วันจันทร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2557

เรื่องย่อ โชยอง (Cheo Yong)




กำกับ:  อิม ชานอิก
เขียนบท:  ฮง ซึงฮยอน
แนวละคร:  ลึกลับ, สยองขวัญ, อาชญากรรม, แอคชั่น
จำนวนตอน:  10
ออกอากาศ:   เกาหลี - 9 กุมภาพันธ์ 2557 - 13 เมษายน 2557 ทางโอซีเอ็น  
                   ไทย - ช่อง Thrill ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 21.00 น. เริ่มวันที่ 20 มีนาคม 2557 สามารถรับชมได้ทาง TOT iptv ช่อง 505 และ CTH ช่อง 53 

เรื่องย่อ




Thrill นำเสนอซีรีส์แนวระทึกขวัญเรื่องใหม่ “Cheo Yong” ที่ได้สุดยอดนักแสดงฝีมือเยี่ยม "โอ จีโฮ" มารับบทป็น “ยูน โชยอง” ตำรวจสายสืบที่สามารถติดต่อสื่อสารกับวิญญาณ และมี "จอน ฮโยซอง" แห่งวง Secret มาร่วมแสดงโดยรับบทเป็น "ฮัน นายอง” วิญญาณนักเรียนสาวที่กลายมาเป็นผู้ช่วยโชยองในการคลี่คลายคดีที่เต็มไปด้วยปริศนาและเงื่อนงำ


ละคร "โชยอง  (Cheo Yong)" (หรือ Ghost-Seeing Detective Cheo Yong, Detective Cheo Yong Who Sees Ghosts, Cheo Yong: The Paranormal Detective) เปิดฉากด้วยภาพฟ้าหม่นในคืนเดือนเพ็ญ... "ยูน โชยอง" พระเอกหนุ่มของเราเดินเข้าไปในตึกร้างตามลำพังกลางดึกและพบศพชายคนหนึ่งบนแท่นบูชา สภาพศพของชายคนดังกล่าวมีรอยกรีดรูปเพนทาเคิล*  บริเวณหน้าอก

* หมายเหตุ: "เพนทาเคิล" หรือรูปดาวห้าแฉกในวงกลม เป็นเครื่องหมายที่มีประวัติศาสตร์นานกว่า 2,000 ปี มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องรางของขลัง  เป็นสัญลักษณ์บนแท่นบูชา เป็นสื่อในการติดต่อกับซาตานหรือบรรดาภูตผีปีศาจ และเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์และเวทมนตร์ (รูปดาว 5 แฉก หรือเพนทาแกรม หมายถึง ธาตุทั้ง 5 คือ ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ-จิตวิญญาณ)       


โชยองรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนอยู่ทางด้านหลังจึงหันกลับไปดูและพบว่า  "จาง แทซอก"  (ตำรวจคู่หูรุ่นน้อง) กำลังเล็งปืนมาที่ตนด้วยมืออันสั่นเทา แทซอกมองศพบนแท่นบูชาแล้วถามโชยองอย่างคาดคั้นว่าเขามาทำอะไรที่นี่ โชยองพยายามทำใจดีสู้เสือและเดินเข้าหาแทซอก แต่กลับถูกแทซอกตวาดใส่เสียงดังลั่นว่า "อย่าขยับ!" แทซอกถามโชยองว่า เขารู้ได้อย่างไรว่ามีศพเหยื่อฆาตกรต่อเนื่องอยู่ที่นี่ ในเมื่อที่ผ่านมาไม่เคยมีหลักฐานหรือข้อบ่งชี้ใดๆ ปรากฏบนร่างผู้เคราะห์ร้ายมาก่อน เมื่อเห็นโชยองได้แต่ยืนนิ่ง แทซอกก็น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธและผิดหวัง เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตำรวจสายสืบรุ่นพี่ที่รับผิดชอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอย่างโชยองจะกลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยเสียเอง 


โชยองเห็นเงาใครบางคนกำลังเดินเข้ามาจึงบอกให้แทซอกลดปืนลงก่อน แล้วตนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง แต่แทซอกเข้าใจว่าโชยองคือคนร้ายจึงไม่ยอมเชื่อฟังและยังคงเล็งปืนไปที่โชยอง เมื่อเห็นว่าแทซอกกำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะมีชายคนหนึ่งถือไม้หน้าสามเดินตรงมาทางด้านหลังแทซอก โชยองก็รีบผลักแทซอกออกทำให้ถูกยิงที่หัวไหล่จนเสียหลักล้มลง เมื่อเห็นชายแปลกหน้าเงื้อไม้หมายทุบตีตน โชยอง (ซึ่งเอามือกุมบาดแผลอยู่) ก็สาดเลือดจากบาดแผลใส่ใบหน้าชายคนดังกล่าว ไม่นานคนร้ายก็เอามือกุมใบหน้าพลางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดราวกับโดนน้ำกรดสาด จากนั้นก็วิ่งหนีไป แทซอกเห็นดังนั้นก็ได้แต่ช็อค โชยองจึงสั่งให้แทซอกรออยู่ที่นี่โดยย้ำคำเดิมว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังทีหลัง จากนั้นก็วิ่งตามคนร้ายไป

หลังวิ่งข้ามสะพานไม้ผุๆ แล้วพบว่าสะพานขาดกลางคนร้ายก็หยุดกึก ทันใดนั้น ตาของเขาก็แดงก่ำและเริ่มสำแดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นว่าไม่ใช่คนปกติธรรมดา (อาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้หายไปและใบหน้าที่เปื้อนเลือดกลับกลายเป็นใสปิ๊ง) โชยองกล่าวกับชายคนดังกล่าวว่า "ชั้นไม่รู้หรอกนะว่านายโกรธแค้นอะไรมานักหนา แต่นายควรหยุดได้แล้ว" คนร้ายกล่าวเหน็บแนมโชยองว่า "ดวงตานายนี่มันสุดยอดจริงๆ ช่างเหมือนพ่อที่น่าสมเพชของนายไม่มีผิด"  โชยองได้ยินดังนั้นก็ไล่ให้ชายคนดังกล่าวไปลงนรกพลางสาดเลือดจากบาดแผลใส่ใบหน้าชายคนดังกล่าวอีกครั้ง แต่คราวนี้ชายคนดังกล่าวไหวตัวทันจึงส่งพลังภายใน (จากดวงตา) ไปทำลายเลือดกลางอากาศ


โชยองตรงเข้าชาร์จคนร้ายด้วยมือเปล่า ทั้งคู่ต่อสู้กันบนสะพานข้ามแม่น้ำโดยผลัดกันรุกผลัดกันรับ ในที่สุดโชยองก็เป็นฝ่ายจับคนร้ายทุ่มลงกับพื้น เขาชักมีดสั้นออกมาแล้วเงื้อมือขึ้นสุดแขน แต่ยังไม่ทันได้จ้วงแทง คนร้ายก็รวบรวมพลังและถีบโชยองจนหงายหลัง จากนั้นก็ใช้พลังจิตเคลื่อนมีดที่ตกอยู่บนพื้นให้ลอยเข้ามาอยู่ในมือ เขาถือมีดเดินเข้าไปหาโชยองแล้วกล่าวว่า ความจริงตนยังอยากเล่นสนุกกับโชยองอีกสักพักแต่เผอิญมีธุระบางอย่างที่ต้องทำ พูดจบคนร้ายก็เงื้อมีดหมายสังหารโชยอง แต่แทซอกพุ่งเข้ามาชาร์จคนร้ายจากทางด้านหลังเสียก่อน ทั้งแทซอกและคนร้ายพลัดตกจากสะพานไม้ โชคดีที่คนร้ายใช้มือข้างหนึ่งเกาะไม้บนสะพานเอาไว้ได้  แทซอกซึ่งกอดลำตัวคนร้ายอยู่จึงต้องฝากชีวิตเอาไว้ในกำมือของคนร้าย

โชยองรีบเอื้อมแขนลงไปกุมมือคนร้ายไว้อีกแรงหวังช่วยยื้อชีวิตของทั้งคู่ แม้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน คนร้ายก็ยังพยายามพูดยั่วยุโชยองด้วยการถามว่า "ชั้นควรบอกนายดีมั๊ยว่าทำไมชั้นถึงลากนายเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้" โชยองเป็นห่วงแทซอกจึงไม่มีอารมณ์ต่อปากต่อคำ เขาบอกคนร้ายให้เกาะแน่นๆ ถ้ายังอยากเล่นสนุกกับตนต่อ แต่คนร้ายกลับยิ้มอย่างเลือดเย็นและบอกลาโชยอง จากนั้นก็ปล่อยมือออกจากสะพานทำให้แทซอกพลอยร่วงตกลงไปในแม่น้ำด้วย โชยองได้แต่กรีดร้องด้วยความเสียใจเมื่อเห็นแทซอกตกลงไปในแม่น้ำแล้วจมหายไปต่อหน้าต่อตา

เจ็ดปีต่อมา



ชายคนหนึ่งขับรถมาตามลำพังกลางดึกบนถนนสายเปลี่ยว เมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวเสื้อชมพูยืนโบกรถริมทางม้าลายกลางสี่แยกไฟแดง เขาก็จอดรถรับหญิงสาว (โดยหวังว่าจะได้แอ้ม) พอหันไปมองอีกทีผู้หญิงคนดังกล่าวก็หายตัวไป หลังกวาดตามองไปรอบๆ เขาก็พบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวเข้ามานั่งอยู่บนเบาะหลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะแลดูแปลก แต่เขาก็ไม่ติดใจสงสัยและคิดที่จะพาเธอไป 'ขึ้นสวรรค์' ด้วยกัน ระหว่างขับรถเขาผิวปากอย่างมีความสุข ส่วนหญิงสาวได้แต่นั่งนิ่งโดยไม่ยอมพูดจา

ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวผ่านทางกระจกหลังแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า เขาจึงหันหลังกลับไปดูและพบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เมื่อหันหน้ากลับไปมองถนนอีกครั้งเขาก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อมีผีสาวตาขาวโพลนตนหนึ่งมาเกาะอยู่ที่กระจกหน้ารถ (ผีตนนั้นก็คือหญิงสาวที่เขารับขึ้นรถมาด้วยนั่นเอง) ด้วยความตกใจเขาจึงขับรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้อย่างจังทำให้เสียชีวิตคาที่ หลังก่อเรื่องแล้วผีสาวตนดังกล่าวก็หายตัวไป


โชยอง (ซึ่งผันตัวมาเป็นตำรวจสายการจราจรและป้องกันปราบปราม) ตั้งใจว่าจะงีบหลับในรถตำรวจสักครู่ แต่กลับถูกชายชราคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนเบาะหลังรบกวนตลอดเวลา ชายชราคนดังกล่าวบ่นกับโชยองว่าตนรู้สึกเจ็บหน้าอกจนหายใจแทบไม่ออก โชยองต้องการพักผ่อนจึงขอร้องชายชราว่าอย่ามารบกวน แต่ชายชรายังคงจ้อไม่หยุดและร้องโวยวายลั่นรถว่าตนกำลังจะตาย  ทำให้โชยองถึงกับหลับไม่ลง มิหนำซ้ำ เขายังโดนต้นสังกัดโทรฯ จิกให้รีบไปจัดการเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา  

ปรากฏว่ามีหญิงชราคนหนึ่งจอดรถเข็นผักไว้บนทางเท้าแล้วนำผักในกระจาดมาจัดวางริมถนน ทันทีที่เห็นโชยอง หญิงชราก็อ้างว่าเธอไม่ได้มาขายอะไรและไม่ได้รบกวนใครด้วย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยและสามารถอะลุ่มอล่วยได้ แต่โชยองไม่มีทางเลือกเพราะมีผู้ร้องเรียนเข้ามา เขาจึงบอกให้หญิงชรารีบเก็บของและทำความสะอาดให้เรียบร้อย (แต่ก็ไม่วายพูดลอยๆ เพื่อเหน็บแนมคนใจดำที่โทรฯ มาร้องเรียน) อยู่ๆ ชายชราที่นั่งจ้อในรถตำรวจก่อนหน้านี้ก็ตามมาบอกโชยองว่า "ท่อ! ก่อนท่อที่อกจะแตก รีบไปโรงพยาบาลเร็ว เร็วๆ สิ" โชยองชักเริ่มรู้สึกรำคาญที่ชายชราตามตื๊อไม่เลิกจึงเอ่ยปากไล่


หญิงชราได้ยินดังนั้นก็ของขึ้นเพราะนึกว่าตัวเองโดนตำรวจหนุ่มขับไล่ เธอจึงลุกขึ้นเก็บข้าวของใส่รถเข็น จากนั้นก็ก้มมองพื้นแล้วพูดว่า "ตาแก่ วันนี้ชั้นไปก่อนนะ ตำรวจเค้ามาไล่แล้ว... อย่าห่วงเลยน่า วันพรุ่งนี้ชั้นจะมาใหม่" พูดจบเธอก็หยิบดอกเบญจมาศสีขาว (เกาหลีมักใช้ในงานศพ) มาวางบนพื้น (ตรงหน้าชายชราที่มากับโชยอง) ทันใดนั้น ชายชราก็หายตัวไป โชยองเห็นแล้วก็ได้แต่ถอนใจ เขาจึงช่วยอุดหนุนผักของหญิงชรา ระหว่างที่หญิงชราเข็นรถขายผักข้ามทางม้าลาย เธอก็มีอาการเจ็บหน้าอกและล้มลงหมดสติกลางถนน รถยนต์คันหนึ่งเบรคไม่ทันจึงพุ่งเข้าชนรถเข็นของเธอแบบเต็มๆ 

โชยองรีบวิ่งไปดูอาการของหญิงชราและตรวจดูว่ายังมีลมหายใจหรือไม่ เมื่อได้ยินเจ้าของรถคู่กรณีเอาแต่บ่นที่รถของตนเสียหายโดยไม่ดูดำดูดีหญิงชรา แถมยังใช้เท้าเขี่ยขาหญิงชราให้ลุกขึ้นมารับผิดชอบ โชยองก็เริ่มอดรนทนไม่ไหวจึงลุกขึ้นมาชกหน้าชายคนดังกล่าวจนล้มคว่ำ


ตัดไปที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนประจำกรุงโซล...   "ฮัน นายอง” ซึ่งอยู่ในชุดนักศึกษายืนดูตำรวจสอบสวนคนร้ายคดีมอมยาข่มขืน ทั้งยังร่วมประณามชุดใหญ่ ก่อนร่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาให้คนร้ายฟังราวกับตนเองเป็นนักกฏหมายและเป็นขาใหญ่ประจำโรงพัก เมื่อเห็นตำรวจหนุ่มรูปงามนามว่า "มินแจ" กำลังมองหาแฟ้ม เธอก็รีบวิ่งไปบอกว่าแฟ้มที่เขาต้องการวางอยู่ตรงไหน และแสดงอาการปลาบปลื้มจนออกนอกหน้า  ที่ผ่านมา นายองคอยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนมาโดยตลอดจนเธอรู้สึก (ไปเอง) ว่าสำนักงานแห่งนี้ขาดเธอไม่ได้


อีกด้านหนึ่ง  "ฮา ซอนอู" ตำรวจสายสืบสาวและคู่หูรุ่นพี่นามว่า "ลี จองฮยอน" ก็กำลังซุ่มจับ "โจ ดองชอน" ซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่และผู้ต้องสงสัยคดีลักพาตัวต่อเนื่อง ซอนอูเชื่อว่าดองชอนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาของเหยื่อสาวหลายคน  เพราะเหตุเกิดหลังดองชอนออกจากคุก ที่สำคัญ เหยื่อทุกคนล้วนโดยสารรถแท็กซี่ก่อนหายตัวไป  หลังดักรอในรถได้สักพัก ดองชอนก็ขับรถแท็กซี่มาจอดในบริเวณดังกล่าวตามเวลาที่ซอนอูคาดการณ์เป๊ะ

เมื่อรู้ตัวว่าถูกตำรวจสะกดรอยตามเขาก็วิ่งหนีเข้าไปในตรอกแคบๆ ซอนอูและจองฮยอนจึงแยกกันออกติดตาม จองฮยอนถูกชายชุดดำคนหนึ่งดักทุบหัวจนหมดสติ คงเหลือเพียงซอนอูที่ไล่ตามดองชอนไปติดๆ แต่ดองชอนก็กระโดดข้ามรั้วหนีไปได้ แม้จะรอดพ้นเงื้อมือตำรวจแต่ดองชอนก็ถูกชายชุดดำข่มขู่และเตือนให้ทำงานตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด (อย่าตุกติก) ถ้าไม่อยากตาย หลังดองชอนหลบหนีไปได้ ซอนอูก็เข้าไปตรวจค้นในรถแท็กซี่และพบสร้อยคอผู้หญิงเส้นหนึ่งอยู่ลิ้นชักหน้ารถ


หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง หมอผ่าตัดก็เดินมาหาโชยองและบอกว่าระบบหัวใจและหลอดเลือดของหญิงชราทำงานผิดปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด) หากมาช้ากว่านี้หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงหัวใจจะโป่งพองและแตกจนทำให้หญิงชราเสียชีวิตได้ โชยองเพิ่งเข้าใจว่าก่อนหน้านี้วิญญาณชายชราพยายามบอกตนให้รีบพาหญิงชรารายนี้ไปโรงพยาบาล ก่อนที่เธอจะเป็นอันตรายถึงชีวิต 

หลังรู้ว่าหญิงชราปลอดภัยแล้วโชยองก็โล่งใจ ระหว่างที่เขากำลังจะออกจากโรงพยาบาล เด็กชายเซจุน (ซึ่งอุ้มหุ่นยนต์และสวมชุดคนไข้) ก็วิ่งมาชนเขาแล้วรีบวิ่งหนีไป ไม่นานก็มีพยาบาล 2 คนออกมาตามหาเซจุนด้วยความร้อนใจเพราะได้เวลาให้ยาแล้ว (หากขาดยาเซจุนจะเกิดอาการช็อค)  โชยองจะหันไปบอกพยาบาลว่าตนเพิ่งเจอเซจุน แต่ทุกคนก็สลายตัวและออกไปตามหาเซจุนกันหมดแล้ว โชยองจึงช่วยออกตามหาอีกแรง หลังพบเซจุน โชยองก็ถามเด็กน้อยว่ามาทำอะไรที่นี่ เซจุนตอบว่าตนจะแอบอยู่ในนี้จนกว่าแม่จะมา จากนั้นก็หมดสติลงในอ้อมแขนของโชยอง

หลังพยาบาลมารับตัวเซจุนไปแล้ว โชยองก็นำหุ่นยนต์ที่เซจุนทำตกไปคืนให้ที่ห้องผู้ป่วย (ห้องรวม) และได้ยินผู้ป่วยคนอื่นๆ กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่แม่ของเซจุนหายตัวไป ผู้ป่วยคนหนึ่งฟันธงว่าแม่ของเซจุนทิ้งเซจุนไว้ที่นี่เพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา โชยองฟังแล้วได้แต่รู้สึกสงสารเด็กน้อย เขาวางหุ่นยนต์ไว้ข้างตัวเซจุน (ซึ่งแกล้งหลับ) แล้วเดินออกจากห้องไป


เซจุนเข็นเสาน้ำเกลือเดินตามโชยองออกมานอกห้อง แล้วร้องเรียก "คุณอาตำรวจคร๊าบ!" เมื่อโชยองหันหน้ามาเด็กน้อยก็ขอร้องว่า "ช่วยตามหาแม่ให้ผมหน่อยได้มั๊ยครับ แม่ไม่ได้ทิ้งผมแล้วหนีไปซักหน่อย" โชยองกล่าวว่า "แล้วอาจะตามหาแม่เธอได้ยังไง" เซจุนตอบอย่างใสซื่อว่า "ก็คุณอาเป็นตำรวจไม่ใช่เหรอครับ" โชยองฟังแล้วถึงกับอึ้ง เซจุนส่งรูปคู่ที่ตนถ่ายกับแม่ให้โชยองแล้วบอกว่า "คนนี้คือแม่ผมครับ ชื่อมิน จูยอน อายุ 32 คุณอาต้องช่วยตามหาแม่ให้ผมนะครับ" พูดจบเซจุนก็มอบท็อฟฟี่เป็นสิ่งตอบแทนให้โชยองแล้วบอกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวตนมีเท่านี้ (หน้าตาแม่ของเซจุนเหมือนผีสาวที่โบกรถก่อนหน้านี้)

 โชยองรับท็อฟฟี่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปลอบใจว่า "หนูน้อย อาน่ะ..." เซจุนรีบบอกทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ ตนโทรฯ ไปแจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาแม่แล้ว แต่ตำรวจกลับให้ตนอดทนรอโดยบอกว่าอีกไม่นานแม่ก็จะกลับมา แต่จนป่านนี้แม่ตนก็ยังไม่กลับ ระหว่างที่เซจุนกำลังร้องไห้โฮ ต้นสังกัดของโชยองก็โทรฯ มาบอกว่าเขาถูกผู้เสียหายยื่นฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกาย (ชกหน้ารถคู่กรณีของหญิงชรา)


ซอนอูสรุปความคืบหน้าคดีลักพาตัวหญิงสาวให้หัวหน้า "พยอน กุ๊กจิน" และทีมสอบสวน (รวมทั้งนายอง) ทราบ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งสันนิษฐานว่าดองชอนใช้รถแท็กซี่เป็นพาหนะในการลักพาตัว จากนั้นก็ขโมยเครื่องประดับมีค่า และฆาตกรรมหญิงสาว แต่หัวหน้าทีมต้องการหลักฐานมากกว่าข้อสันนิษฐาน เมื่อเห็นว่าคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร หัวหน้าทีมจึงตำหนิจองฮยอนและซอนอูที่ปล่อยให้ดองชอนหนีไปได้ ซอนอูเชื่อว่านี่ไม่ใช่คดีลักพาตัวธรรมดา หัวหน้าทีมจึงกำชับให้ทุกคนเร่งคลี่คลายคดีและตามจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว  

โชยองแวะไปที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนประจำกรุงโซล ในตอนนั้นนายองพยายามปลอบใจซอนอูที่ถูกหัวหน้าตำหนิ เมื่อเดินมาพบโชยองที่โถงทางเข้า ซอนอูก็ถึงกับตกตะลึงและทักว่า "รุ่นพี่ยูน โชยอง ใช่มั๊ยคะ" โชยองไม่ตอบ เขาเหลือบมองนายองแล้วเดินหนีไป ซอนอูรีบถามว่า "รุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่คะ"  โชยองหยุดเดินแล้วตอบว่า "มาทำธุระนิดหน่อย" ก่อนเดินจากไปอีกครั้ง นายองไม่เคยเห็นโชยองมาก่อนจึงถามซอนอูว่าเธอรู้จักโชยองด้วยหรือ

นายองเห็นคนร้ายคดีมอมยาข่มขืนพยายามหลบหนีโดยเดินถือถาดอาหารออกมาแบบเนียนๆ เธอจึงร้องบอกเจ้าหน้าที่แต่ไม่มีใครได้ยินที่เธอพูด นายองรีบวิ่งไปจับคนร้ายแต่ไม่สามารถแตะต้องตัวเขาได้ (มือทะลุร่าง) โชคดีที่โชยองเข้ามาช่วยจับก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีออกไป นายองสงสัยว่าโชยองน่าจะมองเห็นและได้ยินเสียงเธอจึงรีบวิ่งไปดักหน้า แต่โชยองแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นและเดินทะลุร่างเธอ ถึงกระนั้นนายองก็ยังไม่ยอมแพ้และเดินไปขวางหน้าโชยองอีกครั้ง แต่โชยองก็ยังเดินทะลุร่างเธอตามเดิม นายองจึงแกล้งพูดว่าเขาลืมรูดซิป โชยองหยุดเดินและก้มมองเป้ากางเกง เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นปกติเขาก็เริ่มรู้ตัวว่าหลงกลนายองเข้าแล้ว



นายองถามโชยองด้วยความดีใจว่า "น้าเห็นหนูใช่มั๊ย ได้ยินที่หนูพูดด้วยใช่หรือเปล่า" โชยองไม่อยากโดนเซ้าซี้จึงจ้องหน้านายองแทนคำตอบ (ทั้งคู่ยืนอยู่หน้ากระจก แต่มีภาพโชยองปรากฏในกระจกเพียงคนเดียว) เพื่อความชัวร์นายองจึงทดสอบอีกครั้งโดยพูดว่า "ตอนนี้น้ากำลังจ้องหน้าหนูอยู่" โชยองเอ่ยปากยอมรับอย่างเสียไม่ได้และรีบเดินหนีไป นายองรีบวิ่งตามโชยองด้วยความดีใจ จากนั้นก็รัวคำถามและพูดพล่ามเป็นชุดเพราะเป็นครั้งแรกที่มีคนรับรู้ถึงตัวตนของเธอ  เมื่อเห็นว่าโชยองไม่ยอมคุยด้วย ซ้ำยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ นายองก็ขู่ว่าจะไปบอกทุกคนว่าโชยองเป็นคนเห็นผี โชยองเลยสวนกลับโดยไม่มองหน้านายองว่าเชิญตามสบาย ถ้าคิดว่าสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้ จากนั้นก็ห้ามไม่ให้เธอตามมาอีก

หัวหน้ากุ๊กจินเห็นโชยองมาที่หน่วยสืบสวนสอบสวน (ยืนดูจากในห้อง) เลยนึกสงสัยว่าโชยองมาที่หน่วยสืบสวนสอบสวนทำไม จองฮยอนเห็นหัวหน้าตนสนใจโชยองเป็นพิเศษจึงถามว่าโชยองเป็นใคร กุ๊กจินบอกว่าโชยองคือ อดีตตำรวจสายสืบระดับตำนานที่ดูแลคดีอาชญากรรมอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ เขาสามารถคลี่คลายคดีอาชญากรรมได้สำเร็จภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน  โดยไม่มีใครรู้ว่าเขาทำได้อย่างไร จองฮยอนสงสัยว่าโชยองเก่งขั้นเทพขนาดนั้นแล้วทำไมอยู่ๆ ถึงเลิกทำคดีอาชญากรรมร้ายแรงกลางคัน  กุ๊กจินจึงบอกว่าเพราะเกิดเรื่องไม่คาดฝันในระหว่างทำคดีเมื่อ 7 ปีก่อน (หลังเสียคู่หูไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น โชยองก็ขอย้ายตัวเองไปเป็นตำรวจสังกัดหน่วงงานด้านจราจร และอยู่ไปวันๆ เหมือนร่างที่ไร้วิญญาณมานาน 7 ปี)

โชยองไปติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ช่วยติดตามคนหาย แต่กลับพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะรับเรื่อง เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะขอความช่วยเหลือและเดินกลับออกไปทันที ถึงกระนั้นเขาก็ยังได้ยินตำรวจ 2 นายแอบนินทาลับหลังเรื่องที่เขาสูญเสียคู่หูไปเมื่อหลายปีก่อน นายองวิ่งตามโชยองมาตลอดทางและพยายามชวนคุย แต่โชยองแกล้งทำเป็นไม่สนใจ เธอจะตามโชยองไปที่รถแต่ไม่สามารถออกจากตึกได้ เพราะมีอำนาจลึกลับบางอย่างผลักเธอให้กระเด็นกลับเข้าไปด้านใน


เมื่อกลับมาถึงสำนักงานของตน โชยองก็พบเจ้าของรถ 2 ราย (คู่กรณี) กำลังเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยมีตำรวจนายหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่ เจ้าของรถคันหนึ่งพยายามอธิบายว่าตนโดนผีหลอกเลยทำให้รถเสียหลักจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ เจ้าของรถอีกรายซึ่งเป็นผู้เสียหายและมีอาการบาดเจ็บที่คอได้ยินแล้วยิ่งโมโห เขาคิดว่าคู่กรณีแต่งเรื่องมาหลอกหรือไม่ก็เมาแล้วขับ จึงรีบบอกให้ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายชายคนดังกล่าว  ชายที่เพิ่งโดนผีหลอกจนเสียขวัญได้ยินดังนั้นก็เริ่มโมโหที่พูดความจริงแล้วไม่มีใครเชื่อซ้ำยังถูกกล่าวหาว่าเมาแล้วขับ จึงโวยวายเสียงดังลั่น 

โชยองถามเจ้าหน้าที่ว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจที่รับเรื่องจึงบอกว่าเกิดอุบัติเหตุบนถนนสาย 98 อีกแล้ว พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาถนนสายนี้ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุแต่เดือนนี้กลับเกิดอุบัติเหตุบนถนนสาย 98 บ่อยครั้ง โชยองบอกให้ตำรวจคนดังกล่าวพาเจ้าของรถคันที่ก่อเหตุไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่เจ้าตัวยืนกรานว่าตนไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่นานคู่กรณีทั้งสองก็เริ่มมีปากเสียงกันอีกครั้ง คราวนี้ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันต่อหน้าโชยอง โชยองพยายามแยกทั้งคู่ออกจากกันทำให้โดนชายคนหนึ่งดึงทึ้งกระเป๋าเสื้อจนฉีกขาด คนขับรถแท็กซี่เห็นรูปคู่ของเซจุนกับแม่ตกลงบนพื้น (โชยองใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ) จึงบอกว่าผีที่ตนเห็นก็คือผู้หญิงในรูป (เขารับเธอขึ้นรถ แต่แล้วอยู่ๆ เธอก็หายตัวไป)  


โชยองแย่งรูปคืนมา แล้วโยนใส่กล่องเก็บเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ผู้เสียหายหยิบรูปขึ้นมาดูและพูดจายั่วยุคู่กรณีจนเกิดการวางมวยอีกครั้ง หลังเจ้าหน้าที่พาทั้งคู่ไปสงบสติอารมณ์ทางด้านในแล้ว ซอนอูและจองฮยอนก็เข้ามาสอบถามว่าช่วงนี้มีใครมาแจ้งความเรื่องคนหายที่นี่บ้างไหม ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาข้อมูล ซอนอูก็เจอรูปสองแม่ลูกตกอยู่บนพื้น เธอหยิบรูปดังกล่าวขึ้นมาแล้วถามว่ารูปนี้เป็นของใคร เมื่อรู้ว่าเป็นรูปของโชยอง ซอนอูก็รู้สึกประหลาดใจ (โชยองเห็นซอนอูมาที่สำนักงานของตนจึงแอบหลบและเดินเลี่ยงไปทางอื่น)  แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกตะลึงก็คือ สร้อยคอของผู้หญิงในรูป เพราะเป็นแบบเดียวกับสร้อยคอที่เธอพบในรถแท็กซี่ของดองชอน ซอนอูพยายามโทรฯ ติดต่อโชยองซึ่งกำลังขับรถลาดตระเวนไปตามท้องถนน แต่โชยองไม่ยอมรับสาย 

คืนนั้น ดองชอนออกมาขับรถแท็กซี่หาเหยื่ออีกครั้ง เขารับผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งขึ้นรถแล้วพยายามเชิญชวนให้เธอซื้อหมากฝรั่งเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือศูนย์ติดตามเด็กหาย เมื่อหญิงสาวหยอดเงินลงในกล่องรับบริจาคโดยไม่ยอมหยิบหมากฝรั่ง ดองชอนก็หยิบหมากฝรั่งส่งให้แล้วบอกให้เธอลองชิมดูสักอัน 


เด็กชายเซจุนถามหมอที่มาตรวจอาการว่าแม่ของตนยังไม่มาอีกหรือ หมอพยายามพูดปลอบใจว่าแม่ของเซจุนยังไม่ว่าง และโกหกว่าถ้าอยากเจอแม่เร็วๆ ก็ต้องเป็นเด็กดีและเชื่อฟังพยาบาล ซอนอูกับจองฮยอนแวะมาเยี่ยมเซจุนที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบเรื่องผู้หญิงที่อยู่ในรูป เซจุนสงสัยว่าทำไมรูปตนกับแม่ถึงมาอยู่ที่ซอนอู  ซอนอูจึงโกหกว่าเธอและโชยองเป็นตำรวจที่ทำงานร่วมกัน เซจุนถามด้วยความดีใจว่าเจอแม่ตนแล้วหรือ ซอนอูตอบว่าพวกตนกำลังตามหาอยู่ เธอนำรูปสร้อยคอมาให้เซจุนดูแล้วถามว่านี่คือสร้อยของแม่เซจุนใช่ไหม เซจุนยืนยันว่านี่คือสร้อยของแม่ตน ซอนอูได้ยินแล้วถึงกับน้ำตาคลอด้วยความสงสารเด็กน้อย เธอให้สัญญาว่าจะช่วยตามหาแม่ของเซจุน 

หลังรู้ความจริงจากปากซอนอูว่า แม่ของเซจุนถูกฆาตกรต่อเนื่องลักพาตัว หมอเจ้าของไข้เซจุนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ที่ผ่านมามีข่าวลือหนาหูในโรงพยาบาลว่าเซจุนถูกแม่ทอดทิ้งเพราะสู้ค่ารักษาพยาบาลไม่ไหว แต่หมอก็มั่นใจและเชื่อมาโดยตลอดว่าแม่เซจุนไม่ใช่คนแบบนั้น 


ดองชอนพยายามปลดทรัพย์ผู้โดยสารหญิงที่นอนหมดสติอยู่บนเบาะหลัง แต่มีรถตำรวจผ่านมาเจอเสียก่อน ดองชอนจึงโกหกว่าผู้โดยสารของตนเมามากและตนก็ไม่รู้ว่าจะไปส่งที่ไหน ตำรวจเห็นว่าผู้โดยสารเป็นหญิง มิหนำซ้ำยังสลบไสลไม่ได้สติจึงอาสาพาเธอไปส่งเองเพื่อความปลอดภัย  ทันใดนั้น โทรศัพท์ของหญิงสาวก็ดังขึ้น ดองชอนรีบรับโทรศัพท์และถามปลายสายต่อหน้าตำรวจว่าจะให้ไปส่งที่ไหน จากนั้นก็ทวนที่อยู่ให้ตำรวจฟัง ตำรวจได้ยินดังนั้นจึงคิดว่าไม่มีอะไร และปล่อยให้ดองชอนพาผู้โดยสารไปส่งตามเดิม

เมิ่อเห็นว่าดองชอนขับรถออกนอกเส้นทาง ตำรวจก็รีบออกติดตามและโทรฯ เรียกกำลังเสริมให้ช่วยกันไล่ล่าโดยระบุว่ารถแท็กซี่ของดองชอนติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอม  ทั้งโชยองและซอนอูต่างก็ได้รับแจ้งเรื่องนี้ จึงพากันออกติดตามรถแท็กซี่ของดองชอน ดองชอนหักรถออกจากถนนสายหลักและจอดรถเพื่อปลดสร้อยข้อมือของเหยื่อสาว โชยองสังเกตเห็นรอยล้อรถยนต์บนถนนลูกรัง จึงขับตามไปเงียบๆ โดยไม่เปิดไซเรน (รถตำรวจคันอื่นๆ ต่างก็เปิดไซเรนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว)



หลังพยายามอยู่นาน ในที่สุด ดองชอนก็ปลดสร้อยข้อมือของหญิงสาวได้ เมื่อเห็นชายชุดดำยืนอยู่ข้างหลังเขาก็รีบเก็บสร้อยใส่กระเป๋ากางเกง... โชยองขับรถมาตามถนนลูกรังและพบรถแท็กซี่คันหนึ่งจอดอยู่ เมื่อลงไปตรวจดูเขาก็พบเพียงความว่างเปล่า  ดองชอนลากเหยื่อสาวเข้าไปในอาคารร้าง และถูกชายชุดดำต่อยสั่งสอนโทษฐานที่ทำงานพลาดจนถูกตำรวจติดตาม ชายชุดดำจับได้คาหนังคาเขาว่าดองชอนแอบขโมยสร้อยข้อมือของหญิงสาวจึงตำหนิดองชอนที่คิดไม่ซื่อ ดองชอนเถียงว่าของแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้จากการค้ามนุษย์ ทำให้ถูกแทงจนเสียชีวิต

หญิงสาวฟื้นขึ้นมาเห็นดองชอนโดนฆ่าจึงกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว โชยองตามเสียงหญิงสาวไปที่อาคารร้าง เมื่อเห็นเหยื่อสาวนั่งอยู่ในห้องเขาจึงรีบเข้าไปช่วย และไหวตัวทันก่อนที่จะถูกคนร้ายทุบศีรษะ หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ต่อสู้กัน (โชยองสู้ด้วยมือเปล่า ส่วนคนร้ายมีอาวุธมีด) เมื่อเห็นว่าไม่สามารถเอาชนะโชยองได้ ชายชุดดำก็จับเหยื่อสาวเป็นตัวประกันแล้วลากออกไปนอกห้อง  ครั้นพอได้ยินเสียงไซเรนจากรถตำรวจ ชายชุดดำก็เชือดคอเหยื่อสาวอย่างโหดเหี้ยม แล้วบอกโชยองว่าหากปล่อยทิ้งไว้ (หากโชยองตามตนไปโดยไม่ช่วยปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ) หญิงสาวจะเหลือเวลาแค่ไม่กี่นาที พูดจบชายชุดดำก็วิ่งหนีไปในความมืด หลังเหยื่อสาวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซอนอูก็พบโชยองนั่งซึมอยู่ที่บันไดในสภาพมือและเสื้อผ้าเปื้อนเลือด พอเห็นซอนอูโชยองก็ลุกหนีโดยอ้างว่าตนเหนื่อยมาก


โชยองกลับมาอาบน้ำสระผมที่บ้าน เนื่องจากเขานุ่งผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว จึงเผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ร่างกายหลายจุด  ระหว่างนั้นซอนอูพยายามโทรศัพท์เข้ามือถือโชยองแต่เขาไม่ยอมรับสาย หลังนั่งพักสักครู่โชยองก็หยิบท็อฟฟี่ของเด็กชายเซจุนขึ้นมาดู พลางนึกถึงคำร้องขอของเด็กน้อย

วันรุ่งขึ้นโชยองแวะไปที่สำนักงาน (ทั้งๆ ที่เป็นวันหยุดของเขา) และพบว่ารูปของเซจูหายไป มิหนำซ้ำ ลิ้นชักของเขายังโดนล็อก ปรากฏว่าคนที่เอารูปและกุญแจลิ้นชักของโชยองไปก็คือซอนอู เนื่องจากที่ผ่านมาเธอพยายามติดต่อโชยองหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้ เธอเลยจำเป็นต้องใช้ไม้นี้ (หากโชยองอยากได้กุญแจลิ้นชักคืนก็ต้องไปหาเธอที่สำนักงานสืบสวนสอบสวน)

ในที่สุด โชยองก็ไปหาซอนอูที่สำนักงานฯ...   ทั้งหัวหน้าทีมกุ๊กจิน ตลอดจนซอนอูและจองฮยอน ต่างกำลังลุ้นให้เหยื่อสาวรายล่าสุดปลอดภัย ทุกคนล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียดเพราะผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียว (ดองชอน) ถูกฆ่าตายทั้งๆ ที่ยังไม่ได้นำตัวมาสอบปากคำ ทำให้โอกาสในการคลี่คลายคดีที่มีอยู่น้อยนิดกลับยิ่งมืดมนไปอีก และถ้าหากเหยื่อสาวเป็นอะไรไปอีกคนก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่มากขึ้น



หลังรับโทรศัพท์ซอนอูก็ออกไปพบโชยองบนชั้นดาดฟ้า  นายองเห็นโชยองขึ้นมาบนดาดฟ้าก็หลงดีใจเพราะคิดว่าเขามาหาเธอ แต่พอเห็นซอนอูเดินตามมา เธอก็นึกสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จึงนั่งดูทั้งสองคนคุยกัน โชยองทวงกุญแจลิ้นชักทันทีที่เห็นหน้าซอนอู พอได้กุญแจคืนแล้วเขาก็หันหลังกลับแล้วเดินจากไปทันที  ซอนอูถามโชยองว่าเขารู้เรื่องการหายตัวไปของมิน จูยอง (แม่ของเด็กชายเซจุน)  มากน้อยแค่ไหน  โชยองได้ยินชื่อจูยองก็หูผึ่งเขาจึงหันกลับมามองซอนอู

ซอนอูบอกโชยองว่าที่ผ่านมามีผู้หญิงถูกลักพาตัวไปทั้งหมด 8 ราย เมื่อไม่นานมานี้เธอเพิ่งเจอสร้อยคอของเหยื่อคนหนึ่งในรถแท็กซี่คนร้าย และสร้อยเส้นนั้นก็เป็นของจูยอง  เธอสันนิษฐานว่าตอนนี้เหยื่อทั้งหมดน่าจะเสียชีวิตแล้ว หากเมื่อคืนคนร้ายลงมือสำเร็จยอดผู้สูญหายก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 9 คน เธอขอให้โชยองบอกเธอว่าเขารู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคดีนี้บ้าง แต่โชยองตอบว่าตนเพิ่งรู้เรื่องทั้งหมดเดี๋ยวนี้เอง เขาอธิบายว่าที่ตนมีรูปของจูยองเป็นเพราะเซจุนมาตามตื๊อให้ตนช่วยตามหาแม่ โชยองกล่าวอย่างไม่แยแสและพูดด้วยน้ำเสียงโล่งอกว่า ตอนนี้เรื่องของเซจุนอยู่ในความรับผิดชอบของซอนอูแล้ว ดังนั้น เธอจึงควรไปบอกหนูน้อยเซจุนว่าไม่ต้องรอแม่อีกต่อไป  เพราะต่อให้รอนานแค่ไหนแม่ของเขาก็จะไม่มีวันกลับมา พูดจบโชยองก็เดินจากไปทันที

ซอนอูถามโชยองด้วยน้ำเสียงผิดหวังและสั่นเครือว่า "ทำไมรุ่นพี่ถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ รุ่นพี่ลืมสัญญาแล้วเหรอ รู้มั๊ยทำไมชั้นถึงต้องมาเป็นตำรวจ ตอนนั้น..." โชยองตัดบทโดยพูดแทรกขึ้นว่าอย่าไปพูดถึงเรื่องพวกนั้นเลย เขาบอกเธอว่าอย่ามัวแต่จมอยู่กับอดีตและแนะนำให้เธอปล่อยวางเหมือนอย่างตน พูดจบโชยองก็เดินจากไป  



นายองเห็นและได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมดจึงยืนตำหนิโชยองข้างๆ ซอนอู ซอนอูเปิดสมุดโน๊ตแล้วหยิบแหวนเงินขึ้นมาดู จากนั้นก็พูดว่า "ขอโทษนะ... ชั้นไม่ได้ลืมเธอ  แต่นับวันชั้นก็ยิ่งคิดถึงเธอน้อยลง ชั้นคงเปลี่ยนไปเพราะว่าชั้นงานยุ่ง คุณลุงก็เหมือนกัน หนูขอโทษนะคะที่ต้องส่งคุณลุงขึ้นสวรรค์ไปก่อน" นายองทั้งเห็นใจและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับซอนอูกันแน่ ซอนอูสวมแหวนทีนิ้วชี้ นายองเห็นแหวนที่นิ้วของซอนอูก็รู้สึกชอบจึงยื่นนิ้วชี้ไปแตะ ทันใดนั้น วิญญาณของนายองก็เข้าไปสิงอยู่ในร่างของซอนอู (แต่นายองยังไม่รู้ตัว)

หลังขึ้นรถโชยองก็นั่งนึกถึงคำพูดของซอนอู... ในเวลาเดียวกันนั้น นายอง (ในร่างซอนอู) ก็เดินลงบันไดมาแบบงงๆ  เธอไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ ซอนอูก็หายตัวไป พอเดินผ่านกระจกเธอก็ตกตะลึงเมื่อเห็นภาพซอนอูในกระจก เพื่อความแน่ใจนายองเลยวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ภาพสะท้อนในกระจกก็ยังเป็นซอนอู นายองจึงกรีดร้องด้วยความตกใจ พอรู้แน่ชัดว่าตนเองอยู่ในร่างซอนอู นายองก็กรีดร้องอีกครั้งด้วยความดีใจ เธอจึงรีบวิ่งลงบันไดโดยถือสมุดโน้ตของซอนอูติดมือไปด้วย

ในเวลาเดียวกันนั้น โชยองซึ่งยังคงนั่งอยู่ในรถก็นึกถึงคำร้องขอของเด็กชายเซจุนที่ต้องการให้ตนช่วยหาแม่ จากนั้นก็นึกถึงคำพูดของคนขับรถแท็กซี่ที่บอกว่าโดนผีหน้าตาคล้ายแม่เซจุนหลอก  ในที่สุด โชยองก็ใจอ่อนจึงบอกตัวเองว่าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว (เขาไม่ได้ใช้ความสามารถในการ 'เห็นผี' มาช่วยคลี่คลายคดีเป็นเวลานานถึง 7 ปี และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาแหกกฏตัวเอง) 


นายองในร่างซอนอูเดินมาถึงประตูหน้าตึกและยืนทำใจก่อนก้าวเท้าออกจากประตู (ที่ผ่านมาเธอไม่สามารถออกจากตึกได้) ปรากฏว่าคราวนี้นายองออกจากตึกได้เหมือนคนปกติทั่วไป เธอจึงยืนกรี๊ดด้วยความดีใจ จากนั้นก็วิ่งไปขึ้นรถโชยองแล้วรัดเข็มขัดนิรภัยหน้าตาเฉย โชยองหันไปมองซอนอูแบบงงๆ และเอ่ยปากไล่ แต่นายองในร่างซอนอูแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ โชยองเลยจำใจให้สาวน้อยติดรถไปด้วย นายองไม่ได้เห็นโลกภายนอกมานานจึงออกอาการตื่นเต้นที่เห็นกรุงโซลเต็มไปด้วยตึกสูงและเจริญกว่าเดิมมาก เธอพูดพล่ามไม่หยุดจนโชยองต้องบอกให้เธอหุบปาก จากนั้นก็เตือนว่าอย่ามานึกเสียใจทีหลัง (ที่ขึ้นรถมากับตน) ก็แล้วกัน

โชยองจอดรถบนถนนที่ว่างเปล่าท่ามกลางความมืด (บริเวณที่มีคนโดนผีหลอก) แม้จะเป็นวิญญาณแต่นายองเห็นบรรยากาศรอบตัวแล้วก็ยังรู้สึกหลอนๆ โชยองจึงกล่าวว่า "ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่ามานึกเสียใจทีหลัง" ทันใดนั้น โชยองก็เหลือบไปเห็นวิญญาณแม่ของเซจุน เขาจึงบอกให้นายองในร่างซอนอูนั่งรออยู่ในรถ  (โชยองยังไม่รู้ว่าซอนอูโดนวิญญาณนายองเข้าสิง) ส่วนตนเองลงจากรถแล้วตามวิญญาณแม่เซจุนเข้าไปในป่า 


นายองไม่อยากอยู่ในรถคนเดียวเพราะกลัวผีจึงตามโชยองเข้าไปในป่าพลางกรีดร้องตลอดเวลาด้วยความหวาดกลัว โชยองเห็นดังนั้นจึงดุว่า "ฮา ซอนอู! ชั้นบอกให้รอในรถไม่ใช่เหรอ" นายองลืมตัวเลยหลุดปากพูดว่า "ก็หนูกลัวผีหลอกนี่น้า"  โชยองได้ยินหญิงสาวเรียกตนเองว่า 'น้า' ก็รู้สึกเอะใจ จึงถามว่า "เธอเป็นใคร" พอจับได้ว่าเป็นนายอง เขาก็ดุว่ามาสิงร่างคนอื่นอย่างนี้ได้ยังไง นายองบิดผมเล่นแก้เก้อ (ท่าประจำ) แล้วตอบเสียงอ่อยๆ ว่า "หนูเองก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน... ไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แฮ่ๆ"  

ทันใดนั้น นายองก็รู้สึกเจ็บที่บริเวณหน้าอก เธอร้องโอดโอยด้วยความทรมานแล้วทรุดลงกับพื้น โชยองคิดว่านายองเสแสร้งแกล้งทำเพื่อจะได้ไม่โดนดุ เขาจึงขู่ว่าถ้าสิงร่างคนอื่นอีกครั้งได้ตายคามือตนแน่ หลังจากนั้น ภาพซอนอูนอนเอามือกุมอกร้องครวญครางก็ถูกแทนที่ด้วยภาพนายองในชุดนักเรียนซึ่งกำลังนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด สลับกับภาพในอดีตของสองแม่ลูกจูยองและเซจุน 



โชยองเริ่มรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงร้องถามนายองในร่างซอนอูว่าเป็นอะไร อยู่ๆ หญิงสาวก็นอนหมดสติแน่นิ่ง โชยองจึงรีบเข้าไปดูแล้วร้องเรียก "ยัยเด็กมัธยม! ซอนอู! ตื่นสิ" ขณะประคองร่างซอนอูซึ่งยังคงหมดสติให้ลุกขึ้นนั่ง โชยองก็หันไปเห็นวิญญาณจูยองยืนจ้องเขาอยู่ในป่าเหมือนต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง หลังอุ้มซอนอูเข้าไปนอนในรถ โชยองก็พบว่าวิญญาณจูยองกำลังยืนมองเขาอยู่บนสะพานลอย เขาจึงถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นว่า "ฝีมือเธอใช่มั๊ย นี่เธอต้องการอะไรแน่" โชยองร้องเรียก "จูยอง!" แล้ววิ่งขึ้นไปหาบนสะพานลอยแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงรถเบรค เมื่อมองไปที่ถนน (อันว่างเปล่า) เขาก็พบรอยล้อรถบนพื้นถนนเป็นตัวอักษร  “L3”


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามชมได้ใน "โชยอง (Cheo Yong)"

* เนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดงนำ



โอ จีโฮ
รับบท ยูน โชยอง





 โอ จีอึน
รับบท ฮา ซอนอู





จอน ฮโยซอง (วง Secret)
รับบท  ฮัน นายอง







*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ /  คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา