วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558

เรื่องย่อ ฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ (Scarlet Heart)




บทประพันธ์: ถงฮวา
กำกับ: หลี่กั๋วลี่ (ผู้กำกับหัวหน้าทีม), อู๋จินหยวน, หลินอวี่เฟิน, เติ้งเหว่ยเอิน
เขียนบท: หวังลี่จือ
แนวละคร:  โรแมนติก, ดราม่า, ย้อนยุค, อิงประวัติศาสตร์, แฟนตาซี
จำนวนตอน: 35
ออกอากาศ: จีน - 10 กันยายน 2554 ทางหูหนาน บรอดคาสติ้ง ซิสเต็ม (HBS)
                      ไทย - ทุกวันศุกร์-เสาร์ เวลา 20.15-22.15 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.00 น. ทางช่อง 3 SD เริ่มวันที่ 10 เมษายน 2558

เรื่องย่อ




"ฝ่ามิติลิขิตสวรรค์  (Scarlet Heart)" นำเสนอเรื่องราวของ "จางเสี่ยว" สาวน้อยแห่งศตวรรษที่ 21 (ยุคปัจจุบัน) ที่ประสบอุบัติเหตุจนอยู่ในอาการโคม่า ผลของอุบัติเหตุในครั้งนั้นไม่เพียงทำให้เธอนอนสลบไสลไม่ได้สติดุจเจ้าหญิงนินทรา หากยังพาเธอข้ามกาลเวลาไปยังสมัยราชวงศ์ชิง* ในรัชสมัยของจักรพรรดิคังซี**

* ราชวงศ์ชิงหรือราชวงศ์แมนจู ปกครองแผ่นดินจีนต่อจากราชวงศ์หมิง  เป็นราชวงศ์สุดท้ายของประเทศจีน  

** คังซี เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์ชิง  ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 8 พรรษา ทรงออกว่าราชการเองเมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา เมื่อพระชนมายุได้ 19 พรรษา ขุนนางคนสำคัญที่ชื่อ "เอ๋าไป้" ก่อการกบฏขึ้น แต่แผนการทั้งหมดได้ถูกทำลายลงโดยกลุ่มขุนนางที่ซื่อสัตย์จงรักภักดี ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 61 ปี นับเป็นจักรพรรดิที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาตร์จีน  ในรัชสมัยของพระองค์มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ช่วงปลายรัชสมัยเกิดการแย่งชิงบัลลังก์เป็นที่วุ่นวาย ผลสุดท้ายองค์ชาย 4 ได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิหย่งเจิ้งในเวลาต่อมา  นวนิยายต่างๆ มักระบุว่าพระองค์สวรรคตเพราะถูกองค์ชายสี่ปลงพระชนม์ แต่ปัจจุบันสันนิษฐานว่าพระองค์ทรงสวรรคตจากโรคชราขณะพระชนมายุได้ 68 พรรษา (รัชสมัยของจักพรรดิคังซีตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และราชวงศ์บ้านพลูหลวงของอาณาจักรอยุธยา) - ที่มา: วิกิพีเดีย




เมื่อรู้สึกตัวจางเสี่ยวก็พบว่าตนเองอยู่ในร่างของ "หม่าเอ่อไท่ รั่วซี" ซึ่งเป็นลูกสาวขุนนางแมนจู และเป็นน้องสาวของ "รั่วหลาน" ชายารองขององค์ชาย "อิ้นซื่อ" (องค์ชายแปด) ในตอนแรกเธอพยายามคิดหาหนทางที่จะกลับสู่โลกในยุคปัจจุบัน แต่หลังจากความพยายามไม่เป็นผล เธอก็ยอมรับชะตากรรมและใช้ชีวิตในฐานะ "รั่วซี" จนได้พบและรู้จักพระโอรสของจักรพรรดิคังซีอีกหลายพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นองค์ชายสี่ (อิ้นเจิน), องค์ชายเก้า (อิ้นถัง), องค์ชายสิบ (อิ้นเอ๋อ), องค์ชายสิบสี่* (อิ้นถี - ทรงเป็นนักรบ) และองค์ชายสิบสาม (อิ้นเสียง) โดยรั่วซีมีความสนิทสนมและไว้วางใจองค์ชายสิบสามมากเป็นพิเศษ

* องค์ชายสิบสี่ เป็นพระอนุชาร่วมพระราชมารดากับองค์ชายสี่ แต่ทั้งสองพระองค์ไม่ค่อยถูกกันนัก อีกทั้งองค์ชายสิบสี่ยังอยู่ฝ่ายเดียวกับองค์ชายแปดซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับองค์ชายสี่ ทำให้พี่น้องคู่นี้มีเรื่องบาดหมางกันอยู่เสมอ




หลังมาอยู่ในตำหนักขององค์ชายแปดกับพี่สาวได้ไม่นาน  องค์ชายแปดก็ตกหลุมรักรั่วซี ขณะที่รั่วซีเองก็มีใจให้องค์ชายแปด แม้ในตอนแรกรั่วซีปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์ แต่สุดท้ายเธอก็ยื่นข้อเสนอว่าจะยอมเป็นชายารองอีกคน หากองค์ชายแปดล้มเลิกความคิดที่จะแย่งชิงบัลลังก์* (เนื่องจากเธอมาจากโลกอนาคต เธอจึงรู้ว่าความมักใหญ่ใฝ่สูงขององค์ชายแปดจะนำพาพระองค์ไปพบจุดจบในคุก หลังจากองค์ชายสี่ได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิหย่งเจิ้ง) เมื่อองค์ชายแปดไม่อาจยอมรับข้อเสนอ รั่วซีจึงเตือนพระองค์ให้คอยระวังองค์ชายสี่ พร้อมทั้งบอกรายชื่อผู้ที่จะสนับสนุนองค์ชายสี่ให้ขึ้นครองบัลลังก์

* องค์ชายแปดได้รับการสนับสนุนจากขุนนางชั้นสูงหลายคนในราชสำนัก รวมทั้งองค์ชายเก้าซึ่งหวังตำแหน่งรัชทายาท, องค์ชายสิบ และองค์ชายสิบสี่  แต่องค์ชายแปดไม่ทรงเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิคังซี  พระองค์จึงถอดใจแล้วหันมาสนับสนุนองค์ชายสิบสี่ให้ขึ้นครองบัลลังก์แทน 





หลังยุติความสัมพันธ์กับองค์ชายแปด รั่วซีได้มีโอกาสทำความรู้จักและใกล้ชิดกับองค์ชายสี่มากขึ้น ทำให้ความคิดและมุมมอง (แง่ร้าย) ที่มีต่อองค์ชายสี่เปลี่ยนไป และนั่นก็ทำให้เธอตกหลุมรักองค์ชายสี่โดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันองค์ชายแปดและบรรดาผู้สนับสนุนพระองค์ก็รวมหัวกันทำตามคำแนะนำของรั่วซี โดยกล่าวหาองค์ชายสี่ว่าพระองค์กำลังวางแผนกำจัดองค์รัชทายาท (องค์ชายสอง "อิ้นเหริง") องค์ชายสิบสามจึงออกมารับผิดแทน* ทำให้โดนลงโทษด้วยการถูกจองจำในตำหนักเป็นเวลานานถึง 10 ปี  หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวองค์ชายแปดก็พบว่ารั่วซีมีใจให้องค์ชายสี่

* เป็นการตอบแทนบุญคุณเนื่องจากมารดาขององค์ชายสิบสามอายุสั้น พระองค์จึงถูกเลี้ยงดูโดยพระมารดาขององค์ชายสี่ (สมเด็จพระพันปีหลวงกงเหริน)  

หลังจับได้ว่าองค์รัชทายาทกระทำความผิดร้ายแรง จักรพรรดิคังซีก็สั่งปลดองค์รัชทายาทออกจากตำแหน่งและสั่งให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อตำแหน่งรัชทายาทว่างลงก็เป็นจุดเริ่มต้นของศึกสายเลือดแย่งชิงบัลลังก์  (ประวัติศาสตร์จารึกว่า...  หลังจากนั้น 3 ปี จักรพรรดิคังซีพบว่าอดีตองค์รัชทายาทกระทำการต่างๆ เพราะตกอยู่ภายใต้มนต์ดำของลามะที่องค์ชายหนึ่ง (อิ้นจือ)  จ้างวานมา พระองค์จึงสถาปนาอดีตองค์รัชทายาทให้เป็นมกุฎราชกุมารอีกครั้ง แต่อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 3 ปี พระองค์ก็ถูกปลดอีกครั้งเนื่องจากมีอาการเสียสติ) 




ต่อมาจักรพรรดิคังซีเริ่มแสดงออกว่าพระองค์ทรงโปรดปรานองค์ชายสิบสี่มากเป็นพิเศษ (เชื่อกันว่าพระองค์มีแผนแต่งตั้งองค์ชายสิบสี่เป็นรัชทายาท) ทั้งยังมีรับสั่งว่าจะแต่งตั้งรั่วซีให้เป็นชายารองขององค์ชายสิบสี่อีกด้วย รั่วซีได้ยินดังนั้นก็ปฏิเสธจึงถูกลงโทษให้ไปเป็นนางในประจำโรงซักผ้า หลังจักรพรรดิคังซีสวรรคต (ขณะนั้นองค์ชายสิบสี่กำลังออกรบ) องค์ชายสี่ก็ร่วมมือกับขุนนางนามว่า "หลงเคอตัว" และนายพล "เหนียนเกิ้งเหยา" ทำการยึดอำนาจและแช่งชิงบัลลังก์จากพระอนุชาแท้ๆ (องค์ชายสิบสี่ - ซึ่งมีขั้วอำนาจฝ่ายองค์ชายแปดคอยสนับสนุน) จากนั้นก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิหย่งเจิ้ง* พร้อมทั้งสั่งปล่อยตัวองค์ชายสิบสาม และแต่งตั้งรั่วซีเป็นพระสนม แม้รั่วซีจะสมปรารถนาแต่เธอต้องอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากความหวาดระแวงของจักรพรรดิหย่งเจิ้ง และการบาดหมางอย่างรุนแรงระหว่างจักรพรรดิหย่งเจิ้งกับฝ่ายขององค์ชายแปด

* ระหว่างที่จักรพรรดิหย่งเจิ้งทรงครองราชย์ เกิดเหตุการณ์กบฏขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ทั้งจากเหล่าบรรดาขุนนางและเหล่าองค์ชายทั้งหลาย พระองค์เป็นจักรพรรดิที่ทรงงานหนักมากและได้ปฏิรูปรูปแบบการปกครอง การบริหารเอาไว้หลายด้าน แต่ระยะเวลาในการขึ้นครองบัลลังก์น้อยกว่าพระบิดาและพระโอรส (จักรพรรดิเฉียนหลง) มาก หลังครองบัลลังก์ได้เพียง 13 ปี พระองค์ก็สวรรคตกระทันหันจากการทรงงานหนัก (บ้างก็ว่าถูกลอบปลงพระชนม์) ขณะพระชนมายุ 56 พรรษา  - ที่มา วิกิพีเดีย




รั่วซีถึงกับช็อคเมื่อ "กัวลั่วหลัว หมิงฮุ่ย" อัครชายาขององค์ชายแปดบอกเธอว่า สาเหตุที่องค์ชายแปดตั้งตนเป็นศัตรูกับองค์ชายสี่เมื่อหลายปีก่อน เป็นผลมาจากคำแนะนำของรั่วซี (หมิงฮุ่ยโดนองค์ชายเก้ายุแยงให้มาพูดเรื่องนี้) รั่วซีนึกถึงคำพูดของจักรพรรดิหย่งเจิ้งที่เคยบอกเธอเมื่อครั้งยังเป็นองค์ชายสี่ว่า เดิมทีพระองค์ไม่มีความปรารถนาที่จะขึ้นครองบัลลังก์ เธอจึงคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด (ทำให้เกิดศึกสายเลือด) รั่วซีเสียใจจนแท้งลูกและล้มป่วยถึงขั้นไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกต่อไป จักรพรรดิหย่งเจิ้งพิโรธมากและโทษว่าเป็นความผิดขององค์ชายแปดกับพระชายาจึงบีบบังคับให้ทั้งคู่แยกทางกัน หลังจากนั้นหมิงฮุ่ยก็ฆ่าตัวตาย 

ด้วยความสำนึกผิดและกลัวว่าจักรพรรดิหย่งเจิ้งจะสั่งลงโทษขั้นเด็ดขาดกับเหล่าพระอนุชาของพระองค์ รั่วซีจึงสารภาพความจริงกับจักรพรรดิหย่งเจิ้งและองค์ชายสิบสามว่า ตนเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด จักรพรรดิหย่งเจิ้งถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าทำไมองค์ชายแปดถึงตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับพระองค์ หลังจากนั้น พระองค์ก็เริ่มแสดงท่าทีเย็นชากับรั่วซี




รั่วซีรู้สึกเครียดจนไม่อาจทนรับแรงกดดันได้อีกต่อไป เธอจึงขอร้ององค์ชายสิบสี่ให้ช่วยพาตนออกจากวัง องค์ชายแปดรู้ว่าองค์ชายสี่ไม่มีทางปล่อยรั่วซีไปแน่ๆ จึงยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการทูลจักรพรรดิหย่งเจิ้งว่าพระองค์และรั่วซีเคยรักกันมาก่อน จักรพรรดิหย่งเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ควันออกหูจึงยอมให้องค์ชายสิบสี่พารั่วซีออกจากวังต้องห้าม

แม้องค์ชายสิบสี่จะดูแลรั่วซีเป็นอย่างดี แต่รั่วซีได้รับผลกระทบทางใจจนป่วยหนัก เธอจึงขอร้ององค์ชายสี่ให้ช่วยนำจดหมายไปส่งให้จักรพรรดิหย่งเจิ้ง (เธอขอพบจักรพรรดิหย่งเจิ้งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย) โชคร้ายที่เกิดความเข้าใจผิดระหว่างจักรพรรดิหย่งเจิ้งกับองค์ชายสิบสี่ ทำให้จดหมายถูกเขวี้ยงลงพื้นโดยที่ยังไม่ถูกเปิดอ่าน รั่วซีพยายามแข็งใจรอจักรพรรดิหย่งเจิ้ง  หลังผ่านไปสามวันแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจักรพรรดิหย่งเจิ้งจะเสด็จมาหา รั่วซีจึงคิดว่าพระองค์ทรงหมดรักเธอแล้วและตรอมใจตายในอ้อมกอดขององค์ชายสิบสี่  พอทราบข่าวว่ารั่วซีตายแล้ว จักรพรรดิหย่งเจิ้งก็บึ่งไปที่จวนขององค์ชายสิบสี่ที่อยู่นอกวัง และรู้สึกผิดเมื่อพบว่ารั่วซียังคงรักพระองค์




ย้อนกลับมาในยุคปัจจุบัน (ปี 2011) ในที่สุดจางเสี่ยวก็ฟื้นจากอาการโคม่าหลังนอนสลบไสลเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เธอนึกสงสัยว่าก่อนหน้านี้ตนเองเดินทางข้ามเวลาจริงๆ หรือเป็นเพียงความฝันกันแน่ หลังหายดีแล้วจางเสี่ยวจึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ชิงในอินเตอร์เน็ต เธอพบว่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ยังคงเหมือนเดิม และไม่มีบันทึกเกี่ยวกับ "หม่าเอ่อไท่ รั่วซี" แต่อย่างใด

หลังจากนั้นจางเสี่ยวก็เข้าไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ เธอเห็นศิลปวัตถุบางชิ้นในสมัยราชวงศ์ชิงแล้วรู้สึกคุ้นเคย เมื่อมองภาพวาดของจักรพรรดิคังซีและเหล่าบรรดาองค์ชายเธอก็ถึงกับน้ำตาไหล มิหนำซ้ำ ในภาพยังมีหญิงคนหนึ่งที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายเธออยู่ด้วย ในที่สุด จางเสี่ยวก็รู้ว่าเธอไม่ได้ฝันไป  ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังพบชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายองค์ชายสี่ภายในพิพิธภัณฑ์อีกด้วย แต่ชายคนดังกล่าวไม่รู้จักเธอ เธอจึงได้แต่มองเขาเดินจากไปด้วยน้ำตานองหน้า

* เนื้อหาโดย luvasianseries

นักแสดงนำ


 

หลิวซือซือ (เซซิเลีย หลิว)
รับบท หม่าเอ่อไท่ รั่วซี / จางเสี่ยว
(นักแสดงชาวจีน)


 

อู๋ฉีหลง (นิกกี้ วู)
รับบท องค์ชายสี่ (อิ้นเจิน) / จักรพรรดิหย่งเจิ้ง
(นักแสดง/นักร้อง/โปรดิวเซอร์ ชาวไต้หวัน)

** หลิวซือซือ และอู๋ฉีหลง เพิ่งแต่งงานกันเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 ** 


 

เจิ้งเจียอิง (เควิน เจื้ง)
รับบท องค์ชายแปด (อิ้นซื่อ)
(นักแสดงฮ่องกง - เกิดที่อเมริกา)



 

หลินเกิงซิน (เคนนี่)
รับบท องค์ชายสิบสี่ (อิ้นถี)
(นักแสดงชาวจีน)


 

หยวนหง (จัสติน)
รับบท องค์ชายสิบสาม (อิ้นเสียง)
(นักแสดงชาวจีน)


 

หานตง
รับบท องค์ชายเก้า (อิ้นถัง)
(นักแสดงชาวจีน)


 

เยี่ยจู่ซิน
รับบท องค์ชายสิบ (อิ้นเอ๋อ)
(นักแสดงชาวจีน)


 

หลิวซินโยว (แอนนี่ หลิว)
รับบท หม่าเอ่อไท่ รั่วหลาน
(นักแสดง/นักร้อง/นางแบบชาวไต้หวัน แต่ต้นสังกัดอยู่ที่ฮ่องกง)
** ภาพซ้ายเป็นโปสเตอร์จากละครภาคต่อ Scarlet Heart 2 **



 

สื่อเสี่ยวฉวิน
รับบท กัวลั่วหลัว หมิงฮุ่ย
(นักแสดง/นักร้องชาวจีน)


 

หลิวอวี่ซิน
รับบท กัวลั่วหลัว หมิงอวี่
(นักแสดงชาวจีน)




* ดูคลิปตัวอย่างและเพลงประกอบเพิ่มเติมได้ ที่นี่

*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา