตในตอนนี้ไหม มีแรยิ้มแล้วตอบว่าเธอมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้เพราะเธอกำลังเดินทางไปที่เกาะเชจู เธอมัวแต่สนใจเครื่องดื่มที่แอร์โฮสเตสนำมาบริการจึงไม่ได้ใส่ใจฟังสิ่งที่ป้ามีแรพูด (ในตอนนั้นป้ามีแรกล่าวว่าไปแล้วอย่าหวังว่าจะได้เที่ยวเล่น เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนทางเดินชีวิตของพวกตน พวกตนไม่ได้มาเชจูเพื่อพักผ่อนแต่มาเพื่อทำงาน) หลังจากนั้นป้ามีแรก็กล่าวว่าชีวิตของพวกตนบัดซบสิ้นดี เธอเตือนว่ามีแรต้องพยายามอยู่ให้ห่างจาก "หมอนั่น" เมื่อมีแรถามว่าหมอนั่นคือใคร ป้ามีแรก็บอกว่าเขาคือคนที่เกือบขับรถชนมีแรเมื่อ 2-3 วันก่อน มีแรกับเขาคนนั้นเป็นคู่เวรคู่กรรม เพราะคนที่มีแรรักจะตายเพราะชายคนนั้น


เมื่อไปถึงห้องพักแล้วเห็นวิวทะเลที่สวยงามมีแรก็กรี๊ดสนั่น ป้ามีแรเห็นดังนั้นจึงถามว่าเธอไม่กังวลเรื่องคนที่ตนเองรักจะตายเลยหรือ มีแรตอบว่าไม่เลยสักนิดเพราะตนไม่มีแฟนและไม่รักพี่ชาย เมื่อมีแรหยิบชุดบิกินี่ออกมาอวด ป้ามีแรก็ถามมีแรว่าจะใส่ชุดบิกินี่ทั้งที่มีรอยแผลเป็นงั้นหรือ (มีแรมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ไหล่) แต่มีแรกลับไม่ใส่ใจและไม่คิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย ป้ามีแรโยนหนังสือติวสอบข้าราชการพลเรือน (อย่างหนา) ให้มีแร 2-3 เล่ม พลางบอกว่าถ้าอยากได้สามีดีๆ มีแรต้องมีงานดีๆ ทำเสียก่อน ไม่อย่างนั้นผู้ชายรวยๆ และหน้าตาดีที่ไหนจะมาตกหลุมรักคนอย่างเธอ เมื่อมีแรบ่นว่าการท่องตำราไม่ใช่เรื่องง่าย ป้ามีแรเลยท่องหมายเลขคำตอบในตำราวิชาภาษาเกาหลีให้ฟัง มีแรบ่นว่าจำล็อตเตอรี่รางวัลแจ็คพ็อทยังดีเสียกว่า เธอแนะให้ป้ามีแรข้ามเวลาไปดูเลขที่ออกแล้วค่อยกลับมาใหม่จะได้รวยเละ แต่ป้ามีแรบอกว่าโอกาสแบบนี้มีแค่ครั้งเดียว เธอจึงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเดินทางมาที่นี่ แถมยังทำผิดกฏอีกต่างหาก

มีแรบ่นว่าการท่องตำรานั้นยากเกินไป ป้ามีแรเลยบอกให้เธอลองคิดดูว่าถ้าไม่อยากรับราชการ แล้วเธออยากทำงานอะไรและถนัดด้านไหน ซึ่งแน่นอนว่าต้องไม่ใช่งานที่แผนกคอลเซ็นเตอร์ ก่อนออกไปทำธุระ ป้ามีแรแนะให้มีแรแต่งตัวสวยๆ เวลาออกไปข้างนอก เพราะเธออาจจะได้พบชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อม เขาคนนั้นจะหลงเส่นห์ผู้หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจังเพราะ 'น้ำ' พูดจบป้ามีแรก็เดินออกจากห้องไป มีแรบ่นว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่ออ่านตำราหรือพิจารณาตนเอง จากนั้นก็วิ่งออกไปเต้นระบำฮาวายบนระเบียงอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ว่าชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมที่ป้ามีแรบอกกำลังเดินผ่านมาทางด้านล่าง ขณะที่มีแรกำลังเล่นสไลเดอร์ที่สระน้ำอย่างสนุกสนาน ป้ามีแรก็เริ่มภารกิจในการตามหาสามีดีๆ ให้มีแร เธอนำรูป "ปาร์ค เซจู" ไปให้พนักงานต้อนรับของโรงแรมดูแล้วถามว่าเห็นชายหนุ่มในภาพซึ่งหน้าตาไฮโซและแต่งตัวเนี้ยบหรือไม่ เมื่อเห็นว่าพนักงานโรงแรมไม่แน่ใจ เธอจึงนำรูปนักข่าวสาว "ซอ ยูคยอง" มาให้พนักงานโรงแรมดูแทน




ในตอนนั้นยูคยองกำลังพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังถูกคิมชินขับรถพุ่งขนท้าย เมื่อพยาบาลนำถุงน้ำเกลือมาเปลี่ยนให้และเห็นเธอกำลังนั่งดูทีวี พยาบาลสาวจึงเดาว่าเธอคงรู้เสียใจที่ไม่ได้รายงานข่าว ซูคยองกล่าวว่าเธอเสียใจที่ไม่ได้ไปพักผ่อนช่วงวันหยุดบนเกาะเชจูหลังทำงานหนักมาหลายปี เธอเงยหน้ามองทีวี (ซึ่งกำลังออกอากาศรายการเช้านี้กับคิมชิน) ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แล้วพูดเล่นว่า "ชั้นเกลียดเค้าจังเลย... อีตาผู้ประกาศคิมชินนั่นน่ะ"  (เขาทำให้เธอไม่ได้ไปเกาะเชจู แต่ก็มาเยี่ยมเธอทุกวัน)

ป้ามีแรเดินหาเซจูทั่วรีสอร์ทและนึกขึ้นได้ว่า เซจูเคยออกทีวีคู่ยูคยองและให้สัมภาษณ์ว่าตนพบยูคยองครั้งแรกบนเกาะเชจูในช่วงวันชาติ เขาจำได้ว่าเป็นวันอาทิตย์และสารภาพว่าตกหลุมรักยูคยองตั้งแต่แรกเห็น โดยบอกว่าสาเหตุเป็นเพราะน้ำ ป้ามีแรมองขวดน้ำในมือแล้วบ่นว่าป่านนี้ยูคยองคงหว่านเสน่ห์ใส่เซจูเรียบร้อยแล้ว เว้นเสียแต่ว่ายูคยองจะไม่ได้มาที่นี่ หลังหายเหนื่อยแล้วป้ามีแรก็ออกตามหาเซจูต่อโดยไม่รู้ว่าเซจูนั่งอยู่ในกระโจม (ป้ามีแรนั่งพักที่เก้าอี้ใกล้กระโจมหลังดังกล่าว พอเธอเดินจากไปไม่กี่ก้าว เซจูก็เดินออกมา)   




หลังรับโทรศัพท์เซจูก็ตรงไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่โต๊ะข้างสระน้ำด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก เขาถามเธอว่าตามตนมาที่นี่ทำไม เมื่อหญิงสาวขอให้เริ่มต้นกันใหม่เซจูก็แย้งว่าพวกตนเป็นเพียงเพื่อนนักเรียนและไม่สนิทกันเลยด้วยซ้ำ หญิงสาวขอเงินหน้าตาเฉยโดยอ้างว่าตนไม่มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบิน เซจูจึงบอกให้เธอขายกระเป๋าแบรนด์เนมคู่กาย หญิงสาวโวยลั่นว่าเขาเป็นทายาทธุรกิจผู้ร่ำรวยแต่กลับไม่ยอมซื้อตั๋วเครื่องบินให้ตน (ในตอนนั้นมีแรซึ่งอยู่ในสระน้ำกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะบิกินี่ท่อนบนหลุด)  เซจูแย้งว่านั่นไม่ใช่เงินของตนแต่เป็นเงินของย่าและเหล่าผู้ถือหุ้น ต่อให้เป็นเงินของตนก็ไม่มีเหตุผลที่จะนำมาให้เธอ

หญิงสาวคนดังกล่าวหันไปเห็นรอยแผลเป็นของมีแรจึงเปรยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามว่ามีแผลเป็นแล้วยังกล้าใส่บิกินี่ (ตอนนั้นมีแรพยายามติดตะขอบิกินี่ท่อนบน แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จเลยตกเป็นเป้าสายตาและเป็นที่ขบขันของคนแถวนั้น) เซจูลุกหนีแต่หญิงสาวคว้าแขนเอาไว้ เขาจึงบอกเธอว่าถ้ามีเวลาถากถางคนอื่นก็ควรเอาเวลามาใส่ใจตัวเอง เพราะเธอน่ารังเกียจกว่ารอยแผลเป็นนั่นเสียอีก เขาสะบัดแขนออกแล้วเดินไปบอกพนักงานให้ช่วยเหลือมีแร แต่ป้ามีแรมาพบเข้าเสียก่อนจึงเดินลงไปในสระน้ำเพื่อช่วยติดตะขอบิกินี่ให้มีแร มีแรกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจแต่กลับโดนตบหน้าต่อหน้าธารกำนัล เซจูเห็นดังนั้นจึงยืนมองมีแรเดินขึ้นจากสระด้วยสายตาครุ่นคิด



เมื่อกลับถึงห้องพักมีแรก็โวยลั่นด้วยความโกรธหลังโดนตบหน้า เมื่อถูกถามว่าเธอคิดออกหรือยังว่าจะทำงานอะไร มีแรก็ยิ่งหงุดหงิดและบ่นว่าป้ามีแรทำตัวเหมือนเป็นแม่ เธอกล่าวว่าทุกวันนี้ชีวิตเธอก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ป้ามีแรจึงถามว่าการที่ต้องร้องเพลงเดิมซ้ำๆ ให้ลูกค้าฟังวันละหลายรอบ ซ้ำยังถูกด่าลามปามถึงพ่อแม่จนต้องแอบร้องไห้คนเดียวในห้องน้ำคือความสุขงั้นหรือ  การที่เพื่อนทุกคนต่างได้ดี มีเพียงเธอที่ยังไปไม่ถึงไหนและต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยทำให้เธอมีความสุขมากใช่ไหม เมื่อมีแรตอบว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ป้ามีแรจึงถามว่าเธอจะยังมีความสุขอยู่ไหม ถ้าอีกไม่นานเธอจะถูกไล่ออกจนต้องเกาะพี่ชายกินและถูกพี่พูดแดกดันตลอดชีวิต หลังโดนจี้ใจดำมากๆ เข้ามีแรก็น้ำตาคลอก่อนร้องถามว่าแล้วจะให้เธอทำยังไงในเมื่อชีวิตเธอมันบัดซบ เพื่อให้ผ่านพ้นความเหนื่อยยากในแต่ละวันเธอจึงปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรและหลอกตัวเองว่ามีความสุข เธอต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้

ป้ามีแรชี้ว่าทั้งหมดที่เธอทำคือการวิ่งหนี หากเธออยากมีชีวิตที่ดีและต้องการเอาชนะความทุกข์ยากก็ต้องพยายามให้มากกว่านี้ ก่อนหน้านี้ตนบอกให้มีแรครุ่นคิดเรื่องอนาคตแต่มีแรกลับเอาเวลาไปเล่นสนุก มีแรสารภาพว่าเธอไม่มีความมั่นใจและไม่กล้าวิ่งไล่ตามคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหน้า เธอกลัวเกินกว่าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง ป้ามีแรได้ฟังดังนั้นจึงบอกให้มีแรยอมแพ้ ส่วนเธอก็จะเลิกยุ่งกับชีวิตมีแร เธอมาที่นี่เพราะคิดว่ามีแรอายุน้อยกว่าตนและพร้อมที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่ามีแรแก่เกินการและเป็นพวกขี้แพ้ ถ้าขาดความมั่นใจแล้วจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดชีวิต ซ้ำยังเป็นภาระให้พี่ชาย แล้วจะทนอยู่ให้รกโลกไปทำไม สู้ไปตายเสียยังดีกว่า มีแรได้ยินดังนั้นก็ร่ำไห้ ขณะที่ป้ามีแรตำหนิตัวเองหน้ากระจกในห้องน้ำที่พลั้งปากบอกให้มีแรไปตาย 'อีกครั้ง'



มีแรเดินตรงไปยังท้องทะเลพลางนึกถึงคำพร่ำบ่นของพี่ชาย (เรื่องที่เธอทำงานไม่มั่นคง ซ้ำยังครองตัวเป็นโสด) และคำพูดของป้ามีแรก่อนหน้านี้ เซจูเห็นมีแรเดินลงทะเลเลยโทรศัพท์ไปแจ้งพนักงานโรงแรมว่ามีผู้หญิงกำลังเดินลงทะเล พอเห็นว่าเธอไม่ได้คิดฆ่าตัวตายเขาจึงบอกพนักงานว่าตนเข้าใจผิด เมื่อหยิบกล้องวิดีโอขึ้นมาซูมดูใกล้ๆ เขาก็เห็นว่ามีแรกำลังเล่นกับปลา แต่แล้วอยู่ๆ มีแรก็เริ่มถอดเสื้อผ้า เซจูจึงรีบวางกล้องด้วยท่าทีประหม่าแต่ยังไม่วายยืนมองด้วยความสนใจ หลังถอดเสื้อผ้าแล้วมีแรก็ว่ายน้ำเล่นกับฝูงปลาอย่างมีความสุข (ขณะที่เซจูยืนมองมีแร ก็มีเสียงเซจูตอนให้สัมภาษณ์รายการทีวีแทรกขึ้นมาว่า "ผมหลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น เพราะ 'น้ำ' ")

เมื่อมีแรตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็พบว่าป้ามีแรกำลังนั่งมองเธออยู่ที่ข้างเตียงด้วยน้ำตาคลอเบ้า ป้ามีแรถามกึ่งตัดพ้อว่าเมื่อคืนมีแรคิดที่จะฆ่าตัวตายตามที่ตนบอกจริงๆ หรือ  มีแรอธิบายว่าเธอเห็นปลาตัวน้อยๆ ว่ายน้ำอย่างแข็งขันเพื่อให้มีชีวิตรอดในท้องทะเลทำให้อดสมเพชตัวเองไม่ได้ เธอเลยว่ายน้ำเล่นกับปลา หลังแก้ผ้าจนเปล่าเปลือยและตกอับถึงขีดสุด ตนคิดว่าตอนนี้ตัวเองทำอะไรได้ทั้งนั้น (ไม่มีอะไรจะเสีย) และจะตั้งใจทำให้ดี เธอจับมือป้ามีแรพลางขอร้องว่าอย่าเพิ่งถอดใจกับตน


ตัดกลับไปที่กรุงโซล เซจูไปพบประธาน "ลี มีรัน" ผู้เป็นย่าก่อนเริ่มต้นทำงานหน้าที่วีเจ (Video Journalism - นักข่าวที่ถ่ายทำวิดีโอ ตัดต่อ และนำเสนอข่าวของตนเอง) เป็นวันแรก ประธานลีเห็นเซจูสวมยีนส์และเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อให้สอดคล้องกับตำแหน่งวีเจก็รู้สึกไม่คุ้นตา ทั้งยังสงสัยว่าหลานชายสวมชุดนี้ไปตรวจงานที่รีสอร์ทด้วยหรือไม่ เซจูกล่าวว่าตนแต่งตัวตามปกติไปที่รีสอร์ท (ปกติเซจูจะสวมสูทสุดเนี๊ยบ) จากนั้นก็ถามประธานลีว่าตนแต่งตัวแบบนี้แล้วเหมือนวีเจไหม ประธานลีไม่เข้าใจว่าทำไมหลานชายถึงอยากทำงานในตำแหน่งที่ต่ำต้อยทั้งที่ควรมาช่วยตนบริหาร เธอกล่าวว่าตอนนี้บรรดาลูกสะใภ้ของตนเข้าไปบริหารและควบคุมธุรกิจห้างสรรพสินค้ากันหมดแล้ว  ตนดูแลกิจการทุกอย่างไม่ไหวและไม่มีเวลาไปตรวจสอบการทำงานของทุกคน เมื่อเซจูกล่าวชมว่าพวกป้าๆ ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ประธานลีจึงบ่นว่าแต่ละคนล้วนมีดวงกินผัว (ลูกชายเธอเสียชีวิตหมดทุกคน) เซจูเตือนว่าอย่าหลงเชื่อหมอดูมากนัก สมัยนี้เวลาลูกชายตายเขาไม่โทษลูกสะใภ้กันแล้ว ไม่อย่างนั้นการที่พ่อกับแม่ตนตายพร้อมกันควรโทษว่าเป็นความผิดของใครดี (ของตนหรือของย่า) ประธานลีตัดบทว่าทนายปาร์ครออยู่ที่ห้องข้างๆ  จากนั้นก็เตือนว่าอย่ามัวแต่เล่นข้างล่าง (เป็นพนักงานระดับล่าง) นานนัก

เซจูนึกขึ้นได้จึงบอกประธานลีว่าตนได้ยินเหล่าพนักงานแอบเรียกเธอว่า "มิแรนด้า"  ประธานลีเดาว่ามิแรนด้าคงมาจากชื่อ "ลี มีรัน" ของตน เซจูเลยชี้ว่าชื่อมิแรนด้ามาจากภาพยนตร์เรื่อง "The Devil wears Prada (นางมารสวมปราด้า)" ต่างหาก พอรู้ว่านักแสดงที่รับบทมิแรนด้าคือ "เมอรีล สตรีพ" ประธานลีก็รู้สึกสนใจเลยคิดที่จะหาโอกาสดูหนังเรื่องนี้ เซจูรีบแย้งว่าอย่าดูจะดีกว่า แต่ประธานลีกลับโทรฯ สั่งเลขาให้หาดีวีดีเรื่องดังกล่าวมาให้ตนทันที เซจูเลยพูดเสียงอ่อยว่า ดูเลย! ย่าจะได้รู้จักตัวเองเพิ่มขึ้นนิดหน่อย จากนั้นก็ขอตัวทันที


หลังเซจูออกไปได้ไม่นาน คิมชินก็มาพบประธานลีตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า หลังผ่านการตรวจสอบร่างกายจากบอดี้การ์ดของประธานลีแล้ว คิมชินจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในห้อง ประธานลีทักทายคิมชินอย่างเป็นกันเองและขอโทษที่คนของเธอเข้มงวดไปหน่อยในเรื่องการรักษาความปลอดภัย เธอเคยบอกเหล่าบอดี้การ์ดแล้วว่าไม่ต้องทำขนาดนั้น แต่ทุกคนต้องการคุมเข้มความปลอดภัย คิมชินกล่าวว่าหากเธอไม่ชอบก็สั่งให้พวกเขาหยุดทำได้เพราะเธอเป็นถึงประธานบริษัท ประธานลีแย้งว่าเพราะตนเป็นประธานเลยไม่อาจปล่อยให้คนของตนทำงานแบบหละหลวม ไม่อย่างนั้นลูกน้องจะมองว่าตนไม่เข้มงวดและไม่เคารพยำเกรง 

ประธานลีรู้ว่าคิมชินไม่พอใจที่ถูกย้ายให้มาเป็นผู้ดำเนินรายการในช่วงเช้า และต้องการกลับไปทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวในช่วงเย็นเหมือนเดิม แต่เธอยังคงยืนกรานในการตัดสินใจของตน โดยชี้ว่ารูปแบบการทำงานของคิมชินนั้นสมบูรณ์แบบเกินไปจนทำให้รายการน่าเบื่อ แม้เขาจะเป็นมืออาชีพ ขยัน และทำงานอย่างมีคุณภาพ แต่การนำเสนอข่าวในประเด็นที่แตกต่างโดยไม่สนใจกระแสหรือความต้องการของคนดู ทำให้ข่าวของเขามีเรตติ้งตกต่ำ เธอชี้ว่าข่าวที่ไม่มีคนดูย่อมไม่ถือเป็นข่าวแต่เป็นขยะ ที่สำคัญรายการข่าวช่วงห้าโมง (ที่คิมชินเคยทำ) ก็ทำเรตติ้งมาเป็นอันดับสองอย่างต่อเนื่อง ความจริงแล้วคิมชินเองก็รู้ดีว่าช่วงเวลานั้นสถานีเอสออกอากาศรายการวาไรตี้โชว์ เขาจึงน่าจะหากลยุทธ์มาเรียกคนดูและดึงเรตติ้งแข่งกับสถานีคู่แข่งถึงแม้ต้องโชว์ซิกแพคก็ต้องทำ (ประธานลีแค่ยกตัวอย่างให้ฟังว่าที่ผ่านมาเขาควรนำเสนอข่าวอย่างมีสีสันและไม่น่าเบื่อ)


คิมชินทำหน้าตกใจและถามว่าเธออยากให้เขาถอดเสื้อผ้านำเสนอข่าวอย่างนั้นหรือ ประธานลีมองคิมชินครู่หนึ่งแล้วแย้งว่าเขาไม่มีซิกแพค คิมชินถามว่าที่เธอถอดตนออกแล้วเอาเด็กใหม่ไร้ประสบการณ์มาทำหน้าที่ผู้ประกาศแทนตนเป็นเพราะซิกแพคงั้นหรือ ประธานลีกล่าวว่าดูเด็กใหม่รายงานข่าวแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่ก็น่ารักและตลกดี  คิมชินแย้งว่านั่นไม่ใช่ข้อผิดพลาดแต่เป็นหายนะของวงการ เขาพยายามชี้ข้อผิดพลาดของเด็กใหม่ ประธานลีจึงกล่าวว่าคิมชินหัวช้าสมร่ำลือจริงๆ เธอถามคิมชินว่าเขาไม่เข้าใจสถานการณ์จริงๆ หรือ หรือต้องให้ตนบอกตรงๆ ว่าทำไมคิมชินถึงเป็นผู้ประกาศข่าวหลักไม่ได้ 

เพื่อนร่วมงานเห็นมีแรเพิ่งมาทำงานตอนเที่ยงก็เข้าไปบอกให้เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ครั้นพอมีสายเข้าเธอก็ขอให้มีแรช่วยรับสายลูกค้าก่อน เพราะรู้ว่าคนที่โทรมาคือจอมป่วนที่ชอบขอให้ร้องเพลงแสงอาทิตย์อัสดง มีแรจึงยืนแหกปากร้องเพลงเสียงดังลั่น ก่อนปิดท้ายด้วยการด่าลูกค้าด้วยพูดคำหยาบคาย หัวหน้าแผนกเห็นดังนั้นจึงเข้ามาตำหนิมีแร มีแรเลยถือโอกาสยื่นใบลาออก หัวหน้าแผนกอดเป็นห่วงไม่ได้ว่ามีแรอายุปูนนี้แล้วถ้าขืนลาออกจะทำมาหากินอย่างไร มีแรเลยยื่นหนังสือติวสอบให้หัวหน้าดูแต่ดันเล่มหยิบผิด (เธอหยิบหนังสือติวสอบข้าราชการขั้น 7 ให้หัวหน้าดู) พอรู้ตัวว่าหยิบผิดเธอเลยเปลี่ยนเป็นตำราเขียนบทโทรทัศน์ หลังจากนั้นมีแรก็โทรฯ ไปบอกป้ามีแรว่าตนลาออกจากการเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์แล้ว และจะทำตามความฝันด้วยการเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์



หลังออกจากห้องประธานลี คิมชินบังเอิญได้พบกับเซจู (ที่เพิ่งเดินมาจากห้องทนายปาร์ค และหลุดปากทักคิมชิน) คิมชินจึงถามเซจูว่าเขาเป็นใคร เซจูก้มศีรษะให้คิมชินอย่างนอบน้อมก่อนแนะนำตัวว่าตนเป็นวีเจใหม่ที่จะมาร่วมงานกับทีม 3 ของรายการเช้านี้กับคิมชิน คิมชินแปลกใจที่เด็กใหม่อย่างเซจูมาเดินเพ่นพ่านที่หน้าห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูง บอดี้การ์ดประธานลีเห็นคิมชินตำหนิหลานท่านประธานจึงคิดที่จะเดินไปอธิบาย แต่คิมชินเข้าใจผิดคิดว่าบอดี้การ์ดจะเข้าไปลากตัวเซจูจึงห้ามเอาไว้โดยบอกว่าเซจูเป็นเด็กใหม่ บอดี้การ์ดจะอ้าปากพูดว่าเซจูเป็นใครแต่เซจูส่งสัญญาณเตือนให้ปิดปาก ก่อนแกล้งทำเป็นเฉไฉว่าตนมาผิดชั้นและหันไปก้มศีรษะขอโทษบอดี้การ์ด (ซึ่งก้มศีรษะตอบแบบงงๆ)   

คิมชินพาเซจูลงลิฟต์ไปที่ชั้นทำงานของฝ่ายรายการตน โดยบอกว่าคนเหล่านี้กำลังทำงานให้ตนๆ เลยตั้งใจว่าจะทุ่มเทเต็มที่ เขาอธิบายว่าทีม 1 รับผิดชอบการออกอากาศวันจันทร์กับพฤหัสบดี ทีม 2 รับผิดชอบวันอังคารกับวันศุกร์ ส่วนทีม 3 รับผิดชอบวันพุธกับวันเสาร์ เมื่อพาเซจูมาส่งให้ทีม 3 คิมชินก็วางท่าราวกับเป็นหัวหน้าของทุกคน ซ้ำยังบอกให้จูฮยอนซึ่งเป็นหัวหน้าทีม 3 เลื่อนการประชุมจากสามทุ่มมาเป็นเวลาหนึ่งทุ่ม (เพราะเขาต้องเข้านอนเวลา 3 ทุ่ม) ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้ดำเนินรายการจึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมการประชุมกับทีมผลิต

มีแรไปสมัครคอร์สนักเขียนบทโทรทัศน์ เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีแรอายุมากแล้วจึงถามว่าทำไมถึงเพิ่งมาเริ่มต้นเอาป่านนี้ มีแรตอบว่าที่ผ่านมาเธอเคยส่งใบสมัครและตัวอย่างผลงานไปแล้วหลายที่แต่ไม่มีใครตอบกลับมา เจ้าหน้าที่กล่าวว่าคนอายุขนาดมีแรควรเป็นนักเขียนหลักแล้วด้วยซ้ำ และชี้ว่าหากมีแรเพิ่งเริ่มต้นในฐานะเด็กใหม่อาจทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกอึดอัด (ที่มีลูกน้องอายุมากกว่า) ที่สำคัญ เธอมาช้าไปสำหรับคอร์สล่าสุด ถึงกระนั้นมีแรก็ยังไม่ยอมแพ้และขนตำราเกี่ยวกับการเขียนบทโทรทัศน์ไปนั่งอ่านที่ร้านกาแฟ



ในที่สุดทีมผลิตก็ยอมเลื่อนการประชุมมาเป็นตอนหนึ่งทุ่ม แต่จูฮยอนยังไม่วายสงสัยว่าผู้ดำเนินรายการมาร่วมประชุมกับฝ่ายผลิตทำไม เมื่อคิมชินกล่าวว่าเป้าหมายของตนคือการทำเรตติ้งคนดูให้ได้ 20% ทุกคนก็ขำกลิ้ง พีดี "ลี แจซู" (พีดี คือ โปรแกรม ไดเร็คเตอร์ หรือ โปรดักชั่น ไดเร็คเตอร์) แย้งว่ารายการของพวกตนไม่ได้ออกอากาศช่วงไพร์มไทม์ แต่เป็นรายการตอน 6 โมงเช้า คิมชินไม่สนใจและกล่าวต่อว่า 'มิแรนด้า' ต้องการเรตติ้ง 15% แต่ตนจะทำให้ได้ 20% เลยต้องใส่ใจทีม 3 มากเป็นพิเศษ (และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาต้องเข้าร่วมการประชุม) จูฮยอนถามคิมชินว่าเขาจะดันเรตติ้งอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันเสาร์ พอคิมชินเสนอให้เล่นเรื่อง 'ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ' ทุกคนก็ขำกลิ้งอีกครั้ง ฮยอนอาพยายามอธิบายว่ากลุ่มคนดูรายการเป็นแม่บ้าน แถมช่วงที่รายการออกอากาศเหล่าแม่บ้านต้องดูแลลูกๆ และสามี คิมชินจึงตัดบทด้วยการบอกให้นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่สนุกสนาน

จูฮยอนถามคิมชินว่าหัวข้อ 'ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ' เป็นเรื่องสนุกสำหรับเขางั้นหรือ จากนั้นก็หันไปถามเซจูว่า ในตอนเช้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเช้าวันเสาร์เขาอยากดูรายการทีวีที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจหรือไม่ เซจูกล่าวว่ารายการจะน่าดูหรือไม่ อยู่ที่ว่าพวกตนผลิตสินค้าออกมาอย่างไร ทุกคนรู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินเซจูเรียกรายการว่าสินค้า เซจูจึงชี้ว่าพวกตนทำรายการในเชิงพาณิชย์เลยจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกำไร คิมชินได้ยินดังนั้นจึงมองว่าเซจูเป็นเด็กใหม่ที่ไม่เข้าใจวงการโทรทัศน์ เขาถามเซจูว่าเพิ่งเริ่มงานก็เห็นการทำรายการเป็นธุรกิจการค้าแล้วหรือ เซจูสวนกลับว่าถ้าอย่างนั้นรายการทีวีเป็นงานศิลปะหรืออย่างไร จากนั้นก็ชี้ว่าการทำรายการต้องสร้างรายได้และผลกำไรให้กับทางสถานี คิมชินได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ (และเถียงไม่ออก) เขาพูดประชดว่าอีกหน่อยเซจูคงรุ่งแน่ จากนั้นก็บอกทีมงานว่าตนทำงานร่วมกับเซจูไม่ได้ และให้ส่งเซจูไปหาเงินที่อื่นแทน พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องทันที



มีแรนั่งอ่านตำราในร้านกาแฟจนลืมเวลา เมื่อพนักงานในร้านเดินมาบอกว่าร้านกำลังจะปิด มีแรก็รู้สึกตกใจเมื่อพบว่าตนนั่งอ่านหนังสือถึงตีสาม (ในเวลาเดียวกันนั้นคิมชินก็ตื่นขึ้นมาฝึกเปล่งเสียงตามที่ระบุไว้ในพจนานุกรม) ขณะขับรถกลับบ้าน มีแรโทรฯ คุยกับป้ามีแรโดยแย้งว่า ทำไมตนถึงเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์ไม่ได้ในเมื่อป้ามีแรเป็นคนบอกให้ตนคิดว่าตัวเองชอบและถนัดด้านใด และตนก็คิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าตนอยากเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์ ป้ามีแร (ซึ่งเดินมาหยุดยืนที่หน้าสถานีวายบีเอส) ยืนกรานว่ามีแรเป็นนักเขียนบทโทรทัศน์ไม่ได้ เพราะคนที่เกือบขับรถชนเธอและจะฆ่าคนที่เธอรักทำงานวงการโทรทัศน์ พอรู้ว่าคนๆ นั้นทำงานที่สถานีวายบีเอส มีแรก็บอกว่าตนจะหลีกเลี่ยงด้วยการทำงานที่สถานีอื่น เพราะถึงยังไงตนก็ทำงานที่นั่นไม่ได้อยู่แล้วเพราะพี่ชายตนทำงานที่วายบีเอส ป้ามีแรเตือนว่าพี่ชายพวกตนมักพูดเสมอว่าคนวงการโทรทัศน์ต่างรู้จักกันหมด ขืนอยู่วงการเดียวกันคงหลีกหนีกันไม่พ้น 

ป้ามีแรพูดยังไม่ทันขาดคำ มีแรก็ขับรถชนรถของคิมชินเข้าอย่างจัง เธอจึงรีบลงไปดูโดยไม่ทันได้วางสายและรีบก้มศีรษะขอโทษ คิมชินหงุดหงิดที่ประสบอุบัติเหตุถึง 2 ครั้งในเดือนเดียวจึงสบถออกมาเป็นชุด มีแรได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นทำให้เห็นสติกเกอร์วายบีเอสที่กระจกหน้ารถคิมชิน เธอถามว่าเขาเป็นผู้ประกาศวายบีเอสใช่หรือไม่ คิมชินโวยลั่นว่าตนเป็นผู้ประกาศคิมชินแล้วยังไง หรือผู้ประกาศห้ามโวยวายเวลารถโดนชน ป้ามีแรได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ปลง เธอกล่าวว่าถึงพยายามแค่ไหนก็หลีกหนีชะตากรรมอันเลวร้ายไปไม่พ้น เมื่อถึงเวลาย่อมต้องพบคนที่ฟ้าลิขิตให้พบกัน เพราะอย่างนี้โชคชะตาจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัว


* เนื้อหาโดย luvasianseries  / ภาพจาก เคบีเอส

นักแสดงนำ


ยูน อึนฮเย
รับบท นา มีแร (ปัจจุบัน)



ลี ดงกอน
รับบท คิมชิน



ชอง ยองฮวา
รับบท ปาร์ค เซจู



ฮัน แชอา
รับบท ซอ ยูคยอง



ชเว มยองกิล
รับบท นา มีแร (อนาคต)






รวมคลิปเบื้องหลัง

*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา