วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เรื่องย่อ ลิขิตหัวใจยัยตัวยุ่ง (Rapture and found)




กำกับ: หลิวเฝิงเซิง (ชาวไต้หวัน)
เขียนบท: หลี่จู้เหยวียน, หลิวเสวี่ยหลง, จูจู, เฉียวปิงชิง
แนวละคร: ย้อนยุค, คอมเมดี้
จำนวนตอน: 35
ออกอากาศ: จีน -  วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ทาง CCTV-8
                  ไทย - ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 00.30-01.30 น. ทางไทยรัฐทีวี เริ่มวันที่ 19 เมษายน 2560

เรื่องย่อ



ละคร "ลิขิตหัวใจยัยตัวยุ่ง (Rapture and found)" นำเสนอเรื่องราวของพี่น้องสามสาวที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่ยังเด็กหลังพ่อแม่ถูกโจรปล้นฆ่า ด้วยความที่สามพี่น้องต่างถูกคนรับไปเลี้ยงดูจึงทำให้แต่ละคนมีบุคลิกและความสามารถแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง "เหลยจี๋ตี้" เป็นเด็กสาวแก่นแก้ว ถูกจับแต่งตัวเป็นชายตั้งแต่เด็ก แลดูเจ้าเล่ห์แต่จริงใจ และใจกล้าบ้าบิ่น "อวิ๋นเยียน" เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อมและมีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ส่วน "ฉู่เย่ว" เป็นหญิงสาวที่มีวรยุทธล้ำเลิศ แม้ภายนอกเหมือนคนเย็นชาแต่ความจริงแล้วเป็นคนจิตใจดี

เนื้อหาตอนที่ 1-6

เหลยจี๋ตี้ถูก "เฉาเทียนเจียว" หนึ่งในอนุภรรยาของ "เหลยซื่อไห่" นำมาเลี้ยงดู เทียนเจียวจับจี๋ตี้แต่งตัวเป็นชายเพื่อเอาใจสามีที่แม้จะมีภรรยาหลายคนและอายุกว่า 40 ปีแล้วแต่กลับไม่มีลูกชายแม้แต่คนเดียว ถึงกระนั้นเธอและจี๋ตี้ก็ยังไม่เป็นที่โปรดปรานของซื่อไห่อยู่ดี แถมซื่อไห่ยังคิดหาภรรยาใหม่เข้าบ้านเพราะหมดหวังกับภรรยาทั้งสี่ที่ไม่มีใครให้กำเนิดบุตรชายสักคน หลังได้แม่สื่อช่วยแนะนำเขาก็พาว่าที่ภรรยาคนใหม่ไปต่อแถวซื้อตั๋วเข้าโรงน้ำชาชื่อดัง  เมื่อ "เกาฝูซ่วย" (บุตรชาย "เกาเซี่ยงซ่าน" (ตงฟางปู้หุ่ย) ผู้มั่งคั่ง) ซึ่งเพิ่งเดินทางมาจากต่างเมือง ผ่านมาเห็นคนต่อแถวยาวหน้าโรงน้ำชาเพื่อซื้อตั๋วเข้าชมหญิงงามนามว่า  "ฉู่เย่ว"  บรรเลงเพลงพิณ เขาอยากเข้าไปนั่งดูบ้างและต้องการโต๊ะหน้าแต่ไม่อยากต่อคิว จึงเหมาซื้อตั๋ว 100 ใบแล้วบอกให้คนที่เข้าคิวอยู่เข้าไปดูและดื่มกินฟรี




จี๋ตี้มีเพื่อนซี้เป็นฝรั่งชื่อ "นิโคลัส" เขาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้จี๋ตี้ ส่วนจี๋ตี้ช่วยสอนภาษาจีนให้เขา (เธอออกเสียงชื่อเขาว่า "นิโคลาสื่อ" ซึ่งคำว่า "ลาสื่อ" แปลว่า "อึ")  นิโคลัสกำลังเสาะหาชาจีนคุณภาพ เลยนำกล้องส่องทางไกลมามอบให้จี๋ตี้หมายให้เธอช่วยหาใบชาอีกแรง จี๋ตี้ไม่เคยเห็นกล้องส่องทางไกลมาก่อนเลยลองส่องดูด้วยความสงสัย ภาพแรกที่เธอเห็นผ่านกล้องคือ ใบหน้าของ "เฉินซานลิ่ว" หนอนหนังสือที่หาลำไพ่ด้วยการเป็นหมอดูลายมือ (ตัวอักษร) ในตลาด และเธอก็ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ เช่นเดียวกับฝูซ่วยที่เห็นฉู่เย่วบรรเลงเพลงพิณครั้งแรกก็หลงรักเธอในบัดดล

ขณะที่อวิ๋นเยียน (ลูกสาวแม่ทัพอวิ๋น) กำลังฝึกฝังเข็มให้ "เสี่ยวม๋าฮัว" สาวใช้คนสนิท ม๋าฮัวก็บอกเธอเรื่องที่ตระกูลเกาส่งเทียบมาสู่ขอ (อวิ๋นเยียนกับฝูซ่วยเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันตั้งแต่เด็กๆ) และตอนนี้ฝูซ่วยก็เดินทางมาถึงเมืองของพวกตนแล้วด้วย ปรากฏว่าทันทีที่มาถึงกิตติศัพท์ของฝูซ่วยก็ดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งเมือง "ฮูหยินอวิ๋น" ได้ยินกิตติศัพท์เรื่องผู้หญิงและการใช้เงินมือเติบของฝูซ่วยเลยอดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้ อวิ๋นเยียนรีบวิ่งไปบอกพ่อว่าตนไม่อยากแต่งงานเข้าบ้านสกุลเกาแต่ก็ไม่เป็นผล (แม่ทัพอวิ๋นไม่เชื่อข่าวลือ)




วันต่อมาจี๋ตี้จงใจพาแม่มาป่วนซานลิ่วด้วยการป่าวประกาศว่าพวกตนก็ทำนายตัวอักษรได้เช่นกัน ทั้งคู่ท้าซานลิ่วให้มาแข่งขันกันทำนายโดยเอาถุงเงินของเขาเป็นเดิมพัน ในตอนแรกซานลิ่วปฏิเสธแต่พอโดนสบประมาทเขาจึงรับคำท้า จี๋ตี้ทำนายมั่วแล้วแกล้งทึกทักเอาเองว่าตนเป็นฝ่ายชนะและแย่งถุงเงินของซานลิ่วไป  ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งถือมีดดาบวิ่งตรงไปหาซานลิ่วด้วยความโกรธแค้นที่ทายแม่นเกิดเหตุ (ทำให้เมียรู้ว่าตนมีกิ๊ก) เขาเงื้อมีดดาบหมายทำร้ายซานลิ่วแต่ชายชุดดำคนหนึ่งเข้ามาขวางไว้และนำตัวซานลิ่วไป จี๋ตี้เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามและพบว่าซานลิ่วถูกนำตัวไปที่วัดร้าง เธอคิดว่าซานลิ่วถูกลักพาตัวเลยไปแจ้งทางการและพาเจ้าหน้าที่ไปที่วัดร้างหวังได้รางวัลนำจับ เทียนเจียวเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามลูกสาวไป ครั้นพอไปถึงกลับพบเพียงความว่างเปล่า สองแม่ลูกเลยถูกจับฐานแจ้งความเท็จ ปรากฏว่านิโคลัสเองก็ถูกขังอยู่ในคุกข้างๆ (ขณะอยู่ในคุกจี๋ตี้ยังอดเป็นห่วงซานลิ่วไม่ได้)

หลังโรงกลั่นเหล้าตระกูลหลิวได้รับพระราชทานป้ายทอง เงินรางวัล และคำยกย่องจากฮ่องเต้ในฐานะโรงกลั่นเหล้าคุณภาพดีที่สุด เกาเซี่ยงซ่านจึงสั่งให้ "จั่วเฟย" ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมไปสืบความเป็นมาโรงกลั่นเหล้าของ "หลิวหมิ่ง" อย่างลับๆ และให้คอยจับตาดูฝูซ่วยเพื่อไม่ให้งานแต่งมีปัญหา อีกด้านหนึ่ง "เหลิ่งเหมย" (ยอดฝีมือและอาจารย์ของฉู่เย่ว) ได้สั่งให้ฉู่เย่วรักษาระยะห่างกับฝูซ่วย หลังรู้ว่าฝูซ่วยมาติดพันเธอ

ซานลิ่วคุกเข่าสารภาพและขอโทษแม่ที่ทำถุงเงินหายทั้งๆ ที่แม่เคยกำชับให้เก็บรักษาเอาไว้ให้ดี "เฉินอิ้งจู๋" (แม่ซานลิ่ว) ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับน้ำตาร่วง "หลัวเฉิง" ซึ่งแอบดูสองแม่ลูกอยู่ทางด้านนอก ได้ยินดังนั้นจึงสงสัยว่าถุงเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดของซานลิ่ว ในเวลาเดียวกันนั้น "หลิวติง" (น้องชายหลิวหมิ่ง) ถูกเกาเซี่ยงซ่านส่งจดหมายมาข่มขู่และทวงหนี้ก้อนโต เมื่อภรรยาของเขารู้เข้าก็รู้สึกโกรธ หลังไปขอให้หลิวหมิ่งผู้เป็นพี่ชายช่วยแต่ถูกปฏิเสธ หลิวติงจึงไปขอความเมตตาจากเกาเซี่ยงซ่าน เกาเซี่ยงซ่านต้องการฮุบโรงกลั่นเหล้าตระกูลหลิว เลยเสนอว่าจะช่วยทำให้โรงกลั่นเหล้าตกเป็นของหลิวติง (แค่ในนาม) แต่ผลประโยชน์ทั้งหมดต้องตกเป็นของตน




หลังไม่มีคนในบ้านมาประกันตัว (ซื่อไห่ติดหญิงเลยไม่กลับบ้าน) จี๋ตี้กับแม่เลยท้าผู้คุมเล่นพนันโดยเอาเศษเงินไม่กี่เหรียญในถุงเงินของซานลิ่วมาทำทุน หลังเล่นชนะเธอกับแม่ก็นำเงินที่ได้มาประกันตัวเอง ในเวลาต่อมาจี๋ตี้เห็นใครบางคนกำลังลอยคออยู่ในน้ำพลางชูแขนไปมาจึงรีบวิ่งลงไปช่วยแต่กลับจมน้ำเสียเอง ที่แท้ซานลิ่วกำลังว่ายน้ำปลดปล่อยความทุกข์เรื่องที่ทำถุงเงินหาย เขาหันมาเห็นจี๋ตี้กำลังจะจมน้ำเลยรีบเข้าไปช่วย เมื่อเห็นจี๋ตี้นอนแน่นิ่งเขาจึงช่วยปั๊มหัวใจและจะผายปอดให้เธอ จี๋ตี้รู้สึกตัวแต่แกล้งทำเป็นนอนนิ่ง ซานลิ่วจะผายปอดให้จี๋ตี้แต่จี๋ตี้เม้มปากแน่นและหลับตาปี๋ เขาจึงต้องออกแรงง้างปากเธอ หลังโดนผายปอด 2-3 ครั้งจี๋ตี้ก็วิ่งหนีไป (ซานลิ่วไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง)

หลัวเฉิงซึ่งแอบช่วยเหลือและคอยจับตาดูซานลิ่วกับแม่อยู่ห่างๆ ส่งผ้าปักฝีมืออิ้งจู๋และจดหมายรายงานความเคลื่อนไหวของสองแม่ลูกไปให้ "ฮูหยินหลิว" ซานลิ่วปลอบแม่ว่าจะนำถุงเงินกลับคืนมาให้ได้และถามแม่ว่าถุงเงินนั่นมีความสำคัญอย่างไรแต่แม่ของเขาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ เมื่อจั่วเฟยเดินสวนกับฉู่เย่วและเหลิ่งเหมยในตลาด ต่างคนต่างรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายมีวรยุทธที่ไม่ธรรมดา จี๋ตี้เห็นพ่อพาหญิงสาวไปเข้าคิวซื้อตั๋วที่โรงน้ำชาเลยแอบตามเข้าไปดูใกล้ๆ  นึกไม่ถึงว่าฝูซ่วยจะมาดูฉู่เย่วบรรเลงพิณที่โรงน้ำชาด้วยเช่นกัน จี๋ตี้เห็นฝูซ่วยแจกเศษเงินให้คนที่กำลังเข้าคิว (หนึ่งในนั้นคือคนที่ฮูหยินอวิ๋นส่งมาสืบพฤติกรรมฝูซ่วย) เลยยื่นมือไปรับเงินแบบเนียนๆ มีเพียงซื่อไห่ที่ไม่ยอมรับเงิน  เหลิ่งเหมยเห็นฝูซ่วยมาอวดรวยที่โรงน้ำชาจึงบอกให้ฉู่เย่วเริ่มทำตามแผน

จี๋ตี้ลากนิโคลัสไปที่โรงน้ำชา จากนั้นก็แกล้งสวมรอยเป็นพนักงานในร้านและเข้าไปรินน้ำชาที่โต๊ะซื่อไห่ หมายแอบฟังเขากับว่าที่ภรรยาคนใหม่คุยกัน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก จี๋ตี้จึงแกล้งทำน้ำร้อนหกรดและกลั่นแกล้งเธอ นิโคลัสจะช่วยพยุงไม่ให้เธอล้มแต่ดันเผลอเหยียบชายกระโปรงของเธอจนหลุดลงมากองที่พื้นต่อหน้าต่อตาฝูซ่วยและแขกเหรื่อในร้าน ครั้นพอฉู่เย่วเริ่มทำการแสดงฝูซ่วยซึ่งนั่งโต๊ะหน้าสุดก็บอกให้ทุกคนช่วยปรบมือ ในที่สุดวีรกรรม (ติดหญิง) ของฝูซ่วยก็รู้ถึงหูอวิ๋นเยียนจนได้




ในขณะที่เฉาเทียนเจียวกำลังเปิดฉากปะทะคารมกับบรรดาเมียๆ ของซื่อไห่ จี๋ตี้ก็วิ่งเข้ามาบอกทุกคนว่าตอนนี้ซื่อไห่กำลังหลงผู้หญิงคนใหม่ที่มีชื่อว่า "ทังเหยวียนเหยวียน" ชนิดหัวปักหัวปำและอีกไม่นานซื่อไห่ก็จะพาเธอเข้าบ้านเพราะเธอมีดวงที่จะได้ลูกชาย หลังฝันว่าซานลิ่วแต่งงานกับหญิงอื่นและเขาเห็นเธอเป็นแค่ 'น้องชาย'  จี๋ตี้ก็สะดุ้งตื่นด้วยความผิดหวัง เธอแต่งตัวเป็นผู้หญิงแล้วไปหาซานลิ่วที่ตลาดหมายให้ซานลิ่วรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิง แต่ซานลิ่วกลับจำเธอไม่ได้ซ้ำยังชวนเธอดูดวง พอสังเกตเห็นว่าเธอหน้าตาเหมือนเด็กหนุ่ม (จี๋ตี้) ที่เอาถุงเงินของตนไป  เขาก็คิดว่าเธอเป็นพี่น้องกับจี๋ตี้จึงขอความเห็นใจและบอกเธอว่าถุงเงินมีความสำคัญต่อตนมาก  ฝูซ่วยพบนิโคลัสที่โรงเตี๊ยมจึงถามว่าอวิ๋นเยียนหน้าตาเป็นอย่างไร นิโคลัสจะบอกว่าสวยมากแต่เขาบรรยายความงามของเธอไม่เคลียร์ ฝูซ่วยฟังยังไม่ทันจบเลยเข้าใจผิดคิดว่าอวิ๋นเยียนหน้าตาอัปลักษณ์และคิดที่จะล้มเลิกการแต่งงานกับเธอ เขาตัดสินใจว่าครองรักกับฉู่เย่วเลยบุกไปหาฉู่เย่วถึงที่ห้องโดยไม่รู้ว่าเหลิ่งเหมยอยู่ในห้องด้วย จากนั้นก็สารภาพความในใจและให้คำมั่นกับฉู่เย่ว แต่สุดท้ายก็โดนเหลิ่งเหมยและฉู่เย่วไล่ออกจากห้อง

อวิ๋นเยียนและสาวใช้แกล้งปลอมตัวเป็นชายเพื่อมาสืบดูพฤติกรรมของฝูซ่วยให้เห็นกับตา อวิ๋นเยียนแต่งตัวเลียนแบบหมอและใช้ชื่อว่า "โจวอวิ๋น" โดยบอกผู้คนว่าตนเป็นหลานและสืบทอดวิชาแพทย์มาจากหมอเทวดา "โจวจี้ซื่อ" ซึ่งเป็นเรื่องจริง หลังได้พบและรู้จักกับจี๋ตี้โดยบังเอิญ อวิ๋นเยียนจำใจมอบกำไลหยกล้ำค่าให้จี๋ตี้หลังถูกจี๋ตี้สงสัยว่าเป็นผู้ชายทำไมใส่กำไลหยก ขณะอยู่ในโรงเตี๊ยมฝูซ่วยเกิดปวดท้องกระทันหันจึงบอกให้คนรับใช้นามว่า "เสี่ยวเกอต้า" รีบไปตามหมอมารักษา จี๋ตี้กำลังจะพาอวิ๋นเยียนไปที่โรงน้ำชา เมื่อเสี่ยวเกอต้าเห็นอวิ๋นเยียนก็รู้ทันทีว่าเธอเป็นหมอจึงร้องเรียกและขอให้ช่วยรักษานายของตน

ในตอนแรกอวิ๋นเยียนช่วยรักษาและเขียนใบสั่งยาให้ฝูซ่วยตามปกติเพียงแต่ไม่คิดค่ารักษา ครั้นพอรู้ว่าคนไข้ของเธอคือฝูซ่วย  แถมเขายังพูดว่าไม่อยากแต่งงานกับคุณหนูตระกูลอวิ๋นเพราะคุณหนูอวิ๋นหน้าตาอัปลักษณ์ ทั้งยังคิดยกเลิกงานแต่งเพื่อจะได้ครองรักกับฉู่เย่ว อวิ๋นเยียนก็รู้สึกโกรธเลยแกล้งทุบตีและใช้เข็มทิ่มเขาโดยอ้างว่าเป็นวิธีการรักษา หลังได้ยินเองกับหูว่าฝูซ่วยไม่อยากแต่งงานกับตน อวิ๋นเยียนก็ร่ำไห้และกลับบ้านด้วยความช้ำใจ นิโคลัสมาที่บ้านสกุลอวิ๋นแล้วพบว่าอวิ๋นเยียนขังตัวเองอยู่แต่ในห้องโดยไม่ยอมทานข้าวทานปลาทำให้ฮูหยินอวิ๋นเป็นห่วง  เลยอาสาช่วยเจรจาให้ พอรู้ว่าอวิ๋นเยียนถูกพ่อแม่จับแต่งงานแบบคลุมถุงชนเขาก็รับไม่ได้ และบอกอวิ๋นเยียนว่าผู้หญิงในประเทศตนสามารถเลือกคู่ครองได้โดยอิสระ




ทังเหยวียนเหยวียนให้คนหามซื่อไห่มาส่งที่บ้านหลังโรคหัวใจกำเริบหนัก เมื่อหมอมาตรวจก็พบว่าซื่อไห่หมดทางเยียวยาและกำลังจะตาย แม้ซื่อไห่จะมีภรรยาหลายคนแต่กลับมีเพียงเทียนเจียวที่คอยดูแลเขาไม่ห่าง ภรรยาคนอื่นๆ นอกจากจะไม่สนใจไยดีแล้วยังพากันขนข้าวของมีค่าในบ้านหนีไปจนหมด หลังจากนั้นไม่นานซื่อไห่ก็เสียชีวิต ซ้ำยังมีเจ้าหนี้บุกมาทวงเงินถึงที่บ้านโดยขู่เทียนเจียวว่าหากไม่นำเงินก้อนโตมาใช้หนี้ภายในหนึ่งเดือน พวกตนจะยึดบ้านสกุลเหลยซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่

แม่ทัพอวิ๋นยืนกรานว่าจะให้อวิ๋นเยียนแต่งงานกับฝูซ่วย อวิ๋นเยียนจึงหนีออกจากบ้านพร้อมม๋าฮัวโดยปลอมตัวเป็นชายอีกครั้ง เมื่อพบจี๋ตี้ที่ตลาดอวิ๋นเยียนก็ขอร้องให้จี๋ตี้ช่วยหาโรงเตี้ยมที่เงียบสงบและปลอดภัยให้ตน หลังพบว่าแม่ทัพอวิ๋นส่งทหารมาตรวจค้นตามโรงเตี้ยมต่างๆ จั่วเฟยจึงบอกให้ฝูซ่วยรีบเก็บข้าวของเพราะเกรงว่าวีรกรรม (ติดหญิงที่โรงน้ำชา) ของฝูซ่วยจะรู้ไปถึงหูของแม่ทัพอวิ๋น ทำให้แม่ทัพอวิ๋นส่งทหารออกตามล่าฝูซ่วย นึกไม่ถึงว่าฝูซ่วยจะหลงฉู่เย่วจนไม่ลืมหูลืมตา เขาไม่เพียงไม่ยำเกรงว่าที่พ่อตา แต่ยังอยากให้ว่าที่พ่อตารู้เรื่องของตนกับฉู่เย่ว เพื่อจะได้ยกเลิกงานแต่ง

จี๋ตี้จะพาอวิ๋นเยียนไปพักที่โรงเตี๊ยมสุดหรูและเงียบสงบ พอรู้ว่าเป็นที่เดียวกับฝูซ่วยอวิ๋นเยียนก็ปฏิเสธไม่ยอมเข้าพัก จี๊ตี้เลยชวนอวิ๋นเยียนไปพักที่บ้านโดยเก็บค่าเช่าเป็นรายวัน (จี๊ตี้กับแม่ไม่รู้ว่าอวิ๋นเยียนเป็นผู้หญิง ขณะที่อวิ๋นเยียนเองก็ไม่รู้ว่าจี๊ตี้เป็นผู้หญิงเช่นกัน เพราะต่างฝ่ายต่างแต่งตัวเป็นผู้ชาย) หลังแอบเข้าไปในห้องของฉู่เย่วเพื่อสืบหาว่าเธอเป็นใครและได้ประมือกับเหลิ่งเหมย จั่วเฟยก็ส่งจดหมายถึงเกาเซี่ยงซ่านโดยรายงานเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับฝูซ่วยและฉู่เย่ว พร้อมทั้งแนบอาวุธลับของเหลิ่งเหมยไปให้เกาเซี่ยงซ่านดูด้วย เกาเซี่ยงซ่านเห็นอาวุธลับก็จำได้ทันทีว่าเป็นของสกุลเหล่ย  (เขาเป็นลูกศิษย์ของพ่อเหลิ่งเหมย ส่วนเหลิ่งเหมยเป็นทั้งศิษย์น้องและอดีตคนรักของเขา)




หลิวติงไปพบเกาเซี่ยงซ่านโดยบอกว่าโอกาสเดียวที่จะกำจัดหลิวหมิ่งเพื่อฮุบโรงกลั่นเหล้าและแย่งชิงสูตรลับมาถึงแล้ว อวิ๋นเยียนชวนจี๋ตี้ไปดูฉู่เย่วที่โรงน้ำชา โดยนั่งโต๊ะข้างๆ ฝูซ่วย ทันใดนั้นก็มีทหารบุกเข้ามาในร้าน อวิ๋นเยียนเห็นดังนั้นจึงรีบหนีไปหลบซ่อนตัว ฉู่เย่วเห็นอวิ๋นเยียนห้อยต่องแต่งอยู่ริมหน้าต่างแต่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น พอทหารออกไปแล้วเธอจึงช่วยดึงตัวอวิ๋นเยียนขึ้นมาและบอกเส้นทางหลบหนี เหลิ่งเหมยสงสัยว่าฝูซ่วยอาจมีความเกี่ยวข้องกับจั่วเฟย จึงบอกให้ฉู่เย่วคอยจับตาและหว่านเสน่ห์ใส่ฝูซ่วย

หลิวหมิ่งและครอบครัว (รวมทั้งครอบครัวของหลิวติง) มาเดินดูสายน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของโรงกลั่นเหล้าตระกูลหลิว อยู่ๆ ก็มีนักฆ่าบุกมาสังหารหลิวหมิ่งและลูกชาย (หลิวหมิ่งโดนถีบร่วงลงจากหน้าผา ลูกชายวัยสิบกว่าปีของเขาถูกดาบฟันเสียชีวิต ส่วนฮูหยินหลิวเป็นลมไปเสียก่อนเลยไม่โดนสังหาร) อิ้งจู๋โดนเข็มแทงนิ้วขณะปักผ้าเลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ซานลิ่วเห็นดังนั้นจึงหมายมั่นว่าจะต้องนำถุงเงินกลับคืนมาให้ได้ จี๋ตี้พาอวิ๋นเยียนมาเดินเล่นริมน้ำและนินทาซานลิ่วให้อวิ๋นเยียนฟัง ซานลิ่วบังเอิญเดินผ่านมาจึงได้ยินเข้าพอดี เขาดีใจที่ได้เจอจี๋ตี้เพราะตามหามาหลายวัน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากทวงถุงเงินจี๋ตี้ก็วิ่งหนีไปเสียก่อน (เธอบอกอวิ๋นเยียนก่อนไปว่าซานลิ่วเป็นนักทำนายอักษร)

ฝูซ่วยไม่พอใจจั่วเฟยเพราะคิดว่าเขาเป็นคนพาทหารไปบุกโรงน้ำชาทำให้ฉู่เย่วต้องพักการบรรเลงเพลงพิณหลายวัน  จั่วเฟยเตือนว่าฉู่เย่วไม่ใช่นักบรรเลงพิณธรรมดาแต่ฝูซ่วยไม่เชื่อ  พอรู้ว่าฉู่เย่วส่งจดหมายนัดพบมาให้ฝูซ่วยเขาก็รู้สึกไม่วางใจเลยสกัดจุดฝูซ่วยเอาไว้แล้วออกไปพบฉู่เย่วแทน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ฉู่เย่วตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเลยชิงหลบหนีไป อวิ๋นเยียนพาซานลิ่วไปทวงถุงเงินที่บ้านจี๋ตี้ แต่จี๋ตี้อยากเก็บไว้ดูต่างหน้าเลยไม่ยอมคืน ทั้งยังเรียกเงินก้อนโตจากซานลิ่วอีกด้วย อวิ๋นเยียนเห็นซานลิ่วอยากได้ถุงเงินคืนเพราะถุงเงินดังกล่าวมีคุณค่าทางใจกับแม่ของเขา จึงหว่านล้อมให้จี๋ตี้รีบนำถุงเงินไปคืน เทียนเจียวแอบได้ยินว่าถุงเงินมีค่าเลยย่องไปหาซานลิ่วที่บ้านหมายเรียกค่าไถ่ถุงเงิน แต่แล้วกลับพบว่าซานลิ่วทั้งซื่อ ทั้งจน แถมยังเคยจูบ (ผายปอด) จี๋ตี้อีกด้วย หลังได้พบและพูดคุยกับซานลิ่ว เทียนเจียวก็รู้สึกเห็นใจ ทั้งยังรู้ว่าที่แท้จี๋ตี้ชอบซานลิ่วเลยไม่ยอมคืนกระเป๋า แต่หนอนหนังสือผู้รู้ทุกเรื่องในตำรา (แต่อ่อนต่อโลก) อย่างซานลิ่วกลับคิดว่าจี๋ตี้เป็นผู้ชาย เทียนเจียวอยากให้จี๋ตี้สมหวังในความรักจึงไม่คิดขัดขวาง ทั้งยังคิดว่าแม้วันนี้ซานลิ่วจะยากจนแต่ถ้าหากเขาสอบขุนนางแล้วได้เป็นจอหงวนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อถึงเวลานั้นตนจะยกจี๋ตี้ให้ซานลิ่ว




เกาเซี่ยงซ่านส่งจดหมายมาบอกจั่วเฟยว่าเหลิ่งเหมยเป็นศัตรูตัวฉกาจของตนและบ้านสกุลเกา แต่ตนจะเดินทางไปสะสางเรื่องนี้ด้วยตนเอง เขาบอกให้จั่วเฟยสืบเรื่องราวของเหลิ่งเหมยกับฉู่เย่วต่อไป ทั้งยังกำชับให้คอยปกป้องและจับตาดูฝูซ่วยเพื่อไม่ให้ฝูซ่วยก่อเรื่องยุ่งยากมากไปกว่านี้ จั่วเฟยจึงขังฝูซ่วยเอาไว้ในห้องเพื่อไม่ให้เขาออกไปหาฉู่เย่ว เมื่อฝูซ่วยได้รับจดหมายนัดพบจากฉู่เย่วเขาจึงเสี่ยงปีนลงทางหน้าต่างทั้งที่หวาดกลัว เพราะไม่อยากให้ฉู่เย่วรอเก้อเป็นครั้งที่สอง

หลิวติงบอกเกาเซี่ยงซ่านว่าหลายชายของตนเสียชีวิตแล้วส่วนหลิวหมิ่งยังหาศพไม่พบ พอรู้ว่าหลิวติงยังไม่ได้สูตรลับ เกาเซี่ยงซ่านก็รู้สึกโกรธ หลังฝูซ่วยส่งเทียบเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงในอีกสามวันข้างหน้า ฮูหยินอวิ๋นก็รู้สึกเป็นกังวลเพราะยังตามหาอวิ๋นเยียนไม่เจอ (เธอไม่อยากให้ตระกูลเกาและคนอื่นๆ รู้ว่าอวิ๋นเยียนหนีออกจากบ้าน เพราะจะทำให้อวิ๋นเยียนและตระกูลอวิ๋นเสื่อมเสียชื่อเสียง) แม่ทัพอวิ๋นเองก็รู้สึกหนักใจไม่น้อย ถึงกระนั้นเขายังคงยืนกรานว่างานแต่งของอวิ๋นเยียนและฝูซ่วยจะล่มไม่ได้เด็ดขาด ในเวลาต่อมาหลิวหมิ่งถูกคนหามมาส่งที่บ้านในสภาพหมดสติ ถึงแม้ว่าเขาจะบาดเจ็บทั่วทั้งตัวแต่นับว่ายังโชคดีที่อาการไม่สาหัสมาก เมื่อหลิวติงรู้เข้าก็รู้สึกตกใจ

เรื่องราวต่อจากนี้จะชุลมุนวุ่นวายแค่ไหนและจะลงเอยอย่างไร ติดตามชมได้ใน  "ลิขิตหัวใจยัยตัวยุ่ง (Rapture and found)" ทางไทยรัฐทีวี

* เนื้อหาโดย luvasianseries / ดูอัลบั้มภาพได้ ที่นี่

นักแสดงนำ

 

อิ่งเอ๋อร์
รับบท เหลยจี๋ตี้
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)


 

หลี่อี้เฟิง
รับบท เฉินซานลิ่ว (หลิวเหิงจิ่ว)
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)


 

เยี่ยจู่ซิน
รับบท เกาฝูซ่วย
(นักแสดง ชาวจีน)


 

อู๋เชียนอวี่
รับบท อวิ๋นเยียน
(นักแสดงฮ่องกง เกิดที่เมืองจีน)


 

สวีตงตง
รับบท ฉู่เย่ว
(นักแสดง / นักร้อง / นางแบบ ชาวจีน)


 

ลั่วซังเหนียนจา
รับบท จั่วเฟย
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน เชื้อสายธิเบต)


 

จูฮุ่ยเจิน
รับบท เฉาเทียนเจียว
(นักแสดง / ผู้ดำเนินรายการ ชาวไต้หวัน)





*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา