วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

เรื่องย่อ ตะวันฉายที่ปลายฝน (Sun After The Rain)




กำกับ: โจวเสี่ยวเผิง, เยี่ยหงเหว่ย
เขียนบท: เวินอี๋ฮุ่ย,  หลี่อี้เจ๋อ
แนวละคร: ดราม่า, ย้อนยุค
จำนวนตอน: 80
ออกอากาศ: ไต้หวัน -  24 มีนาคม 2557 - 31 กรกฎาคม 2557 ทางทีทีวี
                       ไทย -  ทุกวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 22.00 น ทางช่อง 3 แฟมิลี่ (ช่อง 13) เริ่มวันที่ 3 มกราคม 2560

เรื่องย่อ



หวงหยงช่านและหลิวมู่เฉิงลูกโทนและลูกบุญธรรมของหวงเจิ้งอี้ช่างรองเท้าเก่าแก่ ทั้งสองเรียนรู้การทำรองเท้าภายในโรงงานมาตั้งแต่เล็ก ถึงแม้หวงหยงช่านและหลิวมู่เฉิงไม่ได้เกี่ยวพันทางสายเลือดก็ตาม แต่ก็มีความผูกพันกันราวเป็นเพี่น้องคลานตามกันมา สืบเนื่องจากจินโบตั๋นหญิงสาวซึ่งรูปโฉมงดงามและจิตใจบริสุทธิ์ที่มีอาชีพขายผักในตลาด เป็นเหตุให้สองพี่น้องเริ่มกินแหนงแคลงใจกันขึ้นมา การแข่งขันช่วงชิงของสองพี่น้อง จดหมายตัดสัมพันธ์ฉบับหนึ่งทำให้เจิ้งอี้ล่วงรู้โดยบังเอิญถึงความสัมพันธ์ฉันท์คนรักของมู่เฉิงและโบตั๋น หวงเจิ้งอี้ตัดสินใจไม่เปิดเผยความจริงออกมา เป็นเหตุให้ทุกอย่างคลุมเครือ จากการเกลี้ยกล่อมของผู้เป็นแม่ ทำให้โบตั๋นต้องจำใจแต่งงานกับหยงช่านลูกโทนของเจิ้งอี้ โดยที่หยงช่านไม่ได้รู้ถึงความสัมพันธ์ฉันท์คนรักของมู่เฉิงและโบตั๋นเลยแม้แต่น้อย ด้วยความที่เจิ้งอี้ต้องการชดเชยให้มู่เฉิง ในวันแต่งงาน จึงประกาศรับมู่เฉิงเป็นลูกบุญธรรม จากนั้นก็จัดงานแต่งงานให้มู่เฉิงกับอาเสียหญิงสาวชาวชนบทที่มีรูปร่างอ้วนอีกไม่นานนัก

จากความรักกลายเป็นคนในครอบครัว จากคนรักกลายเป็นพี่สะใภ้ พี่น้องก็ยังคงเป็นพี่น้อง ท่ามกลางชายคาบ้านสกุลหวง ทุกคนใช้ชีวิตด้วยกันวางตัวอยู่ในกรอบ จากวัยรุ่นจนเป็นผู้ใหญ่ ยุคสมัยวันเวลาที่ผ่านพ้นไป คนสองคนจากที่แข่งขันกันทางด้านความรัก ก็กลายเป็นแข่งขันกันทางอาชีพทำรองเท้า เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ใดถึงเป็นทายาทเจิ้งอี้ที่แท้จริง ท่ามกลางการแข่งขันได้สัมผัสถึงสุขทุกข์ความเป็นคน ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงของวงการรองเท้ายุคสมัยใหม่ซึ่งเข้ามาแทนที่วงการรองเท้าดั้งเดิม

* ข้อมูลจาก ช่อง 3

เรื่องย่อตอนที่ 1-24




ในวันแต่งงานของหยงช่านและโบตั๋น ทุกคนล้วนแล้วมีความสุข แต่กลับพบว่าเจ้าสาวและมู่เฉิงต่างร้องไห้ด้วยกันทั้งคู่ ที่แท้โบตั๋นเจ้าสาวก่อนที่จะแต่งงาน ได้รู้จักและรักกับมู่เฉิงมาก่อน เมื่อหยงช่านกลับถึงบ้านก็บอกแม่ว่าโบตั๋นเป็นหญิงที่ตนรัก แม่ไปที่ตลาดแอบดูโบตั๋น พบว่าโบตั๋นเป็นหญิงสาวหน้าตางดงาม เฉลียวฉลาดไหวพริบดี ที่สำคัญแม่ของโบตั๋นมีลูกชายมากมาย ทำให้แม่หยงช่านชื่นชอบโบตั๋น โปรดปรานโบตั๋นเป็นอันมาก

ในงานวันหมั้น โบตั๋นพบว่าชายที่หมั้นกับเธอไม่ใช่มู่เฉิง แต่เป็นหยงช่าน ทำให้โบตั๋นเศร้าโศกเสียใจยิ่งนัก โบตั๋นดึงด้ายแดงที่ผูกข้อเท้าของเธอทิ้งไป เพื่อเป็นการแสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอและมู่เฉิงได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อมา พ่อของหยงช่านก็พบความจริงว่าโบตั๋นและมู่เฉิงเป็นคนรักเก่ากันมาก่อน จึงเตือนสติหยงช่านให้คิดใคร่ครวญเรื่องการแต่งงานให้ดี แต่นึกไม่ถึงว่ามู่เฉิงกลับเป็นฝ่ายถอนตัวเสียเอง

แม่พาโบตั๋นทำความคุ้นเคยกับบ้าน ให้เธอได้รู้ถึงงานบ้านที่ต้องทำ บนโต๊ะอาหาร พ่อบอกว่าจะเลือกหญิงสาวที่เหมาะสมให้แต่งงานกับมู่เฉิง ด้วยความที่มู่เฉิงทุกข์ระทมจึงล้มป่วยลง ในเวลานี้ หยงช่านเกือบรู้ความจริงทั้งหมด




เจิ้งอี้คิดว่าหยงช่านสร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่จึงชมเชยไม่ขาดปาก หยงช่านยอมรับความดีความชอบโดยไม่เอ่ยปากพูดถึงเรื่องที่มู่เฉิงช่วยแก้ไขรองเท้าให้ท่านนายพลแม้แต่น้อย เทียนเป่าซึ่งเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม จึงเรียกร้องความเป็นธรรมให้มู่เฉิง แต่มู่เฉิงกลับเงียบๆทำงานของตนเองไป อาเสียและโบตั๋นตั้งครรภ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่อาซีแม่สามีกลับลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงให้อาเสียช่วยมู่เฉิงทำรองเท้า ทั้งยังให้ทำอาหารให้คนงานในโรงงานอีกด้วย ส่วนโบตั๋นไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ดูแลครรภ์ให้ดีรอวันคลอดเท่านั้น อาเสียสุดที่จะทนต่อไปได้จึงบ่นให้มู่เฉิงฟัง มู่เฉิงปลอบใจอาเสียโดยบอกให้รู้จักพอ โบตั๋นซึ่งต้องเผชิญกับความหวังของแม่สามีที่ต้องการได้หลานชายจึงเกิดความกดดันเป็นอันมาก มู่เฉิงเห็นใจในชะตากรรมที่โบตั๋นได้รับ

อาเสียพบว่ายันต์ที่มอบให้มู่เฉิงนั้นห้อยอยู่ที่คอของโบตั๋น ถึงแม้โบตั๋นอธิบายความจริงให้อาเสียฟัง แต่อาเสียก็เสียความรู้สึก ตกดึก โบตั๋นเห็นมู่เฉิงกำลังศึกษาการทำรองเท้าส้นสูงให้ฮูหยินนายพล โบตั๋นอาสาลองรองเท้าโดยไม่คำนึงว่ากำลังตั้งครรภ์ ท่าทีที่สนิทสนมกันทำให้ทั้งสองหวนนึกถึงนัดหมายครั้งแรกที่ริมลำธาร ทำให้บรรยากาศภายในโรงงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น จู่ๆหยงช่านก็ปรากฏตัวออกมาพบเห็นโบตั๋นและมู่เฉิงอยู่ด้วยกัน หยงช่านปั้นหน้ายักษ์ด่าทอโบตั๋นไม่รู้จักวางตัว แท้ที่จริงแล้วมู่เฉิงหรือโบตั๋นกันแน่ที่ไม่สามารถตัดเยื่อใยได้

เจิ้งอี้ได้รับออเดอร์รองเท้าจำนวนหนึ่งจากต่างประเทศ หยงช่านไม่ต้องการให้มู่เฉิงโดดเด่นกว่าตน จึงอาสาขอทำออเดอร์นี้โดยอ้างว่ามู่เฉิงต้องทำรองเท้าส้นสูงให้บรรดาฮูหยินนายพล ถึงแม้เจิ้งอี้ไม่วางใจ แต่ก็มอบออเดอร์ให้หยงช่าน หยงช่านตั้งอกตั้งใจทำรองเท้าจนสุดความสามารถ ถึงแม้โบตั๋นเจ็บครรภ์ แต่ก็ไม่ให้เสี่ยวฉิงไปบอกหยงช่าน เกรงว่าหยงช่านจะเสียสมาธิ นึกไม่ถึงว่าสายเกินไป โบตั๋นหมดสติถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เวลาผ่านไปทั้งคืน ถึงมีเสียงเด็กทารกดังขึ้นมา อาซีและหยงช่านถึงวางใจราวกับยกก้อนหินออกจากอก แต่เมื่อรู้ความจริงว่าเด็กทารกเป็นหญิง อาซีก็ผิดหวังมากขอให้หยางช่านพาไปส่งบ้าน โดยหารู้ไม่ว่าโบตั๋นกำลังเผชิญกับความเป็นความตายภายในห้องผ่าตัด




หลังจากที่โบตั๋นเข้ารับการผ่าตัดแล้ว ก็กลับสู่บ้านที่ทุกคนต้อนรับด้วยความอบอุ่น แต่ด้วยความพลั้งเผลอของซ้อเฉียนทำให้โบตั๋นรู้ความจริงว่าเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกต่อไป คนในบ้านสกุลหวงต่างพากันถกเถียงด้วยเรื่องที่จะรับลูกชายของมู่เฉิงเป็นลูกของหยงช่าน อาซีกลับเห็นว่ามู่เฉิงวางแผนคิดครอบครองทรัพย์สินสกุลหวง เรื่องนี้ทำให้เจิ้งอี้และอาซีมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ความแตกแยกของคนในครอบครัวและสุขภาพที่ไม่ดีนัก ทำให้เจิ้งอี้เป็นห่วงอนาคตของโรงงานขึ้นมา บังเอิญนายอำเภอต้องการตัดรองเท้าเด็กให้หลานชาย เจิ้งอี้จึงฉวยโอกาสนี้ให้หยงช่านและมู่เฉิงแข่งขันกันอย่างสุภาพบุรุษ ใครเป็นผู้ชนะ ก็จะได้รับช่วงสืบทอดโรงงานเจิ้งอี้ต่อไป

หยงช่านและมู่เฉิงต่างพากันค้นคว้ารองเท้าเด็กอย่างเอาจริงเอาจัง กำหนดเวลาสิ้นสุดการแข่งขันใกล้เข้ามาทุกที ทุกครั้งที่มู่เฉิงตั้งอกตั้งใจทุ่มเทให้กับการทำรองเท้าเด็ก อาซีก็มักจะมอบหมายงานให้มู่เฉิงทำ นึกไม่ถึงว่าครั้งหนึ่งอาซีมอบหมายให้มู่เฉิงนำเงินไปมอบให้เถ้าแก่เนี้ยโรงงานหนึ่ง ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุล้อจักรยานแบน ทำให้มู่เฉิงบังเกิดความคิดโดยนำไปประยุกต์ทำรองเท้า โดยสามารถแก้ไขปัญหาวัสดุที่ใช้ทำรองเท้าผ่อนแรง เพื่อให้หยงช่านมีโอกาสชนะมากขึ้น อาซีว่าจ้างอาจารย์ลู่สืบความเคลื่อนไหวของมู่เฉิง รวมทั้งทำลายรองเท้าเด็กของมู่เฉิงจนได้รับความเสียหาย

ในวันแข่งขัน เจิ้งอี้ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตนตัดสินใจปลดเกษียณ ถ้าหลานนายอำเภอเลือกรองเท้าของใคร ผู้ชนะก็จะได้รับช่วงสืบทอดโรงงานเจิ้งอี้ต่อไป หลังจากที่หลานนายอำเภอลองรองเท้าของหยงช่านและมู่เฉิงแล้ว ก็เลือกรองเท้าของหยงช่านโดยไม่ได้ใคร่ครวญแม้แต่น้อย การแข่งขันยุติ ถึงแม้มู่เฉิงจะผิดหวังแต่ก็ยอมรับความจริง โดยนำรองเท้าเด็กมอบให้หยี่กุ้ย นึกไม่ถึงว่าหยี่กุ้ยก็ไม่อยากได้ หลังจากที่มู่เฉิงตรวจสอบรองเท้าอย่างละเอียดแล้ว ก็ตกใจมากเมื่อพบว่าพื้นรองเท้าเป็นรูจากการใช้ของแหลมทิ่มจนได้รับความเสียหาย ต่อมา เจิ้งอี้ก็รู้ความจริงเรื่องนี้จากความพลั้งปากของเทียนเป่า เจิ้งอี้เชื่อว่ามู่เฉิงต้องไม่สะเพร่าจนทำให้รองเท้าเสียหายเช่นนี้ เชื่อว่าจะต้องมีคนกลั่นแกล้งให้ร้ายมู่เฉิงอย่างแน่นอน




หลังจากที่หยงช่านมีอำนาจเด็ดขาดในโรงงานแล้วก็ออกกฏเกณฑ์ ห้ามช่างในโรงงานหาลำไพ่ด้วยการออกไปทำงานหารายได้พิเศษที่โรงงานอื่น ผู้ใดฝ่าฝืนต้องถูกไล่ออกจากโรงงานเจิ้งอี้ ตัดขาดความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับเจิ้งอี้ มู่เฉิงช่วยเหลืออาซันซึ่งติดพนันงอมแงมใช้หนี้พนัน จึงไปหาลำไพ่พิเศษกับอาซันผัวเมีย นึกไม่ถึงว่าอาจารย์ลู่พบเห็นนำความไปบอกหยงช่าน อาซันรีบออกหน้าสารภาพ เพื่อปกป้องมู่เฉิงไม่ให้ถูกไล่ออกจากโรงงานเจิ้งอี้ แต่เมื่อมู่เฉิงกลับไปนำเครื่องมือที่อยู่ที่โรงงานที่ไปหาลำไพ่ จู่ๆก็ได้พบกับเจิ้งอี้

เจิ้งอี้พบว่ามู่เฉิงหาลำไพ่พิเศษ ด้วยความโกรธจึงขับไล่มู่เฉิงออกจากสำนัก สั่งห้ามมู่เฉิงทำรองเท้าอีกต่อไป มู่เฉิงไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว จึงจำต้องไปขัดรองเท้าหาเงินที่หน้าหอสราญ ข่าวนี้แพร่สะพัดถึงบ้านสกุลหวง ทำให้เจิ้งอี้เกิดความสงสาร

อาจารย์ลู่ซึ่งทำรองเท้าเด็กของมู่เฉิงจนเสียหายเริ่มอ้าปากขอเงินจำนวนมากจากอาซี ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันนั่นเอง ถูกเจิ้งอี้ได้ยินจนหมดสิ้น เจิ้งอี้กลัดกลุ้มใจมากจึงไปดื่มเหล้าดับทุกข์ หลังจากที่ดื่มเหล้าจนเมามายแล้ว เจิ้งอี้ก็พาหยงช่านไปคืนความเป็นธรรมให้มู่เฉิง และแล้วเจิ้งอี้ก็ตรอมใจล้มลงหน้าบ้าน

อาซีปากแข็งไม่ยอมรับว่าสั่งให้อาจารย์ไปทำลายรองเท้าเด็กของมู่เฉิง ด้วยความโกรธจึงอดข้าวประท้วง โบตั๋นสนับสนุนอาเสียให้ทำความจริงให้ปรากฏ อาซีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟสั่งให้หยงช่านหย่ากับโบตั๋น อาจารย์ลู่ชักชวนบรรดาช่างทั้งหลายไปจากโรงงานเจิ้งอี้ ด้วยความที่โรงงานขาดแคลนคนงาน เป็นเหตุให้ส่งออเดอร์ไม่ทัน




จากการแนะนำของคนในวงการรองเท้า หยงช่านไปที่โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งเพิ่งเปิดใหม่เพื่อยืมคนงาน เมื่อเข้าประตูไปก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่าเถ้าแก่โรงงานคืออาจารย์ลู่ และแล้วหยงช่านก็มีเรื่องกับอาจารย์ลู่ซึ่งจงใจยั่วสารพัด มู่เฉิงเห็นเช่นนั้นจึงเข้าไกล่เกลี่ย อาจารย์ลู่กลับเหน็บแนมมูเฉิงถูกสกุลหวงให้ร้ายเช่นนี้แล้วก็ยังจงรักภักดี หยงช่านไปดื่มเหล้าแก้กลุ้มที่หอสราญ เมื่อกลับถึงบ้านด้วยความเมามายก็เรียกชื่อโบตั๋นภรรยาของตนเองผิดไป

จากการเกลี้ยกล่อมของโบตั๋น ทำให้มู่เฉิงตัดสินใจกลับมาช่วยเหลือเร่งทำออเดอร์ให้หยงช่าน ช่างทุกคนในโรงงานดีใจมากที่มู่เฉิงกลับมา มีเพียงอาซีเท่านั้นที่ไม่พอใจ เหยียบย่ำถากถางมู่เฉิง อาซันก็ยังคงติดการพนันงอมแงม ติดหนี้จำนวนมาก จากการข่มขู่ของอาจารย์ลู่ อาซันจึงต้องกลับไปทำงานที่โรงงานเจิ้งอี้ทำรองเท้าตะปูโผล่เพื่อแลกกับการที่อาจารย์ลู่ยกหนี้ให้

หยงช่านดื่มเหล้าดับทุกข์ที่หอสราญ รุ่งขึ้น กลับพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงของอามี่หญิงสาวที่ทำงานในหอสราญ สามีไม่กลับบ้านตลอดทั้งคืน ทำให้โบตั๋นไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ มู่เฉิงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อดเจ็บปวดไม่ได้ โรงงานประสบปัญหาขาดแคลนแผ่นหนัง มู่เฉิงแอบให้ความช่วยเหลือ แต่หยงช่านกลับเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความชอบของอามี่ อามี่ฉวยโอกาสนี้สานสัมพันธ์ของคนทั้งสองให้แนบแน่นขึ้น

หยงช่านออกงานสังคมทุกวัน ลุ่มหลงผู้หญิง โบตั๋นแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่กลับระบายความโกรธใส่ที่ลูกสาว หยงช่านตระหนักดีที่ครอบครัววุ่นวายเช่นนี้เป็นเพราะตน แต่ความกดดันที่แบกรับภาระทำให้ไม่สามารถหักห้ามใจที่จะไปหาอามี่ได้ โรงงานเลี้ยงฉลองให้ช่างทั้งหลายที่ช่วยกันทำงานจนลุล่วง นึกไม่ถึงว่าอามี่กลับปรากฏตัวในงานเลี้ยง ทำตัวประหนึ่งว่าเป็นเถ้าแก่เนี้ย ความคุ้นเคยสนิทสนมของหยงช่านและอามี่ทำให้ทุกคนเอือมระอา มู่เฉิงออกจากงานเลี้ยงไปด้วยความโกรธ สร้างความลำบากใจให้หยงช่านเป็นอันมาก

โรงงานทำงานเป็นปกติ แต่มู่เฉิงผัวเมียกลับไม่ได้รับใบงานแม้แต่ใบเดียว อาลี่และอาเสียโกรธมากจึงพากันบ่นให้โบตั๋นฟัง บรรดาช่างในโรงงานให้การสนับสนุนมู่เฉิงจึงพากันหยุดงานประท้วง ความกดดันนี้ทำให้หยงช่านถูกบีบคั้น หยงช่านต้องการปลอบใจโบตั๋นจึงตัดสินใจให้เทียนเป่าเรียนหนังสือ เพื่อสานสัมพันธ์ของสามีภรรยาเอาไว้ จากการยั่วยุของเพื่อนนักเรียน ทำให้เทียนเป่าและเพื่อนๆพากันไปที่หอสราญด้วยความอยากรู้อยากเห็น นึกไม่ถึงว่าเทียนเป่าได้ยินอาซีและอามี่แอบทำความตกลงเรื่องหนึ่งด้วยกัน




เทียนเป่าเก็บแผนร้ายของอาซีไว้ในใจ ด้วยความร้อนใจและเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ว่าสมควรพูดออกมาดีหรือไม่ ด้วยเกรงว่าจะทำลายความสัมพันธ์ของอาจารย์และอาจารย์หญิง ท้ายที่สุดเทียนเป่าควรจะทำอย่างไร เมื่อต้องเผชิญกับการรุมเร้าของอามี่ หยงช่านต้องทำใจแข็งตัดสัมพันธ์ นึกไม่ถึงว่าอามี่กลับบอกว่าเธอตั้งครรภ์มีเลือดเนื้อเชื้อไขของหยงช่าน นึกไม่ถึงว่าโบตั๋นได้ยินเข้าโดยบังเอิญ ด้วยความเจ็บปวดจึงเป็นลมหมดสติไป มู่เฉิงประคองกอดโบตั๋นด้วยความเห็นใจ ในเวลาเดียวกัน อาซีดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อรู้ว่าอามี่ตั้งครรภ์ อาซีไปที่หอสราญไถ่ตัวอามี่เป็นอิสระ ทั้งยังพาอามี่มายังบ้านสกุลหวงอีกด้วย

รองเท้าถูกอเมริกาตรวจสอบพบว่ามีตะปูโผล่ พ่อค้าคนกลางโกรธมากเรียกร้องให้หยงช่านรับผิดชอบ ค่าเสียหายจำนวนมากทำให้โรงงานเจิ้งอี้แทบต้องปิดกิจการ ในเวลาเดียวกัน อาซีผู้เป็นแม่ตะโกนร้องด้วยความตกใจ อามี่ขโมยเงินสดที่อยู่ในบ้านไปจนหมด ทำให้หยงข่านต้องแบกรับปัญหาทั้งหมดไว้เพียงคนเดียว

จากมรสุมมากมายที่ถาโถมเข้ามา ทำให้หยงช่านแทบเสียสติ ด้วยความที่เทียนเป่าเป็นห่วงอาจารย์จึงตัดสินใจเปิดเผยเบาะแสของอาจารย์หญิงให้อาจารย์ล่วงรู้ หยงช่านจนปัญญาไม่รู้จะหาเงินจากที่ใดมาใช้ค่าเสียหาย โบตั๋นเสนอให้ร่วมมือกับร้านรองเท้า นึกไม่ถึงว่าได้รับการตอบสนองจากลูกค้าเป็นอย่างดี โบตั๋นแสดงความสามารถในการขาย สร้างความตกตะลึงให้หยงช่านเป็นอันมาก โบตั๋นจะแบกเสี่ยวม่านขึ้นหลังหอบหิ้วกระเป๋าใส่รองเท้าใบใหญ่ไปที่ร้านรองเท้า มู่เฉิงเห็นเช่นนั้นจึงยื่นมือช่วยเหลือ แต่กลับถูกโบตั๋นปฏิเสธ การที่ความสัมพันธ์ของโบตั๋นและมู่เฉิงเป็นเช่นนี้นั้น ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มาจากหยงช่านทั้งนั้น

อาเสียพบจดหมายที่มู่เฉิงเก็บซ่อนเอาไว้เป็นเวลานานโดยบังเอิญ ด้วยความที่อาเสียไม่รู้หนังสือจึงขอร้องโบตั๋นช่วยอ่านเนื้อความให้ฟัง เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงโบตั๋นตัดขาดความสัมพันธ์กับมู่แง ความสัมพันธ์สามีภรรยาของมู่เฉิงและอาเสียต้องประสบกับวิกฤตครั้งใหญ่ รองเท้าที่มีตะปูโผล่ถูกส่งมาจากอเมริกา หยงช่านเปิดแผ่นรองรองเท้าต่อหน้าช่างทุกคนในโรงงาน พบว่าเป็นตราประทับหมายเลขห้าของมู่เฉิง หยงช่านประนามมู่เฉิงทำลายชื่อเสียงของพ่อ ทำลายยี่ห้อเจิ้งอี้




เทียนเป่าพบความลับของตราประทับหมายเลขห้าโดยบังเอิญ มู่เฉิงไม่อยากถูเหยียบย่ำอีกต่อไป จึงตัดสินใจออกมาตั้งโรงงานเป็นของตัวเอง เพื่อสืบสานปณิธานและฝีมือของพ่อให้คงอยู่ต่อไป หยงช่านปล่อยข่าวไปทั่วทั้งวงการรองเท้าว่ามู่เฉิงและอาซันจงใจทำตะปูโผล่จนถูกขับไล่ออกจากโรงงานรองเท้าเจิ้งอี้ ทำให้แผนการเปิดโรงงานรองเท้าของมู่เฉิงต้องประสบปัญหา จนกระทั่งได้รับความช่วยเหลือนายพลหลง

ป้ายโรงงานนายพลถูกนำขึ้นแขวนอย่างสมเกียรติ จากการแนะนำของอาซัน ทำให้มู่เฉิงตัดสินใจรับออเดอร์มาทำ แต่เนื่องจากเป็นออเดอร์ใหญ่ คนงานไม่พอ ทำให้โรงงานประสบปัญหา มู่เฉิงวาดรูปด้วยความตั้งอกตั้งใจเพื่อมอบเป็นจดหมายรักให้อาเสีย พร้อมทั้งเปิดเผยความสัมพันธ์ในอดีตของตนและโบตั๋นให้อาเสียล่วงรู้ อาเสียร่ำไห้ขอร้องมู่เฉิงอย่าได้ติดต่อเกี่ยวข้องกับสกุลหวงอีกต่อไป อีกด้านหนึ่งนั้น อาซีพบเบาะแสของอามี่แล้ว

* ข้อมูลจาก ช่อง 3  / ดูอัลบั้มภาพได้ ที่นี่






นักแสดง

รุ่นที่ 1


เฉินป๋อเจิ้ง (พ่อของนักแสดงสาว "เฉินอี๋เจีย")
รับบท หวงเจิ้งอี้ (พ่อหรงช่าน)



หลินไหน่หัว
รับบท ไช่อาซี  (แม่หรงช่าน)



ถังชวน
รับบท อาลู่ซือ (อาจารย์ลู่)



เถียนลี่
รับบท ภรรยานายพล



เหลียงซิวเซิน
รับบท นายพล


 รุ่นที่ 2


หยางกุ้ยเหม่ย 
รับบท จินหมู่ตัน (แปลว่าโบตั๋นสีทอง - ช่อง 3 เรียก "โบตั๋น")   (ภรรยาหรงช่าน)

เฉินอี๋เจีย (ลูกสาวเฉินป๋อเจิ้ง) 
รับบท จินหมู่ตัน (ตอนวัยรุ่น)



เจี๋ยนฉ่าง
รับบท หรงช่าน

หานอี๋ปัง
รับบท หรงช่าน (ตอนวัยรุ่น)



 อิ่นเจาเต๋อ
รับบท หลิวมู่เฉิง

หยางจื่ออี๋
รับบท หลิวมู่เฉิง (ตอนวัยรุ่น)



จงซินหลิง
รับบท เฉินอวี้เสีย (ภรรยามู่เฉิง)

จางฟางอี้
รับบท เฉินอวี้เสีย (ตอนวัยรุ่น)



หวงเซวียน
รับบท ซูเหม่ยฟาง (อามี่)



หม่ากั๋วปี้
รับบท อาซาน



เซี่ยลี่จิน
รับบท อาลี่ (ภรรยาอาซาน)



อู๋กั๋วโจว
รับบท หวั่นผี

รุ่นที่ 3


หลินอวี่เซวียน
รับบท หวงเสี่ยวฉิง (ลูกสาวคนโตของหรงช่านกับหมู่ตัน)



ฟู่เสี่ยวอวิ๋น
รับบท หวงเสี่ยวม่าน (ลูกสาวคนเล็กของหรงช่านกับหมู่ตัน)



จงซินอี๋
รับบท หลิวอวี่เสียน  (ลูกสาวคนโตของมู่เฉิงกับอวี้เสีย)



โอวหยางหลุน
รับบท หลิวอวี่กุ้ย  (ลูกชายของมู่เฉิงกับอวี้เสีย)



โอวหยางหลุน
รับบท หลิวอวี่เฉิน (ลูกชายคนเล็กของมู่เฉิงกับอวี้เสีย)



หวังข่าย
รับบท หวังเทียนเป่า



ฟางโย่วซิน
รับบท ซูเสี่ยวเฟิง



กู่ปิน
รับบท เจิ้งอวิ๋นไค






*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา