วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เรื่องย่อ ปิ๊งรักยัยซินเดอเรลล่า (Cinderella and the Four Knights)




กำกับ: ควอน ฮยอกชาน, ลี มินอู
เขียนบท: มิน จีอึน, วอน ยองชิล
แนวละคร: โรแมนติก, คอมเมดี้, ดราม่า
จำนวนตอน: 16
ออกอากาศ: เกาหลี - 12 สิงหาคม 2559 - 1 ตุลาคม 2559 ทางทีวีเอ็น
                ไทย - ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. ทางทรูโฟร์ยู (ช่อง 24) เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2559 (เพิ่มวันออกอากาศเป็นทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.00-21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559)



 คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย

เรื่องย่อ



"ปิ๊งรักยัยซินเดอเรลล่า (Cinderella and the Four Knights)" ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเรื่องเดียวกันของ "เพ็ค มโยอึย ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 เนื้อหาในละครกล่าวถึงชีวิตที่พลิกผันของ "อึน ฮาวอน" เด็กสาวสู้ชีวิตที่เติบโตมาอย่างยากลำบากเพราะถูกแม่เลี้ยงกับพี่สาวต่างสายเลือดกดขี่ข่มเหงอยู่เสมอ เธอเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมและฝันอยากเป็นครูจึงทำงานพาร์ทไทม์นับสิบอย่างเพื่อหาเงินส่งเสียตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้พบกับประธานคังซึ่งเสนอให้เธอย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์สุดหรูเป็นเวลาสามเดือนเพื่อทำภารกิจบางอย่าง แลกกับการส่งเสียให้เธอเรียนมหาวิทยาลัย 

ฮาวอนจึงเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้านฮานึล โดยอยู่ร่วมชายคากับหลานชายทั้งสามของประธานคัง ภารกิจของเธอคือการดัดนิสัยและสานสัมพันธ์ระหว่างสามหนุ่มซึ่งถูกบังคับให้มาอยู่ร่วมบ้านและต่างก็เป็นไม้เบื่อไม้เมา โดย "คัง ฮยอนมิน" หลานชายคนโต เป็นเพลย์บอยหนุ่มที่ใช้เงินซื้อและแก้ปัญหาทุกสิ่ง "คัง จีอุน" หลานชายคนรองซึ่งภายนอกเหมือนแบดบอยที่หัวรั้นและเลือดร้อน แต่ลึกๆ แล้วเป็นชายหนุ่มจิตใจดี อ่อนไหว และแสนโดดเดี่ยว และ "คัง ซออู" หลานชายคนเล็กซึ่งเป็นนักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังที่มีนิสัยขี้เล่นและเป็นมิตรกับฮาวอนมากที่สุด ขณะเดียวกันก็มีกฏเหล็กที่ฮาวอนต้องจำใส่ใจคือห้ามคบกับหลานชายทั้งสามของประธานคังโดยเด็ดขาด แม้จะเป็นภารกิจที่ยากเย็นแต่ฮาวอนก็ได้รับความดูแลและช่วยเหลือเป็นอย่างดีจาก "ลี ยูนซอง" เลขาประธานคังและบอดี้การ์ดของสามหนุ่มนั่นเอง     

เนื้อหาตอนที่ 1

เรื่องราวในละครเริ่มต้นขึ้นด้วยการเล่านิทานเรื่องซินเดอเรลล่า... หลังอ่านนิทานให้เด็กๆ ฟังจนจบ "อึน ฮาวอน" ซึ่งมารับจ้างทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กก็บ่นว่า ทุกวันนี้ซินเดอเรลล่า (อย่างเธอ) มีเวลาออกไปพบเจ้าชายซะที่ไหน เพราะวันๆ ต้องวิ่งรอกทำงานพาร์ทไทม์ แถมเจ้าชายในยุคนี้ยังมีแต่พวกมากรักหลายใจ ทั้งยังชอบวางท่า ทำตัวหยิ่งยโส และเธอก็ได้แต่หวังว่าจะมีใครไปบอกคนพวกนี้ให้เลิกหลงตัวเองเสียที ด้วยเหตุนี้ฮาวอนจึงสอนให้เด็กๆ ยืนหยัดด้วยลำแข้งตนเองแทนที่จะมัวนั่งฝันหวานถึงเจ้าชายห่วยๆ



ฮาวอน (ซึ่งยังคงสวมเครื่องแบบนักเรียนมัธยม) ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งพิซซ่าที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮันกุกด้วยความลิงโลด เพราะเธอหมายมั่นว่าตนเองจะต้องได้เป็นนักศึกษาที่นี่ในเดือนหน้าเหมือนเหล่าบรรดานักศึกษาหนุ่มที่เป็นลูกค้าของเธอ หลังส่งพิซซ่าแล้วฮาวอนพบชายหนุ่มคนหนึ่งจอดรถบิ๊กไบค์ขวางถนนแล้วลงไปทำร้ายชายฉกรรจ์ 4 คน (ทั้งที่ยังสวมหมวกกันน็อค) จากนั้นก็ชิงกระเป๋าถือไป เธอคิดว่าเขาเป็นคนร้ายเลยซิ่งมอเตอร์ไซค์แบบสกู๊ตเตอร์ไล่ตามบิ๊กไบค์ของชายหนุ่มโดยพยายามบิดคันเร่งเต็มแรงแต่ก็ยังตามไม่ทัน ในที่สุดเธอก็เห็นเขาคืนกระเป๋าให้ผู้หญิงคนหนึ่งแล้วจากไปทันที  เธอจึงเข้าไปถามหญิงคนดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงคนดังกล่าวเพ้อว่าตนรู้สึกเหมือนเพิ่งเจอเจ้าชายในชุดเกราะแวววาว มิหนำซ้ำเขายังช่วยนำกระเป๋ามาคืนให้เธอ พอได้ยินหญิงคนดังกล่าวเปรียบกระเป๋าถือเป็นรองเท้าแก้ว ฮาวอนก็รู้สึกหมั่นไส้ ถึงกระนั้นเธอก็รู้สึกดีที่ยังพอมีผู้ชายดีๆ หลงเหลืออยู่บ้าง



ในขณะที่ "ปาร์ค ฮเยจี" กำลังยืนรอใครบางคนที่ล็อบบี้โรงแรม เธอก็ถึงกับอึ้งเมื่อพบว่า  "คัง ฮยอนมิน" กำลังกิ๊กกับเพื่อนของเธอ เมื่อถูกฮเยจีตำหนิที่คบผู้หญิงไม่เลือกหน้า ฮยอนมินจึงกล่าวว่าสำหรับตนแล้วโลกนี้มีผู้หญิงเพียงสองประเภท หนึ่งคือผู้หญิงที่ตนเคยคบแล้ว สองคือผู้หญิงที่ตนจะคบในภายหลัง "คัง จีอุน" (ซึ่งนัดเจอฮเยจีที่นี่) ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวกับเพื่อนของฮเยจีว่ารสนิยมในการเลือกคบผู้ชายของเธอนั้นห่วยแตกสิ้นดี เขาทำเหมือนฮยอนมินไม่มีตัวตนและจะพาฮเยจีเดินจากไป แต่ฮยอนมินไม่ยอมปล่อยจีอุนไปง่ายๆ เขาถามว่าทำไมจีอุนถึงยังมาป้วนเปี้ยนที่โรงเแรมนี้ ทั้งๆ ที่เคยบอกว่าไม่สนใจธุรกิจต่างๆ ของฮานึลกรุ๊ป หรือว่าเขาอยากได้บริษัทและโรงแรมจนตั่วสั่นแล้วหลงคิดไปว่าตัวเองจะได้เป็นผู้สืบทอด จีอุนสวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่า...ใช่ว่าตนจะไม่มีหวัง ฮยอนมินจึงเตือนจีอุนว่าอย่าสำคัญตนผิดและชี้ว่าจีอุนเป็นแค่เศษสวะ เมื่อถูกจีอุนกระชากคอเสื้อ ฮยอนมินก็เตือนว่าจีอุนควรให้ความเคารพตนในฐานะที่มีศักดิ์เป็นพี่ แต่จีอุนไม่นับญาติกับคนอย่างฮยอนมินและบอกให้เขาไสหัวไป ฮยอนมินเตือนว่าหนทางของจีอุนยังอีกยาวไกล จากนั้นก็ปรายตามองฮเยจีแล้วเดินจากไปทันที ฮเยจีตำหนิจีอุนที่ชอบทะเลาะกับฮยอนมินและบอกให้จีอุนหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับญาติผู้พี่ของเขา จีอุนจึงแย้งกลับว่าเธอเองก็ควรทำอย่างนั้นเช่นกัน เขาชี้ว่ารสนิยมเรื่องผู้ชายของเธอนั้นแย่มาก ดังนั้น ถ้าเธอคิดที่จะแต่งงานกับใครต้องได้รับความเห็นชอบจากตนก่อน


หลังเลิกงานที่ร้านสะดวกซื้อ ฮาวอนเดินไปขออาหารที่หมดอายุวันนี้จากหัวหน้าโดยบอกว่าเธอจะทานอาหารเหล่านี้เอง พอกลับถึงบ้านแล้วเห็นว่า "ปาร์ค ซูคยอง" (แม่เลี้ยง) และ "ชเว ยูนา" (ลูกของแม่เลี้ยง) สั่งไก่ทอดและอาหารอื่นๆ มาทานเต็มโต๊ะ ฮาวอนก็ได้แต่กลืนน้ำลาย นอกจากสองแม่ลูกจะไม่ชวนฮาวอนทานแล้ว ทั้งคู่ยังพากันบ่นเธอเรื่องงานบ้าน แม่เลี้ยงเตือนเธอเรื่องล้างจานให้สะอาด ส่วนยูนาตำหนิฮาวอนที่ลืมนำเสื้อผ้าจากร้านซักรีดมาให้ตน หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็พากันบ่นว่าฮาวอนได้ความไม่เอาไหนมาจากแม่ผู้ล่วงลับของเธอ ฮาวอนได้ยินแล้วอึ้งไปชั่วขณะแต่สุดท้ายเธอยิ้มสู้ หลังกลับเข้าห้องที่ทั้งเล็กและเต็มไปด้วยลังใส่ของ ฮาวอนก็เริ่มมองหางานพาร์ทไทม์เพิ่มหมายเก็บเงินให้ครบ 4 ล้านวอน (ราว 1.2 แสนบาท) ตามเป้าหมาย เพื่อจะได้นำไปลงทะเบียนเรียนมหาวิทยาลัย เมื่อเห็นตัวเลขในบัญชีซึ่งมีอยู่เกือบ 3.4 ล้านวอน (ราว 1.04 แสนบาท) ฮาวอนก็รู้สึกดีใจที่เป้าหมายอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม 

สามหนุ่มฮยอนมิน จีอุน และซออู ซึ่งต่างก็กำลังขับรถสปอร์ตสุดหรู ได้รับข้อความทางโทรศัพท์จากปู่ ("คัง จงดู" - ประธานกลุ่มบริษัทฮานึล) ที่เรียกให้ทุกคนมาพบโดยพร้อมเพียงกันตอน 6 โมงเย็น โดยขู่ฮยอนมินกับซออูว่าถ้าไม่มาตนจะระงับบัตรเครดิตทุกใบ และขู่จีอุนว่าถ้าไม่มาก็อย่าหวังว่าจะได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับภูมิหลังของตน (เรื่องที่เขาไม่เคยมีพ่อ) เมื่อสามหนุ่มไปถึงคลับสุดหรูก็รู้สึกหงุดหงิดที่มีเพียง "ลี ยูนซอง" รอพวกตนอยู่ ยิ่งรู้ว่าปู่กำลังจะแต่งงานเป็นครั้งที่ 5 กับผู้หญิงที่อายุรุ่นราวคราวแม่ของพวกตน ทุกคนก็ยิ่งหัวเสีย จีอุน (ซึ่งบอกว่าตนเองชื่อ "ฮัน จีอุน" ไม่ใช่ "คัง จีอุน") ปฏิเสธที่จะไปร่วมงานและเดินออกจากห้องไปทันที  ซออูตามออกไปเป็นคนที่สองโดยอ้างว่าตารางงานของตนแน่นมาก มีเพียงฮยอนมินที่รับปากว่าจะไปร่วมงานพร้อมกับของขวัญ



ยูนซองนึกถึงวันแรกที่พาจีอุนมาอยู่บ้านฮานึล หลังพบหน้ากันได้ไม่นานจีอุนกับฮยอนมินก็เริ่มเขม่นกัน ฮยอนมินเห็นว่าจีอุนไม่รู้จักตนเลยคิดว่าจีอุนเป็นคนงานทำความสะอาดที่เพิ่งมาใหม่ เมื่อยูนซองแนะนำว่าจีอุนเป็นลูกชายของ "คัง ซอกชอล" ฮยอนมินก็แย้งว่าอาของตนไม่เคยแต่งงานแล้วจะมีลูกได้อย่างไร เขาถามยูนซองว่าตรวจสอบแน่ชัดแล้วหรือ เมื่อยูนซองพยักหน้าฮยอนมินจึงถามจีอุนว่าแม่ของเขามาจากตระกูลใด เขาอยากรู้ว่าตระกูลของแม่จีอุนยิ่งใหญ่มาจากไหนถึงได้เลี้ยงลูกตามลำพังแล้วปกปิดเรื่องจีอุนไว้เป็นความลับ จากนั้นก็นึกสงสัยว่าที่ผ่านมาจีอุนอาจใช้ชีวิตในต่างประเทศ จึงถามจีอุนว่าเขาจบจากสถาบันไหน

จีอุนตอบว่าหลังแม่เสียชีวิตเมื่อ 10 ปีก่อนตนก็ใช้ชีวิตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ส่วนเรื่องการศึกษา...ตนออกจากโรงเรียนมัธยมกลางคัน ยูนซองจะเล่าเรื่องราวของจีอุนให้ฮยอนมินฟังต่อ แต่ฮยอนมินได้ยินเพียงเท่านี้ก็เกินพอจึงตัดบทด้วยการลุกขึ้นแล้วบอกว่าตนกังวลเกินเหตุ (เพราะจีอุนไม่ใช่คู่แข่งของเขา) เขาถามยูนซองว่างานอดิเรกของปู่ตนคือการตามหาหลานคนใหม่งั้นหรือ และชี้ว่าก่อนหน้านี้ไม่นานปู่เพิ่งพาศิลปินข้างถนนเข้าบ้าน จากนั้นก็เหน็บว่าปู่ของตนช่างเป็นคนแก่ที่น่าสนใจจริงๆ หลังฮยอนมินกลับเข้าห้องไปแล้ว ยูนซองก็บอกจีอุนว่าอีกไม่นานเขาจะคุ้นชินกับทุกสิ่งที่นี่เอง พอรู้ว่าตนเองต้องทนอยู่ร่วมชายคากับคนอย่างฮยอนมิน จีอุนก็ได้แต่ถอนใจ

ที่สำนักงานใหญ่ฮานึลกรุ๊ป เหล่าผู้บริหารบริษัทในเครือยืนเรียงแถวยาวเหยียดเพื่อรอเข้าพบประธานคัง (ซึ่งกำลังรับประทานอาหารอยู่ในห้อง) เมื่อผอ.คิมรายงานว่าหนังสือพิมพ์ฮันยอง ไฟแนนเชียล ไทม์ส ชอบลงข่าวซุบซิบเกี่ยวกับฮานึลกรุ๊ปทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ประธานคังกำลังจะแต่งงานใหม่และเรื่องหลานชายทั้งสามของประธานคัง ประธานคังได้ยินดังนั้นจึงบอกผอ.คิมว่าไม่ต้องกังวลเพราะตนเพิ่งเทคโอเวอร์สำนักพิมพ์ดังกล่าวเมื่อวานนี้ ผอ.คิมได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยืนอึ้ง ประธานคังยังบอกด้วยว่าหากมีคนปล่อยข่าวลือในแง่ลบอีกให้ซื้อบริษัทที่เป็นเจ้าของเว็บท่า (พอร์ทัลไซต์) เพื่อเป็นการตัดปัญหา


เมื่อยูนซองรายงานว่าอาจไม่มีหลานชายคนไหนไปร่วมงานแต่งครั้งที่ 5 ประธานคังจึงตัดพ้อว่าไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของตนเลย ตนคงบริหารงานทั้งหมดด้วยตนเองได้อีกไม่นานจึงอยากหาใครสักคนมาสืบทอดตำแหน่งและบริหารฮานึลกรุ๊ปแทน ยูนซองกล่าวว่าหลานชายทั้งสามของประธานคังยังอายุน้อย (ทุกคนอายุ 20 ปีเท่ากัน ส่วนยูนซองอายุ 25 ปี) แต่ประธานคังเชื่อว่าจะต้องมีหนึ่งในนั้นที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การที่เขาจับหลานๆ มาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันเป็นเพราะเขาต้องการเฝ้าดูว่าใครจะฉายแววโดดเด่นออกมา ประธานคังกำชับยูนซองว่าหลานชายทั้งสามของตนจะต้องปรากฏตัวในงานแต่งงานเนื่องจากวันนั้นจะมีหลายคนคอยจับตาดูพวกตน เขากล่าวว่าถ้ายอมอ่อนข้อหรือยกโทษให้ทั้งสามคนง่ายๆ เพราะเห็นว่าพวกเขายังเด็ก ทุกคนจะได้ใจและยิ่งแข็งข้อจนกลายเป็นคนนิสัยเสีย และถ้าทุกคนพากันแสดงพฤติกรรมแย่ๆ ออกมาก็จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์โดยรวมของฮานึลกรุ๊ป  

ในขณะที่จีอุนกำลังทำงานที่อู่ซ่อมรถ เขาเห็นลูกค้าคนหนึ่งโวยวายเสียงดังลั่นจึงถามเพื่อนร่วมงานว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าชายคนดังกล่าวเป็นบล็อกเกอร์ที่นำรถมาเปลี่ยนอะไหล่หลายครั้งโดยกล่าวหาว่าทั้งหมดเป็นความผิดของช่าง ซ้ำยังข่มขู่ว่าจะโพสต์รีวิวแย่ๆ เกี่ยวกับอู่แห่งนี้ลงในเน็ต จีอุนเลยขับรถสปอร์ตพุ่งเข้าชนรถของชายคนดังกล่าวทันที เขาบอกรุ่นพี่ที่อู่ว่าตนจะรับผิดชอบค่าซ่อมรถทั้งสองคันเอง จากนั้นก็หันไปบอกลูกค้าว่าอยากจะซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ตรงไหนก็เชิญ แต่ต้องขอโทษช่างในอู่และอย่ากลับมาอวดเบ่งที่นี่อีก

อีกด้านหนึ่ง ซออูก็กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับทางสถานีโทรทัศน์ เพราะอยู่ๆ เขาก็หายตัวไปโดยที่ไม่มีใครสามารถติดต่อได้ทั้งๆ ที่กำลังจะขึ้นแสดงในรายการสด ผู้จัดการของเขาพยายามโทรฯ ตามพลางออกตามหาจนทั่ว แต่ซออูไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เพราะเขาแอบมานั่งเล่นกีตาร์พลางเสียบหูฟังที่บันไดของลานจอดรถชั้นใต้ดินตามลำพัง   

ส่วนฮยอนมินซึ่งนั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ในร้านกาแฟหรู ถูกหญิงสาวคนหนึ่งวีนใส่หลังเขาส่งข้อความบอกเลิกเธอทางโทรศัพท์ ฮยอนมินไม่คิดว่าการส่งข้อความบอกเลิกเธอเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ทั้งยังแย้งด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเรียบเฉยว่าที่ตนส่งไม่ได้มีเพียงข้อความแต่ยังมีอิโมจิ (อีโมติคอน) ด้วย เมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวโวยเรื่องที่เขาเคยบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขา ฮยอนมินพูดหน้าตาเฉยว่านั่นเป็นเพราะผู้หญิงทุกคนในโลกนี้คือผู้หญิงของตน และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมตนค่อนข้างยุ่ง  ฮยอนมินเห็นหญิงสาวคว้าแก้วน้ำด้วยความโมโหจึงรีบเบี่ยงตัวหลบ แต่เธอกลับยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนถามว่าเรื่องที่คนเขาลือกันเป็นความจริงหรือ เธอได้ยินมาว่าฮยอนมินจะให้ผู้หญิงที่ถูกเขาเขี่ยทิ้งขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ฮยอนมินยิ้มเพื่อเป็นการยืนยันแล้วบอกให้เธอพูดมาว่าอยากได้อะไร สุดท้ายฮยอนมินก็เสียรถสปอร์ตสุดหรูไปอีกหนึ่งคัน


ประธานคังเดินโอบไหล่ว่าที่ภรรยาคนที่ห้า "จี ฮวาจา" พลางหยอกล้อด้วยความเอ็นดู โดยบอกว่าเขาชื่นชอบในความไร้เดียงสาของเธอ แต่พออยู่ในห้องตามลำพังฮวาจาก็แสดงธาตุแท้ออกมา เธอบอกใครคนหนึ่งทางโทรศัพท์ว่าอย่าเพิ่งแสดงความยินดีเพราะนี่เป็นเพียงการเริ่มต้น ส่วนหลานชายทั้งสามของประธานคังไม่มีอะไรต้องกังวล พวกเขาก็แค่เศรษฐีเด็กรุ่นที่สาม ตนเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว



ขณะอยู่ในคลับกับเพื่อนอีกสองคน ฮยอนมินยังไม่วายครุ่นคิดเรื่องที่ปู่ของตนจะแต่งงานใหม่ในวันมะรืนนี้ เขาบ่นว่าย่าคนใหม่กับแม่ของตนอายุเท่ากัน และนั่นก็อาจทำให้ตนมีอาวัยแบเบาะ เขาจึงคิดที่จะล้มงานแต่งงานปู่ โดยบอกเพื่อนว่าตนจะควงผู้หญิงคนแรกที่เข้ามาในคลับไปร่วมงานแต่งงาน เพื่อนคนหนึ่งของเขาแย้งว่าผู้หญิงที่จะมาเที่ยวคลับแห่งนี้ไม่ใช่คนประเภทที่จะตกเป็นเหยื่อง่ายๆ แต่ฮยอนมินไม่สนใจและบอกว่าถ้าเป็นผู้หญิงโรคจิตก็จะยิ่งสนุก ในขณะที่สามหนุ่มกำลังลุ้นว่าใครจะเปิดประตูเข้ามาในคลับเป็นคนแรก ฮาวอนซึ่งสวมชุดกันฝนสีแดงก็ถือถุงบรรจุกล่องพิซซ่ามาหยุดยืนที่หน้าประตูในสภาพเปียกมะลอกมะแลก ก่อนร้องบอกลูกค้าว่าเธอนำพิซซ่ามาส่ง เพื่อนฮยอนมินเห็นดังนั้นก็พากันขำกลิ้ง ส่วนฮยอนมินจ้องมองเธออย่างไม่วางตาพลางถอนใจเฮือกใหญ่

ฮาวอนนำพิซซ่า 5 กล่องไปส่งให้ลูกค้าหนุ่มสองคนในคลับ แต่กลับถูกทั้งคู่บ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าของไม่ตรงตามออเดอร์ เพราะพวกตนระบุให้พนักงานส่งพิซซ่าที่สวยที่สุดเป็นคนมาส่ง แต่คนขี้เหร่อย่างฮาวอนกลับเสนอหน้ามาหาพวกตน ฮาวอนพยายามทำใจเย็นและพูดคุยกับลูกค้าทั้งสองด้วยเหตุผล ก่อนขอให้พวกเขาชำระเงิน แต่ลูกค้ากลับบอกว่าฮาวอนทำให้ตนหงุดหงิดจนกินไม่ลง ฮาวอนจึงเตือนให้เขาเลิกพล่ามเรื่องไร้สาระแล้วชำระเงินในขณะที่เธอยังเห็นเขาเป็นลูกค้า แต่หนึ่งในนั้นกลับคว่ำถุงแล้วเทกล่องพิซซ่าทั้งหมดลงบนพื้น ทั้งยังกล่าวว่าทำไมเธอถึงปากดีนักทั้งๆ ที่เธอเป็นแค่แมลงส่งของ (เพดัลชุง) กระจอกๆ ฮยอนมินเห็นฮาวอนก้มหน้ากำหมัดแน่นจึงคิดที่จะยุติปัญหาด้วยการช่วยจ่ายค่าพิซซ่าให้เธอ



แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีร่างชายคนหนึ่งกระเด็นผ่านหน้าฮยอนมินไป ปรากฏว่าฮาวอนสั่งสอนหนึ่งในลูกค้าจนกระเด็นลงไปกองกับพื้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ลูกค้าอีกคนเห็นดังนั้นจึงรีบนำบัตรเครดิตมาให้เธอด้วยท่าทางนอบน้อม ระหว่างรูดบัตรฮาวอนบอกให้ลูกค้า (ที่โดนเธอถีบกระเด็นและยังคงนอนจุกอยู่บนพื้น) ขอโทษที่ดูถูกเธอ ชายคนดังกล่าวยอมขอโทษแต่โดยดี ฮาวอนกล่าวว่ายังมีพนักงานส่งของอีกมากมายในประเทศนี้ที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ในยามวิกาลเพื่อส่งของให้ลูกค้า แต่ลูกค้าอย่างเขากลับเรียกพนักงานส่งของอย่างพวกตนว่า "เพดัลชุง" เขากล้าดียังไงถึงได้นำพวกตนไปเปรียบกับแมลง ชายคนดังกล่าวจึงขอโทษที่พูดจาลบหลู่คนส่งของ

เพื่อนของฮยอนมินเห็นวีรกรรมฮาวอนแล้วยังสยองไม่หาย จึงถามฮยอนมินว่าจะควงนักเลงสาวอย่างฮาวอนไปร่วมงานแต่งงานได้จริงหรือ ฮยอนมิน บอกเพื่อนว่าอย่าดูถูกตน เพราะตนเป็นลูกผู้ชายตัวจริงของเกาหลีและเป็นคนยึดมั่นในสัจจะ เขาเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่นั่น จึงรีบตามฮาวอนไปที่หน้าคลับแต่กลับพบว่าฮาวอนขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปแล้ว เขาเลยใช้กล้องมือถือยิงภาพทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ของฮาวอนแบบรัวๆ เพื่อจะได้ตามหาตัวเธอ



ซูคยองรู้สึกผิดหวังเมื่อพบว่ายูนาถูกมหาวิทยาลัยทุกแห่งปฏิเสธ เพราะเธออุตส่าห์ส่งยูนาไปเรียนที่ Prep School (โรงเรียนที่เปิดให้เตรียมความพร้อมสำหรับการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย) โดยให้เรียนกับติวเตอร์ดังๆ ร่วมกับบรรดาลูกเศรษฐีหวังให้ยูนาได้พบกับฮยอนมิน (การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องรอง) แต่สุดท้ายการลงทุนกลับสูญเปล่า เพราะยูนาไม่เคยอยู่ในสายตาของฮยอนมิน แถมยังสอบไม่ติดอีกด้วย เมื่อฮาวอนกลับมาบ้าน ซูคยองก็บ่นเรื่องที่ฮาวอนยังคงสวมชุดนักเรียนมัธยมทั้งๆ ที่เธอกำลังจะจบการศึกษา (รอรับใบประกาศฯ) เพราะคนอื่นเห็นแล้วอาจเข้าใจผิดคิดว่าฮาวอนมาจากครอบครัวที่ยากจน ซึ่งจะทำให้ตนเสียหน้า (ทั้งๆ ที่ฮาวอนไม่มีชุดอื่นใส่จริงๆ) ฮาวอนออกตัวว่าเธอชอบใส่ยูนิฟอร์มและชุดเรียนพละเพราะมันสะดวกและคล่องตัวดี พอเห็นว่ายูนากำลังเช็คผลการสมัครเรียนมหาวิทยาลัย ฮาวอนก็ขอยืมใช้แล็บท็อปของยูนาเพื่อเช็คผลของตนเองบ้าง สองแม่ลูกประหลาดใจเมื่อรู้ว่าฮาวอนสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเช่นกัน ยูนาไม่คิดว่าฮาวอนจะได้รับการตอบรับจึงอนุญาตให้ฮาวอนใช้แล็บท็อปของตน

ซูคยองแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นฮาวอนเข้าเว็บไซต์ของวิทยาลัยศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮันกุก ฮาวอนกล่าวว่าเธออยากเป็นครูเพราะนั่นเป็นสิ่งที่แม่ของเธอวาดหวังไว้ ซูคยองเหน็บว่าตนอุตส่าห์เลี้ยงดูฮาวอนแต่ฮาวอนกลับนึกถึงแต่แม่ที่ตายไป จากนั้นก็เตือนฮาวอนว่าอย่าฝันใหญ่เกินตัวเพราะมีแต่จะทำให้ผิดหวัง เมื่อพบว่ามหาวิทยาลัยฮันกุกตอบรับฮาวอน สองแม่ลูกก็ถึงกับอึ้งและผิดหวัง ยูนาเย้ยว่าต่อให้เข้ามหาวิทยาลัยได้แต่ถ้าไม่มีเงินก็เปล่าประโยชน์ ฮาวอนกล่าวว่าเธอเก็บเงินสำหรับการลงทะเบียนงวดแรกเอาไว้แล้ว และจะทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนเพื่อนำเงินมาจ่ายส่วนที่เหลือ สองแม่ลูกได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหมดแรง ขณะที่ฮาวอนทั้งดีใจและหายเหนื่อยที่กำลังจะทำฝันของแม่ให้เป็นจริง

เมื่อประธานคังและยูนซองมาที่บ้านฮานึลก็พบว่าภายในบ้านมีสภาพเละตุ้มเป๊ะ แถมพ่อบ้านคิมยังถูกหลานชายตัวแสบจับมัดด้วยเทปกาวแล้วนำไปแปะไว้บนเพดาน หลังหลุดพ้นจากพันธนาการพ่อบ้านคิมก็ขอลาออกทันทีโดยบอกว่าหลานชายของประธานคังเป็นปีศาจ แม้ประธานคังจะรู้แต่แรกแล้วว่าการนำหลานๆ มาอยู่ด้วยกันแบบพร้อมหน้าจะทำให้บ้านมีแต่ความปั่นป่วน แต่เขานึกไม่ถึงว่าทุกคนจะยังคงสร้างปัญหาและก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวันทั้งๆ ที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานนับปีแล้ว ประธานคังบอกยูนซองว่าจะปล่อยให้หลานๆ ของตนเป็นแบบนี้อีกต่อไปไม่ได้ ยูนซองรับปากว่าจะรีบหาพ่อบ้านคนใหม่โดยเร็วที่สุด ประธานคังเชื่อว่าเงินจะทำให้ใครบางคนเต็มใจรับงานนี้ แต่ถ้าจ้างมาแล้วเกิดลาออกไปอีกก็ให้จ้างคนใหม่ด้วยค่าตัวที่สูงขึ้น ถึงกระนั้นเขาก็ยังสงสัยว่าจะมีใครไหมที่สามารถปราบพยศและดัดนิสัยหลานๆ ของตนได้



ขณะทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อ ฮาวอนดูจำนวนเงินในสมุดบัญชีด้วยความภาคภูมิใจ เพราะเธอจะมีเงินเก็บครบ 4 ล้านวอนหลังได้ค่าจ้างในวันพรุ่งนี้ ทันใดนั้น ก็มีลูกค้าคนหนึ่งเดินมาที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน เขาได้ยินเธอพูดว่า 4 ล้านวอนเลยทักว่าเธอคิดเงินผิด เมื่อฮาวอนเงยหน้าขึ้นลูกค้าคนดังกล่าวก็ยื่นไอศครีมให้เธอ 1 โคนพลางถามว่าสิ่งนี้ราคา 4 ล้านวอนหรือ ปรากฏว่าลูกค้าคนดังกล่าวคือ...ฮยอนมิน! หลังคิดเงินแล้วฮาวอนก็บอกฮยอนมินว่าไอศครีมที่เขาซื้อเป็นสินค้าโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง แต่ฮยอนมินแย้งว่าตนอยากทานแค่โคนเดียว

หลังได้ไอศครีมฟรีฮาวอนก็มานั่งทานที่โต๊ะ (ภายในร้าน) กับฮยอนมิน ฮยอนมินเห็นฮาวอนทานไอศครีมหมดอย่างรวดเร็วก็รู้สึกทึ่ง ฮาวอนกล่าวว่าไหนๆ ก็เป็นของฟรี ฮยอนมินได้ยินดังนั้นจึงทักว่าเธอพูดกับตนด้วยภาษาแบบเป็นกันเองได้อย่างไร ฮาวอนสวนกลับว่าฮยอนมินเป็นคนเริ่มก่อน ฮยอน มินแย้งว่าตนเป็นลูกค้า ฮาวอนจึงแย้งกลับว่าฮยอนมินจ่ายเงินแล้ว ฮยอนมินเห็นว่าฮาวอนมีคุณสมบัติเหมาะสมจึงเข้าเรื่องทันทีโดยขอเวลาเธอ 3 ชั่วโมงตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืนของวันพรุ่งนี้ ฮาวอนได้ยินดังนั้นจึงบอกให้เขาไสหัวไปแล้วลุกหนีไปที่เคาน์เตอร์ทันที ฮยอนมินแย้งว่าตนยังพูดไม่จบและรีบเดินตามไป เขากล่าวว่าตนไม่ได้ขอให้เธอช่วยฟรีๆ แต่จะจ่ายค่าเสียเวลาให้เธอ 1 ล้านวอน (ราว 3 หมื่นบาท) เมื่อฮาวอนเงยหน้าขึ้นมามอง   ฮยอนมินก็เสนอค่าตัวให้เธอเพิ่มเป็น 2 ล้านวอน แต่ฮาวอนไม่เชื่อและคิดว่าเขาแค่พูดจากวนประสาท

ฮยอนมินอวดว่าตนมีเงิน แต่สำหรับฮาวอนแล้วคนที่บอกว่าตนเองมีเงินคือคนที่ไม่น่าเชื่อถือที่สุด เธอถามฮยอนมินว่าเขากำลังจะบอกว่าตนเองใช้เงินซื้อคนได้งั้นหรือ ฮยอนมินกล่าวว่าทำไมจะไม่ได้ เขาถามกลับว่าการใช้เงินแก้ปัญหาแทนที่จะมานั่งทะเลาะหรือใช้ความรุนแรง ไม่ดีและปรองดองกว่าสำหรับทุกฝ่ายหรือ ฮาวอนแย้งว่านั่นเป็นการใช้เงินเพื่อกลบเกลื่อนปัญหาแทนที่จะเผชิญหน้ากับมันและหาทางแก้ไข ฮยอนมินยอมรับและชี้ว่าฮาวอนเองก็รู้ว่าตนกำลังพูดเรื่องอะไร ฮาวอนจึงบอกให้ฮยอนมินพิสูจน์ว่าเขามีความตั้งใจจริงที่จะซื้อเวลาของเธอ



หลังเหมาสินค้าจนเกลี้ยงร้าน ฮยอนมินก็นำเงินสดมากองตรงหน้าฮาวอนพลางถามว่าตนพิสูจน์ตัวเองได้แล้วใช่ไหม ฮาวอนถึงกับอึ้งพูดไม่ออก เธอถามฮยอนมินว่าจะให้ตนออกบิลเงินสดให้ไหมและขอเบอร์โทรศัพท์ของเขา ฮยอนมินคิดว่าฮาวอนนำเรื่องบิลเงินสดมาอ้างเพื่อขอเบอร์ตน จึงกล่าวว่าคนสมัยนี้วิธีขอเบอร์คนอื่นแบบตลกๆ และถามว่าเธอพูดไม่ออกเพราะตนเจ๋งสุดๆ ใช่ไหม เขาจดเบอร์โทรฯ ของตนลงบนแขนของฮาวอนแล้วกำชับให้เธอโทรฯ ไปหา ก่อนเดินออกจากร้านที่ว่างเปล่าโดยมีฮาวอนมองตามแบบงงๆ

ฮเยจีเดินดูผ้าจนทั่วตลาดและพบผ้าแบบที่เธอต้องการในร้านแห่งหนึ่งจึงขอซื้อ 3 หลา แต่ทางร้านขายผ้าแบบยกม้วนจึงปฏิเสธที่จะแบ่งขาย ฮเยจีพยายามขอความเห็นใจโดยบอกว่าเธอเดินดูจนทั่วแล้วไม่มีร้านไหนมีผ้าสีนี้เลย เจ้าของร้านบอกว่าไม่ใช่ปัญหาของตนและยืนกรานว่าจะไม่แบ่งขาย เขาเดาออกว่าเธอเป็นนักศึกษาจึงบอกให้เธอนำตัวอย่างผ้าไปแล้วออกจากร้านตนไปเสีย ฮเยจีกล่าวว่าเธอไม่ได้ดั้นด้นมาหาตัวอย่างผ้าแต่ต้องการนำผ้าไปทำอะไรบางอย่างสำหรับใช้ในโอกาสที่สำคัญมากๆ ถึงกระนั้นเจ้าของร้านก็ยังเซย์โน ทันใดนั้นก็มีคนชนตะแกรงแขวนผ้าตัวอย่างของร้านดังกล่าวจนล้มระเนระนาด เจ้าของร้านเห็นตัวอย่างผ้าปนกันมั่วจึงโวยลั่นเพราะเขาต้องใช้เวลาเป็นเดือนเพื่อเรียงใหม่ ฮเยจีจึงอาสาจัดทุกอย่างให้เหมือนเดิมภายใน 30 นาที โดยมีข้อแม้ว่าเขาจะต้องขายผ้าให้เธอ หลังได้ผ้ามาแล้วฮานาก็ลงมือตัดชุดทันที



จีอุนขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาเพื่อนร่วมงานและรุ่นพี่ (หัวหน้าช่าง) ที่อู่ในตอนค่ำ พอรู้ว่าทุกคนยังไม่ทานข้าวเขาจึงเดินออกไปซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อและขอให้ฮาวอนช่วยอุ่นอาหารทั้งหมดให้ ครั้นฮาวอนแจ้งว่าค่าอาหารทั้งหมดรวมเป็นเงิน 9.8 หมื่นวอน (ราว 3 พันบาท) จีอุนก็พบว่าตนเองลืมกระเป๋าเงิน เขาบอกให้ฮาวอนรอสักครู่แล้วรีบกลับไปที่อู่ ครั้นพอไปถึงจีอุนก็ได้ยินเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งบ่นว่าตนเองใจแคบ เพราะชอบซื้ออาหารจากร้านสะดวกซื้อมาเลี้ยงเพื่อนแทนที่จะพาไปทานอาหารดีๆ ทั้งที่รวยแล้ว แถมยังเก็บเงินไว้ใช้เองคนเดียวแทนที่จะนำมาแบ่งให้เพื่อนยืม หัวหน้าช่างได้ยินดังนั้นจึงถามว่าไปก่อเรื่องมาอีกแล้วใช่ไหม ชายคนดังกล่าวตอบว่าน้องชายตนไปมีเรื่องกับคนอื่นแล้วถูกผู้เสียหายเรียกเงิน 6 ล้านวอน (ราว 1.8 แสนบาท)  หัวหน้าช่างเตือนลูกน้องคนดังกล่าวว่าอย่าพูดแบบนี้อีกเพราะจีอุนอยากให้ทุกคนคบกับเขาเหมือนอย่างที่เคยเป็น หรืออีกนัยหนึ่งก็คืออย่าพูดเรื่องเงินกับจีอุน แต่ชายคนดังกล่าวยังคงบ่นว่าจีอุนทำเกินไป เพราะก่อนหน้านี้พวกตนเคยเป็นหนี้ด้วยกัน ทั้งยังรู้จักกันมานานหลายปี หัวหน้าช่างได้ยินดังนั้นจึงเปรยว่าการตัดหางคนอื่นทำได้ในชั่วพริบตา

จีอุนได้ยินแล้วทั้งช็อคและผิดหวัง เขาจึงเดินจากไปเงียบๆ โดยไม่ทันได้หยิบกระเป๋าเงิน ฮาวอน (ซึ่งกำลังอุ่นอาหารทั้งหมดให้จีอุน) เห็นจีอุนเดินผ่านหน้าร้านไปจึงรีบวิ่งตามไปเตือนให้เขาจ่ายค่าอาหาร จีอุนเพิ่งนึกได้ว่าตนลืมกระเป๋าเงิน ฮาวอนกล่าวว่าเขาบอกให้เธออุ่นทุกอย่าง เธอเลยแกะห่ออาหารทั้งหมดแล้ว พอรู้ว่าจีอุนไม่มีเงินจ่ายฮาวอนเลยชักเริ่มหงุดหงิด จีอุนสัญญาว่าจะนำเงินมาจ่ายให้วันพรุ่งนี้และจะเดินหนี ฮาวอนถามว่าเขาทำเช่นนี้เพื่อปัดความรับผิดชอบใช่ไหม จีอุนกล่าวว่าตนมีเงินมากมายจึงไม่จำเป็นออกอุบายมาหลอกลวงเธอ เมื่อถูกฮาวอนรบเร้าให้จ่ายเงิน จีอุนเลยถอดนาฬิการาคาแพงให้เธอเป็นหลักประกันแต่ฮาวอนไม่รับ เธอประณามว่าเขาทุเรศสิ้นดีเพราะไม่มีแม้แต่คำขอโทษ และกำชับให้นำเงินมาจ่ายในวันพรุ่งนี้ตามสัญญา


จีอุนเดินไปเรื่อยๆ จนถึงบ้านและสตูดิโอของฮเยจี ในตอนนั้นฮเยจีกำลังนำผ้าที่เพิ่งได้มา มาตัดเป็นชุดเดรสสั้น ทันใดนั้นเพื่อนของเธอที่ชื่อ "จองฮุน" ก็โทรฯ มาบอกให้เธอเตรียมตัวเตรียมใจเพราะเขาได้ยินมาว่าฮยอนมินจะควงสาวไปร่วมงานแต่งงานปู่ในคืนวันพรุ่งนี้ เมื่อจีอุนเดินเข้ามาในบ้านเขาได้ยินฮเยจีกำลังพูดถึงผู้หญิงของฮยอนมินทางโทรศัพท์โดยทำเหมือนไม่สะทกสะท้าน และบอกเพื่อนว่าฮยอนมินมีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังมากมาย แต่แล้วเธอกลับเสียสมาธิจนเผลอทำเข็มทิ่มนิ้ว จีอุนเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง

ฮาวอนหยิบรูปแม่ออกมาดูด้วยความคิดถึง (ภายในกล่องมีข้อความและของสำคัญในวัยเด็กเก็บรวมอยู่ด้วย) จากนั้นก็ส่งข้อความหาพ่อที่ไม่ได้เจอกันนาน 6 เดือน เพื่อถามว่าเมื่อไหร่พ่อจะกลับมาและเตือนว่าพรุ่งนี้จะครบรอบวันตายของแม่ วันรุ่งขึ้นฮาวอน (ซึ่งยังคงสวมชุดนักเรียนมัธยม) นั่งรถบัสไปยังที่เก็บอัฐิของแม่พร้อมช่อดอกกุหลาบสีขาว ระหว่างทางเธอเห็นชายหนุ่ม (จีอุน) ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตีคู่กับรถบัสที่เธอนั่งมา จึงนั่งมองจนกระทั่งเขาขี่แซงหน้าไปในที่สุด



ฮาวอนแทบช็อคเมื่อพบว่าโกศของแม่หายไปจากห้องเก็บอัฐิ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าช่องเก็บอัฐิของแม่เธอค้างชำระมานาน 5 ปีแล้ว พวกตนติดต่อทางญาติไม่ได้เลยนำอัฐิไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ ฮาวอนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธ เธอโวยลั่นว่าแม้กระทั่งคนตายก็ยังโดนไล่ที่เพียงเพราะไม่สามารถจ่ายค่าเช่า พอรู้ว่าจำนวนเงินที่ค้างจ่ายสูงถึง 5 ล้านวอน (ราว 1.53 แสนบาท) ฮาวอนก็ถึงกับตกตะลึง เมื่อจีอุนมาถึงห้องเก็บอัฐิเขาก็ขอให้ฮาวอนและเจ้าหน้าที่ช่วยหลีกทางและอย่าส่งเสียงดัง เจ้าหน้าที่เลยชวนฮาวอนออกไปคุยกันทางด้านนอก ปรากฏว่าจีอุนเองก็มาสักการะอัฐิเนื่องในโอกาสครบรอบวันตายของแม่เขาเช่นกัน (โกศบรรจุอัฐิของแม่เขาตั้งอยู่เหนือช่องเก็บอัฐิที่ว่างเปล่าของแม่ฮาวอน) เมื่อจีอุนเดินออกจากห้องเก็บอัฐิ เขาเห็นฮาวอนคุกเข่าร่ำไห้อ้อนวอนเจ้าหน้าที่ให้นำอัฐิแม่ของเธอออกจากห้องเก็บของ ถึงกระนั้นเจ้าหน้าที่ก็ยังยืนกรานว่าต้องชำระเงินก่อน จีอุนจำได้ว่าฮาวอนคือพนักงานที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ยังคงยืนดูอยู่เงียบๆ

เมื่อจีอุนออกมาทางด้านนอกก็พบว่าฮาวอนกำลังยืนร้องไห้ขณะติดฝน พอเห็นช่อดอกไม้สีขาวในมือเธอเขาก็รู้สึกเห็นใจ (เธอไม่สามารถนำดอกไม้ไปวางหน้าโกศแม่ได้) เขาออกไปยืนเคียงข้างฮาวอนครู่หนึ่งก่อนขี่รถมอเตอร๋ไซค์ออกไปตามลำพัง  ฮาวอนมองช่อดอกไม้พลางนึกถึงคำพูดของแม่ที่บอกให้เธอเป็นครูที่ลูกศิษย์ยกย่องนับถือ หลังนั่งรถบัสกลับเข้ามาในเมืองแล้วฮาวอนก็นั่งรอรถที่ป้ายรถเมล์ท่ามกลางสายฝนพลางจับล็อกเก็ตที่ภายในมีรูปแม่แล้วคุยแม่ผู้ล่วงลับว่า เธอพอมีเงินเก็บแต่ไม่สามารถนำมาจ่ายค่าเช่าที่เก็บอัฐิให้แม่ได้ เพราะแม่อยากให้เธอเรียนต่อมหาวิทยาลัย เธอพยายามย้ำกับตัวเองเพื่อไม่ให้รู้สึกผิดว่านี่คือความประสงค์ของแม่และถามแม่ว่าเธอเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ใช่ไหม แต่สุดท้ายก็ร่ำไห้เสียใจที่พูดเช่นนั้นออกไป เธอกล่าวขอโทษแม่และบอกแม่ว่าเธอไม่จำเป็นต้องเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้ เธอขอให้แม่ลืมที่เธอพูดก่อนหน้านี้ให้หมด โดยบอกว่าที่เธอพูดเหลวไหลเป็นเพราะกำลังเข้าตาจน ในตอนนี้ทุกอย่างดูย่ำแย่และยากเย็นไปเสียหมด เธอคิดถึงแม่มากและพร่ำบอกแม่ว่าขอโทษ


ฮเยจีอวดชุดที่เพิ่งตัดเสร็จแล้วบอกจีอุนว่าเธอจะสวมชุดนี้ไปงานแต่งงานของประธานคัง เมื่อถูกถามว่าจะไปร่วมงานแต่งไหม จีอุนปฏิเสธทันควันโดยบอกว่าถึงยังไงที่นั่นก็ไม่มีใครต้องการตน เขาถามฮเยจีว่าเรื่องที่ฮยอนมินจะควงสาวไปด้วยกวนใจเธอมากเลยหรือ ฮเยจีขอให้เขาไปกับเธอแทนคำตอบ จีอุนกล่าวว่าปกติแล้วเขาจะทำตามคำขอของเธอทุกอย่าง แต่... ฮเยจีได้ยินดังนั้นจึงตัดบทและขอโทษทันที จีอุนถามกลับว่าเธอรู้ทั้งรู้ว่าตนทำให้ไม่ได้แต่ทำไมถึงยังร้องขอ และตัดพ้อว่าเธอทำเช่นนี้ทำให้ตนรู้สึกผิด

ขณะรอใครบางคนริมฝั่งแม่น้ำฮัน ฮาวอนมองช่อดอกไม้ของแม่พลางบอกตัวเองว่าเธอก็แค่ต้องการเงิน 1 ล้านวอน ทันใดนั้นก็มีลีมูซีนสีขาวแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ เมื่อฮยอนมินเดินลงจากรถฮาวอนก็ถามว่าข้อเสนอของเขายังมีผลอยู่ไหม เมื่อฮยอนมินบอกว่ามีแน่นอน ฮาวอนจึงขอรับค่าจ้างเป็นเงินสดและออกตัวว่าเธอออกบิลเงินสดให้เขาไม่ได้ ฮยอนมินกล่าวว่าไม่มีปัญหาและขอให้เธอทำบางอย่างเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน โดยเธอจะต้องแกล้งทำตัวเป็นคู่หมั้นของตนสามชั่วโมง เมื่อเห็นฮาวอนมีทีท่าลังเล ฮยอนมินจึงถามเธอว่าไม่อยากรับงานแล้วหรือ และเตือนว่าโอกาสที่เธอจะทำเงินได้มากขนาดนี้ภายในเวลาเพียงสามชั่วโมงไม่มีอีกแล้ว



ฮาวอนสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องการมีคู่หมั้นเป็นเวลาสามชั่วโมง ฮยอนมินโกหกว่าปู่ของตนกำลังป่วยหนักและอยากเห็นตนเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนตาย จากนั้นก็แกล้งตีหน้าเศร้าและทำเหมือนพยายามกลั้นน้ำตา โดยบอกว่าคืนนี้ญาติคนหนึ่งของตนจะแต่งงาน และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ปู่ของตนได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ฮาวอนเห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสาร เธอบอกว่าความจริงแล้วเธอไม่อยากมีส่วนร่วมในการโกหกแต่เธอจะรับงานนี้สักครั้ง เธอเตือนว่าหากเขาเล่นตุกติกหรือคิดหลอกลวงเธอ เธอจะไม่อยู่เฉยแน่ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็แนะนำตัวและเช็คแฮนด์กันด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร ขณะอยู่ในลีมูซีนฮยอนมินเห็นฮาวอนทำตัวห่างเหินจึงพยายามตีสนิทแต่ฮาวอนไม่เล่นด้วย ฮยอนมินเตือนว่าคืนนี้ฮาวอนจะต้องเป็นคู่หมั้นของตนสามชั่วโมง ฮาวอนชูกำปั้นพลางย้ำว่าเมื่อถึงเที่ยงคืนข้อตกลงของพวกตนจะสิ้นสุดทันที

บรรดาสื่อจากหลายสำนักต่างมาปักหลักรายงานข่าวงานแต่งงานครั้งที่ 5 ของประธานคังแห่งฮานึลกรุ๊ป ซึ่งมีเหล่าบรรดาไฮโซและคนดังมาร่วมงานมากมาย แต่สิ่งที่สื่อให้ความสนใจมากที่สุดกลับเป็นเรื่องหลานชายทั้งสามของประธานคังที่ไม่เคยปรากฏตัวพร้อมหน้ากันเลยสักครั้ง เมื่อฮยอนมินไปถึงสถานที่จัดงานแต่งงานบรรดาเด็กสาวต่างพากันร้องกรี๊ด แต่พอฮาวอนเดินลงจากรถบรรยากาศก็เงียบกริบ ทุกคนต่างพากันสงสัยและงุนงงว่าเด็กสาวที่ฮยอนมินควงมาร่วมงานเป็นใคร หลังจากนั้นไม่นานซออูซึ่งเป็นซุป'ตาร์ผู้โด่งดังก็เข้ามาถึงในบริเวณงานโดยมีเหล่าบรรดาแฟนคลับกรี๊ดต้อนรับกันดังสนั่น มีเพียงจีอุนเท่านั้นที่ยังไม่ปรากฏตัว หลายคนจึงพากันลุ้นว่าเขาจะมาร่วมงานไหม (ในตอนนั้นจีอุนกำลังขี่มอเตอร์ไซค์อยู่บนท้องถนน) 



ฮยอนมินพาฮาวอนไปที่ห้องแต่งตัว ซึ่งมีเครื่องสำอาง เสื้อผ้า เครื่องประดับ และรองเท้า มากมายเตรียมไว้ให้เธอ ฮเยจีไปหาฮยอนมินที่ห้องเพราะอยากรู้ว่าผู้หญิงที่เขาควงออกงานอย่างเปิดเผยเป็นใคร  เมื่อเห็นฮเยจีพยายามชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในห้อง ฮยอนมินก็รีบปิดประตูพลางบอกว่าเป็นคนที่เธอไม่รู้จัก  ฮเยจีถามต่อว่าผู้หญิงของเขาเป็นคนแบบไหน  ฮยอนมินไม่ตอบ เขาตัดบทด้วยการบอกให้ฮเยจีเลิกหมกมุ่นเรื่องของตนและกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ



ฮาวอนถือเดรสลูกไม้เข้ามาในห้องพักโดยไม่รู้ว่าซออูกำลังนั่งฟังเพลงอยู่บนพื้นข้างเตียง หลังวางมือถือและช่อดอกไม้ของแม่ลงบนเตียงแล้ว ฮาวอนก็นำชุดมาทาบลำตัวที่หน้ากระจกพลางครุ่นคิดว่าจะเปลี่ยนใจดีไหมเพราะเธอไม่เคยแต่งตัวแบบนี้มาก่อน ครั้นพอนึกถึงปู่ที่น่าสงสารของฮยอนมินเธอก็ตัดสินใจเดินหน้าต่อและลงมือเปลี่ยนชุดทันที ซออู (ซึ่งโผล่หน้าขึ้นมามองเธออย่างขำๆ หลังได้ยินเธอพูดกับตัวเอง) เห็นดังนั้นก็ตกใจเลยรีบก้มหลบ ก่อนค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นไปควานหามือถือที่เพิ่งนำขึ้นไปวางไว้บนเตียง ด้วยความที่มองไม่เห็นเขาจึงหยิบมือถือของฮาวอนไปโดยไม่รู้ตัว หลังแต่งตัวเสร็จฮาวอนก็หยิบมือถือแล้วเดินออกจากห้องไปโดยลืมช่อดอกไม้ของแม่เอาไว้บนเตียง เธอใส่ชุดสวยเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัวโดยสวมรองเท้าผ้าใบคู่เดิม แต่ฮยอนมินเลือกรองเท้าส้นสูงเอาไว้ให้แล้วและช่วยเธอเปลี่ยนรองเท้า หลังแต่งหน้าทำผมแล้วฮาวอนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ยูนายังคงหวังว่าสักวันตนเองจะเป็นซินเดอเรลล่า จึงพยายามทำทุกวิถีทางจนได้รับเลือกให้มาเป็นนักร้องประสานเสียงในงานแต่งงานของประธานคัง ขณะที่ฮวาจาซึ่งกำลังรอเข้าพิธีมองช่อดอกไม้พลางพร่ำบอกตนเองว่าเธอมาถึงครึ่งทางแล้ว เมื่อยูนซองนำแหวนแต่งงานมาให้ประธานคังดูพลางบอกว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว ประธานคังจึงบอกว่า "โชว์ไทม์" จากนั้นก็พาเจ้าสาวมาเปิดตัวที่บริเวณชั้นสองก่อนเดินบนระเบียงเคียงคู่กันท่ามกลาง แสงสปอร์ตไลต์และเสียงปรบมือของแขกที่มาร่วมงาน โดยไม่รู้ว่าฮยอนมินกำลังจะทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวคู่หมั้นในแบบเดียวกัน (ในตอนนั้นจีอุน เพิ่งมาถึงบริเวณงาน)




ขณะที่ประธานคังและฮวาจากำลังเดินตรงไปยังเวทีทางด้านล่าง ทั้งคู่ก็ตกตะลึงเมื่อพบว่าฮยอนมินควงผู้หญิงมาเปิดตัวกลางงาน ขณะที่เหล่าบรรดาแขกเหรื่อต่างพากันแปลกใจเมื่อพบว่าที่ระเบียงฝั่งตรงข้ามยังมีบ่าวสาวอีกคู่หนึ่ง ฮาวอนเห็นว่าพวกตนตกเป็นเป้าสายตาจึงถามฮยอนมินว่าเขากำลังทำอะไรกันแน่ ฮยอนมินตอบหน้าตาเฉยว่า "เวดดิ้ง มาร์ช" ก่อนอธิบายว่าพวกตนเป็นคู่บ่าวสาวที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ฮาวอนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจและแย้งว่าสิ่งนี่ไม่อยู่ในข้อตกลง ฮยอนมินพยายามหว่านล้อมโดยบอกว่าตนเปลี่ยนแผนเพียงเล็กน้อย ฮยอนมินเห็นฮาวอนอิดออดและจะไม่ยอมทำต่อจึงอุ้มเธอเดินลงไปหาปู่ที่เวทีทางด้านล่างโดยบอกปู่ว่าตนพาคู่หมั้นมาเป็นของขวัญวันแต่งงาน

ฮวาจาถามฮาวอนอย่างสุภาพว่าเธอเป็นใครมาจากไหน พอรู้ว่าฮาวอนเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายบรรดาแขกเหรื่อก็พากันหัวเราะ ฮยอนมินจึงเอาคืนด้วยการแนะนำฮาวอนให้รู้จักกับฮวาจาโดย้ำว่าเธอเป็น 'ภรรยาคนที่ห้าของปู่' ประธานคังได้ยินดังนั้นจึงตำหนิหลานชายกลางเวทีที่พูดจาไม่ให้เกียรติเจ้าสาวของตน ฮาวอนรีบก้มศีรษะขอโทษพลางบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจมาทำลายวันพิเศษของประธานคัง ฮยอนมินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจเพราะเธอควรอยู่ข้างเขามากกว่า  ฮาวอนตำหนิฮยอนมินที่แข็งข้อกับปู่โดยไม่ดูกาลเทศะและทำตัวเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต หลังบอกให้ขอโทษปู่แต่ฮยอนมินปฏิเสธ ฮาวอนจึงใช้กำลังบังคับฮยอนมินให้คุกเข่าและกดไหล่เขาให้น้อมตัวลงท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน จากนั้นก็ขอโทษปู่ของฮยอนมินอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าฮยอนมินยังไม่ยอมเอ่ยปากขอโทษ ฮาวอนก็ผลักหัวเขาให้ก้มลงและยกกำปั้นขู่  (ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของจีอุน)

ในเวลาต่อมา ฮาวอนบอกฮยอนมินว่าหมดเวลาแล้วและรีบเดินไปที่ประตูแต่ฮยอนมินขวางเอาไว้ (ทั้งคู่ยืนอยู่ตรงหน้าฮเยจี) ซออูเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่และถามฮยอนมินว่าฮาวอนเป็นคู่หมั้นของเขาจริงหรือ ฮยอนมินยืนยันว่าฮาวอนเป็นคู่หมั้นตัวจริงของตน จากนั้นก็แนะนำให้ฮาวอนรู้จักกับซออูโดยบอกว่าเขาเป็นนักร้องและญาติของตน ฮาวอนไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นต้องเล่นตามน้ำ เพื่อนของฮเยจีเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นมาโวยฮยอนมิน ที่ทำร้ายจิตใจฮเยจี ฮยอนมินแย้งว่าตนไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับฮเยจี เขาโอบไหล่ฮาวอนและบอกเพื่อนฮเยจีให้เลิกทำตัวเว่อร์ต่อหน้าผู้หญิงของตน




ฮเยจีเดินเข้ามาทักฮาวอนพลางแนะนำตัวโดยบอกว่าเธอเป็นเพื่อนกับฮยอนมินมาตั้งแต่เด็กๆ จากนั้นก็ยื่นมือให้ฮาวอนพลางบอกว่ายินดีที่ได้รู้จัก จีอุนดึงแขนฮเยจีออกด้วยความไม่พอใจก่อนถามว่าเธอไม่ศักดิ์ศรีบ้างเลยหรือหรือ  จากนั้นก็หันไปถามฮาวอนด้วยความโกรธว่าเธอมาที่นี่เพราะเงินตัวเดียวใช่ไหม อยากได้เงินมากขนาดนั้นเลยหรือ เขาหยิบเงินในกระเป๋าออกมาเป็นฟ่อนแล้วยื่นให้ฮาวอนดู ก่อนโปรยเงินทั้งหมดลงบนพื้นต่อหน้าเธอ



* เนื้อหาโดย luvasianseries / ดูอัลบั้มภาพได้ ที่นี่

นักแสดงนำ



ชอง อิลวู
รับบท คัง จีอุน



อัน แจฮยอน
รับบท คัง ฮยอนมิน 



ปาร์ค โซดัม
รับบท อึน ฮาวอน



ลี จองชิน (สมาชิกวง CNBLUE) 
รับบท คัง ซออู



ชเวมิน
รับบท ลี ยูนซอง



ซน นาอึน (สมาชิกวง Apink)
รับบท ปาร์ค ฮเยจี




รวมคลิปตัวอย่างจาก ทีวีเอ็น




รวมคลิปเพลงประกอบจาก 워너뮤직코리아 (Warner Music Korea)



รวมคลิปเบื้องหลังจาก ทีวีเอ็น


*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา