วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรื่องย่อ May Queen




กำกับ : เบ็ค โฮมิน
เขียนบท :  ซน ยองม็อก
แนวละคร : โรแมนติก, เมโลดราม่า
จำนวนตอน : 38
ออกอากาศ : เกาหลี - 18 สิงหาคม 2555 - 23 ธันวาคม 2555 ทางเอ็มบีซี
                      ไทย - ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 21.30 - 23.00 น. ทางเวิร์คพอยท์ทีวี เริ่ม 8 กรกฎาคม 2556 จบ 28 สิงหาคม 2556

เรื่องย่อ



เหตุการณ์ในละครเรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมืองอุลซาน* เนื้อหากล่าวถึงหนุ่มสาวที่เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางความทะเยอทะยาน ความรัก การทรยศหักหลัง และการแก้แค้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กสาวนามว่า ชอน แฮจู  (ฮัน จีเฮ) ที่ประสบเคราะห์กรรมและต้องพลัดพรากจากครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก เธอจึงต้องฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามนานัปการตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนประสบความสำเร็จในที่สุด

* อุลซานเป็นเมืองอุตสาหรรมของเกาหลีใต้ อันเป็นที่ตั้งของโรงงานประกอบรถยนต์ใหญ่สุดในโลก (ฮุนไดมอเตอร์ คอมพะนี), อู่ต่อเรือใหญ่ที่สุดในโลก (ฮุนได เฮฟวี่ อินดัสทรีส์) และโรงกลั่นน้ำมันใหญ่เป็นอันดับสามของโลก (เอสเค อีเนอร์จี)




เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันที่ "ยูน ฮักซู" กลับมาหา "ยูจิน" ลูกสาวตัวน้อย และ "กึมฮี" ผู้เป็นภรรยา หลังออกไปทำงานและไม่ได้กลับบ้านมานานหลายเดือน  (ครอบครัวของเขากำลังจะย้ายบ้านในวันรุ่งขึ้น) ระหว่างที่ฮักซูกำลังหยอกล้อกับลูกสาวตัวน้อย... "ปาร์ก คีชอล" ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของฮักซูก็ช่วยขนเอกสารกองโตของบริษัทเข้ามาให้ เมื่อ เด็กชาย "ปาร์ก ชางฮี" เห็นผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาก็ร้องเรียกพ่อแล้วรีบวิ่งไปหาด้วยความดีใจ

แต่แล้วบรรยากาศอันชื่นมื่นที่เปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่นก็มลายหายไป หลัง "จาง โดฮยอน" รุ่นพี่ที่ฮักซูเคารพนับถือโทรศัพท์มาเตือนให้ฮักซูรีบหนีออกจากบ้าน เพราะพวกญี่ปุ่นรู้แล้วว่าเขาแอบเข้าไปทำการสำรวจ และตอนนี้หน่วยสืบราชการลับ "ไนคาคุ" ของรัฐบาลญี่ปุ่น (ปัจจุบันคือสำนักข่าวกรอง) ก็กำลังมุ่งหน้าไปหาเขาที่บ้าน โดฮยอนแนะนำให้ฮักซูนำข้อมูลสำคัญหนีขึ้นไปบนภูเขาทันทีที่วางสายแล้วตนจะไปรับฮักซูและครอบครัวที่นั่น


ฮักซูรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองแล้วหยิบกล่องฟิล์มถ่ายภาพออกมาจากตู้เซฟ ทันใดนั้นก็มีรถยนต์ 3 คันตรงเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของเขา ฮักซูตกตะลึงเมื่อเห็นชายชุดดำสวมหมวกไอ้โม่งนับ 10 คนลงจากรถพร้อมอาวุธสงครามในมือ แล้วเปิดประตูรั้วเข้ามาในอาณาบริเวณบ้าน เขาจึงวิ่งลงบันไดมาที่ชั้นล่างพลางสั่งให้ทุกคนรีบวิ่งหนีไปยังชั้นใต้ดิน กึมฮีจะหันไปอุ้มลูกแต่เกิดสะดุดกองหนังสือจนเสียหลักล้มไปโดนกาต้มน้ำร้อน ทำให้น้ำที่กำลังเดือดจัดกระเด็นไปถูกสองหนูน้อย "ยูจิน" และ "ชางฮี" จนร้องไห้จ้าด้วยกันทั้งคู่ 

เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาคับขันทุกคนจึงต้องรีบหนีโดยไม่มีเวลาปฐมพยาบาลเด็กๆ ฮักซูพาทุกคนหนีผ่านอุโมงค์ที่เชื่อมต่อกับชั้นใต้ดินจนกระทั่งมาโผล่ที่กลางทุ่งหญ้า  เมื่อเห็นชายชุดดำตามมาติดๆ ฮักซูก็ส่งเด็กหญิงยูจินให้กึมฮี แล้วบอกให้เธอพาลูกหนีขึ้นไปบนเขากับคีชอล โดยบอกว่า "พี่โดฮยอน" กำลังรออยู่ที่นั่น คีชอลได้ยินดังนั้นก็รีบเดินนำไปพร้อมเด็กชายชางฮี แต่กึมฮียังคงยืนลังเลเพราะเป็นห่วงสามีและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่  ฮักซูให้คำมั่นว่าว่าตนและกึมฮีจะต้องได้เจอกันอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะเล่าให้เธอฟังทุกอย่าง


ในที่สุด  ชายชุดดำก็ตามมาจนทันและเปิดฉากยิงใส่ฮักซูทันที ฮักซูจึงเร่งให้กึมฮีรีบพาลูกสาวหนีไป แต่กึมฮีกลับคว้าเสื้อและแขนเขาไว้แน่น คีชอลเห็นดังนั้นจึงเดินกลับมาลากตัวกึมฮีไป ฮักซูรีบวิ่งหนีไปอีกทางเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนหลบหนี สุดท้ายเขาก็ตกอยู่ในวงล้อมของพวกญี่ปุ่นที่ต่างก็จ่อปากกระบอกปืนไปที่เขา หนึ่งในนั้นถามเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "ข้อมูลอยู่ที่ไหน"  ฮักซูได้แต่หลับตาอย่างยอมจำนน

เมื่อเห็นรถของโดฮยอนและผู้ติดตามวิ่งผ่านมา คีชอลและกึมฮีต่างก็อุ้มลูกออกไปขอความช่วยเหลือ ริมถนน (คีชอลอุ้มลูกออกไปก่อนแต่รถยนต์กลับผ่านเลยไป ครั้นพอกึมฮีอุ้มลูกสาวตามมาติดๆ รถที่เพิ่งขับผ่านไปก่อนหน้าก็รีบเบรกทันที ทำให้รถอีกคันที่วิ่งตามมาจอดตาม) โดฮยอนลงจากรถคันหน้าพลางร้องเรียกกึมฮี กึมฮีรีบบอกโดฮยอนว่าสามีของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย โดฮยอนบอกให้กึมฮีพาเด็กๆ ขึ้นรถหลบหนีไปก่อน แต่กึมฮีปฏิเสธเพราะเป็นห่วงสามี โดฮยอนเตือนว่าถ้าหากเธอยังคงดื้อรั้นเด็กๆ อาจเป็นอันตราย เขาขอให้เธอและเด็กๆ ไปหลบซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ก่อน ส่วนเขาจะตามไปช่วยฮักซูเอง เมื่อกึมฮีและเด็กๆ ขึ้นรถไปแล้ว โดฮยอนก็หันมาถามคีชอลว่าฮักซูอยู่ที่ไหน


ในตอนนั้นฮักซูกำลังโดนชายชุดดำซ้อมเพื่อบีบบังคับให้บอกว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน เมื่อเห็นว่าฮักซูไม่ยอมตอบคำถาม หนึ่งในนั้นก็เอาปืนจ่อศีรษะเขาพลางขู่ว่าตนจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น (คีชอลพาโดฮยอนและลูกสมุนมาช่วยฮักซู) โดฮยอนสั่งเป็นภาษาญี่ปุ่นให้เหล่าชายชุดดำยอมจำนน  นับเป็นเรื่องน่าแปลกที่เหล่าชายชุดดำซึ่งมีจำนวนมากกว่าสมุนของโดฮยอน ยอมวางอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงกว่าแล้วหมอบราบลงกับพื้นแต่โดยดี 

ฮักซูรีบวิ่งไปกอดโดฮยอนด้วยความดีใจแล้วถามว่าลูกเมียตนปลอดภัยใช่ไหม โดฮยอนตอบว่าทุกคนปลอดภัยดีและถามถึงข้อมูลที่บอกให้ฮักซูนำติดตัวมาด้วย ฮักซูตอบว่าข้อมูลอยู่ที่คีชอล  คีชอลหยิบกล่องฟิล์มออกมาโชว์แล้วบอกว่าฮักซูมอบให้ตนตอนอยู่ในห้องใต้ดิน ฮักซูหันไปมองเหล่าชายชุดดำชาวญี่ปุ่นแล้วบอกโดฮยอนว่าตนกำลังจะถูกคนพวกนี้สังหาร หากโดฮยอนมาช้ากว่านี้ตนคงแย่แน่ๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น คีชอลมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยอาการตกตะลึง ขณะที่โดฮยอนยิ้มอย่างเลือดเย็น 


ปรากฏว่าคนที่โดนยิงคือฮักซู เขาพยายามถามโดฮยอนซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เขานับถือและไว้ใจมากที่สุดว่า "ทำไม" แต่โดฮยอนกลับยิงไปที่หน้าอกของฮักซูอีกหนึ่งนัด หลังฮักซูล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นแล้วโดฮยอนก็หันไปหาคีชอลแล้วแย่งกล่องฟิล์มมาเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นก็จ่อปืนไปที่ศีรษะของคีชอล  คีชอลคุกเข่าแล้วร้องขอชีวิตโดยบอกว่าตนมีลูกน้อยที่ต้องดูแล  โดฮยอนไม่ฟัง ซ้ำยังขึ้นลำกล้องเตรียมยิง คีชอลจึงรีบอ้อนวอนขอชีวิตโดยสัญญาว่าตนจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น จะรูดซิปปากตลอดชีวิต และจะทำตามคำสั่งของโดฮยอนทุกอย่าง โดฮยอนยิ้มอย่างพึงพอใจ แต่ก็ไม่วายยิงไปที่ขาของคีชอล 1 นัด จากนั้นก็สั่ง (เป็นภาษาเกาหลี) ให้ลูกสมุนของตนเลิกแสแสร้งแกล้งเล่นละคร เมื่อได้ยินดังนั้นเหล่าชายชุดดำก็ลุกขึ้นทันที

งานศพของฮักซูถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติท่ามกลางสายฝน ระหว่างที่กึมฮีวางดอกเบญจมาศสีขาวหน้ารูปของฮักซูด้วยอาการเศร้าโศก โฆษกก็ประกาศว่า "พิธีศพของนักวิทยาศาสตร์สาขาปิโตรเลียม (นักสำรวจปิโตรเลียม) ชื่อดังระดับโลกผู้ล่วงลับ "ด็อกเตอร์ยูน ฮักซู"  กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้" โดฮยอนจ้องมองกึมฮีประกอบพิธีศพด้วยสีหน้าพึงพอใจ จากนั้นก็หันไปมองหนูน้อยยูจิน (ซึ่งมีแผลน้ำร้อนลวกที่ด้านหลังลำคอ) แล้วถอนใจ เมื่อเห็นกึมฮีเป็นลม โดฮยอนก็รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างกึมฮีเอาไว้ คีชอลซึ่งมาร่วมงานศพในสภาพที่มีไม้ค้ำยันเห็นดังนั้นก็ได้แต่มองอยู่ห่างๆ และร่ำไห้ด้วยความเสียใจ


วันหนึ่งโดฮยอนเรียกคีชอลมาพบบนประภาคารเพื่อทวงสัญญา (คีชอลเคยบอกว่าจะทำตามที่คำสั่งทุกอย่างหากโดฮยอนไว้ชีวิตตน) โดยบอกเป็นนัยๆ ว่า นอกจากสามีแล้ว ลูกคือคนที่ทำให้ผู้หญิงมีความหวังและพลังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปมากที่สุด แต่ถ้าความหวังนั้นพังทลายลงทุกอย่างก็จะเปลี่ยนแปลงไป  (โดฮยอนต้องการให้คีชอลกำจัดลูกสาวของกึมฮี เพื่อที่กึมฮีจะได้สิ้นหวัง เค้วงคว้าง และยอมหันมาหาตน) แม้จะพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและแลดูเหมือนเป็นคำพูดลอยๆ แต่โดฮยอนเอาจริง และเพื่อตอกย้ำว่าตนไม่ได้พูดเล่น โดฮยอนจึงข่มขู่คีชอลด้วยการอุ้มชางฮีขึ้นมาหยอกล้อและเหวี่ยงตัวเด็กน้อยออกไปนอกระเบียงประภาคาร

คืนนั้นคีชอลแอบย่องไปลักพาตัวหนูน้อยยูจินในขณะที่กึมฮีออกไปสวดมนต์ให้สามีผู้ล่วงลับที่วัด  แต่เขาฆ่าเด็กน้อยไม่ลง จึงนำไปฝากให้ "ฮงชอล" ซึ่งเป็นเพื่อนที่เคยฝึกทหารมาด้วยกันช่วยเลี้ยงดู ฮงชอลพยายามถามว่าหนูน้อยคนนี้เป็นใคร แต่คีชอลขอร้องว่าอย่าถาม ซ้ำยังย้ำให้ฮงชอลช่วยเลี้ยงดูเด็กน้อยเหมือนเป็นลูกของตัวเอง ฮงชอลปฏิเสธเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยา คีชอลจึงมอบเงินก้อนโตให้ฮงชอลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดู หลังจากนั้น คีชอลก็กลับมาบอกกึมฮีว่าหนูน้อยยูจินถูกคลื่นซัดจมหายไปในทะเล กึมฮีรู้สึกสิ้นหวังจึงวิ่งลงทะเลหวังฆ่าตัวตาย แต่โดฮยอนเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทัน 


ขณะที่กึมฮีกำลังนั่งเศร้าหน้าหลุมศพสามี โดฮยอนก็หอบลูกสาวและลูกชายตัวน้อยมาหาเธอที่สุสาน แล้วขอโทษที่ไม่สามารถพาฮักซูกลับมาหาเธอได้  เขายังบอกเธอด้วยว่าฮักซูเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เขารักเหมือนน้องชายแท้ๆ ฮักซูกรีดร้องว่าเธอไม่อยากฟังและขออยู่ตามลำพัง จากนั้นก็ลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าโดฮยอนพาลูกน้อยมาด้วย กึมฮีก็ถามโดฮยอนว่าเขาพาเด็กๆ มาทำไม โดฮยอนตอบว่าลูกๆ ของตนต้องการแม่ และขอให้กึมฮี (ซึ่งยังสวมชุดไว้ทุกข์และอยู่ในอาการโศกเศร้า) ช่วยดูแลเด็กทั้งสองเคียงข้างตน

กึมฮีแทบไม่เชื่อหูตนเอง เธอถามโดฮยอนว่าไม่รู้สึกผิดต่อภรรยาผู้ล่วงลับเลยหรือ โดฮยอนตอบว่าเขาเองก็รู้สึกเสียใจ แต่ความทรงจำในอดีตระหว่างเขากับกึมฮีทำให้รู้สึกเจ็บปวดใจมากกว่า กึมฮีได้ยินดังนั้นก็รีบเดินหนี แต่พอโดฮยอนพูดว่าลูกๆ ของตนไม่เคยมีแม่และพูดคำว่าแม่ไม่เป็นด้วยซ้ำ กึมฮีก็หยุดชะงัก โดฮยอนจึงขอร้องกึมฮีให้มาเป็นแม่ของลูกตน กึมฮีส่ายหน้าพลางร่ำไห้แล้วเดินหนีไปอีกครั้ง แต่พอได้ยินเสียงเด็กหญิงร้องไห้จ้ากึมฮีก็หยุดเดินแล้วหันหลังกลับมองหนูน้อยในอ้อมกอดของโดฮยอน


ในที่สุด ฮงชอลก็นำเด็กหญิงมาที่บ้านโดยโกหกภรรยาว่าเป็นลูกของตน... 11 ปีต่อมา ฮงชอลประสบปัญหาทางด้านการเงินอย่างหนักถึงขั้นต้องพาครอบครัวระเห็จออกจากบ้านกลางดึก เขาว่าจ้างรถขนของแล้วหอบลูกเมีย รวมทั้งแฮจู (ซึ่งก็คือ "ยูจิน" ลูกสาวฮักซูและกึมฮี) มุ่งหน้าไปขอความช่วยเหลือจากคีชอลที่เมืองอุลซาน โดยหวังว่าจะลงหลักปักฐานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น คีชอลแทบช็อคเมื่อเห็นฮงชอลพาลูกสาวของฮักซูมาหาตนถึงที่ เขาจึงลากตัวฮงชอลออกมาคุยกันตามลำพัง แฮจูเห็นพ่อกำลังคุยธุระกับเพื่อนเก่า จึงพา "ยองจู" (ลูกสาวคนเล็กของฮงชอล) ไปจับกบเล่นเป็นการฆ่าเวลา

คีชอลต่อว่าฮงชอลที่ไม่รักษาสัญญา ทั้งๆ ที่เขาเคยกำชับเอาไว้แล้วว่าห้ามฮงชอลมาที่เมืองอุลซานโดยเด็ดขาด ฮงชอลไม่รู้ว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย จึงอ้างว่าเวลาเปลี่ยนทุกสิ่งก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา ที่สำคัญในตอนนี้ครอบครัวตนก็กำลังลำบาก  คีชอลกลัวว่าโดฮยอนจะกลับมาเห็นเข้า จึงไล่ให้ฮงชอลกลับไปที่เมืองแฮนัม แต่ฮงชอลยืนกรานว่าจะไม่กลับเพราะตนกำลังหนีหนี้แล้วตอนนี้ก็ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่วอนเดียว คีชอลถึงกับอึ้ง เพราะคาดไม่ถึงว่าฮงชอลจะผลาญเงินก้อนใหญ่ที่ตนเคยมอบให้เมื่อ 11 ปีก่อนจนหมดเกลี้ยง  (คีชอลขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเพื่อนำเงินมามอบให้ฮงชอล) 



ระหว่างที่แฮจูพายองจูมาจับกบในทุ่ง "ซังแท" ลูกชายคนโตของฮงชอลก็นำไม้ไปแหย่รังผึ้งที่อยู่ใต้ดิน แฮจูเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปห้าม แต่ผึ้งเกิดแตกรังเสียก่อน หลังถูกผึ้งต่อยปาก ซังแทก็รีบเผ่นหนีโดยทิ้งน้องสาวตัวน้อยและแฮจูเอาไว้เบื้องหลัง ระหว่างวิ่งหนีฝูงผึ้งยองจูเกิดสะดุดล้ม แฮจูเลยรีบวิ่งเข้าไปอุ้มแล้วพาน้องวิ่งหนี เมื่อถูกผึ้งรุมต่อยจนหมดแรงวิ่งแฮจูก็จับยองจูนอนคว่ำลงกับพื้นแล้วใช้ตัวเองกำบังไม่ให้น้องโดนผึ้งต่อย จากนั้นร้องกระต๊ากๆ

ชางฮี (ลูกชายคีชอล) เดินผ่านมาเห็นแฮจูโดนผึ้งรุมต่อย ก็รีบถอดเสื้อแล้วนำมาโบกไล่ฝูงผึ้งให้ จากนั้นก็ตักน้ำมาสาดใส่แฮจูแล้วบอกให้เธอลุกขึ้น แฮจูรีบอุ้มยองจูที่กำลังร้องไห้จ้าขึ้นมาปลอบและสำรวจตามตัวน้องด้วยความเป็นห่วง  ชางฮีเห็นแฮจูห่วงน้องสาวมากกว่าตนจึงบอกว่าน้องสาวเธอไม่เป็นไร  มีแต่เธอที่ถูกผึ้งรุมต่อยจนหน้าเยิน เมื่อเห็นว่าแฮจูไม่เป็นอะไร ชางฮีก็ถามด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงร้องกระต๊ากๆ  ตลอดเวลา แฮจูตอบว่าผึ้งกลัวไก่ เพราะไก่ชอบคุ้ยดินและกินผึ้งเป็นอาหาร ชางฮีหันไปหาซังแทที่ยืนเอามือกุมปากอยู่ห่างๆ แล้วตำหนิซังแทที่ไม่ยอมช่วยแฮจู



ชางฮีเดินจากไปได้ไม่กี่ก้าวแฮจูก็หมดสติ เขาเลยแบกแฮจูขึ้นหลังแล้วพาเธอมาหาพ่อ ฮงชอลเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งไปหาแฮจูด้วยความเป็นห่วง ยิ่งรู้ว่าแฮจูโดนผึ้งรุมต่อยฮงชอลก็ยิ่งตกใจ ขณะเดียวกัน "โจ ดัลซุน" ภรรยาของฮงชอลซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ก็รีบเข้าไปดูลูกๆ ซังแทบอกแม่ว่ายองจูไม่เป็นไร ส่วนตนโดนผึ้งต่อยจนปากบวมฉึ่ง ดัลซุนเลยร้องขอเต้าเจี้ยวจากคีชอล แล้วนำมาป้ายปากให้ซังแท (เป็นวิธีถอนเหล็กไนแบบดั้งเดิม) พอหันไปเห็นแฮจูนอนหลับไหลไม่ได้สติโดยมีฮงชอลคอยดูแลไม่ห่างแถมยังช่วยป้ายเต้าเจี้ยวบนรอยผึ้งต่อยให้ เธอก็โทษว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของแฮจู

อีกด้านหนึ่งโดฮยอนก็กำลังอยู่ในห้องประชุม ลูกน้องของเขารายงานความคืบหน้าเรื่องการกว้านซื้อที่ดินเพื่อทำอู่ต่อเรือว่า ในตอนนี้ที่ดินราว 80% พร้อมให้เข้าซื้อแล้ว (เป็นที่ดินของรัฐ) ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นที่ดินส่วนหนึ่งในหมู่บ้านซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของคนยากจน แต่พื้นที่ๆ เจรจายากที่สุดและเป็นแปลงที่มีขนาดใหญ่สุดก็คือบริเวณที่เป็นสวนลูกแพร์ เพราะเป็นที่ดินที่ฮักซูได้มอบให้ชาวบ้านไว้ใช้ทำสวนฟรีๆ เมื่อได้ยินชื่อฮักซู โดฮยอนก็ของขึ้น เขาตะคอกถามลูกน้องเสียงดังลั่นว่าสรุปแล้วจะซื้อที่ดินได้ไหม ลูกน้องของเขาตอบว่าการไล่ที่ชาวบ้านที่เข้ามาอาศัยอยู่บนที่ดินของรัฐอย่างผิดกฏหมายไม่ใช่เรื่องยาก แต่สวนลูกแพร์เป็นของเอกชนจึงต้องใช้เงินในการกว้านซื้อเป็นจำนวนมหาศาล โดฮยอนได้ยินดังนั้นจึงบอกว่าตนจะจัดการเรื่องนี้เอง


หลังเลิกประชุมแล้วโดฮยอนก็ไปรับลูกๆ และภรรยาที่ลานสเก็ตเพื่อเดินทางกลับบ้านด้วยกัน ส่วนทางด้านฮงชอลและครอบครัวก็กำลังถูกคีชอลไล่ออกจากบ้าน คีชอลพยายามอธิบายว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของตน จากนั้นก็จ้างคนขับรถให้ช่วยพาทุกคนไปจากที่นี่ ฮงชอลตัดพ้อว่าทำไมคีชอลถึงทำกับตนได้ลงคอ  ดัลซุนได้ยินดังนั้นก็ตำหนิสามีที่โดนไล่แล้วยังไม่ยอมไป เมื่อเห็นดัลซุนพาลูกๆ ขึ้นไปจับจองที่นั่งหน้ารถ  ฮงชอลก็แย้งว่าแฮจูกำลังไม่สบาย แต่ดัลซุนไม่สนใจและอ้างว่าเธอกำลังท้องแก่ (ส่วนซังแทแม้จะเป็นผู้ชายและอายุมากกว่าแฮจู แต่เธอก็ไม่ยอมให้เขานั่งตากลมทางด้านหลังเช่นกัน)

 เมื่อเห็นรถยนต์วิ่งเข้ามาในบริเวณบ้าน คีชอลก็เร่งให้ฮงชอลรีบขึ้นรถ โดฮยอนเห็นรถหกล้อวิ่งสวนออกไปจึงถามคีชอลว่าคนที่อยู่ในรถเป็นใคร คีชอลตอบว่าเป็นแค่คนที่ตนรู้จัก กึมฮีถามคีชอลว่าเขาพาคนนอกเข้าไปในบ้านหรือเปล่า คีชอลรีบปฏิเสธอย่างนอบน้อม กึมฮีสงสัยว่าทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ คีชอลถึงมีทีท่าอึดอัดใจ แต่พอหันไปเห็นชางฮีเธอก็ไม่คิดที่จะคาดคั้น ชางฮีเห็นพ่อคอยตามรับใช้ทุกคนอย่างกุลีกุจอก็ได้แต่ยืนมองด้วยความรู้สึกเจ็บปวด



หลังออกเดินทางมาได้สักพัก ดัลซุนก็สั่งให้คนขับหยุดรถ แล้วลงมาถามฮงชอลว่าจะให้รถไปส่งที่ไหน  ฮงชอลตอบว่าต้องพาแฮจูไปส่งโรงพยาบาลก่อน  ดัลซุนเหน็บว่าเขามีเงินค่ารักษาหรือ เธอไม่พอใจที่ฮงชอลเป็นห่วงแฮจูมากกว่าตนเองและลูกๆ  จึงประท้วงด้วยการล้มตัวลงนอนบนพื้นแล้วบอกว่าจะคลอดลูกข้างถนน  เธอยืนกรานว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เพราะก่อนหน้านี้ฮงชอลเคยบอกเธอว่าถ้ามาอุลซานแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ที่สำคัญ เธอไม่อยากกลับไปผจญกับบรรดาเจ้าหนี้อีกต่อไปแล้ว คนขับรถขนของเห็นดังนั้นก็เริ่มทนไม่ไหว จึงโยนข้าวของลงจากลงรถด้วยความโมโห ทำให้โดนฮงชอลและลูกเมียต่อว่า หลังเริ่มมีปากเสียง ฮงชอลและดัลซุนก็ช่วยกันรุมทำร้ายคนขับรถ ทำให้ถูกทิ้งไว้ที่เมืองอุลซาน

เมื่อไม่มีรถ ฮงชอลก็ต้องแบกแฮจูไว้บนหลังแล้วพาลูกเมียเดินหอบข้าวของไปถามถนน เขาพยายามโบกรถแต่ก็ไม่มีคันไหนจอดรับ กระทั่ง "ยู จองอู"  (อาแท้ๆ ของยูจินหรือแฮจูในปัจจุบัน) ผ่านมาเจอเข้าโดยบังเอิญ จึงพาทุกคนไปพักที่บ้านหลังหนึ่ง ฮงชอลและครอบครัวจึงเริ่มต้นชีวิตใหม่กันที่นั่น


หลังหายไข้แล้วแฮจูก็ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนใหม่ โดยมีจาง อินฮวา ลูกสาวโดฮยอนเป็นเพื่อนร่วมชั้น และเนื่องจากไม่มีโต๊ะว่าง คุณครูจึงบอกให้แฮจูไปนั่งกับอินฮวาเป็นการชั่วคราว (อินฮวาเป็นนักเรียนคนเดียวในห้องที่ไม่นั่งคู่กับใคร แถมโต๊ะของเธอยังปูด้วยผ้าลายดอกไม้สีชมพูอีกต่างหาก) อินฮวารังเกียจแฮจูที่เนื้อตัวมีแต่กลิ่นเต้าเจี้ยว เลยบอกให้เพื่อนอีกคนมานั่งกับเธอแทน แฮจูแย้งว่าครูบอกให้เธอมานั่งกับอินฮวา  อินฮวาหันไปมองหน้าครูประจำชั้นกึ่งสั่ง ครูเลยบอกให้แฮจูสลับที่นั่งกับเพื่อนอีกคนตามความต้องการของอินฮวา

เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง แฮจู (ซึ่งไม่ได้พกกล่องข้าวมาด้วย) เห็นอาหารกลางวันในกล่องข้าวเพื่อนๆ ถูกจัดวางและตกแต่งอย่างสวยงามจึงเดินเข้าไปดู เพราะเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน  ทำให้ถูกเพื่อนร่วมแกงค์ของอินฮวารุมต่อว่าอย่างดูถูก อินฮวาผลักกล่องข้าวทั้งหมดลงจากโต๊ะท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนๆ โดยอ้างว่าน้ำลายแฮจูกระเด็นลงไปในกล่องข้าวทำให้เธอทานไม่ลง แฮจูซึ่งเติบโตมาอย่างอดอยากยากแค้นเห็นข้าวหล่นกระจายเต็มพื้นก็รู้สึกเสียดาย จึงใช้มือหยิบอาหารใส่กลับเข้าไปในกล่อง แม้อินฮวาจะบอกหลายครั้งว่าให้ปล่อยไว้อย่างนั้นแต่แฮซูก็ไม่ฟัง ซ้ำยังตำหนิอินฮวาอีกด้วย  อินฮวาไม่เคยโดนคนขัดใจจึงตบหน้าแฮซูเพื่อเป็นการสั่งสอน ทำให้ถูกแฮซูตบกลับ อินฮวาไม่คาดฝันว่าจะมีใครกล้าแข็งข้อกับเธอจึงร้องไห้โฮ 



แฮซูถูกครูประจำชั้นเรียกไปตำหนิและลงโทษ แฮซูยอมรับว่าตนทำผิด แต่ไม่ยอมรับเรื่องที่โดนลงโทษเพียงคนเดียว เธอบอกครูว่าอินฮวาเองก็ผิดที่ตบหน้าเธอก่อนจึงสมควรโดนลงโทษเช่นกัน แต่ครูกลัวอิทธิพลของโดฮยอนจนไม่คำนึงความถูกต้อง จึงบอกแฮซูว่าถ้าเธอไม่ยอมรับโทษก็ให้พาแม่มาพบครูที่โรงเรียน  แฮจูจึงยอมโดนลงโทษแตโดยดี 

หลังทราบว่าอินฮวาโดนเพื่อนร่วมชั้นตบหน้า กึมฮีก็รีบบึ่งไปหาอินฮวาที่โรงเรียนทันที เมื่อไปถึงห้องเรียนเธอก็พบว่าอินฮวากำลังนั่งหัวเราะร่วน เธอพาอินฮวาไปพบครูประจำชั้นเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงทำให้ได้พบแฮจู (ซึ่งก็คือ "ยูจิน" ลูกสาวของเธอ) เป็นครั้งแรก  ครูประจำชั้นรีบขอโทษกึมฮีและบอกให้แฮจูขอโทษอินฮวา แต่แฮจูไม่ยอมขอโทษเลยถูกครูใช้ไม้เรียวตีไม่ยั้ง กึมฮีทนดูต่อไปไม่ไหวเลยบอกให้หยุดและตำหนิครูที่เฆี่ยนตีนักเรียนเพราะเรื่องเล็กน้อย   


ด้านซังแทลูกชายคนโตของฮงชอลก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนชาย โดยอยู่ห้องเดียวกับชางฮี และ "จาง อิลมูน"  (ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องและลูกชายคนโตของโดฮยอน) หลังเลิกเรียนครูประจำชั้นประกาศว่าในปีนี้ชางแทจะได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันด้านคณิตศาสตร์ อิลมูนแย้งว่าทำไมโรงเรียนถึงส่งชางแทไปสอบแข่งขันเพียงคนเดียว (ทำไมไม่ส่งตนไปด้วย) ครูจึงอธิบายว่าปีนี้ผู้จัดการแข่งขันต้องการให้ส่งนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดไปร่วมแข่งขันเพียงคนเดียว อิลมูนยังคงแย้งว่าหากส่งตนไป ตนต้องคว้ารางวัลมาได้แน่นอน ที่สำคัญปีที่แล้วทางโรงเรียนก็เพิ่งส่งชางฮีไป ครูจึงตัดบทด้วยการบอกให้อิลมูนรอโอกาสหน้า แล้วรีบเดินออกจากห้องทันที 

ซังแทเป็นปลื้มเมื่อรู้ว่าตนได้นั่งข้างนักเรียนหัวกะทิอย่างชางฮี อิลมูนเห็นซังแทชื่นชมชางฮีจนออกนอกหน้าก็รู้สึกหมั่นไส้จึงบอกให้ชางฮีไปทำเวร ชางฮีแย้งว่าวันนี้ไม่ใช่เวรทำความสะอาดของตน อิลมูนจึงเบ่งว่าตนคือคนกำหนดว่าจะให้ชางฮีทำเวรวันไหน ซังแทรู้ว่าอิลมูนอิจฉาชางฮี จึงหันไปถามชางฮีว่าการเป็นตัวแทนไปสอบแข่งขันมันเจ๋งมากเลยหรือ อิลมูนเลยถีบโต๊ะซังแทด้วยความไม่พอใจ หลังจากนั้นสมุนคนหนึ่งของอิลมูนก็เข้ามาตบปากซังแทและพูดจาข่มขู่ ชางฮีไม่อยากมีเรื่องจึงรับปากอิลมูนว่าตนจะทำความสะอาดห้องก่อนกลับบ้าน ถึงกระนั้นอิลมูนก็ยังส่ายหน้าด้วยความไม่พอใจ ลูกสมุนของอิลมูนจึงเข้าไปหาเรื่องและตบหัวชางฮี


คังซานซึ่งนอนฟุบอยู่ทางด้านหลังห้องได้ยินเสียงเอะอะก็เริ่มหมดความอดทน เขาจึงลุกขึ้นมาตบหัวลูกสมุนคนหนึ่งของอิลมูน  ก่อนเดินไปหาสมุนอีกคนที่ข่มขู่ชางฮี ปรากฏว่าไม่มีใครกล้าหือกับคังซาน แถมคนที่ถีบโต๊ะเมื่อสักครู่ยังเอ่ยปากขอโทษที่ทำให้คังซานตื่น คังซานจึงบ่นว่าตนกำลังจะได้จูบสาว (ในฝัน) อยู่แล้วเชียว หลังจากนั้นคังซานก็เดินไปจับไหล่อิลมูนแล้วบอกว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าห้องเขาควรทำตัวเป็นแบบอย่างและควรทำความสะอาดเมื่อถึงเวรของตน ซึ่งอิลมูนก็ยอมทำตามแต่โดยดี หลังจากนั้นคังซานก็เดินกลับไปนอนที่โต๊ะ  พอนึกขึ้นได้ว่าเลิกเรียนแล้วเขาก็ลุกขึ้นและวิ่งออกจากห้องไปทันที

คังซานรีบไปหา "คัง แทเปียง" ผู้เป็นปู่ที่อู่ต่อเรือและพบว่าปู่ของเขากำลังเชื่อมเหล็กบนตัวเรืออยู่ แทเปียงเห็นหลานแวะมาหาที่อู่จึงส่งหน้ากากเชื่อมให้คังซานแล้วบอกให้เขาลองเชื่อมเหล็กให้ดู แต่คังซานอ้างว่างานเชื่อมเหล็กไม่สนุก (ความจริงแล้วเขากลัวไฟ) จากนั้นก็นำโมเดลเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจี ที่ออกแบบและต่อเองมาอวดปู่ด้วยความภาคภูมิใจ แทนที่จะกล่าวชมหลาน แทเปียงกลับใช้ขวานสับโมเดลเรือจนแตกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นก็พูดคำเดิมว่าตราบใดที่คังซานยังเชื่อมเหล็กไม่ได้ก็อย่าคิดที่จะทำอย่างอื่น ดังนั้น ก่อนออกแบบและทำโมเดลเรือ เขาต้องชำนาญด้านการเชื่อม การทาสี และต้องซ่อมเรือเป็นก่อน

ส่วนทางด้านแฮจูก็กำลังเดินเก็บขวดอยู่บนภูเขา เมื่อพบว่ามีอู่ต่อเรืออยู่ด้านล่างเธอวิ่งขึ้นไปดูบนเนินด้วยความตื่นเต้น ในตอนนั้นโดฮยอนก็กำลังยืนดูอู่ต่อเรืออยู่เช่นกัน แต่เขายืนอยู่ทางด้านหน้าซึ่งมองเห็นอู่ต่อเรือได้ชัดกว่า พอโดฮยอนกลับไปแล้วแฮจูก็รีบวิ่งไปดูใกล้ๆ บ้าง พลางคิดว่าเธอโชคดีที่ได้เห็นอู่ต่อเรือแม้เพิ่งผ่านเรื่องแย่ๆ มาก็ตาม


โดฮยอนเรียกคีชอลมาพบแล้วสั่งให้เขาจัดการสวนลูกแพร์ โดยให้เหตุผลว่าคีชอลเป็นเพื่อนของฮักซู จึงน่าจะรู้จักกับบรรดาเจ้าของสวนเป็นอย่างดี (ฮักซูเป็นคนมอบที่ดินให้ชาวบ้านทำสวนลูกแพร์) คีชอลถามโดฮยอนว่าจะจัดการกับชาวบ้านที่เข้ามาตั้งรกรากทางด้านหลังสวนลูกแพร์ยังไง โดฮยอนตอบว่าเอาไว้ค่อยจัดการทีหลัง เพราะถึงยังไงชาวบ้านเหล่านั้นเข้ามาตั้งรกรากอย่างผิดกฏหมายอยู่แล้ว จึงจัดการได้ไม่ยาก คีชอลออกความเห็นว่าโดฮยอนน่าจะมอบเงินชดเชยเล็กน้อยๆ ให้ชาวบ้านเหล่านั้น บ้าง เพราะพวกเขาเป็นคนยากจน โดฮยอนกล่าวว่าถ้าตนมอบเงินให้ชาวบ้านแถบนี้ คนที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ก็จะออกมาเรียกร้องขอค่าชดเชยบ้าง จึงต้องใช้ไม้แข็งจัดการขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีคำว่าปราณี

หลังจากนั้นโดฮยอนก็กลับบ้านพร้อมกับกล่องแจกันดินเผาโบราณล้ำค่าสมัยราชวงศ์โครยอ เมื่อเห็นกึมฮีนั่งมองรูปเด็กหญิงยูจิน เขาก็ถามว่าวันนี้เป็นวันเกิดของยูจินใช่ไปไหม กึมฮีพยักหน้าอย่างโศกเศร้า โดฮยอนจึงบอกให้เธอปล่อยวางเรื่องยูจิน และปลอบใจว่าตอนนี้ยูจินคงอยู่บนสวรรค์อย่างมีความสุข


แฮจูนำขวดเปล่าที่เก็บได้ไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อเต้าหู้  กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ  ดัลซุนเห็นแฮจูเพิ่งกลับบ้านก็ตวาดใส่เสียงดังลั่นว่าทำไมเพิ่งกลับมา แฮจูรู้ว่าทุกคนกำลังหิวจึงรีบเข้าครัวไปหุงข้าวและทำอาหาร แม้เธอเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ ที่โรงเรียนแถมยังเหนื่อยกับการเก็บขวด แต่พอเห็นว่าข้าวไม่พอเธอก็เสียสละข้าวให้คนอื่นๆ และนั่งมองทุกคนทานอย่างมีความสุข โดยอ้างว่าเธอไม่หิวเพราะเพื่อนซื้อขนมปังให้ทานก่อนกลับบ้าน   ดัลซุนต่อว่าแฮจูที่กินขนมปังโดยไม่แบ่งให้ซังแทและยองจู ทั้งยังไล่ให้แฮจูออกไปนอนบนพื้นทางด้านนอก ฮงชอลแย้งว่าในบ้านมีตั้งสองห้องทำไมต้องไล่แฮจูให้ออกไปนอนบนพื้นข้างนอก (ชานบ้าน)  ดัลซุนอ้างว่าซังแทเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้วจะให้นอนกับแฮจูได้ยังไง ฮงชอลจึงบอกว่างั้นตนจะออกมานอนข้างนอกเอง ดัลซุนจึงอ้างว่าถ้าเธอเป็นตะคริวแล้วใครจะช่วย ฮงชอลจะเถียงกลับแต่แฮจูตัดบทว่าเธอชอบนอนข้างนอก   ฮงชอลได้ยินแล้วถึงกับกินข้าวไม่ลงเพราะสงสารแฮจู 

หลังหุงหาอาหารให้ทุกคนทานแล้ว แฮจูยังต้องมานั่งล้างจานอีกกองโต ฮงชอลเห็นแล้วก็ยิ่งสงสาร คืนนั้นเขาจึงออกมานอนเป็นเพื่อนแฮจูทางด้านนอกโดยอ้างว่าข้างในร้อน แฮจูนอนมองดาวเหนือบนฟ้าแล้วกล่าวว่าฮงชอลเคยสอนเธอเรื่องการใช้ดาวเหนือเป็นเครื่องบอกทิศ ตอนนั้นเขาบอกเธอว่าถ้าหาตำแหน่งดาวเหนือเป็น ต่อให้อยู่กลางทะเลและไม่มีเข็มทิศก็จะไม่หลงทาง ฮงชอลได้ยินแล้วน้ำตาคลอเบ้า จึงนอนหันหลังให้แฮจู (หันไปทางดาวเหนือ) แล้วเปรยว่าตนกำลังหลงทาง  


หลังเลิกเรียนวันรุ่งขึ้น อินฮวาและเพื่อนๆ เห็นแฮจูกำลังเก็บขวดเปล่าจากถังขยะจึงหยุดดู อินฮวายืนเท้าเอวถามแฮจูว่าเธอกำลังทำอะไร แต่แฮจูไม่สนใจ ไม่หันไปมอง และไม่ตอบคำถามของอินฮวา อินฮวาอยากให้แฮจูหันมาสนใจและให้ความสำคัญกับตนเหมือนคนอื่นๆ บ้าง จึงบอกว่าที่บ้านเธอมีขวดมากกว่านี้อีก แฮจูหันขวับแล้วบอกว่า 20 ขวดแลกเต้าหู้ได้หนึ่งก้อน จากนั้นก็ถามว่าที่บ้านอินฮวามีกี่ขวด อินฮวาตอบว่ามากกว่านี้เยอะและชวนแฮจูไปดูให้เห็นกับตา 

แฮจูตกตะลึงเมื่อเห็นขวดเปล่ากองสูงท่วมหัว เธอถามอินฮวาด้วยความตื่นเต้นว่าจะให้เธอทั้งหมดนี่เลยใช่ไหม อินฮวาออกอาการเซ็งเมื่อเห็นแฮจูสนใจแต่ขวด ทั้งๆ ที่เธอต้องการอวดบ้านให้แฮจูอิจฉาเล่น และอยากให้แฮจูรู้ว่าเธอเป็นลูกใคร (จะได้ยอมอ่อนข้อให้เธอ) แฮจูเลยแกล้งหันไปมองรอบๆ บ้านแล้วชมว่าที่นี่กว้างขวางดี ด้านคีชอลเห็นอินฮวาพาแฮจูมาที่บ้านก็รู้สึกตกใจและเริ่มเป็นกังวล


อินฮวาพาแฮจูเข้าไปดูความหรูเริ่ดอลังการภายในบ้านและบอกให้แฮจูลองนั่งโซฟาดู แต่แฮจูยังคงไม่สนใจและไม่ตื่นเต้นไปกับความร่ำรวยของอินฮวา  อินฮวาจึงหยิบแจกันศิลาดลโบราณของพ่อออกมาอวดแล้วบอกว่าแจกันใบนี้มีมูลค่า 30 ล้านวอน (ราว 8.3 แสนบาท) แทนที่จะช็อคแฮจูกลับหัวเราะแล้วหาว่าอินฮวาขี้โม้  เมื่อเห็นอินฮวายืนกรานหนักแน่นว่าเธอพูดเรื่องจริง แฮจูจึงขอดู อินฮวายื่นแจกันให้แฮจู แต่แฮจูยังไม่ทันรับอินฮวาก็ปล่อยมือเสียก่อนทำให้แจกันร่วงลงพื้น กึมฮีได้ยินเสียงของหล่นแตกจึงเดินออกมาดู เมื่อเห็นว่าแจกันโบราณล้ำค่าแตกเป็นเสี่ยงๆ เธอก็รู้สึกตกใจและหันไปมองหน้าอินฮวาด้วยสายตาคาดคั้น  อินฮวารีบบอกว่าเธอไม่ได้ทำ กึมฮีจึงหันไปมองแฮจู แฮจูพูดไม่ออกจึงรีบก้มลงไปเก็บเศษแจกัน ทำให้กึมฮีเห็นรอยแผลเป็นที่หลังคอแฮจู 


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรติดตามได้ทางช่องเวิร์คพอยท์ทีวี

* เนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดงนำ



ฮัน จีเฮ 
รับบท ชอน แฮจู




คิม แจวอน
รับบท คังซาน



แจฮี
รับบท ปาร์ก ชางฮี




ซน อึนซอ
รับบท จาง อินฮวา




คิม ยูจอง
 รับบท ชอน แฮจู ตอนเด็ก



ปาร์ก จีบิน
 รับบท  คังซาน ตอนเด็ก



ปาร์ก กอนแท
 รับบท  ชางฮี ตอนเด็ก




ฮยอน ซึงมิน
รับบท จาง อินฮวา ตอนเด็ก

* ภาพจากเอ็มบีซี





* ดูเบื้องหลังละครได้ ที่นี่


*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา