วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เรื่องย่อ มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ (Swords of Legends)




กำกับ:  เหลียนเซิ่งเฉวียน, หวงจวินเหวิน
เขียนบท:  เส้าซีหาน, จู๋ฟง
แนวละคร: แฟนตาซี, กำลังภายใน, โรแมนติก
จำนวนตอน: 50
ออกอากาศ:  จีน - ครั้งแรก 2 กรกฎาคม 2557 ทาง หูหนานทีวี
              ไทย - ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.30-19.15 น. ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ทีวี เริ่มออกอากาศ 26 พฤศจิกายน 2557

เรื่องย่อ



"มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ (Swords of Legends)" เป็นซีรี่ย์ที่ดัดแปลงมาจากวิดีโอเกมอาร์พีจีสามมิติซึ่งพัฒนาโดยบริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโรกอน ผลิตและจำหน่ายโดยเกมบาร์ เนื้อหาในละครกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อกว่าหนึ่งพันปีก่อน โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมือกระบี่หนุ่มนามว่า “ไป๋หลี่ถูซู” ซึ่งกลายเป็นคนเงียบขรึมเย็นชาหลังบ้านเกิดที่หุบเขาเวทมนต์อูเหมิงถูกกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากบุกทำลายจนพังพินาศ ส่งผลให้ผู้คนล้มตายทั้งหมู่บ้านรวมทั้งท่านปู่และท่านแม่ของถูซูด้วย คงมีเพียงถูซูเท่านั้นที่รอดชีวิตออกมาได้ในสภาพบาดเจ็บสาหัสและถูกวิญญาณกระบี่มาร "เฝินจี้" เข้าสิง ทั้งยังสูญเสียความทรงจำบางส่วนอีกด้วย นับว่ายังโชคดีที่นักพรตจื่ออิ้นแห่งสำนักเทียนยงเฉิง ณ เขาคุนหลุน นำไป๋หลี่ถูซูมารักษาและรับเป็นศิษย์ พร้อมทั้งทำหน้าที่ดูแลและปิดผนึกพลังมารของกระบี่เฝินจี้เอาไว้ หลายปีผ่านไป ถูซูซึ่งยังคงมีวิญญาณกระบี่มารสิงอยู่ในร่างและถูกพลังมารครอบงำจิตใจเป็นครั้งคราว ได้ออกจากสำนักเทียนยงเฉิงและได้พบกับโอวหยางเส้ากง ฉิงเสี่ย ตลอดจนเพื่อนๆ อีกจำนวนหนึ่ง จึงร่วมผจญภัยไปด้วยกัน


ละครเปิดฉากขึ้น ณ ดินแดนอันไกลโพ้นในสมัยโบราณกาล  เทพแห่งไฟจู้หรงได้สร้างกู่ฉิน (พิณโบราณ) ขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อ "เฟิ่งไหล" เทพหนี่วา (ผู้สร้างมวลมนุษย์และซ่อมเสาค้ำฟ้า) จึงทำการชุบชีวิตโดยเสกวิญญาณให้แก่กู่ฉินแล้วตั้งชื่อว่า "ไท่จื่อฉางฉิน" หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ดูแลฉางฉินเสมือนเป็นบุตรชายคนหนึ่ง ฉางฉินเป็นคนสงบเสงี่ยมเรียบร้อยและชอบดีดกู่ฉินบนเขาเหยาซาน เขามีเพื่อนเป็นสุยหุ่ย (งูน้ำ/ลูกมังกร) ชื่อ "เชียนหยู" ซึ่งสัญญาว่าหากวันใดตนได้เป็นเป็นมังกรโดยสมบูรณ์แล้วจะพาฉางฉินขี่หลังไปท่องโลก (มังกรจีนมีช่วงชีวิต 4,000 ปี กว่าจะเป็นมังกรที่โตเต็มวัยและมีปีก)   แต่ฉางฉินถูกเทพแห่งไฟจู้หรงเรียกตัวกลับสวรรค์ก่อนคำมั่นสัญญาจะเป็นจริง 

หลายร้อยปีผ่านไป  เชียนหยูได้ทำความผิดมหันต์และหนีไปหลบที่ภูเขาปู้โจว สวรรค์จึงบัญชาให้ฉางฉินไปจับกุมเชียนหยู  ฉางฉินเห็นแก่ความเป็นเพื่อนจึงปล่อยให้เชียนหยูหลบหนีไป แต่นั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะทำให้ภูเขาปู้โจวซึ่งเป็นเสาค้ำฟ้าพังทลายลงจนโลกมนุษย์เกือบพังพินาศ


ทั้งไท่จื่อฉางฉินและเชียนหยูต่างก็ถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ ฉางฉินถูกขับออกจากสวรรค์และโดนเนรเทศให้ลงมาร่อนเร่อยู่บนโลกมนุษย์ ถึงกระนั้นวิญญาณของเขาก็ยังเป็นอมตะ ด้วยความที่คิดถึงเพื่อนเขาจึงเฝ้ารอและไม่ยอมไปจากเขาเหยาซาน สุดท้ายก็โดนช่างตีดาบบนโลกมนุษย์จับไป (ด้วยหยกดูดวิญญาณ) หลังจากนั้น ช่างตีดาบก็ดึงหนึ่งแสนแรงอาฆาตในสามโลกมาหลอมรวมกับพลังอมตะของฉางฉิน แล้วตีเป็นกระบี่มารนามว่า "เฝินจี้"

ฉางฉินไม่ยอมสิงสถิตอยู่ในกระบี่ วิญญาณส่วนหนึ่งของเขาหลุดออกมาได้และหนีไปอยู่ที่ภูเขาจงหวง ถึงกระนั้นกระบี่เฝินจี้ก็มีอานุภาพถึงขั้นทำลายล้างโลกมนุษย์ ทั้งยังสามารถครอบงำจิตใจผู้ครอบครองให้กลายเป็นนักฆ่าใจคอเหี้ยมโหดที่พร้อมสังหารทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ด้วยเหตุนี้เทพหนี่วาจึงผนึกและล่ามโซ่กระบี่เฝินจี้เอาไว้ในถ้ำน้ำแข็งที่หุบเขาเวทมนต์อูเหมิง โดยมีผู้สืบทอดคอยดูแลรุ่นแล้วรุ่นเล่า 

ตัดมาที่หุบเขาเวทมนต์อูเหมิงในปัจจุบัน (สมัยราชวงศ์ถัง)



เนื่องจากพลังปิดผนึกของเทพหนี่วาเริ่มคลายตัว "หานซิวหนิง" ซึ่งเป็นผู้ดูแลกระบี่เฝินจี้จึงปรึกษาท่านยายแห่งโยวตูด้วยความร้อนใจ  (สื่อสารผ่านเวทมนต์)  เพราะหากพลังดังกล่าวสูญสิ้นไป นอกจากจะควบคุมกระบี่ไม่ได้แล้ว มนต์คุ้มภัยที่ปกป้องหุบเขาเวทมนต์อูเหมิงมาหลายชั่วอายุคนก็จะพลอยเสื่อมลงด้วย เธอกล่าวว่าหากทางโยวตูไม่รีบส่งคนมาช่วยโดยเร็ว เธอคงต้องไปขอความช่วยเหลือจากนักพรต "จื่ออิ้น" แห่งเขาคุนหลุนแทน ท่านยายโยวตูขอให้ซิวหนิงอดทนรอ แล้วตนจะรีบส่ง "ฟงก่วงม่อ" ไปช่วย

ระหว่างนั้น ซิวหนิงเหลือบเห็นเงาใครบางคนอยู่ที่ปากถ้ำจึงซัดพลังภายในเข้าใส่ พอเห็นว่าเป็น "หานหยุนซี" บุตรชาย เธอก็รีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง จากนั้นก็ตำหนิเด็กน้อยที่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเข้าถ้ำ หยุนซีรีบกล่าวขอโทษแม่แล้ววิ่งออกจากถ้ำน้ำแข็งด้วยความน้อยใจ  เขาปาหินใส่มนต์คุ้มภัยพลางบ่นว่าตนทำอะไรก็ผิดไปเสียหมด ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วตนเข้าไปในถ้ำเพราะเป็นห่วงแม่ เมื่อเห็นนกบินชนมนต์คุ้มภัย หยุนซีก็ไล่ตะเพิดนกให้บินไปหากินที่อื่น (ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ที่อยู่ภายนอกล้วนไม่สามารถเข้ามาไปในหุบเขาเวทมนต์อูเหมิงได้)


แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งเดินผ่านมา หยุนซีเห็นว่าจิ้งจอกขาวพูดได้จึงเดินตามไปด้วยซุกซน เมื่อพบโพรงที่เชื่อมต่ออูเหมิงกับโลกภายนอก หยุนซีก็นึกถึงคำพูดของแม่ที่สั่งห้ามไม่ให้ตนออกไปเที่ยวเล่นนอกเขตมนต์คุ้มภัย แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวและแอบตามจิ้งจอกน้อยไป จิ้งจอกน้อยเห็นหยุนซีวิ่งตามมา จึงร้องเรียกปู่ต้นไทรและฟ้องว่ามีคนไล่ตามเธอมา


ก่อนเดินทางไปยังหุบเขาเวทมนต์อูเหมิง ก่วงม่อได้มอบสร้อยข้อมือหินวิเศษที่ตนทำขึ้นให้ "ฟงฉิงเสี่ย" ผู้เป็นน้องสาว โดยบอกว่ายามใดที่ตนอยู่ใกล้ๆ หินจะเปล่งแสงออกมา พอเห็นน้องสาวทำหน้าเศร้า ก่วงม่อก็สัญญาว่าเมื่อกลับมาแล้วจะพาฉิงเสี่ยออกไปชมโลกภายนอก (ก่วงม่อเพิ่งได้ออกไปเผชิญโลกกว้างเป็นครั้งแรก)

หยุนซียังคงตามจิ้งจอกน้อยไปติดๆ แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีหมีตัวใหญ่โผล่มาทางด้านหลังหยุนซี หยุนซีเห็นดังนั้นก็รีบอุ้มจิ้งจอกน้อยแล้วพาวิ่งหนีแบบล้มลุกคลุกคลาน แต่หมียักษ์ก็ไล่ตามมาติดๆ หยุนซีรอดพ้นกงเล็บหมีมาได้แบบหวุดหวิด แต่หมีก็ตะปบต้นไม้จนหักโค่นลงมาทับขาหยุนซี หยุนซีบอกจิ้งจอกน้อยให้รีบหนีไปแต่จิ้งจอกน้อยกลับกระโจนเข้าใส่หมี จึงถูกหมีโยนร่างกระแทกต้นไม้อย่างจัง   โอวหยางเส้ากงผ่านมาพบเข้าจึงช่วยหยุนซีและจิ้งจอกน้อยเอาไว้ได้ทัน


หลังเดินทางรอนแรมเป็นเวลานานนับเดือน ในที่สุด ก่วงม่อก็มาถึงหุบเขาเวทมนต์อูเหมิง ซิวหนิงบ่นว่าก่วงม่อมาถึงช้ากว่ากำหนดถึง 3 วัน ก่วงม่ออ้างว่าตนเพิ่งเดินทางมาโลกมนุษย์เป็นครั้งแรกจึงไม่รู้เส้นทางทำให้หลงและอ้อมไปอ้อมมา  ซิวหนิงรู้ว่าก่วงม่อสามารถใช้มนต์นำทางได้จึงรู้สึกไม่พอใจที่ก่วงม่อมัวแต่เถลไถลและชักไม่แน่ใจในตัวชายหนุ่ม เธอจึงคิดที่จะเชิญนักพรตจื่ออิ้นที่สำนักเทียนยงเฉิงบนเขาคุนหลุน (ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าและเคยเดินทางมาที่หุบเขาเวทมนต์อูเหมิงตอนเธอให้กำเนิดหยุนซี) ให้มาร่วมทำพิธีปิดผนึกกระบี่เฝินจี้อีกคน เพื่อป้องกันความผิดพลาด


โอวหยางเส้ากงช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้หยุนซี เขาบอกหยุนซีว่าตนเดินทางมาจากทิศตะวันออก คนในครอบครัวของตนกำลังป่วยหนัก ตนจึงเดินทางมาหาเสาะหาวิธีการรักษา (เขามีวิชาด้านแพทย์) แต่เกิดหลงมาแถวนี้และหาทางข้ามหุบเขาไม่ได้ หยุนซีบอกเส้ากงว่าเขาไม่สามารถเดินทางผ่านหุบเขาและแนะนำให้เดินอ้อมไปทางอื่น เส้ากงเห็นว่าใกล้ค่ำแล้วจึงขอแวะพักที่บ้านหยุนซีคืนหนึ่ง  หยุนซีปฏิเสธอย่างสุภาพโดยบอกว่าแม่ของตนห้ามไม่ให้คนนอกเข้าไปในหมู่บ้าน  เส้ากงบอกว่าตนจะสำรวมกิริยาและจะไปขออนุญาตแม่ของหยุนซีด้วยตนเอง  หยุนซีชี้ว่าหมู่บ้านตนเป็นเขตหวงห้ามจึงไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า ยิ่งในช่วงสองวันนี้ห้ามคนเข้าออกโดยเด็ดขาด 

ในขณะที่ซิวหนิงให้นกส่งสารไปเชิญนักพรตจื่ออิ้น หยุนซีก็ช่วยนำทางเส้ากงไปยังถนนเลี่ยงหุบเขา เส้ากงถามว่าหากพ้นสองวันนี้ไปแล้วตนจะเข้าไปหาหยุนซีในหมู่บ้านได้ไหม หยุนซียืนยันว่าไม่ได้เพราะหมู่บ้านตนไม่เคยเปิดรับคนนอก  หลังจากแม่ของตนทำพิธีผนึกพลังแล้วจะยิ่งเข้าออกยากกว่านี้  ก่อนจากกันเส้ากงมอบเม็ดกระสุนที่ทำจากดินประสิวไว้ให้หยุนซีใช้ป้องกันตัวจากสัตว์ร้าย หยุนซีกล่าวขอบคุณและถามเส้ากงว่าจะผ่านมาแถวนี้อีกไหม เส้ากงจึงสัญญาว่าหากเสร็จธุระเสร็จแล้วจะแวะมาหาหยุนซีอีก 


หลังจากนั้นหยุนซีก็มุดเข้าไปในโพรงที่เชื่อมต่อกับหมู่บ้านของตนและบังเอิญเจอกับก่วงม่อพอดี ก่วงม่อเห็นสร้อยคอของหยุนซีก็รู้ทันทีว่าเด็กน้อยคือ "ลูกชายของท่านหญิงซิวหนิง" หยุนซีแย้งว่า ตนชื่อ "หานหยุนซี" ต่างหาก ก่วงม่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ เขารู้ว่าที่นี่ไม่อนุญาตให้คนในหมู่บ้านออกหุบเขาเวทมนต์อูเหมิง จึงถามหยุนซีว่าไม่กลัวโดนแม่ทำโทษหรือ หยุนซีกล่าวว่าที่นี่มีมนต์คุ้มภัยและไม่เคยเกิดเหตุร้ายมาหลายศตวรรษแล้ว ตนออกไปเที่ยวเล่นแค่ครั้งเดียวจึงไม่น่าจะเป็นไร หยุนซีแปลกใจที่ก่วงม่อเป็นคนนอกแต่กลับเข้ามาในอูเหมิงได้จึงถามว่าเขาเป็นใคร แต่แล้วเด็กน้อยก็เดาออกว่าก่วงม่อมาจากโยวตู ก่วงม่อจึงแนะนำตัวว่าตนชื่อ "ฟงก่วงม่อ" หยุนซีขอร้องให้ก่วงม่อช่วยเก็บเรื่องที่ตนหนีออกไปเที่ยวไว้เป็นควานลับ ก่วงม่อรับปากและชวนหยุนซีให้มานั่งดื่มสุราแล้วพูดคุยกัน 

ก่วงม่อเล่าให้หยุนซีฟังอย่างมีความสุขว่าโลกมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่สวยงาม สนุกสนานเพลิดเพลิน และน่าตื่นตาตื่นใจ หยุนซีได้ยินดังนั้นจึงอยากให้ก่วงม่อพาตนออกไปชมโลกภายนอกบ้าง ก่วงม่อทำหน้าเศร้าแล้วบอกว่าหลังเสร็จพิธีแล้วตนต้องเดินทางกลับโยวตูทันที พอรู้ว่าก่วงม่อหัวอกเดียวกับตน (ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปชมโลกภายนอก) หยุนซีก็รู้สึกเห็นใจ


ในขณะที่นักพรตจื่ออิ้นซึ่งกำลังบำเพ็ญเพียรได้รับสารจากซิวหนิง พลังปิดผนึกกระบี่เฝินจี้ของเทพหนี่วาก็เริ่มสูญสิ้น ซิวหนิงจึงถามก่วงม่อ (อย่างไม่ค่อยมั่นใจ) ว่าพร้อมไหม เพราะหากทำพิธีแล้วจะหยุดกลางคันไม่ได้ เมื่อก่วงม่อยืนยันว่าตนเป็นจอมเวทย์แห่งโยวตู ทั้งคู่จึงเริ่มทำพิธีด้วยการส่งพลังภายในและเวทมนต์ไปปิดผนึกกระบี่เฝินจี้

ใครเลยจะคาดคิดว่าในตอนนั้น โอวหยางเส้ากงได้ขึ้นไปยืนบนชะง่อนผาแล้วมองลงมายังหุบเขาเวทมนต์อูเหมิงด้วยสายตามาดมั่นพลางยิ้มเยาะเหมือนมีแผนชั่วร้ายบางอย่าง หลังจากนั้นอูเหมิงก็โดนลูกไฟถล่มอย่างหนักเป็นเหตุให้มนต์คุ้มภัยเสื่อมสลาย และมีกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากปีศาจเหินลงมาจากภูเขาแล้วเข่นฆ่าคนในหมู่บ้าน หลังได้รับแจ้งว่ามนต์คุ้มภัยถูกทำลายและมีผู้บุกรุก ท่านปู่ชิวจึงบอกให้ซิวหนิงและก่วงม่อตั้งใจทำพิธีต่อไป ส่วนตนและคนในหมู่บ้านจะออกไปสกัดกั้นผู้บุกรุกที่หน้าทางเข้าถ้ำ

เนื่องจากกลุ่มผู้บุกรุกล้วนเป็นยอดฝีมือ คนในหมู่บ้านจึงต้านทานไม่ไหวและถูกฆ่าตายจนหมด คงเหลือเพียงท่านปู่ชิวที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้เป็นคนสุดท้าย  หยุนซีเห็นท่านปู่โดนแทงจึงร้องเรียกและวิ่งไปหา ทำให้ถูกชายชุดดำซัดพลังภายในเข้าใส่  แม้จะเจ็บปางตายแต่พอเห็นปู่โดนทำร้ายหยุนซีก็แข็งใจลุกขึ้นหวังวิ่งเข้าไปหาปู่ แต่ถูกชายชุดดำคว้าคอเอาไว้เสียก่อน


เมื่อเห็นชายชุดดำสวมหน้ากากลากตัวหยุนซีเข้ามาในถ้ำ ทั้งซิวหนิงและก่วงม่อต่างก็พากันตกตะลึง ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังคงทำพิธีปิดผนึกพลังมารของกระบี่เฝินจี้ต่อไป หัวหน้าชายชุดดำเรียกชื่อซิวหนิงและกล่าวว่าทุกคนในหมู่บ้านของเธอโดนสังหารหมดแล้ว เขาสั่งให้เธอหยุดทำพิธีปิดผนึกและมอบกระบี่เฝินจี้ให้ตนเพื่อแลกกับชีวิตของหยุนซี หยุนซีอาศัยทีเผลอกัดมือชายชุดดำแล้ววิ่งหนี ชายชุดดำจึงทำร้ายหยุนซีด้วยพลังภายใน แม้จะเห็นลูกชายโดนทำร้ายจนนอนแน่นิ่งและมีเลือดกลบปาก แต่ซิวหนิงก็ไม่อาจละทิ้งหน้าที่และไม่มีวันยอมให้กระบี่มารที่มีอำนาจร้ายแรงตกอยู่ในเงื้อมมือคนชั่ว

เมื่อเห็นว่าทั้งตนและซิวหนิงกำลังจะถูกเหล่าชายชุดดำสังหาร ก่วงม่อจึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ หน้าที่ในการปิดผนึกกระบี่เฝินจี้จึงตกอยู่ที่ซิวหนิงแต่เพียงผู้เดียว ซิวหนิงเกรงว่าก่วงม่อจะต้านชายชุดดำเอาไว้ไม่อยู่จึงถ่ายทอดพลังมาร (และวิญญาณ) ของกระบี่มาใส่ไว้ในร่างหยุนซีที่กำลังจะตาย  โดยหวังว่าพลังและวิญญาณของกระบี่จะช่วยให้หยุนซีรอดชีวิต หลังจากนั้นซิวหนิงก็ใช้พลังภายในส่งร่างของหยุนซีออกจากถ้ำน้ำแข็ง ก่อนใช้เลือดร่ายมนต์ผนึกทุกอย่างภายในถ้ำให้กลายเป็นน้ำแข็งรวมทั้งตัวซิวหนิงเองและชายชุดดำอีกสองคน ก่วงม่อและหัวหน้าชายชุดดำเห็นดังนั้นจึงรีบกระโจนหนี ขณะที่กระบี่เฝินจี้ซึ่งลุกเป็นไฟได้หลุดจากพันธนาการและพุ่งออกจากถ้ำมาปักลงเคียงข้างร่างของหยุนซี

อีกด้านหนึ่ง ณ ดินแดนโยวตู ฉิงเสี่ยวิ่งหน้าตาตื่นมาหาท่านยายโดยบอกว่าตนฝันร้าย ในฝันตนเห็นพี่ชายกำลังจะถูกคนชั่วฆ่าตาย ฉิงเสี่ยขอร้องให้ท่านยายให้ออกไปช่วยก่วงม่อก่อนที่จะสายเกินไป  ท่านยายบอกฉิงเสี่ยว่าพิธีปิดผนึกกระบี่เฝินจี้มีปัญญา (เห็นภาพผ่านการใช้เวทมนต์ และเสาธงเทพมีไฟลุก) แต่ถ้าตนออกไปข้างนอกอีกคนจะไม่มีใครอยู่ดูแลโยวตู  ท่านยายบอกฉิงเสี่ยว่าจะส่งคนไปที่อูเหมิง ฉิงเสี่ยขอตามไปด้วยแต่ท่านยายไม่อนุญาตเพราะเธอยังเด็กนัก เมื่อเห็นว่าฉิงเสี่ยยังคงงอแงด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย ท่านยายจึงเตือนว่าเมื่อโตขึ้นฉิงเสี่ยจะต้องเป็นผู้ดูแลโยวตู เธอจึงต้องให้ความสำคัญกับโยวตูก่อนเป็นลำดับแรก 


เมื่อนักพรตจื่ออิ้นเดินทางไปถึงอูเหมิงก็พบว่าทุกคนโดนสังหารหมดแล้ว คงมีเพียงหยุนซีที่นอนหายใจรวยรินเคียงข้างกระบี่เฝินจี้ นักพรตจื่ออิ้นเห็นพลังมารในตัวหยุนซีจึงรู้ทันทีว่าวิญญาณกระบี่เฝินจี้ได้เข้ามาอยู่สิงสู่อยู่ในตัวหยุนซีแล้ว เขาจึงรีบพาหยุนซี (และกระบี่เฝินจี้) ไปที่โยวตู และพบฉิงเสี่ยที่หน้าประตูทางเข้าพอดี (เธอกำลังจะหนีออกไปตามหาพี่ชาย) ฉิงเสี่ยเห็นสภาพหยุนซีก็รู้ทันทีว่าเขากำลังทุกข์ทรมานเพราะมีพลังมารแผดเผาอยู่ในตัว เธอจึงช่วยร่ายมนต์สะกดจนทำให้อาการเจ็บปวดของหยุนซี
ทุเลาลง

เมื่อได้พบท่านยายแห่งโยวตู นักพรตจื่ออิ้นก็ขอให้ช่วยรักษาหยุนซี ท่านยายกล่าวว่าเฝินจี้เป็นกระบี่มารที่มีมาแต่โบราณ ตอนนี้พลังปิดผนึกของเทพหนี่วาได้เสื่อมลงแล้ว และพลังมารก็ออกจากกระบี่ไปสิงอยู่ในร่างของหยุนซี ในไม่ช้าหยุนซีจะถูกพลังมารเข้าครอบงำและเขาก็จะนำกระบี่เฝินจี้มาทำลายโลกมนุษย์ ที่เธอทำได้จึงมีเพียงรวบรวมพลังโยวตูแล้วทำพิธีปิดผนึกพลังมารของกระบี่เฝินจี้อีกครั้ง ครั้นพอท่านยายแห่งโยวตูขอกระบี่เฝินจี้ นักพรตจื่ออิ้นก็มีทีท่าลังเลและถามว่าหากท่านยายทำเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับหยุนซี ท่านยายตอบตามตรงว่า ตอนนี้กระบี่เฝินจี้และหยุนซีได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้ว หากกำจัดวิญญาณของกระบี่ หยุนซีก็จะเสียชีวิตตามไปด้วย


นักพรตจื่ออิ้นได้ยินดังนั้นจึงแย้งว่าหยุนซีเพิ่งอายุได้ 10 ปี ทุกคนในครอบครัวของเขาล้วนตายเพราะกระบี่เฝินจี้ ผู้อาวุโสคนหนึ่งแย้งว่าหากไม่ทำพิธีปิดผนึกกระบี่เฝินจี้จะมีผู้บริสุทธิ์สังเวยชีวิตให้กระบี่เล่มนี้มากมาย นักพรตจื่ออิ้นแย้งกลับว่าทุกคนในอูเหมิงต่างก็ต้องสละชีวิตเพื่อกระบี่เล่มนี้ มีเพียงหยุนซีเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ แม้เฝินจี้จะเป็นกระบี่มารที่ทรงพลังแต่ก็ไม่อาจควบคุมร่างกายของเด็ก 10 ขวบให้ไปเข่นฆ่าใครได้ หากทางโยวตูต้องการปิดผนึกกระบี่ก็ต้องรักษาชีวิตของหยุนซีด้วย ถ้าทำไม่ได้ตนก็ไม่อาจส่งมอบกระบี่ให้ ท่านยายได้ยินดังนั้นจึงถามนักพรตจื่ออิ้นว่า แม้จะมีอีกหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไปเพราะกระบี่เล่มนี้ นักพรตจื่ออิ้นก็ไม่สนใจเลยหรือ นักพรตจื่ออิ้นตอบว่าสำหรับตนแล้วจะชีวิตเดียวหรือล้านชีวิตก็ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น หยุนซีจึงมีสิทธิที่จะอยู่ต่อ และไม่ควรมีใครมาชี้เป็นชี้ตายแทนเจ้าตัว

บรรดาผู้อาวุโสแห่งโยวตูได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธจึงคิดที่จะลงมือสั่งสอนนักพรตจื่ออิ้น  ท่านยายเห็นดังนั้นก็รีบห้ามเอาไว้ หลังจากนั้นท่านยายก็ขอเวลาหารือกับเหล่าผู้อาวุโสแห่งโยวตูก่อน โดยบอกให้นักพรตจื่ออิ้นรอฟังคำตอบอยู่ที่โยวตู เมื่อท่านยายขอให้นักพรตจื่ออิ้นเชื่อใจและมอบกระบี่เฝินจี้ให้ตน นักพรตจื่ออิ้นจึงยอมมอบกระบี่ให้แต่โดยดี


หยุนซีถามฉิงเสี่ยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด ฉิงเสี่ยตอบว่าที่นี่คือ "เทียนเหอ" ซึ่งเชื่อมต่อฟ้า ดิน และมหาสมุทร (เทียนเหอ แปลว่า ทางช้างเผือก หรือ แม่น้ำบนสวรรค์) ส่วนดินแดนที่อยู่เบื้องล่างคือเกาหลี่พอพูดถึงเกาหลี่ฉิงเสี่ยก็ทำหน้าเศร้า เธอหวั่นใจว่าพี่ชายเธออาจอยู่ที่นั่นเพราะเขาเดินทางไปที่หุบเขาศักดิ์สิทธิ์อูเหมิง ฉิงเสี่ยถามหยุนซีว่าเห็นพี่ชายเธอไหม เมื่อหยุนซีปฏิเสธว่าไม่เคยเห็น ฉิงเสี่ยก็ถามต่อว่าเขาจำเหตุการณ์ที่อูเหมิงได้หรือเปล่า หยุนซีนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเพราะความทรงจำในอดีตหายไป  เขาบอกว่าหลังตนเองตื่นขึ้นมาก็พบนักพรตจื่ออิ้นเป็นคนแรก และคนต่อมาก็คือฉิงเสี่ย ส่วนเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นตนจำอะไรไม่ได้เลย 

หยุนซีแปลกใจที่ฉิงเสี่ยมีพลังวิเศษซึ่งสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดของตนได้ ฉิงเสี่ยเล่าว่าตระกูลของเธอได้รับการถ่ายทอดพลังดังกล่าวมาจากเทพหนี่วา จึงสามารถกำราบพลังมารของกระบี่เฝินจี้ในตัวหยุนซีได้  หยุนซีไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในร่างกายตนคืออะไร ฉิงเสี่ยบอกด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้นว่าเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายสุดๆ จากนั้นเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าพี่ชายเธอต้องไปจากที่นี่เพราะพลังมารที่ว่านี้ หยุนซีเห็นฉิงเสี่ยทำหน้าเศร้าจึงปลอบใจว่าพี่ชายเธอจะต้องไม่เป็นอะไร หลังจากนั้นก็นำดินมาปั้นเป็นตุ๊กตาให้ฉิงเสี่ย  ฉิงเสี่ยจึงลืมความเศร้าและยิ้มอย่างมีความสุข


หลังจากนั้นผู้อาวุโสแห่งโยวตูก็มาตามหยุนซีไปทำพิธี ท่านยายปลอบหยุนซีว่าตนและเหล่าผู้อาวุโสจะช่วยกันปลดปล่อยพลังมารในตัวหยุนซี หยุนซีถามว่าหากทำเช่นนั้นแล้วตนจะไม่เจ็บปวดอีกต่อไปใช่ไหม ท่านยายได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกสงสารและหนักใจ เธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะทำตามที่รับปากกับนักพรตจื่ออิ้นได้หรือไม่ ปรากฏว่าระหว่างทำพิธีวิญญาณปีศาจของกระบี่ได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมทั้งแสดงความอาฆาตมาดร้ายที่ลูกหลานของเทพหนี่วากักขังวิญญาณตนมาเป็นเวลาหลายพันปี หลังประกาศว่าจะฆ่าทุกคนให้ตาย วิญญาณดังกล่าวก็กลับเข้าร่างของหยุนซี  หยุนซีจ้องมองทุกคนด้วยสีหน้าโกรธแค้นและนัยน์ตาแดงก่ำ หนึ่งในผู้อาวุโสเกรงว่าจะต้านทานพลังมารเอาไว้ไม่อยู่จึงเสนอให้ฆ่าหยุนซี ก่อนที่หยุนซีจะถูกพลังมารครอบงำทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อโดนรบเร้ามากๆ เข้าท่านยายจึงคิดที่จะกำจัดหยุนซีแต่นักพรตจื่ออิ้นเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทันเวลา


หลังสะกดวิญญาณปีศาจได้แล้ว นักพรตจื่ออิ้นก็ตำหนิท่านยายแห่งโยวตูที่ไม่รักษาคำพูด ท่านยายอธิบายว่าวิญญาณปีศาจของกระบี่เฝินจี้ได้ตื่นขึ้นแล้ว และนั่นก็จะยิ่งทำให้กระบี่มีพลังชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น อึกไม่นานหยุนซีก็จะถูกกระบี่เฝินจี้ครอบงำจนกลายเป็นนักฆ่าใจคอโหดเหี้ยม จึงควรกำจัดหยุนซีเสียตั้งแต่ตอนนี้ นักพรตจื่ออิ้นกล่าวว่าตนพาหยุนซีมาที่โยวตูเพราะต้องการช่วยชีวิตหยุนซี หากทางโยวตูไม่ยอมช่วย ตนคงต้องหาทางช่วยชีวิตหยุนซีด้วยตนเอง ท่านยายและเหล่าผู้อาวุโสได้ยินดังนั้นจึงพยายามขัดขวางไม่ยอมให้นักพรตจื่ออิ้นนำตัวหยุนซีและกระบี่เฝินจี้ออกไป หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงต่อสู้กัน แม้จะได้รับบาดเจ็บจากการใช้พลังสะกดวิญญาณกระบี่เฝินจี้ก่อนหน้านี้ แต่นักพรตจื่ออิ้ก็สามารถฝ่าวงล้อมและนำตัวหยุนซีออกมาทางด้านนอก โดยมีฉิงเสี่ยเป็นผู้นำทางไปสู่ประตูทางออก

นักพรตจื่ออิ้นพาหยุนซีมาที่สำนักเทพเทียนยงเฉิง ณ เทือกเขาคุนหลุน (เมืองกำแพงสวรรค์) โดยมอบหมายให้ลูกศิษย์นามว่า "หลิงเยว่"  คอยเฝ้าดูแล หลังหลับไปนาน 7 วัน 7 คืน หยุนซีก็ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำที่หายไป 



หลังช่วยกันสะกดและปิดผนึกวิญญาณปีศาจของกระบี่เฝินจี้ในตัวหยุนซีแล้ว (หยุนซีต้องคำสาปของกระบี่เฝินจี้มาตั้งแต่เกิด ส่งผลให้เขาต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ด้วยความที่แม่ของหยุนซีและนักพรตจื่ออิ้นเคยเป็นเพื่อนกัน นักพรตจื่ออิ้นจึงทำทุกอย่างเพื่อปกป้องหยุนซี)  นักพรต "หานซู" เจ้าสำนักเทียนยง ก็เตือนนักพรตจื่ออิ้นว่า แม้ตนจะสะกดวิญญาณปีศาจในตัวหยุนซีได้สำเร็จ แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นพลังมารเฝินจี้ในตัวหยุนซีได้ และพลังดังกล่าวก็จะเติบโตไปพร้อมกับหยุนซี เมื่อหยุนซีโตขึ้นพลังมนต์ปิดผนึกก็จะเสื่อมลง ส่งผลให้วิญญาณปีศาจตื่นขึ้นอีกครั้งพร้อมพลังมารที่แก่กล้า เมื่อถึงวันนั้นหยุนซีก็จะถูกกระบี่เฝินจี้ครอบงำทั้งร่างกายและจิตใจ  นักพรตจื่ออิ้นได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า  แม้จะเป็นเช่นนั้นตนก็ยังอยากช่วยหยุนซี

เจ้าสำนักแย้งว่าอีกหน่อยหยุนซีจะตกเป็นเครื่องมือของกระบี่มารเฝินจี้ ถึงแม้นักพรตจื่ออิ้นจะไม่ส่งตัวหยุนซีให้แก่โยวตู แต่หยุนซีก็อยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่ดี หงอวี่ (หง-อวี่) จึงแนะนำให้นักพรตจื่ออิ้นรับหยุนซีเป็นศิษย์ชั่วคราว แต่เนื่องจากนักพรตจื่ออิ้นภายในบอบช้ำจากการใช้พลังสะกดวิญญาณปีศาจที่โยวตู จึงจำเป็นต้องเก็บตัวเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูพลัง ทำให้ไม่สามารถดูแลหรือรับหยุนซีเป็นศิษย์ได้ เจ้าสำนักกล่าวว่าถ้านักพรตจื่ออิ้นไม่อาจรับหยุนซีเป็นศิษย์ก็ต้องพาหยุนซีไปอยู่ในที่ๆ ห่างไกลจากกระบี่เฝินจี้ มิเช่นนั้น หยุนซีอาจเป็นอันตรายและจะส่งผลร้ายต่ออนาคตของหยุนซี (หยุนซีซึ่งแอบฟังมาโดยตลอดได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเสียใจ) 

ผู้อาวุโสแห่งโยวตูแนะให้ท่านยายส่งคนไปชิงกระบี่เฝินจี้ที่เทียนยงเฉิงก่อนที่โลกมนุษย์จะถูกกระบี่มารทำลาย แต่ท่านยายแย้งว่าทั้งตนและบรรดาผู้อาวุโสของโยวตูล้วนได้รับบาดเจ็บแล้วจะชิงกระบี่เฝินจี้มาได้อย่างไร ที่สำคัญเทียนยงเฉิงเป็นสำนักเทพที่เต็มไปด้วยสุดยอดมือกระบี่และมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ขืนบุกไปตอนนี้มีหวังไปไม่ถึงปากทางเข้าภูเขาด้วยซ้ำ ทันใดนั้น เปลวเพลิงที่เสาธงเทพก็มอดดับลง ท่านยายจึงรู้ทันทีว่านักพรตจื่ออิ้นพบวิธีปิดผนึกกระบี่เฝินจี้แล้ว ฉิงเสี่ยซึ่งแอบฟังและแอบลุ้นมาโดยตลอดได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจที่หยุนซีปลอดภัย



ในที่สุด นักพรตจื่ออิ้นก็จำเป็นต้องพาหยุนซีออกจากสำนักเทียนยงแล้วนำไปฝากให้ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณเชิงเขาช่วยดูแล เมื่อนักพรตจื่ออิ้นเดินออกจากบ้าน หยุนซีซึ่งนิ่งเงียบมาโดยตลอดก็วิ่งตามไปคุกเข่าและก้มศีรษะคำนับแทบเท้านักพรตจื่ออิ้นเพื่อเป็นการขอบคุณและอำลา แต่หลังจากคำนับได้ 2 ครั้ง หยุนซีก็หมดสติเพราะถูกพลังมารของกระบี่เฝินจี้แผดเผา  นักพรตจื่ออิ้นจึงนำตัวหยุนซี กลับมาที่สำนักเทียนยงอีกครั้ง หลิงเยว่เห็นดังนั้นจึงถามว่าไม่ให้หยุนซีลงจากเขาแล้วหรือ นักพรตจื่ออิ้นกล่าวว่าหยุนซีกับกระบี่เฝินจี้รวมกันเป็นหนึ่งแล้วจึงไม่อาจแยกจากกัน และตนก็ไม่สามารถทอดทิ้งหยุนซีได้เช่นกัน


 

ในที่สุด นักพรตจื่ออิ้นยอมรับหยุนซีเป็นศิษย์คนที่สองและตั้งชื่อแซ่ให้ใหม่ว่า “ไป๋หลี่ถูซู” เนื่องจากตอนที่นักพรตจื่ออิ้นไปที่อูเหมิงแล้วได้เจอหยุนซีครั้งแรก (ตอนนั้นหยุนซียังเป็นเพียงเด็กแรกเกิด)  เป็นช่วงที่ต้นถูซูปกคลุมไปทั่วทั้งพรมแดนตอนใต้  แซ่ใหม่ของหยุนซีคือ “ไป๋หลี่”  (แปลว่า ร้อยลี้) ส่วนชื่อ "ถูซู" นอกจากจะเป็นพืชชนิดหนึ่งแล้ว ยังหมายถึงกำจัดพลังมารและและปลุกวิญญาณของหยุนซีเอง ซึ่งเป็นความปรารถนาของนักพรตจื่ออิ้น (ไม่อยากให้หยุนซีถูกกระบี่มารเฝินจี้เข้าครอบงำ)   

หลังตั้งชื่อแซ่และมอบชีวิตใหม่ให้แล้ว นักพรตจื่ออิ้นก็บอกให้หยุนซีละทิ้งเรื่องราวในอดีตและไม่ต้องกล่าวถึงมันอีก โดยขอให้จำเพียงว่าต่อแต่นี้เขาคือ “ไป๋หลี่ถูซู” 

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรติดตามชมได้ใน มหัศจรรย์กระบี่เจ้าพิภพ (Swords of Legends)

* เนื้อหาโดย luvasianseries


นักแสดงนำ


 

หลี่อี้เฟิง
รับบท ไป๋หลี่ ถูซู / หานหยุนซี
(นักร้อง/นักแสดง/ผู้ดำเนินรายการ ชาวจีน)




หยางมี่
รับบท ฟงฉิงเสี่ย
(นักร้อง/นักแสดง/นางแบบ ชาวจีน)


 

อาเจียว  (จิลเลียน ชุง / จง ซินถง)
รับบท องค์หญิงซวิ่นฟาง
(นักร้อง/นักแสดง/นางแบบ ชาวฮ่องกง)


 

เจิ้งส่วง
รับบท เซียงหลิง
(นักแสดง ชาวจีน)


 

เฉียวเจิ้นอวี่
รับบท โอวหยางเส้ากง
(นักแสดง ชาวจีน)



 

หม่าเทียนอวี่
รับบท ฟางหลานเชิง / จินเล่ย
(นักร้อง/นักแสดง ชาวจีน)


 

เฉินเหว่ยถิง (วิลเลียม ชาน)
รับบท หลิงเยว่
(นักร้อง/นักแสดง ชาวฮ่องกง)


 

เกาเหว่ยกวง
รับบท ฟงก่วงม่อ / หยินเชียนชาง
(นักแสดง/นายแบบ ชาวจีน)


 

จางจื่อเหยา (เคน ชาง)
รับบท นักพรตจื่ออิ้น
(นักร้อง/นักแสดง ชาวไต้หวัน)


 

จางเหมิง
รับบท ฟางหรูฉิน
(นักแสดงและนางแบบ ชาวจีน)


 

เฉินจื่อหาน
รับบท หงอวี่
(นักแสดง ชาวจีน)


 

ตีหลี่เร่อปา
รับบท ฟูฉี
(นักแสดง ชาวจีน - เกิดที่ซินเจียงอุรุมชี (อูหลู่มู่ฉี) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์)


 

หลีเสี่ยวลู่ (ลูล่า/แจ็กเกอลีน ลี่)
รับบท หานซิวหนิง
(นักร้อง/นักแสดง ชาวจีน)




* ดูคลิปตัวอย่างและเพลงประกอบเพิ่มเติมได้ ที่นี่
* ดูละครย้อนหลังทางช่องเวิร์คพอยท์ได้ ที่นี่

*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

4 ความคิดเห็น:

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา