วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เรื่องย่อ นางพญางูขาว (The Destiny of White Snake)




กำกับ: อิ่นเทา, หลิวกั๋วฮุย
เขียนบท: หานเพ่ยเจิน, หลิวย่า, หลี่เจินหรู
แนวละคร: อิงตำนาน, แฟนตาซี, โรแมนติก
จำนวนตอน: 61
ออกอากาศ: จีน - 9 กรกฎาคม 2561 ทางอ้ายฉีอี้ (iQiyi)
                  ไทย - ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 21.00-22.00 น. ทางช่อง MCOT HD (หมายเลข 30) เริ่มวันที่ 3 มิถุนายน 2562 (เปลี่ยนเวลาออกอากาศเป็น 23.00 น. ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม)


 



เรื่องย่อ



ละคร "นางพญางูขาว" (The Destiny of White Snake) ดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง "ตำนานนางพญางูขาว" เนื้อหากล่าวถึงตำนานรักพันปีระหว่าง "เสี่ยวไป๋" (งูขาวน้อย) กับ "จื่อเซวียน" (ซ่างเซียน)

เรื่องราวความรักของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นหลัง "หลีซานเซิ่งหมู่" นำงูขาวน้อยซึ่งเป็นศิษย์จอมขี้เกียจ มาฝากให้จื่อเซวียนช่วยอบรมสั่งสอน หวังให้ปีศาจอย่างเธอเลือกเดินบนทางที่ถูกต้องด้วยการบำเพ็ญตบะเพื่อบรรลุเป็นเซียน แม้จื่อเซวียนจะเป็นซ่างเซียน (เหนือกว่าเซียนธรรมดา แต่ยังไม่บรรลุเซียนชั้นสูง) ที่ไม่เคยสนใจสิ่งใดในโลกหล้านอกจากการบำเพ็ญตบะและฝึกตน (จนมีตบะแก่กล้าและกำลังจะเผชิญด่านเคราะห์ก่อนถูกเลื่อนเป็นเซียนชั้นสูงในไม่ช้า) แต่เขากลับถูกชะตากับงูขาวน้อยจึงเลี้ยงไว้ข้างกายตลอดเวลาและเรียกมันว่า "เสี่ยวไป๋"

หลังเสี่ยวไป๋จำแลงกายเป็นหญิงสาว จื่อเซวียนก็ตกหลุมรักเธอชนิดถอนตัวไม่ขึ้นถึงขั้นยอมทำผิดกฏสวรรค์เพื่อเธอ และกล้าแข็งข้อกับ "ชิงตี้" ผู้เป็นอาจารย์  (ชิงตี้ต้องการแยกทั้งคู่ออกจากกันเพื่อให้จื่อเซวียนสามารถผ่านพ้นด่านเคราะห์และสำเร็จเซียนชั้นสูง หาไม่แล้วร่างกายและดวงจิตจื่อเซวียนจะแตกสลายและกระจัดกระจายทั่วฟ้าดิน แต่จื่อเซวียนยังไม่ยากสำเร็จเซียนจึงจงใจทำให้ตัวเงบาดเจ็บเพื่ประวิงเวลา เพราะหากได้เลื่นเป็นเซียนชั้นสูงเขาจะต้งขึ้นไปยู่บนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าและไม่สามารถพาเสี่ยวไป๋ไปยู่ด้วยได้) ขณะที่เสี่ยวไป๋เองก็รักและยอมทำทุกอย่างเพื่อจื่อเซวียนเช่นกัน 

"หลิงฉู่" ใช้เลือดของตนเปิดเจดีย์กักปีศาจหมายพิฆาตมังกรดำ จื่อเซวียนเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจเพราะการทำเช่นนี้ต้องใช้ดวงจิตสังเวยจึงจะปิดเจดีย์อีกครั้งได้ หาไม่แล้วเจดีย์กักปีศาจจะทำลายล้างทุกสิ่งบนโลก หลิงฉู่ต้องการใช้ดวงจิตมังกรดำมาสังเวย โดยให้เหตุผลว่าหากไม่ใช้วิธีนี้พวกตนจะไม่สามารถปราบมังกรดำได้ จื่อเซวียนแย้งว่าใช้ดวงจิตมังกรดำสังเวยเจดีย์จะทำให้เกิดสงครามใหญ่อีกครั้ง ที่สำคัญการเข่นฆ่ามังกรดำนั้นผิดกฏสวรรค์ ถึงกระนั้นหลิงฉู่ก็ยังคงยืนกรานว่าจะใช้วิธีนี้และจะรับผิดชอบเอง เสี่ยวไป๋รู้สึกผิดที่จึงคิดช่วยหลิงฉู่ปราบมังกรดำ (ก่นหน้านี้เธอทำให้มังกรดำหลุดออกมาจากเจดีย์โดยไม่ตั้งใจ) หลิงฉู่จึงเตือนว่าเธอเป็นปีศาจ หากไม่รีบหนีจะถูกเจดีย์กักปีศาจกลืนเข้าไป

จื่อเซวียนตกใจที่เห็นเสี่ยวไป๋ตามตนมาถึงที่นี่ เขาปลอบเธอว่าไม่ต้องโทษตัวเองเพราะตนจะจับมังกรดำกลับเข้าไปใหม่เอง และย้ำว่าเธอไม่เคยทำอะไรให้ตนเดือดร้อน เสี่ยวไป๋รู้ว่าหากไม่มีปีศาจเข้าไปในเจดีย์ มันจะกลืนดวงจิตผู้ที่เปิดมันและดวงจิตที่อยู่รอบๆ เธอจึงคิดสละตนเองเพื่อช่วยเหลือแต่จื่อเซวียนไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้น ด้วยเห็นว่าเสี่ยวไป๋มีพลังตบะเพียงน้อยนิดขืนเข้าไปในเจดีย์กักปีศาจทั้งกายและดวงจิตจะถูกแผดเผาเป็นเถ้าธุลี เขาจึงสละตนเองเพื่อปกป้องทุกคนจนดวงจิตเซียนแตกสลาย

ก่อนจากไปจื่อเซวียนตั้งชื่อให้เสี่ยวไป๋ว่า "ไป๋เยาเยา" และขอให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป (เขายังบอกด้วยว่าในหัวใจตนเสี่ยวไป๋เป็นคนไม่ใช่ปีศาจ) ไป๋เยาเยาโทษว่าเป็นความผิดของตนตั้งแต่ต้น ขณะที่หลิงฉู่ (ซึ่งคิดมาโดยตลอดว่าไป๋เยาเยาคือเคราะห์ภัยของจื่อเซวียน) นึกไม่ถึงว่าตนจะเป็นคนนำเคราะห์ภัยมาให้จื่อเซวียนเสียเอง หลังจากนั้นไป๋เยาเยาก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการตามเก็บรวบรวมและหล่อเลี้ยงดวงจิตของจื่อเซวียนไว้ในหัวใจตนมาตลอดหลายร้อยปี ขณะที่หลิงฉู่ (ซึ่งรู้สึกผิดจนไม่ยอมสำเร็จเซียนชั้นสูง) ถึงขั้นแอบขโมยโคมรวบรวมดวงจิตหมายช่วยจื่อเซวียนอีกทางหนึ่ง ทั้งที่รู้ว่าการเปิดโคมจะปลุกเหล่าอสูรและจอมปีศาจทำให้ปีศาจออกอาละวาดในโลกมนุษย์ ในที่สุด จื่อเซวียนก็ไปจุติบนโลกมนุษย์ในอีกหนึ่งพันปีข้างหน้า โดยเขาเป็นประมุขตำหนักเย่าซือ (เย่าซือกง) ชื่อ "สวี่เซวียน" มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และยา

หลังทำความผิดใหญ่หลวง หลิงฉู่จึงต้องชดใช้ด้วยการลงมาปราบปีศาจในโลกมนุษย์ (เขามีชะตาที่ต้องปราบปีศาจและบำเพ็ญเพียรตลอดชีวิต) โดยมีชื่อขณะเป็นมนุษย์ว่า "ฉีเซียว" ทั้งเขาและสวี่เซวียนต่างจดจำเรื่งราวในอดีตไม่ได้ ผิดกับไป๋เยาเยาที่จำได้ทุกสิ่ง เมื่อไป๋เยาเยาได้พบกับสวี่เซวียนบนโลกมนุษย์ ตำนานรักต้งห้ามระหว่างคนกับปีศาจจึงเปิดฉากขึ้นท่ามกลางอุปสรรคและอันตรายมากมาย

เนื้อหาตอนที่หนึ่ง

ณ กาลเริ่มต้นของสวรรค์และโลก ทุกสรรพสิ่งได้ถือกำเนิดขึ้น โดยมีแดนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเป็นผู้ปกครองทั้งสามโลก (โลกของเทพเซียน ปีศาจ และมนุษย์) ราชาปีศาจแค้นใจที่ต้องอยู่ภายใต้แดนสวรรค์จึงแอบยุแยงเผ่ามังกรให้ก่อเหตุวุ่นวายทั่วทั้งสี่สมุทร (ทั่วแผ่นดิน) "เทียนตี้" (จักรพรรดิสวรรค์) จึงมีบัญชาให้ "ชิงตี้" และ "ไป๋ตี้" นำกำลังทหารสวรรค์นับแสนไปปราบปรามเผ่ามังกร สงครามภายในสี่สมุทรนำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่เพราะมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก สุดท้ายสงครามก็ยุติลงหลังเผ่ามังกรยอมจำนนต่อสวรรค์เก้าชั้นฟ้า การทำศึกครั้งนี้ทั้ง "หลิงฉู่" (ลูกศิษย์ของไป๋ตี้แห่งเขาคุนหลุน) และ "จื่อเซวียน" (ลูกศิษย์ของชิงตี้แห่งเขาจิ่วซี) ต่างมีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ วีรกรรมอันห้าวหาญของทั้งคู่จึงเป็นที่เลื่องลือในโลกของเทพเซียน แต่นั่นก็ทำให้ทั้งคู่มักถูกนำมาเปรียบเทียบว่าใครเก่งกว่ากัน ด้วยความที่ทั้งจื่อเซวียนและหลิงฉู่ต่างเป็นผู้มีความสามารถและฉลาดหลักแหลมเกินใคร ชิงตี้กับไป๋ตี้จึงตกลงกันว่าจะให้จื่อเซวียนกับหลิงฉู่มาดวลกันในอีกหนึ่งพันปีข้างหน้า จะได้รู้กันเสียทีว่าศิษย์ของใครเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในโลกเทพเซียน



"หลีซานเซิ่งหมู่" (เจ้าแม่เขาหลีซาน) เล่าเรื่องดังกล่าวให้งูขาวน้อยซึ่งเป็นลูกศิษย์ฟัง งูขาวน้อยได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่าตนอยากเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในโลกเทพเซียน หลีซานเซิ่งหมู่แย้งว่างูขาวน้อยเป็นศิษย์ที่เกียจคร้านและไม่ค่อยตั้งใจบำเพ็ญตบะ (เพื่อบรรลุเป็นเซียน) วันๆ ดีแต่ฝันหวาน จากนั้นก็ถามงูขาวน้อยว่าทำไมถึงแอบฝ่าพายุหิมะตามตนออกมาหลังรู้ว่าตนกำลังจะไปร่วมงานเลี้ยงท้อสวรรค์ งูขาวน้อยอ้างคำพูดหลีซานเซิ่งหมู่ที่เคยบอกตนว่า หากใครได้กินท้อสวรรค์จะช่วยให้มีตบะแก่กล้า แต่หลีซานเซิ่งหมู่รู้ว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อกลบเกลื่อนความตะกละของงูขาวน้อย เธอจึงพางูขาวน้อยไปที่เขาจิ่วซีแทน ด้วยเห็นว่างูขาวน้อยมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการผดุงคุณธรรมให้โลกมนุษย์ แต่การฝึกตนของงูขาวน้อยกลับไม่มีความคืบหน้าเพราะมัวแต่เกียจคร้าน แถมจนป่านนี้แล้วยังจำแลงกายไม่ได้สักที เธอจึงคิดที่จะให้จื่อเซวียนช่วยสั่งสอนงูขาวน้อย เนื่องจากพื้นดวงของจื่อเซวียนมีดาว "ชีชาเก๋อ" (ดาวชิกสัวะ) เธอจึงเชื่อมั่นว่าจื่อเซวียนจะต้องฝึกงูขาวน้อยได้แน่ ที่สำคัญทั้งคู่ถูกลิขิตให้อยู่เคียงข้างเพื่อช่วยกันปกป้องโลกมนุษย์ แต่ทว่าทั้งงูขาวน้อยและจื่อเซวียนจะต้องเผชิญความทุกข์ 8 ประการบนโลกมนุษย์

หมายเหตุ: พุทธศาสนากล่าวว่า มนุษย์เรามีความทุกข์ 8 ประการ ดังปรากฎในมหาปรินิรวาณสูตรของฝ่ายมหายาน ดังนี้ 1. ทุกข์เพราะเกิด 2. ทุกข์เพราะแก่ 3. ทุกข์เพราะเจ็บ 4. ทุกข์เพราะตาย  5. ทุกข์เพราะต้องพรากจากคนที่เรารัก 6. ทุกข์เพราะพบคนที่เราชัง  7. ทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา 8. ทุกข์เพราะขันธ์ห้า คือ การมีร่างกาย มีความรู้สึก มีความทรงจำ มีการปรุงแต่ง และมีการรับรู้



หลังอาจารย์พามาส่งที่เขาจิ่วซีแล้วหายตัวไป งูขาวน้อยจึงเลื้อยฝ่าหิมะโดยตามเสียงฉิน (พิณ) ไปและมาหยุดตรงหน้าจื่อเซวียน จื่อเซวียนเห็นงูขาวตัวน้อยเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลงของตนก็รู้สึกเอ็นดู แต่แล้วอยู่ๆ หลิงฉู่ (ซึ่งเป็นคนเถรตรง และทำตามกฎหรือคำมั่นสัญญาอย่างเคร่งครัด) ก็บุกมาท้าดวลกับจื่อเซวียนถึงที่ ทั้งๆ ที่จื่อเซวียนพยายามหลบเลี่ยงมาโดยตลอด จื่อเซวียนไม่อยากให้งูขาวน้อยมีอันตรายจึงยื่นมือให้พลางสงสัยว่างูขาวน้อยซึ่งต้องจำศีลในช่วงฤดูหนาวหลงมาอยู่บนเขาจิ่วซีที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีได้อย่างไร ครั้นจื่อเซวียนบอกให้งูขาวน้อยหาที่หลบซ่อนตัว งูขาวน้อยจึงเลื้อยเข้าไปซุกใน (อก) เสื้อของจื่อเซวียน

หลังจากนั้นจื่อเซวียนกับหลิงฉู่ก็เปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือด หลิงฉู่เห็นว่าจื่อเซวียนไม่ยอมต่อสู้จนสุดกำลังจึงตำหนิจื่อเซวียนที่ไม่รักษาสัญญา จื่อเซวียนแย้งว่าสงครามภายในสี่สมุทรเพิ่งยุติลง เหตุใดพวกตนถึงยังคงต่อสู้กัน หลิงฉู่ชี้ว่านี่เป็นสัญญาพันปีที่อาจารย์ของพวกตนตกลงกันไว้หมายพิสูจน์ว่าใครเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง วันนี้ตนต้องรู้ให้ได้ว่าใครเก่งกว่าใคร (งูขาวน้อยได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความตกใจกลัว) จื่อเซวียนรู้สึกผิดหวังที่หลิงฉู่ยึดติดกับชื่อเสียงมากเกินไป และชี้ว่าเป้าหมายของการประลองคือการเรียนรู้จากอีกฝ่าย แต่หลิงฉู่ยังคงยืนกรานว่าจะต่อสู้จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดอีกครั้งโดยที่หลิงฉู่เป็นฝ่ายรุก งูขาวน้อยสำนึกในบุญคุณของจื่อเซวียนจึงออกมาช่วยรับมือกับหลิงฉู่ หลิงฉู่นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ จะมีงูโผล่ออกมา (และพยายามฉก) เขาจึงเสียสมาธิและเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ แต่เขาไม่ยอมรับความปราชัยในครั้งนี้


จื่อเซวียนช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้หลิงฉู่ และพบว่าเดิมทีร่างกายของหลิงฉู่ก็บอบช้ำและบาดเจ็บอย่างหนักอยู่ก่อนแล้วแต่เขาพยายามปกปิดเอาไว้ ซ้ำยังบุกมาท้าดวลกับตนแทนที่จะรักษาตัว หลิงฉู่ตัดพ้อว่าอย่างน้อยจื่อเซวียนก็น่าจะแสดงฝีมือให้ตนเห็นและยอมรับ (ว่าจื่อเซวียนเก่งกว่า)  เขากล่าวว่าวันนี้พวกตนไม่รู้ผลแพ้ชนะเพราะถูกงูขาวน้อยก่อกวน หากตนพบงูขาวตัวนั้นอีกครั้งจะฆ่ามันให้ตายคามือ จื่อเซวียนโวยลั่นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวงูขาวน้อยเลยสักนิด จากนั้นก็นำยาที่ปรุงด้วยตัวเองมาให้หลิงฉู่ดื่มเพื่อบรรเทาความร้อนภายใน (พลังหยาง) ชั่วคราว พลางบอกให้หลิงฉู่เลิกหมกมุ่นเรื่องใครเก่งกว่ากัน แม้จะเจ็บหนักแต่หลิงฉู่ยังคงคาใจและไม่อาจปล่อยวางในเรื่องนี้

ครั้นหลิงฉู่กระอักเลือดจื่อเซวียนจึงกระชากอกเสื้อของหลิงฉู่เพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บ เขาถึงกับตกตะลึงเมื่อพบว่าบริเวณหน้าอก (บริเวณหัวใจ ซึ่งเป็นธาตุไฟ หรื "หยาง") ของหลิงฉู่บอบช้ำหนักสุด จึงเตือนว่าขืนปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ความร้อนภายในที่มากเกินไปจะแผดเผาพลังเซียนของหลิงฉู่ หลิงฉู่เปรยว่าหัวใจงูเป็นหยิน (มีพลังความเย็น) จึงช่วยรักษาความร้อน (ไฟ) ในหัวใจตนได้ เสี่ยวไป๋ (ซึ่งแอบฟังทั้งคู่คุยกันที่หน้าประตู) ได้ยินดังนั้นจึงรีบเผ่นทันที

* อาการ "ไฟในหัวใจ" (ซินหั่ว) คือภาวะที่เกิดความร้อนในหัวใจ หรือความร้อนรบกวนหัวใจ  (หัวใจเป็นอวัยวะที่ควบคุมอารมณ์และสติ เมื่อไฟสะสมที่หัวใจมากเกินไปจะทำให้การควบคุมอารมณ์ผิดปกติ)


"เซียนเฮ่อ" เห็นจื่อเซวียนง่วนอยู่กับการปรุงยาจึงเข้ามาปรนนิบัติ พลางถามว่าทำไมเขาถึงไม่นำหัวใจงูมารักษาอาการบาดเจ็บของหลิงฉู่ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่กลับทุ่มเทแรงกายแรงใจในการหาวิธีปรุงยาอายุวัฒนะให้สำเร็จภายในหนึ่งวัน จื่อเซวียนชี้ว่าแม้หัวใจงูจะช่วยรักษาความร้อนภายในร่างกายของหลิงฉู่ได้ แต่มันจะส่งผลเสียต่อการบำเพ็ญตบะของหลิงฉู่ในอนาคต เซียนเฮ่อกล่าวว่าหลิงฉู่ร้อนใจอยากได้หัวใจงูมาก จื่อเซวียนเชื่อว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่บนเขาคุนหลุน แต่เนื่องจากไป๋ตี้เกรงว่าจะกระทบชื่อเสียงของตนจึงไม่ยอมแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้




ขณะเลื้อยอยู่บนหิมะงูขาวน้อยดันเริ่มง่วง (ปกติต้องจำศีลในช่วงฤดูหนาว) แต่ยังคงพยายามเลื้อยหนีต่อไปพลางบอกตัวเองว่ายังตายไม่ได้เพราะต้องบำเพ็ญตบะเพื่อบรรลุเป็นเซียน และยังมีเรื่องที่อยากทำอีกมากมาย (รวมทั้งการชิมท้อสวรรค์) แค่อดทนเลื้อยต่อไปเรื่อยๆ อีก 3 ปี  3 เดือน 3 วันก็จะไปถึงเขาหลีซาน ครั้นเห็นหลิงฉู่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า งูขาวน้อยจึงรีบเลื้อยหนีแต่โดนคมกระบี่ของหลิงฉู่จนได้รับบาดเจ็บเสียก่อน หลิงฉู่หยิบงูขาวน้อยขึ้นมาดูก่อนบีบเต็มแรง งูขาวน้อยแอบเคืองหลิงฉู่ที่คิดฆ่าตนให้ตายแบบทรมาน แทนที่จะให้ตนตายอย่างนิ่มนวล ขณะที่หลิงฉู่คิดเพียงว่าหากตนรักษาอาการบาดเจ็บภายในจนหายดีแล้ว จะต้องเอาชนะจื่อเซวียนได้แน่  หลิงฉู่จะควักหัวใจงูขาวน้อยแต่จื่อเซวียนเข้ามาขวางและชิงงูขาวน้อยไปเสียก่อน ครั้นเห็นงูขาวน้อยเลื้อยไปซ่อนตัวในเสื้อของจื่อเซวียน หลิงฉู่จึงยืนกรานว่าวันนี้ตนจะควักหัวใจงูขาวตัวน้อยออกมาให้ได้ จื่อเซวียนไม่อยากต่อสู้และโต้เถียงกับหลิงฉู่จึงซัดพลังภายในให้เขาหมดสติ


จื่อเซวียนมอบสมุนไพรให้เซียนเฮ่อนำไปปรุงยาให้หลิงฉู่ ครั้นเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือ 'ปิงซินจื่อ' (แปลว่า สมุนไพรหัวใจน้ำแข็ง) จากแดนตงไห่ (ทะเลบูรพา) ซึ่งเป็นสมุนไพรล้ำค่า หายาก มากสรรพคุณที่เซียนสมุนไพรมอบให้จื่อเซวียน เซียนเฮ่อก็อดเสียดายไม่ได้ แต่จื่อเซวียนไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิด เพราะนี่คือสมุนไพรที่ดีที่สุดสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บของหลิงฉู่ หลังจากนั้นจื่อเซวียนก็ป้อนสมุนไพร 'เสวี่ยอิงจื่อ' ให้งูขาวน้อย ครั้นงูขาวน้อยกินอย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นขนม จื่อเซวียนจึงบอกงูขาวน้อยว่า เสวี่ยอิงจื่อเพียงหนึ่งเม็ดช่วยให้ผู้บำเพ็ญตบะมีพลังแก่กล้าขึ้นถึงหนึ่งร้อยปี แต่งูขาวน้อยดันกินเข้าไปถึงสามเม็ดรวด เขากล่าวว่าดูท่าทางเจ้างูขาวจะมีไหวพริบและสติปัญญาไม่น้อย เพราะหลังได้ยินพวกตนคุยกันเรื่องหัวใจงู งูขาวน้อยก็รีบหนีตายทันที น่าเสียดายที่ไม่รู้จักบำเพ็ญตนเลยทำให้ถูกจับก่อนลงเขาเสียนี่ งูขาวน้อยได้ยินดังนั้นก็ออกอาการงอน (โดนจับได้ว่าเป็นงูขี้เกียจ) จื่อเซวียนเห็นว่างูขาวน้อยเข้าใจสิ่งที่ตนพูดเลยบอกงูขาวน้อยว่านับจากนี้ตนจะเรียกงูขาวน้อยว่า "เสี่ยวไป๋" (ขาวน้อย)



ทันใดนั้นหลิงฉู่ก็บุกมาที่ห้องของจื่อเซวียน เสี่ยวไป๋เลยรีบหลบซ่อนตัว จื่อเซวียนตำหนิหลิงฉู่ที่ลากสังขารมาถึงห้องตนแทนที่จะนอนพักรักษาตัว ที่แท้หลิงฉู่ได้ยิน (จากเซียนเฮ่อ) ว่าจื่อเซวียนจะเลี้ยงเสี่ยวไป๋ จื่อเซวียนจึงถามหลิงฉู่ว่าเขายังไม่ปล่อยวางเรื่องหัวใจงูอีกหรือ (หลิงฉู่จ้องมองขลุ่ยผูกโบว์สีขาวในมือจื่อเซวียนด้วยความสงสัย) จื่อเซวียนรู้ว่าหลิงฉู่บาดเจ็บมาได้ระยะหนึ่งแล้วจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นบนเขาคุนหลุนกันแน่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีเทพเซียนไม่กี่คนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่สามารถทำร้ายหลิงฉู่จนเจ็บหนักได้ขนาดนี้ จื่อเซวียนสงสัยว่าอาจไม่ใช่ฝีมือคนบนสวรรค์ แต่หลิงฉู่ชิงตัดบทว่าตนจะจัดการเรื่องนี้เองหลังหายดี ในที่สุดหลิงฉู่ก็จับได้ว่าขลุ่ยในมือจื่อเซวียนคือเสี่ยวไป๋ เขาจึงรู้สึกแปลกใจที่จื่อเซวียนคอยปกป้องงูขาวตัวน้อย เพราะปกติแล้วจื่อเซวียนไม่ค่อยใส่ใจสิ่งใด จื่อเซวียนกล่าวว่าตนชอบงูตัวนี้เพราะมันฉลาด และยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องตน หลิงฉู่ได้ยินดังนั้นจึงยอมรับในเหตุผลและจะเอื้อมมือไปลูบหัวเสี่ยวไป๋ แต่เสี่ยวไป๋ทั้งโกรธและกลัวหลิงฉู่เลยไม่ยอมให้ลูบหัว หลิงฉู่เห็นว่าเสี่ยวไป๋กลัวตนเลยเดินจากไป จื่อเซวียนกำชับหลิงฉู่ว่าอย่าใช้พลังเซียนจนกว่าจะหายดี มิเช่นนั้น แม้แต่ตนก็ไม่อาจช่วยได้



หลังจากนั้นเสี่ยวไป๋ก็อยู่ข้างกายจื่อเซวียนตลอดเวลา จื่อเซวียนบรรเลงเพลงฉิน (พิณ) ให้เสี่ยวไป๋ฟัง โดยบอกว่าเสียงเพลงจากฉินของตนช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ แต่เขาไม่แน่ใจว่าจะมีผลกับงูด้วยหรือไม่ ในตอนแรกเสี่ยวไป๋พยักหน้าแต่แล้วอยู่ๆ กลับส่ายหัวซะงั้น แม้ในยามทานอาหารทั้งคู่ก็จะทานด้วยกัน จื่อเซวียนแบ่งอาหารของตนให้เสี่ยวไป๋จอมตะกละ แต่ป้อนเท่าไหร่เสี่ยวไป๋ก็ไม่มีทีท่าว่าจะอิ่มสักที หลังป้อนอาหารของตนให้เสี่ยวไป๋จนเกือบเกลี้ยงจาน (จื่อเซวียนแทบไม่มีอะไรทาน) จื่อเซวียนจึงบอกให้เสี่ยวไป๋ควบคุมความตะกละของตน หาไม่แล้วทุกคนบนเขาจิ่วซีมีหวังอดตาย ขณะที่จื่อเซวียนกำลังหลับใหลในยามค่ำคืน เสี่ยวไป๋เห็นยุงตัวหนึ่งบินวนเวียนรอบตัวจื่อเซวียนจึงพยายามช่วยไล่ยุง จื่อเซวียนคว้าเสี่ยวไป๋มากอดพลางบอกให้เลิกไล่ยุงแล้วนอนเสีย จากนั้นก็กำชับว่าอย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อตน ในตอนเช้าเสี่ยวไป๋เห็นเซียนเฮ่อช่วยแต่งตัวให้จื่อเซวียนก็รู้สึกอิจฉา และอยากจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้บ้างเพื่อจะได้ช่วยแต่งตัวให้จื่อเซวียน เซียนเฮ่อบ่นว่าเสี่ยวไป๋อ้วนขึ้นแต่จื่อเซวียนกลับผอมลง เสี่ยวไป๋ได้ยินแล้วแอบเคืองเลยเมินใส่เซียนเฮ่อ


หลังตรวจสอบสภาพร่างกายของหลิงฉู่ ชิงตี้ (อาจารย์จื่อเซวียน) จึงบอกว่าหลิงฉู่ได้รับบาดเจ็บทั้งกายและใจ เพราะนอกจากอาการไฟในหัวใจ (ซินหั่ว) ที่เกิดจากความร้อนในร่างกายมากเกินไปแล้ว  หลิงฉู่ ยังมีไฟสุมทรวง จากนั้นก็ชี้ว่าสิ่งสำคัญในการที่จะบรรลุเป็นเซียนคือการยอมรับความว่างเปล่า (ไม่ยึดติด) แต่สิ่งที่หลิงฉู่ยังคงปล่อยวางไม่ได้คือการเอาชนะจื่อเซวียน หลิงฉู่กล่าวว่าตนบำเพ็ญตบะหมายบรรลุเป็นเซียนพร้อมจื่อเซวียน แต่ตอนนี้พลังของตนกลับอ่อนด้อยกว่า ชิงตี้ชี้ว่านั่นเป็นเพราะหลิงฉู่กำลังบาดเจ็บเลยส่งผลกระทบต่อพลังเซียน ความจริงแล้วทั้งหลิงฉู่และจื่อเซวียนไม่มีใครด้อยกว่าใคร และต่างถูกลิขิตให้เป็นผู้นำเหล่าเซียนทั้งคู่ ชิงตี้เห็นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาทั้งคู่ไม่เพียงเป็นคู่แข่งแต่ยังรักใคร่สนิทสนมดุจเป็นพี่น้อง จึงขอให้หลิงฉู่ช่วยจื่อเซวียนให้ผ่านพ้นชะตากรรมอันเลวร้าย โดยบอกว่าจื่อเซวียนมีชะตาที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้คนข้างกาย แต่ตนใช้กระจกวิเศษปิงจิ้ง (กระจกน้ำแข็ง) ตรวจดูดวงชะตาของจื่อเซวียนแล้วพบว่าจื่อเซวียนจะต้องเผชิญด่านแห่งความเป็นความตาย (ด่านเซียน) ในไม่ช้า หากผ่านพ้นไปได้จื่อเซวียนจะสำเร็จเซียนชั้นสูง แต่ถ้าไม่อาจผ่านพ้นทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของจื่อเซวียนจะแตกสลาย หลิงฉู่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจ





ขณะที่จื่อเซวียนกำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญจิตริมน้ำตก เสี่ยวไป๋ก็เลื้อยมาคลอเคลียใกล้ๆ ก่อนลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน แต่แล้วอยู่ๆ เสี่ยวไป๋ก็กลายร่างเป็นหญิงสาว เมื่อจื่อเซวียนลืมตาแล้วพบหญิงสาวกำลังเล่นน้ำอยู่ตรงหน้าก็รู้สึกแปลกใจ เสี่ยวไป๋จะอวดว่าตนจำแลงกายได้แล้วจึงทะลึ่งตัวขึ้นจากผิวน้ำทั้งที่ร่างเปลือยเปล่า จื่อเซวียนรีบเบือนหน้าหนีก่อนใช้พลังเซียนดึงผ้ามาห่อหุ้มร่างกายให้เธอ พลางถามว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน ทั้งยังเตือนให้เธอเคารพกฎ กติกา มารยาท และอย่าทำอะไรเกินงาม ครั้นหันกลับมามองใบหน้าหญิงสาว จื่อเซวียนก็คล้ายดั่งต้องมนตร์ ในตอนแรกเขาคิดว่าเธอเป็นปีศาจที่บุกมาก่อกวน แต่พอรู้ว่าเธอคือเสี่ยวไป๋เขาก็ทั้งดีใจและแปลกใจที่เธอสามารถบำเพ็ญตบะและจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว เสี่ยวไป๋สงสัยว่าตนเป็นคนหรือปีศาจกันแน่ จื่อเซวียนจึงบอกว่าจะเป็นอะไรนั้นก็สุดแท้แต่เธอ



เสี่ยวไป๋ยังไม่คุ้นเคยกับการเดินสองขาจึงเดินย้วยไปมาเป็นที่น่าขบขัน จื่อเซวียนเห็นดังนั้นเลยบอกให้เธอหมั่นฝึกฝน เสี่ยวไป๋แย้งว่าเธอเป็นงูมานาน 200 ปี เพิ่งกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ไม่นานย่อมเดินไม่คล่องอยู่แล้ว จื่อเซวียนรู้สึกประหลาดใจเมื่อรู้ว่าเสี่ยวไป๋เพิ่งเป็นศิษย์หลีซานเซิ่งหมู่ (เจ้าแม่เขาหลีซาน) ได้ราว 200 ปี เขาเดาว่าที่เสี่ยวไป๋มีพลังตบะแก่กล้าขึ้นและจำแลงกายได้ในเวลาอันรวดเร็วน่าจะเป็นเพราะสมุนไพรปิงซินจื่อ (ที่เสี่ยวไป๋กินก่อนหน้านี้) และสภาพแวดล้อมบนเขาจิ่วซี แต่เขายังคงสงสัยว่าเสี่ยวไป๋ดั้นด้นมาถึงนี่ได้อย่างไร เพราะระยะทางระหว่างเขาหลีซานกับเขาจิ่วซีห่างไกลกันมาก เสี่ยวไป๋กล่าวว่าบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามีการจัดงานเลี้ยงท้อสวรรค์ เธอเลยตามอาจารย์มาแล้วเกิดพลัดหลงกัน เธอได้ยินว่าท้อสวรรค์เป็นของกินที่อร่อยที่สุดในโลก หากได้มาสักผลเธอจะแบ่งให้จื่อเซวียนทาน จื่อเซวียนทานแล้วจะได้มีพลังตบะแก่กล้าขึ้นและไม่ต้องกลัวคนชั่ว (หลิงฉู่)  นั่นอีก จื่อเซวียนนึกไม่ถึงว่างูจะตะกละได้ขนาดนี้ เสี่ยวไป๋ยังใช้ตะเกียบไม่เป็นจึงพยายามออดอ้อนให้จื่อเซวียนป้อนตนเหมือนเมื่อก่อน จื่อเซวียนไม่ยอมป้อนแต่สอนวิธีจับตะเกียบให้แทน เสี่ยวไป๋จะนอนร่วมเตียงกับจื่อเซวียนเหมือนตอนเป็นงู แต่จื่อเซวียนห้ามไม่ให้เธอมานอนที่นี่อีกเพราะหญิงชายไม่อาจใกล้ชิด เสี่ยวไป๋เลยคืนร่างงูดังเดิม แล้วแอบมานอนกับจื่อเซวียนกลางดึก


เช้าวันรุ่งขึ้น จื่อเซวียนไปพบหลีซานเซิ่งหมู่ (เจ้าแม่เขาหลีซาน) อย่างลับๆ หมายสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับเสี่ยวไป๋ให้รู้แน่ชัด หลีซานเซิ่งหมู่รู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเสี่ยวไป๋จึงกล่าวชมจื่อเซวียนที่ช่วยให้เสี่ยวไป๋จำแลงกายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะถ้าหากเสี่ยวไป๋ยังอยู่กับเธอคงต้องใช้เวลานานนับพันปีจึงจะก้าวหน้าได้ขนาดนี้ จื่อเซวียนออกตัวว่านั่นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ที่สำคัญเสี่ยวไป๋เกิดมาฉลาดเฉลียวอยู่แล้ว เขารู้ว่าหลีซานเซิ่งหมู่ได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงท้อสวรรค์ประจำปีนี้นานแล้ว จึงเดาว่าหลีซานเซิ่งหมู่พาเสี่ยวไป๋มาที่นี่เพราะไม่ต้องการให้เสี่ยวไป๋อยู่ที่เขาหลีซาน เพียงแต่ไม่ทราบเหตุผลที่หลีซานเซิ่งหมู่ทำเช่นนี้ หลีซานเซิ่งหมู่กล่าวว่าถึงแม้เสี่ยวไป๋จะฉลาดแต่ถึงยังไงนางก็ยังคงเป็นปีศาจ หนทางในการบำเพ็ญเพียรของปีศาจนั้นยากเย็นแสนเข็ญ หากหลงเดินทางผิดก็ยากที่จะกลับตัวกลับใจ จื่อเซวียนเผลอยิ้มเมื่อหลีซานเซิ่งหมู่ชี้ว่าเขาเหมาะสมที่สุดในการเป็นผู้ชี้นำเสี่ยวไป๋ จากนั้นก็สัญญาว่าจะช่วยให้เสี่ยวไป๋บรรลุเป็นเซียนโดยเร็วที่สุด ถึงแม้ตนจะมีชะตาที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวก็ตาม



เมื่อเซียนเฮ่อมาที่ห้องจื่อเซวียนในตอนเช้าแล้วพบเสี่ยวไป๋ (ในร่างหญิงสาว) นอนอยู่บนเตียง เธอจึงชักกระบี่ออกมาขู่พลางถามว่าเสี่ยวไป๋เป็นใครมาจากไหน เสี่ยวไป๋สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจและนึกไม่ออกว่าตนมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง เซียนเฮ่อชี้ว่าปีศาจที่บังอาจบุกรุกเขาจิ่วซีล้วนต้องตายเพราะคมดาบ เสี่ยวไป๋แย้งว่าตนไม่ได้บุกรุกและอยู่ที่นี่มาสักพักหนึ่งแล้ว เซียนเฮ่อไม่เชื่อว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคืองูขาวน้อยเสี่ยวไป๋ เพราะเธอต้องใช้เวลาบำเพ็ญตบะนานนับ 500 ปีถึงจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ งูน้อยอย่างเสี่ยวไป๋เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานจะจำแลงกายรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร เซียนเฮ่อจะทำร้ายเสี่ยวไป๋ โชคดีที่จื่อเซวียนมาช่วยเอาไว้ได้ทันและยืนยันว่าเสี่ยวไป๋จำแลงกายเป็นมนุษย์ได้แล้ว เขาได้ยินเสี่ยวไป๋ใช้คำพูดไม่ถูกต้องเหมาะสมเลยจับเธอไปสอนหนังสือทันที เซียนเฮ่อเห็นดังนั้นก็แอบอิจฉาเพราะจื่อเซวียนไม่เคยสอนหนังสือเธอเลย




จื่อเซวียนบอกเสี่ยวไป๋ว่าในการเป็นมนุษย์นั้น ทุกพฤติกรรมที่แสดงออกจะบ่งบอกถึงบุคลิกนิสัยและตัวตนของแต่ละคน เสี่ยวไป๋จึงไม่อาจละเลยแม้เพียงเรื่องเดียว เขาสั่งให้เสี่ยวไป๋จดจำตำรากองโตให้ได้ทั้งหมด เสี่ยวไป๋จอมขี้เกียจพลิกดูผ่านๆ ไม่นานก็เริ่มง่วงจึงขอเรียนอย่างอื่นแทน จื่อเซวียนตามใจเสี่ยวไป๋และถามว่าระหว่างฉิน (พิณกู่ฉิน) ฉี (หมากล้อม) ชู (เขียนพู่กันจีน) ฮั่ว (วาดภาพ) เธออยากเรียนอะไร เสี่ยวไป๋จึงขอเรียนฉิน แต่พอลองเล่นดูกลับดีดไม่เป็นเพลง ซ้ำยังเจ็บนิ้ว ครั้นเสี่ยวไป๋บ่นว่าเธอไม่เข้าใจสิ่งที่เขียนในตำรา (คู่มือดีดฉิน) เลยสักนิด จื่อเซวียนชี้ว่าเธอต้องไม่เข้าใจอยู่แล้วเพราะไม่ยอมหัดอ่านหนังสือ เสี่ยวไป๋จึงขอเปลี่ยนไปเรียนหมากล้อมแทน จื่อเซวียนยอมให้เสี่ยวไป๋ทำตามใจชอบโดยไม่ปริปากบ่น เสี่ยวไป๋เรียงหมากสีขาวเป็นรูปงูแล้วบอกว่านี่คือตัวเธอ จากนั้นก็ถามว่า (หมากรูปงู) สวยไหม จื่อเซวียนมองหน้าเสี่ยวไป๋แล้วตอบว่าสวย เสี่ยวไป๋อ้างว่าเธอชนะจื่อเซวียนหน้าตาเฉย จากนั้นก็ขอคืนร่างงูเพื่อกลับไปนอนพักผ่อนเพราะเธอรู้สึกเหนื่อยและง่วงมาก


จื่อเซวียนใช้พลังยับยั้งไม่ให้เสี่ยวไป๋คืนร่างเดิม ก่อนชี้ว่าการเป็นมนุษย์ไม่ง่ายดายขนาดนั้น แค่เรื่องเล็กๆ อย่างการอ่านหนังสือเธอยังทำไม่ได้ แล้วจะเผชิญเรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่านี้ได้อย่างไร เสี่ยวไป๋ชักเริ่มท้อจึงบ่นว่าการเป็นมนุษย์ช่างลำบากจริงๆ เธอไม่อยากเป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว จื่อเซวียนจึงเอาของขวัญมาล่อโดยมอบดาบที่ตนทำขึ้นจากน้ำแข็งเสวียนปิงบนเขาจิ่วซีให้เสี่ยวไป๋ ก่อนกำชับว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเธอต้องตั้งใจเรียน เสี่ยวไป๋ดีใจมากจึงเอามือลูบดาบอย่างทะนุถนอม จื่อเซวียนเห็นดังนั้นจึงรีบเตือนให้เธอระวังคมดาบ ก่อนชี้ว่าดาบเล่มนี้มีพลังน้ำแข็งจึงเหมาะกับเธอมากและจะส่งผลดีต่อการฝึก เสี่ยวไป๋ฝันว่าจะนำดาบเล่มนี้ท่องเที่ยวไปในสามโลก และถามจื่อเซวียนว่าดาบเล่มนี้มีชื่อว่าอะไร จื่อเซวียนมองหน้าเสี่ยวไป๋แล้วตั้งชื่อให้ดาบว่า 'หว่านหลิว' (หว่านหลิว หมายถึง การรั้งตัวไว้ เป็นการขอร้องใครบางคนให้อยู่ต่อ หรืออย่าเพิ่งจากไป)



ณ เขาคุนหลุน... ไป๋ตี้พยายามกำราบ "เทาเที่ย" ซึ่งเป็นสัตว์พาหนะของตนให้ยอมศิโรราบ แต่เทาเที่ยยืนกรานว่าจะไม่กลับไปเป็นสัตว์พาหนะของไป๋ตี้อีกต่อไป ไม่ว่าจะไป๋ตี้จะจองจำตนไว้ที่นี่นานแค่ไหน ตนก็ไม่มีวันก้มหัวให้ไป๋ตี้อีก ไป๋ตี้ทั้งเสียใจและรู้สึกผิดหวังจนถึงขั้นน้ำตาคลอ เพราะเทาเที่ยไม่เพียงไม่สำนึกแต่ยังทำผิดใหญ่หลวงอีกด้วย (ลอบปล่อยมังกรดำที่ถูกจองจำในแดนตงไห่) เทาเที่ยหัวเราะอย่างสะใจเพราะคิดว่าไม่มีใครรู้แหล่งกบดานของมังกรดำ (เฮยเจียวหลง)

* เฮยเจียวหลง คือ มังกรดำที่มีเกล็ดรอบกาย เป็นมังกรแห่งภูเขาและที่ลุ่ม ตัวเล็กกว่ามังกรที่อยู่บนท้องฟ้า 



ณ เขาจิ่วซี... ชิงตี้ จื่อเซวียน และหลิงฉู่ ยืนดูภาพมังกรดำผ่านกระจกวิเศษ  จื่อเซวียนกล่าวว่ามังกรดำเฮยเจียวหลงเป็นสัตว์อสูรที่ดุร้ายและไร้ซึ่งความปราณี มันรวบรวบพลังที่โหดร้ายทั้งหมดมาไว้ในตัว ความจริงแล้วมันควรถูกจองจำภายใต้หุบเหวลึกในแดนตงไห่ (ทะเลบูรพา) ชิงตี้กล่าวอย่างเป็นกังวลว่า ตอนนี้มันกลับหนีออกมาได้และกำลังอาละวาดใกล้ๆ แดนตงไห่ จื่อเซวียนสงสัยว่าใครกันที่บังอาจปล่อยมังกรดำตัวนี้ออกมา ชิงตี้หันไปจ้องหน้าหลิงฉู่  หลิงฉู่จึงยอมรับกับจื่อเซวียนว่าก่อนหน้านี้เทาเที่ยได้ไปที่ตงไห่ พวกตนยังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัดในเรื่องนี้ แต่การหายตัวไปของมังกรดำและเหตุวุ่นวายใกล้ๆ แดนตงไห่ ต้องมีความเกี่ยวข้องกับสงครามสี่สมุทร (สงครามที่เกิดขึ้นทั่วทั้งแผ่นดิน) อย่างแน่นอน

จื่อเซวียนกล่าวว่าเทาเที่ยเป็นโอรสของราชามังกรตงไห่ เขาย่อมไม่เห็นด้วยอยู่แล้วที่สวรรค์เก้าชั้นฟ้าเข้าระงับสงครามสี่สมุทร แต่เป็นไปไม่ได้ที่เขาคุนหลุนจะไม่รู้ระแคะระคายถึงพฤติกรรมของเทาเที่ย หลิงฉู่ชี้ว่าเทาเที่ยเป็นสัตว์พาหนะของอาจารย์ตนและที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่อย่างจงรักภักดีมาโดยตลอด อาจารย์ตนจึงคิดปกป้องเทาเที่ย จื่อเซวียนไม่พอใจเมื่อรู้ว่าไป๋ตี้พยายามปกปิดความผิดของเทาเที่ย หลิงฉู่ถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนกล่าวว่า เดิมทีอาจารย์ตนคิดให้โอกาสเทาเที่ยเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์พันปี หากพวกตนรู้เร็วกว่านี้คงฆ่าเท่าเที่ยไปแล้วและคงไม่เกิดหายนะเช่นนี้ ชิงตี้ตัดบทว่าเรื่องผิดถูกค่อยว่ากันทีหลัง ในเมื่อมังกรดำยังคงอยู่ใกล้ๆ แดนตงไห่ พวกตนก็ยังมีโอกาสแก้ไขสถานการณ์ เขาสั่งให้จื่อเซวียนกับหลิงฉู่รีบไปปราบมังกรดำก่อนที่มันจะบุกไปอาละวาดยังโลกมนุษย์และก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ หลิงฉู่ไม่รอช้ารีบเดินทางล่วงหน้าไปก่อน โดยบอกให้จื่อเซวียนไปเอาเจดีย์กักปีศาจแล้วค่อยตามไปสมทบตน



อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวไป๋ลอบเข้าไปในสวนผานเถา (สวนท้อบนสวรรค์) ของ "ซีหวังหมู่" (เทพมารดรแห่งทิศประจิม) หวังเด็ดท้สวรรค์ไปฝากจื่อเซวียน แต่แล้วอยู่ๆ ซีหวังหมู่ก็ปรากฏกายต่อหน้าเสี่ยวไป๋ พลางถามว่าเธอเป็นใคร รู้หรือไม่ว่ากำลังยืนอยู่ ณ ที่ใด เสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าคือซีหวังหมู่ เธอเห็นว่าสตรีคนดังกล่าวทั้งงามสง่าและแลดูสูงส่งจึงอดกล่าวชมไม่ได้ว่าคนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ จากนั้นจึงเตือนว่าที่นี่คือสวนผานเถา ต่อให้เป็นคนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็ไม่อาจเข้ามาที่นี่ได้ตามอำเภอใจ ซีหวังหมู่เห็นว่าเสี่ยวไป๋เองก็รู้เรื่องนี้ (รู้ว่าที่นี่เป็นเขตหวงห้าม) จึงเดาว่าเธอคงรู้จักสวนท้อของตนเป็นอย่างดี

เสี่ยวไป๋ชักเริ่มเอะใจจึงถามสตรีที่อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงตกใจว่าเธอคือ ซีหวังหมู่ผู้เป็นเจ้าของสวนผานเถาใช่หรือไม่ ซีหวังหมู่ถามว่า หากตนเป็นซีหวังหมู่ควรทำเช่นไรกับคนที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าแอบบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้าม เสี่ยวไป๋รีบคุกเข่าขอความเมตตา เธอขออภัยซีหวังหมู่พลางอธิบายว่าตนไม่ได้มีเจตนาบุกรุก เพียงแต่ต้องการท้สวรรค์สักผล (จริงๆ แล้วอยากกินเองหลายผล แต่นึกถึงคำสอนของจื่อเซวียนเลยหักห้ามใจ) เธอยังบอกอีกว่าตนแค่อยากช่วยเพื่อน หนึ่งในท้สวรรค์เหล่านี้จำเป็นมากสำหรับเพื่อนตน ตนเลยมาที่นี่เพื่อนำมันไปให้เขา ซีหวังหมู่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ ขณะที่เสี่ยวไป๋รู้สึกผิดคาดและชักเริ่มสงสัยว่าเธออาจเข้าใจอะไรผิดไป

** จบตนที่หนึ่ง ** 

* เนื้อหาโดย luvasianseries / ดูอัลบั้มภาพได้ ที่นี่ 





รายชื่อนักแสดง


นักแสดงนำ

 

หยางจื่
รับบท ไป๋เยาเยา / เสี่ยวไป๋
(นักแสดง / นักร้ง ชาวจีน)


 

เหรินเจียหลุน
รับบท สวี่เซวียน / จื่เซวียน
(นักแสดง / นักร้ง ชาวจีน)


 

เหมาจื่จวิ้น
รับบท ฉีเซียว / หลิงฉู่
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หลี่ม่าน
รับบท เสี่ยวชิง
(นักแสดง ชาวจีน)

อื่นๆ

 

หลิวเสวียอี้
รับบท จ้านวง / เทียนตี้
(นักแสดง ชาวจีน)


 

เหตู้เจวียน
รับบท เหลิ่งหนิง
(นักแสดง ชาวจีน)


 

ฟู่ฟางจวิ้น
รับบท เทาเที่ย
(นักแสดง ชาวจีน)


 

จ้าวหย่าจื
รับบท หลีซานเซิ่งหมู่ (เจ้าแม่หลีซาน)
(นักแสดง ชาวฮ่องกง)

** นักแสดงรับเชิญ **


 

หลิวเจียหลิง
รับบท ซีหวังหมู่ (เทพมารดรแห่งทิศประจิม)
(นักแสดง / นักร้ฮ่องกง เกิดที่ประเทศจีน)


 

เหจงหัว
รับบท ไป๋ตี้ (แห่งเขาคุนหลุน) - าจารย์หลิงฉู่
(นักแสดง / ผู้กำกับ ชาวจีน)


 

จูเสี่ยววี๋
รับบท ชิงตี้ (แห่งเขาจิ่วซี) - าจารย์จื่เซวียน
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หวังจิ้นซง
รับบท ไป๋เฉ่าเซียนจวิน (เทพเซียนสมุนไพรแห่งเขาเซียนเผิงไหล) / เหลิ่งหุยชุน
(นักแสดง ชาวจีน)


 

จางโม่ซี
รับบท เซียนเฮ่อ
(นักแสดง ชาวจีน)


 

จ้าวเหวินฮ่าว
รับบท เสี่ยวฮุย (ปีศาจกระต่าย)
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)





*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา