วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2559

เรื่องย่อ ตำนานรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้ (Cruel Romance)




กำกับ: หลินเหอหลง (ชาวไต้หวัน)
เขียนบท: เยวี๋ยนซว่าย
แนวละคร: โรแมนติก, แอ็คชั่น
จำนวนตอน: 40
ออกอากาศ: จีน - 3 มีนาคม 2558 ทางหูหนานทีวี
                 ไทย - ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 21.15 - 22.15 น. ทางทรูโฟร์ยู ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 - 31 พฤษภาคม 2559

เรื่องย่อ




ละคร  "ตำนานรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้ (Cruel Romance)" ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง "จิ่นซิ่วหยวน" (ชะตาชีวิตของจิ่นซิ่ว) เนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์ในยุคสาธารณรัฐจีน (ค.ศ. 1912-1949 (พ.ศ. 2455–2492) - เป็นยุคที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติซินไฮ่อันนำมาซึ่งการล่มสลายของราชวงศ์ชิง) โดยนำเสนอเรื่องราวของเด็กสาวนามว่า "หรงจิ่นซิ่ว" ซึ่งเดินทางมาที่เซี่ยงไฮ้ตามลำพังเพื่อสืบหาตัวการที่สังหารสมาชิกทุกคนในบ้านอย่างเหี้ยมโหด โดยมีนาฬิกาพกเป็นเบาะแสเพียงชิ้นเดียว 

ระหว่างเดินทางเธอได้พบมาเฟียหนุ่มรูปงามที่มีชื่อว่า "จั่วเจิ้น" และมีเหตุให้ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นทั้งคู่ลั่นวาจาว่าจะไม่พบหรือข้องแวะกันอีก แต่โชคชะตากลับนำพาให้ทั้งคู่ได้มาพบและช่วยเหลือกันและกันอีกหลายครั้ง จั่วเจิ้นประทับใจในความกล้าหาญของจิ่นซิ่วจึงตกหลุมรักและคอยปกป้องเธอ แต่จิ่นซิ่วกลับสนใจ "เซี่ยงอิงตง" ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของจั่วเจิ้น ทั้งยังเป็นน้องชายของนักธุรกิจผู้กว้างขวางและมั่งคั่งที่สุดในเซี่ยงไฮ้อีกด้วย หลังผ่านเรื่องราวร้ายๆ และเข้าใจผิดกันหลายครั้ง ในที่สุดจิ่นซิ่วกับจั่วเจิ้นก็ได้ครองรักกัน

ตอนที่ 1 
  

เรื่องราวในละครเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1932 (พ.ศ. 2475) ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองเจิ้นเจียง "หรงจิ่นซิ่ว" แอบเข้าร่วมการแข่งขันปีนเสาไม้ชิงลูกบอลผ้าไหม 5 สีในเทศกาลฉงหยาง* เพราะต้องการนำรางวัล (ขนมฉงหยางหรือฮวาเกา) ไปให้แม่ที่กำลังล้มป่วย แม้ต้องแก่งแย่งกับผู้ชายนับสิบคนแต่เพราะความมุ่งมั่น กล้าหาญ เธอจึงคว้าชัยชนะและได้ขนมมงคลมาครองในที่สุด เมื่อนำขนมไปให้ "หรงซินหรู" ผู้เป็นแม่ จิ่นซิ่วก็พบว่าแม่ของเธอกำลังเศร้าใจและรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ยินข่าวคราวของ "หมิงจู" (พี่สาวต่างมารดา) กับ "หลี่ซินผิง" (แม่หมิงจู) อีกตามเคย   (หลี่ซินผิงเป็นภรรยาคนแรกของพ่อจิ่นซิ่วและยังเป็นป้าแท้ๆ ของจิ่นซิ่วอีกด้วย ทั้งคู่ไปจากบ้านสกุลหรงนานถึง 14 ปีแล้ว)

*  เทศกาลฉงหยาง (เทศกาล 9 คู่) เป็นเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในวันที่ 9 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน สาเหตุที่เรียกว่าวันฉงหยาง เพราะเลข 9 เป็นเลข "หยาง" (เลขคี่เป็นเลขหยาง เลขคู่เป็นเลขหยิน) ดังนั้น วันที่ 9 เดือน 9 จึงเรียกว่า "ฉงหยาง" (หยางคู่) อีกทั้งเลข 9 ในภาษาจีนยังอ่านออกเสียงว่า "จิ่ว" ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า "จิ๋วจิ่ว" ที่แปลว่า "ยืนยาว" นอกจากนี้ เลข 9 ยังเป็นเลขหยางที่ใหญ่ที่สุด เป็นเลขมงคลที่มีความหมายดีที่สุด จึงมีความหมายว่า "อายุยืนยาว" และ "สามีภรรยารักกันและอยู่ด้วยกันยาวนานจนแก่เฒ่า" ประเพณีอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมาในช่วงเทศกาลดังกล่าว คือ การปีนที่สูง  ซึ่งส่วนใหญ่นิยมปีนเขาหรือเดินขึ้นเจดีย์สูง ส่วนขนมที่นิยมรับประทานเฉลิมฉลองเพื่อความเป็นสิริมงคล คือ ขนมฉงหยาง (ขนมประจำเทศกาล) หรือที่เรียกว่า ขนมดอกไม้ (ฮวาเกา) ขนมเบญจมาศ และขนมห้าสี 


"หรงชิงเยวี่ยน" (หมอหรง - พ่อจิ่นซิ่ว) ตำหนิจิ่นซิ่วเรื่องที่ทำตัวไม่สมกับเป็นกุลสตรี ซ้ำยังชอบหนีออกไปเถลไถลนอกบ้าน จากนั้นก็แกล้งขู่ว่าจะลงโทษเธอแต่สุดท้ายก็บอกให้เธอออกไปเก็บน้ำค้างบนใบบัวมาทำยาให้แม่ แถมยังแอบนำขนมมาให้เธอทานอีกด้วย (เขารู้ว่าจิ่นซิ่วทำทุกอย่างเพื่อแม่เลยโกรธไม่ลง) คืนนั้นจิ่นซิ่วพายเรือไปเก็บน้ำค้างบนใบบัวกลางดึกตามลำพัง พอเห็นร่างคนนอนนิ่งอยู่ที่ริมฝั่งเธอจึงพายเรือเข้าไปดูและพบว่าชายคนดังกล่าวคือ "อาจารย์เฉิน" ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ เธอจึงนำตัวอาจารย์เฉินไปที่บ้านหวังให้พ่อช่วยรักษาโดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังจะนำภัยอันใหญ่หลวงมาสู่ครอบครัว (ในตอนนั้นมีกลุ่มชายชาวญี่ปุ่นตามรอยเลือดมาที่สระบัวและสังเกตเห็นเรือลำหนึ่งจอดอยู่ริมตลิ่ง)

เมื่อหมอหรงตรวจดูบาดแผลก็พบว่าอาจารย์เฉินถูกยิงสาหัส "อาหม่า" (พ่อบ้านและผู้ช่วยหมอหรง) เห็นว่าอาจารย์เฉินมีปืนจึงเตือนนายของตนว่า ทุกวันนี้คนที่พกปืนมีแต่โจรกับพวกหนีทหาร หากนำตัวอาจารย์เฉินเข้ามารักษาในบ้านทุกคนอาจเดือดร้อนได้ เมื่อจิ่นซิ่วยืนยันว่าชายคนดังกล่าวคืออาจารย์ของตน  หมอหรงจึงรับตัวไว้รักษาเพราะเห็นว่าไหนๆ เขาก็มาถึงหน้าบ้านสกุลหรงแล้ว อาจารย์เฉินวานจิ่นซิ่วให้ช่วยนำนาฬิกาพกที่ซ่อนอยู่ใต้โขดหินริมตลิ่งมาให้ตน โดยย้ำว่าต้องนำมาให้ได้เพราะเป็นของสำคัญมาก จิ่นซิ่วได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งออกจากบ้านไปทันที


 

กลุ่มชายชาวญี่ปุ่นนำโดย "มาเอดะ ริวอิชิ" เดินตามรอยเลือดมาถึงหน้าบ้านสกุลหรง และพบว่าที่หน้าบ้านมีร่องรอยการสาดน้ำเพื่อทำลายคราบเลือดแบบลวกๆ ทำให้ยังคงมีรอยเลือดหลงเหลืออยู่ พวกเขาจึงบุกเข้าไปสังหารทุกคนที่พบ (มีชายชาวจีนคนหนึ่งเห็นเหตุการณ์จึงแอบดูอยู่ห่างๆ) อาจารย์เฉินนึกว่าชาวญี่ปุ่นแค่บุกเข้ามาในบ้านเพียงเพื่อค้นหาตัวเขาเลยรีบหนีไป เพราะไม่อยากทำให้ครอบครัวหมอหรงเดือดร้อน แต่สุดท้ายทุกคนในบ้านสกุลหรงก็ถูกสังหารหมู่อยู่ดี (มาเอดะเป็นคนลั่นไกยิงพ่อกับแม่ของจิ่นซิ่ว)

  

เมื่อจิ่นซิ่วกลับมาถึงบ้านก็พบแต่ร่างไร้วิญญาณ คงมีเพียงหมอหรงที่ยังไม่สิ้นใจ เขาจึงบอกให้จิ่นซิ่วรีบหนีไป พอเห็น "จีโร่ มัตซูโมโต" (ลูกน้องมาเอดะ) เดินตรงมาที่ห้องหมายสังหารจิ่นซิ่ว หมอหรงก็เร่งให้จิ่นซิ่วรีบหนีไปและใช้ร่างตัวเองบังกระสุนให้เธอ จิ่นซิ่วหนีเตลิดเข้าไปในป่าและเกือบถูกชาวญี่ปุ่นสังหารแต่อาจารย์เฉินมาช่วยเอาไว้ได้ทัน  (กระดุมเสื้อของเธอถูกดาบฟันตกอยู่ข้างศพชาวญี่ปุ่น) อาจารย์เฉินขอโทษที่ทำให้จิ่นซิ่วและครอบครัวเดือดร้อน  ถึงกระนั้นเขาก็ขอให้เธอช่วยเก็บรักษานาฬิกาเอาไว้ และวานให้เธอช่วยนำนาฬิกาไปส่งที่โบสถ์พระแม่มารีในเซี่ยงไฮ้ก่อนวันที่ 10 ของเทศกาลตรุษจีน โดยย้ำว่าเธอจะต้องนำนาฬิกาไปส่งที่นั่นให้ได้

จิ่นซิ่วพยายามถามอาจารย์เฉินว่ากลุ่มชายชุดดำที่สังหารคนในครอบครัวของเธอเป็นใคร แต่อาจารย์เฉินไม่มีโอกาสอธิบายเพราะในตอนนั้นกลุ่มชายชาวญี่ปุ่นกำลังเดินตรงมาหาเขากับจิ่นซิ่ว เมื่อเห็นว่าจิ่นซิ่วมัวแต่อิดออดไม่ยอมหนี อาจารย์เฉินจึงผลักจิ่นซิ่วจนกลิ้งตกจากเนินเขา จากนั้นก็เผชิญหน้ากับกลุ่มชายชาวญี่ปุ่นตามลำพังและถูกฆ่าตายในที่สุด เมื่อจีโร่ค้นร่างอาจารย์เฉินแล้วไม่พบนาฬิกา มาเอดะก็สั่งให้ลูกสมุนออกไล่ล่าเจ้าของกระดุม (จิ่นซิ่ว) เพราะเชื่อว่าเอกสารลับ (ในนาฬิกาพก) ต้องอยู่กับเธออย่างแน่นอน

เมื่อย้อนกลับมาที่บ้านอีกครั้งจิ่นซิ่วก็พบว่าไฟกำลังโหมไหม้บ้านเธออย่างรุนแรง แม้เพื่อนบ้านจะช่วยกันดับไฟแต่ก็ควบคุมเพลิงเอาไว้ไม่อยู่ทำให้ทุกอย่างถูกเผาเป็นจุณ รวมทั้งร่างพ่อกับแม่และคนงานในบ้าน คงมีเพียงแหวนหยก (ที่พ่อเธอสวมติดนิ้วโป้ง) หลงเหลือไว้ให้ดูต่างหน้า หลังหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างจิ่นซิ่วจึงเดินทางไปเซี่ยงไฮ้เพื่อส่งมอบนาฬิกาตามคำไหว้วานของอาจารย์เฉิน ตลอดจนสืบหาเบาะแสและแก้แค้นให้ทุกคน 

  

"จั่วเจิ้น" ถือห่อยาจีนเดินตรงไปที่ท่าเรือเจิ้นเจียงแต่กลับถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อาวุธครบมือ (มีด/ดาบ) รุมทำร้าย แม้จะสู้ด้วยมือเปล่าแถมยังใช้แขนได้แค่ข้างเดียว (อีกข้างถือห่อยา) แต่เขาก็ปราบเหล่านักเลงจนอยู่หมัด แต่แล้วอยู่ๆ เขาก็ถูกชายฝีมือดีอีก 2 คนลอบโจมตี หนึ่งในนั้นพยายามยื้อแย่งห่อยาไปจากเขา อีกคนจึงถือโอกาสใช้ขอสับเข้าที่ต้นแขนของจั่วเจิ้น ถึงกระนั้นจั่วเจิ้นก็ยังเอาอยู่และชิงห่อยาคืนมาได้ หลังจั่วเจิ้นขึ้นมาบนเรือได้ไม่นานก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ขึ้นมาตามหาเขาบนเรืออย่างอุกอาจ

จิ่นซิ่วเห็นว่าแขนของจั่วเจิ้นมีเลือดออกจึงสงสัยว่าจั่วเจิ้นอาจโดนทำร้ายและกำลังถูกตามล่า เธอไม่ชอบเห็นคนถูกรังแกจึงอาสาพาจั่วเจิ้นไปหลบ จั่วเจิ้นปฏิเสธทันควัน แต่จิ่นซิ่วยืนยันว่าเธอแค่อยากช่วยและพาเขาไปหลบในมุมที่ลับตาคน (จึงมีเหล่าบรรดาคู่รักมาใช้เป็นที่พรอดรักกัน) พอเห็นหัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์เดินผ่านมาจั่วเจิ้นก็รีบหันหลังแล้วคว้าตัวจิ่นซิ่วมาจูบเพื่อไม่ให้ถูกสงสัย พอคนร้ายไปแล้วเขาก็รีบเช็ดปากและเดินจากไปอย่างไม่ใยดี จิ่นซิ่วจึงตามมาทวงคำขอโทษจากจั่วเจิ้นแต่จั่วเจิ้นไม่สนใจเพราะคิดว่าเธอก็เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ใช้ลูกไม้ตื้นๆ เพราะต้องการให้ตนสนใจ จิ่นซิ่วขู่ว่าจะตะโกนเรียกคนร้ายแต่จั่วเจิ้นกลับบอกว่าเชิญตามสบาย แถมยังไล่ตะเพิดเธอด้วยน้ำเสียงรำคาญ



อยู่ๆ ก็มีคนร้ายถือดาบกระโจนเข้าหาทั้งคู่ จั่วเจิ้นเห็นดังนั้นจึงรีบคว้าตัวจิ่นซิ่วมาไว้ในอ้อมกอดแล้วต่อสู้ด้วยแขนข้างที่ถือห่อยา (แขนอีกข้างไม่ว่างเพราะกอดจิ่นซิ่วอยู่ จิ่นซิ่วเองก็เกาะอกเขาแน่นด้วยความหวาดกลัว) แม้จะไม่มีอาวุธแถมในมือยังถือห่อยา แต่จั่วเจิ้นก็ใช้ทั้งแขนและขารับมือคนร้ายได้แบบชิลๆ ทั้งยังปกป้องจิ่นซิ่วจากคมดาบได้อีกด้วย หัวหน้าแก๊งเห็นความสามารถของจั่วเจิ้นก็เอ่ยปากชมว่าสมแล้วที่คนยกย่องให้เป็น "นายรองจั่ว" ถึงกระนั้นวันนี้เขาก็ต้องกำจัดจั่วเจิ้นให้ได้ แม้สมุนของชายคนดังกล่าวจะตามมาสมทบอีกเป็นพรวนแต่จั่วเจิ้นก็ไม่หวั่น เขาพยายามผลักจิ่นซิ่วออกไปให้พ้นตัวเพื่อจะได้ต่อสู้กับคนร้ายได้โดยสะดวก แต่จิ่นซิ่วดึงเสื้อจั่วเจิ้นไว้ไม่ยอมปล่อยทำให้เขาต้องออกแรงผลักจนเธอกระเด็นไปอีกทาง

หัวหน้าแก๊งคู่อริเห็นลูกน้องตนโดนจั่วเจิ้นจัดการจนหมอบราบคาบไปตามกันเลยจับจิ่นซิ่วเป็นตัวประกัน แต่จั่วเจิ้นกลับบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรกับจิ่นซิ่ว ถ้าอยากฆ่าเธอก็เชิญตามสบาย หัวหน้าแก๊งเห็นดังนั้นจึงปล่อยจิ่นซิ่วแล้วถือดาบวิ่งเข้าหาจั่วเจิ้น แต่สุดท้ายก็ถูกจั่วเจิ้นถีบจนร่างเซถลามาชนจิ่นซิ่ว ทำให้จิ่นซิ่วพลัดตกจากเรือ จั่วเจิ้นรีบวิ่งมาช่วยและคว้าข้อมือข้างหนึ่งของจิ่นซิ่วเอาไว้ได้ จิ่นซิ่วขอร้องให้จั่วเจิ้นช่วยเธอพลางเอื้อมมืออีกข้างมาคว้าแขนจั่วเจิ้นไว้ทำให้นาฬิกาพกหลุดมือ เธอปล่อยมือจากจั่วเจิ้นเพื่อคว้านาฬิกาแต่ก็คว้าไม่ทันจึงได้แต่ร้องลั่นว่านาฬิกาตกน้ำ จั่วเจิ้นพยายามใช้แขนทั้งสองข้าง (มือข้างหนึ่งยังคงถือห่อยาอยู่) ดึงร่างเธอขึ้นมา แต่จิ่นซิ่วกลับดึงเชือกมัดห่อยาของจั่วเจิ้นจนขาด ทำให้ห่อยาร่วงลงน้ำพร้อมกับร่างของเธอ แทนที่จะดันตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำ จิ้นซิ่วกลับดำน้ำลงไปเก็บนาฬิกาแต่เกิดหมดแรงก่อน โชคดีที่จั่วเจิ้นตามมาช่วยเธอเอาไว้ได้ทันเวลา 

  

เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จิ่นซิ่วก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องสวีทสุดหรูบนเรือ พอเห็นจั่วเจิ้นยืนเปลือยท่อนบนอยู่ในห้องเธอก็ร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ จั่วเจิ้นจึงถามว่าขนาดความตายเธอยังไม่กลัวแล้วตอนนี้เธอกลัวอะไร เขาโยนผ้าขนหนูให้เธอเช็ดตัว จากนั้นก็นำนาฬิกาพก (ที่เธอหวงนักหวงหนาถึงขนาดยอมเสี่ยงตายลงไปเก็บ) ออกมาพิจารณาแล้วบ่นว่าไม่เห็นจะมีราคาค่างวดเลยสักนิด เขานึกว่าเธอเดือดร้อนเรื่องเงินจึงถามว่าจะขาย (นาฬิกา) เท่าไหร่ จิ่นซิ่วแย้งว่านาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้มีไว้ขาย  ที่ผ่านมาจั่วเจิ้นเคยพบแต่ผู้หญิงที่เข้าหาเขาเพราะเงิน พอเห็นว่าเธอไม่ต้องการเงินเขาเลยให้โอกาสเธออีกครั้งโดยถามว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ จิ่นซิ่วไม่เข้าใจว่าจั่วเจิ้นพูดพล่ามเรื่องอะไรเลยขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย ที่สำคัญเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร จั่วเจิ้นขู่ว่าตนให้โอกาสจิ่นซิ่วครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จะขออะไรก็ว่ามา ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาเสียใจภายหลัง จิ่นซิ่วได้ยินดังนั้นจึงหาว่าเขาเพี้ยน

  

หลังเรือเทียบท่าที่ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ จั่วเจิ้นก็ออกมายืนเท่ห์อยู่บนบันไดเรือโดยมี "ถังไห่" และลูกน้องคนอื่นๆ กล่าวต้อนรับอย่างพร้อมเพรียงทางด้านล่าง จิ่นซิ่วเห็นจั่วเจิ้นยืนขวางกลางบันไดเลยยกกระเป๋าหลบแล้วแทรกตัวลงบันไดโดยไม่พูดจา ถังไห่เห็นดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเพราะปกติแล้วไม่เคยมีใครกล้าเดินนำหน้านายรองของตน จั่วเจิ้นร้องเรียกจิ่นซิ่วแต่เธอแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ถังไห่เลยเข้ามาขวางเอาไว้ จั่วเจิ้นบอกจิ่นซิ่วว่าตนจะให้โอกาสเธอเป็น 'ครั้งสุดท้าย' ไม่ว่าเธอจะโก่งราคา (นาฬิกา) สักเท่าไหร่ตนก็ยินดีจ่ายเพราะตนอยากได้นาฬิกาของเธอ จิ่นซิ่วย้อนว่าก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนเรือเขาก็บอกเธอว่าจะให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้าย พอลงเรือแล้วยังพูดเหมือนเดิมอีก สงสัยว่าเขาคงมีโอกาสสุดท้ายเหลือเฟือ เมื่อเห็นจั่วเจิ้นยืนอึ้ง จิ่นซิ่วก็บอกว่านาฬิกาเรือนนี้สำคัญกับเธอมาก ไม่ว่ายังไงเธอก็จะไม่ยอมขาย พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไป แต่จั่วเจิ้นรั้งเธอไว้และถอดสร้อยคอของตนออกมาให้เธอ โดยบอกว่าถ้ามีปัญหาหรือมีเรื่องเดือนร้อนอะไรในเซี่ยงไฮ้ให้แสดงสร้อยเส้นนี้ "นี่คือคำมั่นของผม...จั่วเจิ้น" 


ถังไห่เห็นว่านายของตนอยากได้นาฬิกาพก จึงแกล้งเดินชนจิ่นซิ่วแล้วแอบล้วงกระเป๋าขโมยนาฬิกาหน้าตาเฉย "สือฮ่าว" เห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหัว ระหว่างอยู่บนรถถังไห่บ่นว่าหลายวันที่ผ่านมาตนกับสือฮ่าวป็นห่วงจั่วเจิ้นมาก หากจั่วเจิ้นไม่สั่งห้ามพวกตนออกนอกเซี่ยงไฮ้ พวกตนคงไปตามหาจั่วเจิ้นที่เจิ้นเจียงแล้ว สือฮ่าวถามจั่วเจิ้นว่าได้ยามาหรือไม่ พอรู้ว่าจั่วเจิ้นทำยาหลุดมือไปสือฮ่าวก็รู้สึกกังวลเพราะคงยากที่จะแก้ตัวกับ "เฝิงเซียนเซิง" แต่ถังไห่กลับมองว่าไม่มีอะไรน่ากังวล เขาเชื่อว่าทั้งหมดเป็นกับดักของ "หลงซื่อ" และพวกญี่ปุ่นต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่   

หลังลงเรือจั่วเจิ้นก็ตรงไปที่คฤหาสน์ของเฝิงเซียนเซิง (นายใหญ่) ทันที พอเห็นหน้าจั่วเจิ้น หลงซื่อก็แกล้งแสดงความยินดีกับเฝิงเซียนเซิงที่กำลังจะหายจากอาการเจ็บป่วยเพราะได้ยาดีมารักษา เมื่อจั่วเจิ้นรายงานว่าตนทำงานไม่สำเร็จ เฝิงเซียนเซิงก็หน้าถอดสี หลงซื่อกล่าวว่าคนมีฝีมือขั้นเทพอย่างนายรองจั่วไม่มีทางทำเรื่องง่ายๆ ไม่สำเร็จ นอกเสียจากจงใจทำให้ยาหลุดมือไปเอง จั่วเจิ้นคุกเข่าขอให้เฝิงเซียนเซิงลงโทษตน เฝิงเซียนเซิงไม่เพียงไม่ลงโทษ แต่ยังบอกว่าในอนาคตสมาคมการค้าของตนต้องฝากให้จั่วเจิ้นและหลงซื่อช่วยกันดูแล



จั่วเจิ้นให้คำมั่นว่าตนจะหายาที่ดีกว่านี้มาให้ หลงซื่อได้ยินดังนั้นก็แสยะยิ้มแล้วหาว่าจั่วเจิ้นคุยโว เขากล่าวว่าตนรู้จักยาพื้นบ้านขนานหนึ่งแต่ส่วนผสมขาดไปหนึ่งอย่าง จากนั้นก็ถามจั่วเจิ้นว่าจะยอมเฉือนเนื้อของตัวเองมาทำยาให้เฝิงเซียนเซิงหรือไม่ จั่วเจิ้นจ้องหน้าหลงซื่ออย่างอาฆาตแค้นก่อนยกดาบสั้นขึ้นหมายแทงขาตัวเองแต่เฝิงเซียนเซิงห้ามเอาไว้ได้ทันแบบฉิวเฉียด แม้ร่างกายไม่แข็งแรงแต่เฝิงเซียนเซิงก็ยังอุตส่าห์เดินมาหาและประคองร่างจั่วเจิ้นขึ้น พลางกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่าไหนๆ ตนก็เป็นแบบนี้แล้ว การยอมเจ็บตัวเพื่อคนแก่อย่างตนมันไม่คุ้มกันเลย พูดจบเขาก็ตบไหล่จั่วเจิ้นเบาๆ ทำให้หลงซื่อแอบผิดหวังและยิ่งแค้นจั่วเจิ้นมากขึ้น

ถังไห่รู้สึกโกรธที่หลงซื่อคิดเล่นงานนายรองของตน เขาเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้พวกญี่ปุ่นต้องอยู่เบื้องหลังแน่ จึงยุให้จั่วเจิ้นไปคุยกับเฝิงเซียนเซิงอย่างเปิดอกในเรื่องนี้  แต่จั่วเจิ้นแย้งว่ายังไม่ถึงเวลา ถังไห่นึกขึ้นได้จึงบอกจั่วเจิ้นว่า "เซี่ยงอิงตง" กลับจากเรียนต่อต่างประเทศแล้ว  "เซี่ยงหานชวน" (พี่ชายเซี่ยงอิงตง) เลยจัดงานเลี้ยงต้อนรับที่ "พาราเมาท์ ไนท์คลับ" (หรือไนท์คลับ "พ่ายลาเหมิง") โดยเชิญคนมีชื่อเสียงทั้งหมดจากสมาคมและหน่วยงานต่างๆ ในเซี่ยงไฮ้มาร่วมงาน จั่วเจิ้นก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับคำเชิญ เมื่อถังไห่ถามจั่วเจิ้นว่าจะตอบรับคำเชิญหรือไม่ สือฮ่าวจึงกล่าวว่างานเลี้ยงคุณเซี่ยงทั้งที นายรองของพวกตนจะไม่ไปได้อย่างไร




หลังลงเรือจิ่นซิ่วตั้งใจว่าจะนำนาฬิกาไปส่งที่โบสถ์พระแม่มารี แต่พอขึ้นรถลากเธอกลับพบว่านาฬิกาหายไป มิหนำซ้ำยังถูกคนลากรถลวงไปชิงทรัพย์ในที่เปลี่ยวและหวังลวนลาม แต่พอคนร้ายเห็นสร้อยคอของจั่วเจิ้นก็แสดงอาการหวาดกลัวและรีบคุกเข่าขอโทษ จิ่นซิ่วเห็นดังนั้นจึงถือโอกาสข่มขู่และบอกให้คนร้ายพาเธอไปหาจั่วเจิ้น ในตอนนั้นจั่วเจิ้นกำลังแต่งตัวเพื่อไปร่วมงานเลี้ยง ความจริงแล้วเขาเป็นแนวร่วมผู้รักชาติที่แฝงตัวมาอยู่ใน "สมาคมการค้าหวงผู่" โดยปิดบังฐานะที่แท้จริงเอาไว้  ถังไห่ยังคงคาใจเรื่องที่จั่วเจิ้นให้ความสำคัญกับหญิงสาวหน้าตาบ้านๆ อย่างจิ่นซิ่วถึงขนาดยกสร้อยคอที่เป็นของคู่กายให้เธอ จึงอดถามไม่ได้ว่าทำไมจั่วเจิ้นถึงยอมถอดสร้อยเส้นนั้นให้จิ่นซิ่ว ทำให้ถูกจั่วเจิ้นถลึงตาใส่

คนลากรถรีบพาจิ่นซิ่วไปส่งที่คฤหาสน์หนิงหยวนของจั่วเจิ้น บังเอิญว่าในตอนนั้นจั่วเจิ้นกำลังนั่งรถออกจากบ้านพอดี จิ่นซิ่วจึงบอกให้คนลากรถซึ่งอยู่ในสภาพเหนื่อยหอบลากรถตามรถยนต์ของจั่วเจิ้นไป



เซี่ยงหานชวนออกมาคอยต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเลี้ยงในไนท์คลับของตน เมื่อ "เสิ่นจินหรง" (เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์) เดินเข้ามาหา เซี่ยงหานชวนก็ยื่นมือทักทายแต่เสิ่นจินหรงกลับไม่ยอมจับมือด้วย แม้ทั้งคู่จะทักทายกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ถ้อยคำกลับแฝงความหมายในทางเหน็บแนมอันแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่สู้ดีนัก  หลังจากนั้นหัวหน้าหยางก็พาฝรั่งคนหนึ่งมาแนะนำให้เซี่ยงหานชวนรู้จัก แม้จะไม่เคยพบกันมาก่อนแต่เซี่ยงหานชวนก็ดูออกว่าฝรั่งคนดังกล่าวคือ "เฟอร์ดินานด์" กงสุลคนใหม่ประจำเขตเช่าฝรั่งเศสที่เพิ่งมาถึงเซี่ยงไฮ้เมื่อวาน ขณะที่เฟอร์ดินานด์เองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของเซี่ยงหานชวนในฐานะที่เป็นประธานหอการค้าเซี่ยงไฮ้ และยังเป็นขาใหญ่ในวงการธุรกิจที่มีทรัพย์สินมากมายจนนับไม่ถ้วนอีกด้วย


ในขณะที่แขกเหรื่อคนสำคัญต่างทยอยเดินทางมาร่วมงานเลี้ยง แต่เซี่ยงอิงตงซึ่งเป็นเจ้าของงานยังคงนัวเนียอยู่กับสาวๆ หมายให้ลืมหญิงที่ตนรัก เซี่ยงหานชวนกับจั่วเจิ้นเข้าไปคุยกันเป็นการส่วนตัวในห้อง  เซี่ยงหานชวนรู้ว่าจั่วเจิ้นโดนลอบฆ่าระหว่างเดินทางกลับมายังเซี่ยงไฮ้จึงเตือนให้เขาระวังตัว เพราะหลงซื่อคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ แน่ จั่วเจิ้นกล่าวอย่างมั่นใจว่าเซี่ยงไฮ้เป็นถิ่นตน หลงซื่อไม่มีทางทำอะไรตนได้ง่ายๆ เซี่ยงหานชวนจึงเตือนจั่วเจิ้นว่าถึงอย่างไรก็ไม่ควรประมาท เพราะความประมาทเป็นทางแห่งความตาย

  


จิ่นซิ่วตามจั่วเจิ้นมาที่พาราเมาท์ ไนท์คลับ แต่เธอไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างในเพราะไม่มีบัตรเชิญ เมื่อเซี่ยงอิงตงมาพบเข้าเขาจึงคิดที่จะพาเธอเข้าไปด้วย แต่เนื่องจากคนเฝ้าประตูไม่รู้จักเขา (ทุกคนรู้จักแต่เซี่ยงหานชวนพี่ชายของเขา) แถมเขายังไม่มีบัตรเชิญ (เพราะเป็นเจ้าของงาน) เลยถูกห้ามเข้างานเลี้ยงของตัวเอง เซี่ยงอิงตงจึงต้องพาจิ่นซิ่วปืนบันไดลิงเข้าไปในอาคารแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าเธอ (จินซิ่วเห็นเซี่ยงอิงตงกำลังจะถอดกางเกงแต่กลับยืนดูหน้าตาเฉย เซี่ยงอิงตงเลยต้องบอกให้เธอหันหลัง) เมื่อเห็นว่าจิ่นซิ่วถือกระเป๋าเดินทางมาด้วยและแต่งตัวไม่เหมาะสมกับงานกลางคืน เซี่ยงอิงตงจึงหาเสื้อคลุมมาคลุมให้จิ่นซิ่ว แล้วพาเธอเข้างานเลี้ยง



ขณะเดินตามหาจั่วเจิ้น จิ่นซิ่วบังเอิญเดินชนกับ "จินหลิง" เข้าอย่างจัง จินหลิงไม่พอใจที่โดนชนเลยแกล้งขัดขาจิ่นซิ่ว (ทั้งๆ ที่เธอเองก็รีบเดินโดยไม่ทันมองเช่นกัน)  ทำให้จิ่นซิ่วเสียหลักจนเซถลาเข้าหาอ้อมอกของจั่วเจิ้นพอดี (มือจิ่นซิ่วกุมอกล่ำๆ ของจั่วเจิ้นอย่างเหมาะเหม็งแถมเธอยังแอบเขี่ยเล่นเบาๆ อีกต่างหาก) พอเห็นว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือจิ่นซิ่ว จั่วเจิ้นก็รู้สึกแปลกใจ



สรุปตอนที่ 2-10




เมื่อ "อินหมิงจู" (พี่สาวต่างมารดาของจิ่นซิ่ว และอดีตนักร้องดาวเด่นของพาราเมาท์ ไนท์คลับ) ขึ้นมาร้องเพลงขับกล่อมแขกเหรื่อบนเวที จิ่นซิ่วก็ถึงกับตกตะลึง ปรากฏว่าอินหมิงจูเป็นผู้หญิงของเซี่ยงหานชวนและยังเป็นอดีตคนรักของเซี่ยงอิงตงอีกด้วย (อินหมิงจูรักเซี่ยงอิงตง แต่เลือกที่จะเป็นผู้หญิงของเซี่ยงหานชวนซึ่งมีอิทธิพลมากกว่า) หลงซื่อให้ลูกน้องเข้าไปป่วนงานเลี้ยงของเซี่ยงหานชวนหวังดิสเครดิตจั่วเจิ้นและอาสาเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยให้ธุรกิจของเซี่ยงหานชวนแทน แต่สุดท้ายก็ถูกจั่วเจิ้นจัดการจนอยู่หมัด เซี่ยงหานชวนไม่ต้องการให้สถานบันเทิงของตนเปื้อนเลือดจึงห้ามไม่ให้จั่วเจิ้นใช้อาวุธทำร้ายหลงซื่อ หลังมาหาเรื่องคนอื่นแล้วพ่ายแพ้อย่างหมดรูป หลงซื่อก็ทั้งเจ็บทั้งอายและยิ่งเคียดแค้นจั่วเจิ้นมากขึ้น

จั่วเจิ้นพาจิ่นซิ่วซึ่งอยู่ในสภาพหมดสติ (หลังถูกหลงซื่อชนจนล้มศีรษะกระแทกโต๊ะ) ไปฝากไว้ที่โรงแรมซือจื่อหลิน (โรงแรมใหญ่สุดในเซี่ยงไฮ้ที่เซี่ยงหานชวนมอบให้จั่วเจิ้นดูแล แต่พอเซี่ยงอิงตงกลับจากฝรั่งเศส จั่วเจิ้นก็มอบโรงแรมกลับคืนให้เซี่ยงอิงตง) โดยขอร้องให้เซี่ยงอิงตงช่วยดูแลจิ่นซิ่วและไม่ให้บอกจิ่นซิ่วว่าตนเป็นคนพาเธอมา พนักงานโรงแรมนามว่า "เสี่ยวหลาน" เล่าให้จิ่นซิ่วฟังว่าทุกคนในเซี่ยงไฮ้ไม่มีใครไม่รู้จักหมิงจู เพราะเธอเคยเป็นนักร้องชื่อดังของพาราเมาท์ ไนท์คลับ แต่หลังจากคบหากับเซี่ยงหานชวนเธอก็เลิกเป็นนักร้องและย้ายไปอยู่ที่คฤหาสน์หลังมโหฬาร พอรู้ว่าหมิงจูใช้แซ่อินแทนที่จะเป็นแซ่หรงแถมยังหลอกทุกคนว่าเป็นเด็กกำพร้า จิ่นซิ่วก็รู้สึกแปลกใจ เมื่อจิ่นซิ่วบอกเซี่ยงอิงตงว่าหมิงจูเป็นพี่สาวเธอ  เซี่ยงอิงตงก็คิดว่าเธอจำคนผิดและแย้งว่าเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหมิงจูมีน้องสาว ที่สำคัญหมิงจูเป็นคนบอกเองว่าคนในครอบครัวเธอตายหมดแล้ว




หลังจัดการจั่วเจิ้นและธุรกิจของเขาไม่สำเร็จ หลงซื่อก็มาขอให้ชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ "มูโตะ โนบุโอะ" ช่วยจัดการ มูโตะจึงแนะว่าในเมื่อจัดการจั่วเจิ้นแบบซึ่งหน้าไม่ได้ก็ให้จัดการที่จุดอ่อนของเขา จิ่นซิ่วไปหาหมิงจูที่คฤหาสน์แต่หมิงจูกลับไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นพี่สาวทำให้จิ่นซิ่วเสียใจมาก (แม่หมิงจูคิดวางยาพิษแม่จิ่นซิ่ว ทั้งๆ ที่แม่จิ่นซิ่วเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเธอ เมื่อพ่อจิ่นซิ่วรู้เข้าจึงไล่สองแม่ลูกออกจากบ้าน ทำให้สองแม่ลูกโกรธแค้นจิ่นซิ่วกับแม่) หลังไร้ญาติขาดมิตรจิ่นซิ่วก็พุ่งเป้าไปที่การล้างแค้น เธอจึงไปตามทวงนาฬิกาพกจากจั่วเจิ้น โชคร้ายที่ในตอนนั้นจั่วเจิ้นถูกนักฆ่าของหลงซื่อลอบสังหารพอดี เธอจึงพลอยตกอยู่ในอันตราย พอเห็นจั่วเจิ้นคอยปกป้องจิ่นซิ่ว  หลงซื่อจึงรู้ว่าจุดอ่อนของจั่วเจิ้นคือจิ่นซิ่วนั่นเอง

หลังได้รับรายงานว่าจิ่นซิ่วถูกหลงซื่อจับตัวไป จั่วเจิ้นก็บุกไปพบหลงซื่อถึงถิ่น แม้เขาจะบอกหลงซื่อว่าตนไม่ได้มาเพื่อจิ่นซิ่วแต่เขากลับยอมรับกระสุนแทนเธอ ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด สารวัตรหลิวก็เข้ามาหย่าศึกได้ทันเวลาพอดี พอรู้ว่าจั่วเจิ้นถูกยิง มูโตะก็สั่งให้ลูกสมุนไปจับหรือสังหารหมอทุกคนในเซี่ยงไฮ้ที่สามารถรักษาแผลถูกยิง โชคดีที่จิ่นซิ่วเรียนรู้วิชาแพทย์มาจากพ่อตั้งแต่เด็กเธอจึงช่วยผ่าเอาหัวกระสุนออกให้จั่วเจิ้น

หลังรู้จากจิ่นซิ่วว่าคนตระกูลหรงโดนสังหารหมู่ หมิงจูก็กลับไปเยือนเจิ้นเจียงเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี โดยมีจินหลิง (คนสนิทของหมิงจูซึ่งหมายปองจั่วเจิ้น) ตามไปด้วย ที่ผ่านมาแม่ของเธอปลูกฝังความเกลียดชังที่มีต่อจิ่นซิ่วกับแม่ให้หมิงจู หมิงจูจึงลั่นวาจาท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านสกุลหรงว่าเธอจะทำให้จิ่นซิ่วได้รับรู้รสชาติของความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับที่เธอได้รับมาตลอด 14 ปี




หลังช่วยชีวิตจั่วเจิ้นแล้วจิ่นซิ่วก็ได้นาฬิกาคืน เธอจึงคิดที่จะนำไปส่งมอบที่โบสถ์พระแม่มารีตามที่อาจารย์เฉินไหว้วาน (ผู้รับมอบนาฬิกาคือ "อวิ๋นชิวสือ" เป็นเพื่อนนักเรียนที่ฝรั่งเศสของเซี่ยงอิงตง แต่เนื่องจากเขากำลังถูกคนญี่ปุ่นตามล่า เลยวานให้เซี่ยงอิงตงไปรับนาฬิกาที่โบสถ์พระแม่มารีแทน) ขณะเดียวกันมาเอดะซึ่งยังคงตามหานาฬิกาพกและไล่ฆ่าผู้หญิงแซ่หรงทุกคนในเมืองเจิ้นเจียง ก็รีบเดินทางไปเซี่ยงไฮ้หลังได้รับรายงานว่านาฬิกาจะถูกส่งมอบที่โบสถ์พระแม่มารี ขณะที่จิ่นซิ่วกำลังส่งมอบนาฬิกาให้เซี่ยงอิงตงในห้องสารภาพบาป (จิ่นซิ่วไม่รู้ว่าผู้รับมอบคืออินตง) มาเอดะและพวกก็บุกมาที่โบสถ์พอดี เซี่ยงอิงตงจึงล่อสมุนของมาเอดะออกไปข้างนอกเพื่อเปิดทางให้จิ่นซิ่วหลบหนี (จิ่นซิ่วเห็นจีโร่นำกำลังเข้ามาในโบสถ์ ก็จำได้ว่าเขาคือคนที่ยิงพ่อของเธอต่อหน้าต่อตา) แม้เซี่ยงอิงตงจะหนีการไล่ล่าพ้นแต่เขาดันทำนาฬิกาพกหลุดมือ ทำให้นาฬิกาตกอยู่ในมือของจีโร่

จิ่นซิ่วเห็นมาเอดะเดินเข้ามาในโบสถ์ตามลำพังจึงหลบอยู่ในห้องสารภาพบาป  พอเห็นเขาหยุดยืนหน้ารูปปั้นพระแม่มารีเธอก็คิดว่าเขาคงไม่ใช่คนร้าย เลยรีบออกไปดูข้างนอกว่าคนร้ายเป็นใคร (แถมยังเตือนมาเอดะให้รีบหนีไปเพราะอาจเป็นอันตราย)   มาเอดะเห็นหน้าจิ่นซิ่วก็ตกตะลึงและถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเพราะใบหน้าของเธอเหมือน "โยโกะ โอโนะ" (คนรักที่ปกป้องเขาด้วยชีวิต) ราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน เมื่อจิ่นซิ่วเดินออกจากโบสถ์ก็ถูกสมุนของมาเอดะขวางไว้และเล็งปืนมาที่เธอ โชคดีที่สือฮ่าวมาช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน หลังหนีพ้นแล้วสือฮ่าวก็ถามจิ่นซิ่วว่าคนร้ายเป็นใคร ทำไมถึงต้องการฆ่าเธอ  ซึ่งจิ่นซิ่วเองก็ไม่รู้และพยายามหาคำตอบอยู่เช่นกัน เมื่อสือฮ่าวรายงานจั่วเจิ้นเรื่องที่จิ่นซิ่วถูกคนตามฆ่า จั่วเจิ้นก็สั่งให้สือฮ่าวคอยคุ้มกันจิ่นซิ่ว

หลังทำงานพลาดเซี่ยงอิงตงก็มารอชิวสือที่ร้านอาหาร แต่รอจนร้านปิดชิวสือก็ยังไม่ปรากฏตัว พอได้นาฬิกาพกสมใจแล้วมาเอดะก็เบนเป้าหมายมาที่การตามหาจิ่นซิ่วแทน หลังส่งมอบนาฬิกาแต่กลับไม่พบเบาะแสคนร้าย จิ่นซิ่วจึงใช้รอยสักที่พบบนข้อมือคนร้ายเป็นเบาะแสใหม่โดยปักลวดลายที่เห็นลงบนผืนผ้า หลังพบว่าเรื่องที่จิ่นซิ่วเป็นน้องสาวตนรู้ไปถึงหูสองพี่น้องตระกูลเซี่ยง แถมเซี่ยงหานชวนยังส่งคนสะกดรอยตามเธอไปที่เจิ้นเจียง หมิงจูก็ไปหาเรื่องจิ่นซิ่วที่โรงแรม (เซี่ยงหานชวนเป็นคนบอกว่าจิ่นซิ่วอยู่ที่นั่น) และไล่จิ่นซิ่วกลับเจิ้นเจียง เมื่อจิ่นซิ่วยืนกรานว่าเธอจะอยู่เซี่ยงไฮ้ต่อเพื่อตามหาฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ หมิงจูก็ตรงเข้าทำร้ายและข่มขู่จิ่นซิ่วอย่างไม่ปราณี (ทุกอย่างอยู่ในสายตาของสือฮ่าว)  





เมื่อเซี่ยงอิงตงมาหาจิ่นซิ่วที่ห้องและได้กลิ่นน้ำหอมก็รู้ทันทีว่าหมิงจูมา หลังโดนหมิงจูดูถูก จิ่นซิ่วก็ขอย้ายออกจากห้องหรูและสมัครเป็นพนักงานโรงแรม เซี่ยงอิงตงจึงมาถามความเห็นของจั่วเจิ้น จั่วเจิ้นไม่ยอมให้จิ่นซิ่วย้ายออกจากโรงแรม ส่วนเรื่องอื่นๆ ให้เซี่ยงอิงตงตัดสินใจเอง เซี่ยงอิงตงจึงให้จิ่นซิ่วทำงานเล็กๆ น้อยๆ พอเป็นพิธี หลังรู้ว่าจั่วเจิ้นรอดตายเพราะจิ่นซิ่วช่วยรักษาแผลให้ หลงซื่อก็ส่งลูกสมุนไปลอบสังหารจั่วเจิ้นถึงห้องนอน บังเอิญว่าในตอนนั้นจิ่นซิ่วกำลังทำแผลให้จั่วเจิ้นพอดี จั่วเจิ้นจึงบอกให้จิ่นซิ่วรีบหนีไป แม้จั่วเจิ้นจะมีฝีมือแต่บาดแผลของเขายังไม่หายดีจึงเกือบเพลี่ยงพล้ำ โชคดีที่จิ่นซิ่ววิ่งกลับมาช่วยจั่วเจิ้นได้ทันเวลา หลังจากนั้นจั่วเจิ้นก็บอกจิ่นซิ่วว่า นับจากนี้เขาจะถือว่าจิ่นซิ่วเป็นคนของตน (แต่จิ่นซิ่วไม่อยากเป็นคนของจั่วเจิ้น เพราะอยู่ใกล้เขาทีไรมีเรื่องทุกที)

แม้จะแกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่ความจริงแล้วหมิงจูเองก็นึกสงสัยว่าใครคือคนที่ฆ่าล้างครัวสกุลหรง อีกด้านหนึ่งมาเอดะก็กำลังฝึกซ้อมวิชาฟันดาบกับมูโตะ (ซึ่งเป็นทั้ง อาจารย์ หัวหน้า และผู้มีพระคุณของมาเอดะ) หลังซ้อมเสร็จมูโตะก็สั่งให้มาเอดะเป็นคนลงมือสังหารบุคคลที่มีชื่ออยู่ในเอกสารลับด้วยตนเอง (เป็นรายชื่อแนวร่วมผู้รักชาติชาวจีน) โดยบอกว่านี่เป็นบททดสอบสุดท้ายก่อนที่เขาจะได้เลื่อนตำแหน่ง

จั่วเจิ้นไปพบเซี่ยงหานชวนที่บ้านและถือโอกาสเตือนหมิงจูว่าต่อจากนี้อย่ารังแกจิ่นซิ่ว เพราะจิ่นซิ่วเป็นผู้มีพระคุณและเป็นคนของตน หมิงจูรู้ว่าจิ่นซิ่วเป็นคนรักษาบาดแผลให้จั่วเจิ้นจึงเสนอว่าจะส่งจินหลิงไปคอยดูแล (และกันท่า) จั่วเจิ้นที่บ้านจนกว่าแผลจะหายดี จั่วเจิ้นปฏิเสธทันควันโดยบอกว่าตนมีคนคอยดูแลแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ไม่อาจปฏิเสธความหวังดีของเซี่ยงหานชวนได้




จิ่นซิ่วกลับไปที่โบสถ์พระแม่มารีอีกครั้งแต่กลับพบว่าคนที่รับมอบนาฬิกาจากเธอไม่ใช่บาทหลวง หลังลอบฆ่าจั่วเจิ้นไม่สำเร็จอีกตามเคย หลงซื่อก็มาขอความช่วยเหลือจากมูโตะอีกครั้ง แต่คราวนี้นอกจากมูโตะจะไม่ช่วยแล้วยังสั่งสอนหลงซื่ออีกด้วย หลงซื่อจึงคิดจัดการจุดอ่อนของจั่วเจิ้นอีกครั้ง โดยจับตัวจิ่นซิ่วมาให้นายใหญ่ (เฝิงเซียนเซิง) ลงโทษ โทษฐานที่เป็นคนทำยาของนายใหญ่หาย จั่วเจิ้นแย้งว่าเรื่องนี้เป็นอุบัติเหตุและเป็นความผิดของตน หากนายใหญ่ต้องการเอาชีวิตจิ่นซิ่วตนก็ขอรับโทษตายเช่นเดียวกับเธอ จิ่นซิ่วกล่าวว่าแม้ยาจะหายไปแล้วแต่เธอรู้วิธีรักษา นายใหญ่จึงให้โอกาสจิ่นซิ่วโดยบอกว่าหากเธอรักษาอาการป่วยของตนได้จริงๆ ตนจะปกป้องชีวิตของจิ่นซิ่ว (เขาบอกคนสนิทว่าการที่ตนปล่อยให้จิ่นซิ่วอยู่ข้างกายจั่วเจิ้น เปรียบเสมือนเป็นการซ่อนระเบิดเอาไว้)

เซี่ยงอิงตงทำงานจนมึนเลยบอกจิ่นซิ่วว่าถ้ามีคนยกโรงแรมให้ห้ามรับเด็ดขาด จิ่นซิ่วจึงช่วยนวดและกดจุดบำบัดอาการปวดให้ เซี่ยงอิงตงอดนึกถึงความหลังระหว่างตนกับหมิงจูไม่ได้ จึงเผลอดึงตัวจิ่นซิ่วเข้ามากอดและเกือบเลยเถิดถึงขั้นจูบกัน แต่ "อาปี้" เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน (เขาลืมตัวเพราะเมื่อก่อนหมิงจูก็เคยกดจุดให้เขา และเขายังตัดใจจากหมิงจูไม่ลง) จินหลิงมาคอยดูแลจั่วเจิ้นที่บ้านแต่กลับถูกจั่วเจิ้นไล่ตะเพิดออกจากห้อง จิ่นซิ่วเห็นว่าจั่วเจิ้นมีจินหลิงคอยดูแลและแผลของเขาก็เริ่มหายดีแล้วจึงบอกจั่วเจิ้นว่าเธอจะทำแผลให้เขาวันนี้เป็นวันสุดท้าย จั่วเจิ้นอยากให้จิ่นซิ่วอยู่ใกล้ๆ แต่พูดหรือแสดงความรู้สึกไม่เป็นจึงได้แต่บอกในสไตล์มาเฟียว่า "ผมอนุญาติให้คุณเป็นผู้หญิงของผม คุณไม่จำเป็นต้องกลับไปที่โรงแรมซือจื่อหลินอีก" จินหลิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดหวัง ขณะที่จิ่นซิ่วได้แต่อึ้ง

จั่วเจิ้นนึกว่าจิ่นซิ่วเองก็ชอบตน เพราะเห็นว่าเธอมาคอยดูแลอาการบาดเจ็บและทำแผลให้ตนที่หนิงหยวนทุกคืน ทั้งยังเสี่ยงชีวิตช่วยตนหลายครั้ง จึงอยากให้เธอเผยความรู้สึกออกมาตรงๆ แทนที่จะโก่งค่าตัวไปเรื่อยๆ เพราะไหนๆ เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะให้จิ่นซิ่วเป็นผู้หญิงของตน พูดจบเขาก็คว้าคอเธอเข้ามาจูบ จิ่นซิ่วโกรธที่โดนลบหลู่จึงประกาศว่าเธอไม่ชอบจั่วเจิ้นและเดินหนีไป  จินหลิงเห็นดังนั้นเลยวิ่งเข้าไปถอดเสื้อจั่วเจิ้นและพยายามจูบเขาแต่กลับถูกจั่วเจิ้นผลักกระเด็น ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมแพ้และบอกว่าเพื่อจั่วเจิ้นแล้วเธอยอมทำได้ทุกอย่าง จากนั้นก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเองทำให้ถูกจั่วเจิ้นไล่ตะเพิดออกจากบ้าน  หมิงจูกังวลว่าถ้าจิ่นซิ่วย้ายไปอยู่ที่บ้านของจั่วเจิ้นจริงๆ จะไล่จิ่นซิ่วไปจากเซี่ยงไฮ้ได้ยากขึ้น ครั้นพอจินหลิงบอกว่ามีคนเห็นจิ่นซิ่วนั่งตักเซี่ยงอิงตง หมิงจูก็ยิ่งโกรธและรู้สึกหึงหวงจึงหมายมั่นว่าจะต้องไล่จิ่นซิ่วไปจากเซี่ยงไฮ้ให้ได้




หมิงจูไปพบเซี่ยงอิงตงเพื่อขอให้เขาไล่จิ่นซิ่วออกจากโรงแรมแต่เซี่ยงอิงตงปฏิเสธ เขารู้ว่าตนกำลังโดนหมิงจูหว่านเสน่ห์และปั่นหัว (เธอรู้ว่าเขายังมีใจให้เธอ และรู้ว่าเขาเห็นจิ่นซิ่วเป็นเพียงเงาของเธอเท่านั้น) จึงเตือนว่าหมิงจูเป็นคนของพี่ชายของตน หากคิดจะเล่นชู้กับตนๆ คงไม่เดือดร้อน ผิดกับเธอที่มีหวังได้ชวดตำแหน่งคุณนายเซี่ยง เขายังบอกเธอด้วยว่าถ้าคิดจะมาเจ้ากี้เจ้าการที่นี่ก็รอให้เป็นคุณนายเซี่ยงเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน  พูดจบเขาก็ไล่หมิงจูออกจากห้อง

ระหว่างเดินกลับโรงแรมจิ่นซิ่วถูกถังไห่จับตัวกลับมาที่หนิงหยวน จั่วเจิ้นเห็นจิ่นซิ่วกลับมาหาตนจึงพยายามปลุกปล้ำเธอเพราะไม่เชื่อว่าเธอจะไม่มีใจให้ตนจริงๆ  จิ่นซิ่วขอร้องให้จั่วเจิ้นปล่อยเธอไปและบอกว่าเธอเกลียดเขา แถมยังลั่นวาจาว่าต่อให้ผู้ชายทั้งโลกตายหมดเธอก็ไม่มีวันรักเขา จั่วเจิ้นได้ยินดังนั้นก็หยุดลวนลามจิ่นซิ่วและบอกให้จิ่นซิ่วจำคำพูดตัวเองเอาไว้ให้ดี เขากล่าวว่าตนอยากตอบแทนบุญคุณเธอแต่เธอกลับทำลายโอกาสนี้ไป ต่อจากนี้เธอจะไม่ได้รับโอกาสจากตนอีก เมื่อจิ่นซิ่วกล่าวว่าต่อไปเธอจะไม่มาให้เขาเห็นหน้าและจะไม่มาเหยียบคฤหาสน์หนิงหยวน จั่วเจิ้นจึงสั่งให้ถังไห่ไปส่งจิ่นซิ่วที่โรงแรมทันที

หลังถูกหมิงจูตอกย้ำบาดแผลในใจ เซี่ยงอิงตงก็ไปดื่มเหล้าที่พาราเมาท์ ไนท์คลับ และล่วงเกิน "ฟางถิง" (คนรักของสารวัตรหลิว) จนมีเรื่องชกต่อยกับลูกค้า ทำให้ถูกลักพาตัวไปจากโรงแรม จิ่นซิ่วมาเห็นเข้าพอดีจึงรีบวิ่งตามรถไปและพบว่าเซี่ยงอิงตงถูกนำตัวไปที่โรงพักกลางประจำเขตสัมปทานฝรั่งเศส เธอจึงยืนรอหน้าโรงพักทั้งคืนแต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทางด้านใน ปรากฏว่าคนที่เซี่ยงอิงตงมีเรื่องด้วยคือตำรวจหนุ่ม นามว่า "หลิวอวี่" (ลูกชายสารวัตรหลิว) เธอเห็นว่าเซี่ยงหานชวนไม่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้จึงบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากจั่วเจิ้น จั่วเจิ้นพยายามทำใจแข็งแต่พอเห็นเธอยืนขวางหน้ารถโดยไม่กลัวตาย ซ้ำยังมีแผลเลือดออก เขาก็ใจอ่อน จึงอุ้มจิ่นซิ่วเข้าบ้านและช่วยทำแผลให้ (แบบงอนๆ) พอรู้ว่าจิ่นซิ่วมาขอร้องให้ตนไปช่วยชายอื่น เขาก็ใช้สำลีกดแผลจิ่นซิ่วเต็มแรง จิ่นซิ่วรู้ว่าจั่วเจิ้นกำลังงอน แต่ก็พยายามขอร้องโดยบอกว่าเธอยอมแลกกับทุกอย่างยกเว้นพลีกายให้เขา




จั่วเจิ้นไปพบสารวัตรหลิวที่โรงพักเพื่อขอร้องให้ปล่อยตัวเซี่ยงอิงตง แต่สารวัตรหลิวกลับยืนยันว่าคนของตนไม่ได้จับเซี่ยงอิงตงมา จั่วเจิ้นไม่มีหลักฐานจึงได้พูดข่มขู่ หลังจั่วเจิ้นออกไปแล้วหมิงจูก็มาขอร้องสารวัตรหลิวอีกคน แม้สารวัตรหลิวจะเป็นคนเจ้าชู้และหมิงจูก็ไม่ได้มามือเปล่า แต่เธอก็ช่วยเซี่ยงอิงตงไม่สำเร็จเช่นกัน เดิมทีสารวัตรหลิวไม่รู้เรื่องนี้ แต่พอรู้ว่าลูกชายจับตัวเซี่ยงอิงตงมาขังไว้ในคุกมืดโทษฐานที่ล่วงเกินผู้หญิงของตน สารวัตรหลิวก็ปล่อยให้ลูกเล่นงานเซี่ยงอิงตงโดยมีข้อแม้ว่าห้ามทำให้ถึงตาย

พอเซี่ยงหานชวน (ซึ่งเดินทางไปทำธุระที่ต่างเมือง) รู้ว่าเกิดเรื่องกับน้องชาย เขาก็รีบส่งโทรเลขไปหาจั่วเจิ้นและเฟอร์ดินานด์ที่เซี่ยงไฮ้ แม้สารวัตรหลิวและลูกชายจะถูกจั่วเจิ้นกดดันอย่างหนัก แต่สองพ่อลูกก็ยังไม่ยอมปล่อยเซี่ยงอิงตง หลังได้รับโทรเลขจากเซี่ยงหานชวนซึ่งส่งข้อความมาเตือนว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม จั่วเจิ้นจึงตั้งใจว่าจะช่วยให้เซี่ยงอิงตงเดินออกจากโรงพักอย่างมีศักดิ์ศรี เขาให้ถังไห่ไปรับสารวัตรเฉินมาเจรจากับตนที่ร้านอาหาร จิ่นซิ่วเห็นว่าจั่วเจิ้นเป็นคนอารมณ์ร้อนเลยกลัวว่าจะมีเรื่องกันก่อนที่จะช่วยคน เธอเลยกระโดดขึ้นไปนั่งบนรถกับจั่วเจิ้นหน้าตาเฉย

เมื่อเห็นว่าสารวัตรหลิวไม่ยอมรับว่าจับตัวเซี่ยงอิงตงไป จั่วเจิ้นจึงนำปิ่นปักผมของฟางถิงมาข่มขู่ ก่อนบอกว่าจะเปิดโปงเรื่องที่สารวัตรหลิวอมเงินหลวง สารวัตรหลิวไม่คาดคิดว่าจั่วเจิ้นจะรู้เรื่องที่ตนแอบยักยอกเงินหลวงไปซื้อหุ้นแต่ก็ขาดทุนย่อยยับ แถมยังนำเงินใต้โต๊ะจำนวนมหาศาลไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในนามฟางถิง ขณะคุยกันลูกน้องของสารวัตรหลิวเข้ามารายงานว่ากงสุลเฟอร์ดินานด์โกรธมาก ทำให้สารวัตรหลิวอยู่ในสภาพหลังชนฝาเพราะถูกกดดันอย่างหนัก จั่วเจิ้นจึงอาสาจัดการปัญหาต่างๆ ให้สารวัตรหลิว (ช่วยคืนเงินที่โกงหลวงไป) โดยแลกกับการปล่อยตัวเซี่ยงอิงตง




หมิงจูประคองร่างอันสะบักสะบอมของเซี่ยงอิงตงเข้าบ้าน แม้เซี่ยงหานชวนจะกลับมาแล้วแต่เธออดเป็นห่วงเซี่ยงอิงตงไม่ได้จึงไปหาเขาในห้องนอน พอเห็นว่าเซี่ยงอิงตงนอนหลับเธอก็ก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเขาด้วยความรัก เซี่ยงหานชวนจะมาดูอาการน้องชายจึงเห็นภาพบาดตาบาดใจเข้าพอดี (ตอนที่คบกับหมิงจูใหม่ๆ เขาไม่รู้ว่าเซี่ยงอิงตงกับหมิงจูรักกันมาก่อน แต่พอรู้เข้าเขาก็ขอร้องให้เซี่ยงอิงตงหลีกทางให้ โดยบอกว่านอกจากหมิงจูแล้วเขาให้เซี่ยงอิงตงได้ทุกอย่างและนี่ก็เป็นการขอร้องน้องชายครั้งแรก เซี่ยงอิงตงจึงแค้นใจเซี่ยงหานชวนนับแต่นั้นมา ประกอบกับเขาไม่ชอบที่ต้องอยู่ใต้ปีกของพี่ชาย แต่ไม่ว่าเซี่ยงอิงตงจะก่อเรื่องหรือแกล้งทำยียวนกวนประสาทอย่างไร เซี่ยงหานชวนก็อดทนและคอยปกป้องเซี่ยงอิงตงเสมอ) 

จิ่นซิ่วต้มน้ำซุปแก้ช้ำในไปให้เซี่ยงอิงตงแต่ถือโอกาสแวะไปขอบคุณจั่วเจิ้นก่อน จั่วเจิ้นเลยซดน้ำซุปไปครึ่งถ้วยเพราะนึกว่าจิ่นซิ่วทำน้ำซุปมาขอบคุณตน (ถังไห่เป็นคนยุให้จั่วเจิ้นกินซุป) จิ่นซิ่วเลยต้องนำน้ำซุปที่เหลือเพียงครึ่งถ้วยไปให้เซี่ยงอิงตงโดยโกหกว่าเธอทำหกระหว่างทาง เซี่ยงอิงตงขอให้จิ่นซิ่วช่วยป้อนน้ำซุปเพื่อที่ตนจะได้หายไวๆ เมื่อหมิงจูมาพบเข้าก็เกิดความหึงหวงและสั่งห้ามไม่ให้จิ่นซิ่วมาเหยียบบ้านตระกูลเซี่ยงอีก จินหลิงเองก็ไม่ชอบจิ่นซิ่วเลยนำเงินก้อนโตไปฟาดหัว "ผู้จัดการหู" (ผู้จัดการโรงแรม) หลังจากนั้น จิ่นซิ่วก็ถูกผู้จัดการหูและอาปี้กลั่นแกล้งให้ทำงานอย่างหนักจนล้มป่วย ทั้งคู่ยังรวมหัวกันใส่ร้ายจิ่นซิ่วว่าขโมยของแขกที่มาเข้าพัก ทั้งยังลงโทษด้วยการทุบตีเธออย่างหนักและไล่เธอออกจากโรงแรม (ก่อนหน้านี้สือฮ่าวมารายงานจั่วเจิ้นว่าจิ่นซิ่วโดนรังแก แม้จะรู้สึกเป็นห่วงแต่จั่วเจิ้นก็พยายามหักห้ามใจไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของจิ่นซิ่ว)

หลังโดนไล่ออกจากโรงแรมมาหมาดๆ จิ่นซิ่วก็โดนคนขโมยกระเป๋าและเงินไปจนหมด จั่วเจิ้นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงบอกให้จิ่นซิ่วไปอยู่กับตน โดยบอกว่าเขาจะปกป้องและให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่จิ่นซิ่วอยากได้ (เขาเคยเตือนจิ่นซิ่วว่าเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองคนโฉดจึงไม่เหมาะกับเธอ) แม้จะไม่มีที่ไปแต่จิ่นซิ่วก็ปฏิเสธและบอกว่าถึงไม่มีจั่วเจิ้นเธอก็อยู่ได้ เสี่ยวหลานเป็นห่วงจิ่นซิ่วเลยออกตามหา พอหาไม่เจอเธอเลยไปขอความช่วยเหลือจากจั่วเจิ้นแต่จั่วเจิ้นกลับไม่สนใจ (เขาเพิ่งถูกจิ่นซิ่วปฏิเสธ) ครั้นจะไปหาเซี่ยงอิงตงที่บ้านจินหลิงก็เข้ามาขวางและขู่ว่าถ้าไม่อยากเดือนร้อนและไม่อยากให้จิ่นซิ่วตายก็อย่ามายุ่งเรื่องนี้อีก (ในตอนนั้นเซี่ยงอิงตงถูกพี่ชายกักบริเวณ ทำให้ออกไปไหนไม่ได้)



ด้วยความที่จิ่นซิ่วกำลังตกระกำลำบากและไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน พอเห็นประกาศรับสมัครหญิงสาว เธอจึงรีบไปสมัครเพราะคิดว่าเป็นการเรียกฝึกเพื่อคัดเลือกนักเต้นรำ แต่พอไปถึงกลับถูกปฏิเสธทันทีเพราะรูปร่างหน้าตาไม่ผ่าน เมื่อ "เถ้าแก่วัง" มาพบเข้าจึงสั่งให้ลูกน้องรับจิ่นซิ่วเข้าทำงาน จิ่นซิ่วรีบลงนามในสัญญาและกลายเป็นพนักงานของสถานบันเทิง "ห่าววั่งเจียว" โดยไม่รู้ตัว พอรู้ว่าตนเองโดนหลอกมาทำงานเป็นสาวกลางคืนที่ไนท์คลับ แถมยังเซ็นสัญญาทาสนานถึง 10 ปี จิ่นซิ่วก็หาทางหลบหนีและเกือบถูกเถ้าแก่วังทำร้าย โชคดีที่ "อันนา" ช่วยร้องขอความเมตตา เถ้าแก่วังจึงให้คนนำจิ่นซิ่วไปขังโดยไม่ให้ข้าวให้น้ำเพื่อเป็นการปราบพยศเธอ

หลังถูกเซี่ยงอิงตงหมางเมิน หมิงจูก็กระโดดน้ำเพื่อเรียกร้องความสนใจและต้องการพิสูจน์ให้เซี่ยงอิงตงรู้ว่าเขายังไม่ลืมเธอ แม้เขาจะกระโจนลงน้ำไปช่วยเธอ แต่เขาก็ยังทำใจแข็งและไม่ยอมแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา (ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของเซี่ยงหานชวน)  

อันนาพยายามหว่านล้อมเถ้าแก่วังให้ปล่อยตัวจิ่นซิ่วแต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำยังโดนขู่ว่าถ้าไม่ยอมหุบปากจะจับเธอขังอีกคน ถึงกระนั้นอันนาก็ยังเสี่ยงเอาอาหารและน้ำมาให้จื่นซิ่ว เมื่อเถ้าแก่วังมาพบเข้าก็ทำร้ายอันนาต่อหน้าจิ่นซิ่ว จิ่นซิ่วจึงรีบห้ามและบอกว่าเธอจะยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่เถ้าแก่วังต้องการ ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมเต้นรำกับลูกค้าอยู่ดี บังเอิญว่านักเปียโนถูกคนตามทวงหนี้จึงทิ้งงานไปกลางคัน จิ่นซิ่วเลยกลายเป็นนักเปียโนประจำห่าววั่งเจียวตั้งแต่นั้น เมื่อลูกค้ารายใหญ่นามว่า "เถ้าแก่หวง" เห็นเด็กใหม่อย่างจิ่นซิ่วก็ยืนกรานว่าจะเต้นรำกับจิ่นซิ่วให้ได้  ถึงแม้เถ้าแก่วังกับอันนาจะช่วยกันปกป้องจิ่นซิ่วด้วยการอธิบายว่าจิ่นซิ่วเป็นนักเปียโนจึงเต้นรำไม่เป็น แต่เถ้าแก่หวงกลับไม่ยอมฟังซ้ำยังอาละวาดและจะลากตัวจิ่นซิ่วมาเต้นรำกับตนให้ได้




หลังสืบจนรู้ว่าจิ่นซิ่วมาทำงานที่ห่าววั่งเจียว จั่วเจิ้นก็รีบไปหาจิ่นซิ่วและเห็นเธอโดนเถ้าแก่หวงรังแกพอดี เขาจึงรีบเข้าไปช่วยและประกาศว่า "ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม อะไรก็ตามที่เป็นของจั่วเจิ้น ผมคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิทิ้งขว้าง ต่อให้ผมเขวี้ยงมันทิ้งจนแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษซากทั้งหมดก็ยังเป็นของผม ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้อง"  เถ้าแก่หวงได้ยินดังนั้นก็หายซ่า จิ่นซิ่วจึงขอคุยกับจั่วเจิ้นตามลำพังทางด้านนอก เธอยอมรับว่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเธอลำบากมากและคิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่เธอไม่อาจยอมแพ้และยังไปจากเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เพราะเธอยังมีสิ่งที่ต้องทำ   เธอรู้ว่าเซี่ยงไฮ้อยู่ยาก ที่ผ่านมาหากไม่ได้จั่วเจิ้นคอยช่วย เธอคงแย่แน่ๆ และเธอเองก็ไม่ใช่คนที่จะเนรคุณใคร เธอซาบซึ้งในน้ำใจและความหวังดีของจั่วเจิ้น แต่เธอต้องการเลือกทางเดินและพึ่งพาตนเอง (แทนที่จะไปเป็นนกน้อยในกรงทองของเขา) เธอจึงหวังว่าจั่วเจิ้นจะเคารพในการตัดสินใจของเธอ

จิ่นซิ่วยังขอร้องให้จั่วเจิ้นยอมละเว้นเถ้าแก่หวง เธอเองก็รู้สึกเคียดแค้นและคิดว่าเถ้าแก่หวงไม่สมควรได้รับการให้อภัยเช่นกัน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเธอจึงไม่อาจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่น เพราะเธอไม่อยากเป็นคนที่น่ารังเกียจเช่นเดียวกับคนพวกนั้น จั่วเจิ้นได้ยินดังนั้นก็ดึงจิ่นซิ่วเข้ามากอด (อันนามาเห็นเข้าพอดีเลยรีบเดินหนีไป) คราวนี้จิ่นซิ่วยอมให้จั่วเจิ้นกอดแต่โดยดี หลังทำตามที่จิ่นซิ่วขอแล้ว จั่วเจิ้นก็เรียกเถ้าแก่วังมาสอบถาม พอรู้ว่าจิ่นซิ่วเซ็นสัญญาเป็นพนักงานเต้นรำ (มีหน้าที่เต้นรำกับลูกค้าที่ซื้อตั๋ว) จั่วเจิ้นก็ใช้เงินก้อนโตไถ่ตัวจิ่นซิ่ว

เสี่ยวหลานบอกให้จิ่นซิ่วกลับไปที่โรงแรมซือจื่อหลินกับเธอ โดยบอกว่าจั่วเจิ้นกำชับทุกคนเอาไว้แล้วว่าห้ามรังแกจิ่นซิ่วอีก แต่จิ่นซิ่วไม่อยากพึ่งพาหรือเป็นภาระของใครจึงไม่คิดกลับไป เธออยากเป็นหญิงแกร่ง แม้จะไม่มีทางแกร่งเท่าจั่วเจิ้นแต่อย่างน้อยก็ต้องไม่อ่อนแอและไร้ค่าแบบทุกวันนี้ เธอหวังว่าหากวันใดจั่วเจิ้นต้องการความช่วยเหลือ เธอจะเป็นที่พึ่งพาให้เขาได้เช่นกัน (เธอไม่รู้ว่าจั่วเจิ้นกำลังแอบฟัง มิหนำซ้ำเขายังยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อรู้ว่าจิ่นซิ่วเองก็อยากปกป้องเขา) จั่วเจิ้นรู้ดีว่าไม่อาจฝืนใจจิ่นซิ่วได้จึงยอมปล่อยเธอไป โดยสั่งให้ลูกน้องสองคนคอยจับตาดูเธออยู่ห่างๆ (เธอบอกจั่วเจิ้นแบบอ้อมๆ ว่าหากวันนี้เขามาช่วยเธอไม่ทันหรือไม่ได้มาช่วย เธอจะฆ่าตัวตายเพื่อรักษาเกียรติของตระกูลหรง)





ด้วยความที่ช่วยจิ่นซิ่วอย่างออกนอกหน้าไม่ได้ จั่วเจิ้นเลยวางแผนให้เพื่อนที่ชื่อ "โจวมู่" คอยช่วยจิ่นซิ่วโดยพาจิ่นซิ่วไปส่งที่หน้าบริษัทเครื่องสำอางเหม่ยหัว แม้จะมาสัมภาษณ์งานแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวแต่จิ่นซิ่วก็แสดงความสามารถอันโดดเด่นในด้านการรับรู้และแยกแยะกลิ่นได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ "หลิงเหม่ยหัว" (ประธานบริษัท) ยอมรับเธอเข้าทำงาน (ความจริงแล้วจั่วเจิ้นฝากฝังจิ่นซิ่วไว้กับหลิงเหม่ยหัว แต่จิ่นซิ่วได้งานเพราะความสามารถของตัวเอง) แต่นั่นก็ทำให้เธอมีศัตรูโดยไม่รู้ตัว เพราะเดิมทีผู้จัดการ "เฉินเซียงเหมย" หมายมั่นว่าจะดันน้องสาวตนเข้าทำงานที่บริษัท พอหลิงเหม่ยหัวเลือกจิ่นซิ่ว เฉินเซียงเหมยก็เคียดแค้นและโทษว่าจิ่นซิ่วมาแย่งงานน้องของเธอ

หลังได้งานจิ่นซิ่วต้องย้ายไปอยู่ที่หอพักของทางบริษัท โดยเธอถูกส่งไปทำงานแผนกคลังสินค้าจึงต้องดูแลทั้งสินค้าและวัตถุดิบ เพียงวันแรกที่เริ่มงานเฉินเซียงเหมยก็รวมหัวกับ "เหยาเจี่ย"  (หัวหน้าของจิ่นซิ่ว) กลั่นแกล้งจิ่นซิ่ว พอหมิงจูรู้ว่าจิ่นซิ่วได้งานที่เหม่ยหัว เธอก็ให้จินหลิง (ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเฉินเซียงเหมย) ไปขอร้องเฉินเซียงเหมยให้หาทางไล่จิ่นซิ่วออกจากบริษัท เฉินเซียงเหมยจึงร่วมมือกับเหยาเจี่ยกลั่นแกล้งและใส่ร้ายจิ่นซิ่ว โดยกล่าวหาว่าจิ่นซิ่วบกพร่องต่อหน้าที่จนทำให้วัตถุดิบที่นำเข้ามาจากอเมริกาเสียหาย หากจิ่นซิ่วไม่นำเงินมาชดใช้จะถูกไล่ออก ตอนแรกจิ่นซิ่วคิดที่จะยืมเงินเซี่ยงอิงตง แต่พอเห็นว่าเซี่ยงอิงตงอยากให้เธอกลับมาทำงานที่โรงแรมซือจื่อหลิน จิ่นซิ่วก็เปลี่ยนใจ

จั่วเจิ้นซึ่งเฝ้าดูจิ่นซิ่วอยู่ห่างๆ เห็นสภาพจิ่นซิ่วแล้วทนดูไม่ได้จึงเรียกเธอขึ้นมาคุยบนรถ  จิ่นซิ่วจึงขอยืมเงินจั่วเจิ้นโดยบอกว่าจะนำไปชดใช้ค่าเสียหายเพราะไม่อยากตกงาน จั่วเจิ้นปฏิเสธและชี้ว่าถ้าจิ่นซิ่วยอมชดใช้ค่าเสียหายก็เท่ากับยอมรับว่าเธอเป็นคนผิด เขาบอกเธอว่าถ้ามัวแต่ปล่อยให้คนอื่นรังแกโดยไม่ลุกขึ้นสู้หรือปกป้องตัวเอง ศัตรูก็จะยิ่งได้ใจ และถ้าหากเธอล้มก็อย่าหวังว่าจะมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะที่นี่คือเซี่ยงไฮ้ หลังได้ข้อคิดจากจั่วเจิ้น จิ่นซิ่วจึงคิดได้ว่าสิ่งที่เธอควรทำไม่ใช่การยอมจำนน เธอจึงลุกขึ้นสู้ด้วยการสืบหาสาเหตุและทวงความเป็นธรรมให้ตนเอง ในที่สุดจิ่นซิ่วก็พิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แม้จะรู้ว่าเฉินเซียงเหมยรวมหัวกับเหยาเจี่ยกลั่นแกล้งตนแต่จิ่นซิ่วกลับไม่บอกเรื่องนี้กับท่านประธาน ถึงกระนั้นจิ่นซิ่วก็เตือนเหยาเจี่ยว่าเธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ อีก เมื่อจั่วเจิ้นได้ยินข่าวว่าจิ่นซิ่วแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง เขาก็รู้สึกภูมิใจและดีใจ




หลังมาเอดะสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยการชิงเอกสารลับ (ในนาฬิกาพก) มาได้ เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าสายลับประจำเซี่ยงไฮ้แทนที่มูโตะ เพราะมูโตะได้รับคำสั่งให้ไปตั้งหน่วยงานลับเพื่อควบคุมสถานการณ์วุ่นวายที่แมนจูกัวหลังมีกลุ่มชาวฮั่นรวมตัวต่อต้านญี่ปุ่น (แมนจูกัว หรือประเทศแมนจู เป็นรัฐหุ่นเชิดของญี่ปุ่นที่ปกครองในนามโดย "ปูยี" อดีตจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิง ตั้งอยู่ในดินแดนแมนจูเรียและมองโกลเลียทางด้านทิศตะวันออกของจีนในปัจจุบัน เกิดขึ้นหลังราชวงศ์ชิงล่มสลาย) และหน้าที่ของมาเอดะก็คือการทำให้เซี่ยงไฮ้เป็นขุมทองของญี่ปุ่น เขาจะต้องตักตวงผลประโยชน์และโกยเงินให้มากที่สุดเพื่อเตรียมไว้เป็นทุนสนับสนุนกองทัพ เพราะสงครามครั้งใหญ่กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า

เซี่ยงหานชวนพาหมิงจูไปร่วมงานเลี้ยง โดยบอกว่าเจ้าของงานคือนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นผู้มั่งคั่งที่มีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับกองทัพญี่ปุ่น ปรากฏว่าคนที่เซี่ยงหานชวนพูดถึงคือ มาเอดะ พอเห็นว่าหมิงจูยืนอยู่ตามลำพังเขาก็เดินเข้ามาทักด้วยท่าทีสุภาพ แต่คำพูดและแววตากลับเชือดเฉือน (เขาพูดอย่างไม่เกรงใจว่าหมิงจูเป็นเมียเก็บของเซี่ยงหานชวนที่งดงามดุจนางฟ้า) หมิงจูรู้สึกอึดอัดเลยเดินไปฟ้องเซี่ยงหานชวนว่าเธอโดนมาเอดะลบหลู่ เซี่ยงหานชวนบอกหมิงจูว่ามาเอดะคือเจ้าของงานในวันนี้และส่งเธอกลับบ้าน แต่มาเอดะดักพบเธอกลางทางและมอบกล่องใบหนึ่งให้เธอ โดยหยิบยกเรื่องราวของกล่องแพนโดร่า (กล่องที่ภายในเต็มไปด้วยสิ่งชั่วร้ายในตำนานกรีกโบราณ) มาเล่าให้หมิงจูฟัง จากนั้นก็บอกให้เธอตื่นจากฝันเพราะได้เวลาเปิดกล่องแล้ว หมิงจูได้ยินดังนั้นก็หน้าถอดสี

เมื่อเปิดกล่องออกดู หมิงจูก็พบกรรไกรที่แม่ของเธอใช้ฆ่าตัวตาย เมื่อหลายปีก่อนแม่หมิงจูฆ่าตัวตายเพื่อบีบให้หมิงจูแก้แค้นจิ่นซิ่วกับแม่ของเธอ หลังแม่ตายหมิงจูไม่มีเงินทำศพเลยนำศพแม่มาขอความเมตตาจากผู้ใจบุญ มูโตะมาพบเข้าจึงช่วยฝังศพให้แม่ของเธอโดยมีข้อแม้ว่าเธอจะต้องมาทำงานให้กับพวกตน หลังผ่านการฝึกฝนแล้วมูโตะก็พาหมิงจูไปที่พาราเมาท์ ไนท์คลับ และชี้ว่าเป้าหมายของเธอคือเซี่ยงหานชวน นอกจากหมิงจูแล้วมาเอดะยังไปหาหลงซื่อเพื่อกำราบและข่มขู่ว่าชีวิตของเขาอยู่ในกำมือตน หลังจากนั้นมาเอดะก็สั่งให้หลงซื่อรับผิดชอบเรื่องการลักลอบขนฝิ่นหนึ่งตันเข้าเซี่ยงไฮ้ โดยฝิ่นทั้งหมดจะต้องถูกตีตราในฐานะสินค้าธรรมดาทั่วไป




จิ่นซิ่วเห็นแก่ความรักที่อันนามีต่อ "ตู้ผิง" ถึงขนาดยอมทำงานกลางคืนเพื่อหาเงินส่งตู้ผิงเรียนมหาวิทยาลัยในฮ่องกง จึงร่วมมือกับเซี่ยงอิงตงจัดฉากหลอกตู้ผิงว่าอันนาทำงานที่บริษัทเหม่ยหัว (เซี่ยงหานชวนก็รู้เรื่องนี้และแอบสนับสนุนน้องชายอย่างลับๆ) แถมจิ่นซิ่วยังขอร้องให้จั่วเจิ้นช่วย (แอบ) ขนเครื่องสำอางเหม่ยหัวที่อยู่ในท่าเรือมายืมประกอบฉาก   จั่วเจิ้นจึงไปบอกหลิงเหม่ยหัวตามตรงว่าตนจะขอนำสินค้าออกมาให้จิ่นซิ่วยืมชั่วคราว โดยรับประกันว่าถ้าสินค้าเสียหายตนจะรับซื้อทั้งหมด ทำให้หลิงเหม่ยหัวอดอิจฉาจิ่นซิ่วไม่ได้ แม้การจัดฉากในครั้งนี้จะมีปัญหาและอุปสรรคบ้างแต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่ความมาแตกเอาตอนที่ตู้ผิงไปเที่ยวพาราเมาท์ ไนท์คลับกับเพื่อนแล้วเจออันนากำลังเต้นรำกับลูกค้า พอรู้ความจริงเข้า ตู้ผิงก็ทั้งตกใจ เสียใจ และรับไม่ได้ อันนาจึงคิดฆ่าตัวตาย หลังจั่วเจิ้นให้ข้อคิดตู้ผิงจึงรีบไปหาอันนาที่ดาดฟ้าและปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด หลังจากนั้นตู้ผิงก็พาอันนาไปอยู่กับตนที่ฮ่องกง

เรื่องราวต่อจะนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามชมได้ใน "ตำนานรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้ (Cruel Romance)" ทางช่องทรูไฟร์ยู


* เนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดงนำ


หวงเสี่ยวหมิง
รับบท จั่วเจิ้น
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)



เฉินเฉี่ยวเอิน (โจ เฉิน)
รับบท หรงจิ่นซิ่ว / โยโกะ โอโนะ
(นักแสดง / นักร้อง / ผู้ดำเนินรายการ ชาวไต้หวัน)



เฉียวเริ่นเหลียง
รับบท เซี่ยงอิงตง
(นักแสดง / นักร้อง / นายแบบ ชาวจีน)



หลี่ว์เจียหรง
รับบท อินหมิงจู
(นักแสดง ชาวจีน)



เซี่ยจวินหาว
รับบท เซี่ยงหานชวน
(นักแสดง ชาวฮ่องกง)



ชีจี
รับบท มาเอดะ ริวอิชิ
(นักแสดง ชาวจีน)



ไช่จวิ้นเทา
รับบท ถังไห่
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)




หยางเล่อ
รับบท สือฮ่าว
(นักแสดง ชาวจีน)



ตู้อี้เหิง
รับบท มูโตะ โนบุโอะ
(นักแสดง ชาวจีน)



เย่จื่อเซวียน
รับบท เสี่ยวหลาน
(นักแสดง / นางแบบ ชาวจีน)




ถงเฉินเจี๋ย
รับบท หลิงเหม่ยหัว
(นักแสดง / นางแบบ ชาวจีน)




เซี่ยเหวินเซวียน
รับบท จินหลิน
(นักแสดง ชาวจีน)




 

จางเจี๋ย
รับบท เส้าฮุย
(นักแสดง ชาวจีน)




จางเทียนเหยี่ย (อามาโน่)
รับบท ม๋าจื่อลิ่ว
(นักร้อง / โปรดิวเซอร์เพลง / นักแสดง ชาวจีน)


 

อวี๋เจี๋ยฉี
รับบท จีโร่ มัตซูโมโต
(นักแสดง ชาวจีน)








*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา