วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2561

เรื่องย่อ ฉู่เฉียว จอมใจจารชน (Princess Agents)




กำกับ: อู๋จิ่นเหยียน
เขียนบท: เจียเหวิน, หยางเทา, เฉินหลาน
แนวละคร: ย้อนยุค, โรแมนติก
จำนวนตอน: 67 (ทีวี) / 58 (ดีวีดี)
ออกอากาศ: จีน - 5 มิถุนายน 2560 ทางหูหนานทีวี
                  ไทย - ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.00-16.00 น. ทาง MCOT HD (หมายเลข 30) ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2560 - 18 มีนาคม 2561

เรื่องย่อ



ละคร "ฉู่เฉียว จอมใจจารชน" (Princess Agents) ดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง "11处特工皇妃 " (11th Bureau Princess Agents) ของ "เซียวเซียงตงเอ๋อร์" เนื้อหาในนิยายกล่าวถึงเรื่องราวของสุดยอดสายลับหญิงและที่ปรึกษาประจำหน่วยข่าวกรองของทหาร (หน่วยที่ 11) ในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งภายหลังโดนใส่ร้ายจนถูกขังคุก หลังหลบหนีออกมาได้เธอก็ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้ององค์กรและเพื่อนร่วมงานจากระเบิด ครั้นพอตื่นขึ้นมาอีกครั้งเธอก็พบว่าตนเองเดินทางย้อนเวลามายังสมัยราชวงศ์เซี่ย โดยอยู่ในร่างของทาสหญิงวัย 8 ปี

สำหรับเนื้อหาในละครนั้นได้ตัดเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาออก โดยนำเสนอเรื่องราวในยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ซึ่งเป็นยุคแห่งสงครามกลางเมือง และยุคแห่งความสับสนวุ่นวายทางการเมืองยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ละครเปิดฉากขึ้นที่อาณาจักร "ซีเว่ย" (หรือ "ราชวงศ์เว่ยตะวันตก" - เป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์เหนือ) ซึ่งในขณะนั้นบ้านเมืองมีแต่ความทุกข์ยากแสนเข็ญ ราษฎรจำนวนมากถูกจับไปเป็นทาสขณะเกิดสงคราม หนึ่งในนั้นคือทาสสาวนามว่า "ฉู่เฉียว" เธอถูกนำไปปล่อยในลานล่าสัตว์พร้อมทาสคนอื่นๆ หมายให้เป็นเป้าธนูในเกมล่าเหยื่อของเหล่าผู้สูงศักดิ์และชนชั้นสูงผู้มั่งคั่ง  นับว่ายังโชคดีที่ "เยี่ยนสวิน" องค์ชายแห่งเยี่ยนเป่ย (ซึ่งมาอยู่ซีเว่ยในฐานะตัวประกัน) แอบช่วยชีวิตฉู่เฉี่ยวเอาไว้ได้ทันเวลา 

หลังรอดชีวิตฉู่เฉี่ยวได้ทำงานเป็นทาสรับใช้ของสกุลที่เรืองอำนาจและทรงอิทธิพลอย่าง "อวี่เหวิน" เช่นเดียวกับเหล่าพี่น้องต่างสายเลือดของเธอ หลังพี่ชายและพี่สาวต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถเพราะคนที่อยู่ในชนชั้นสูงกว่าอย่างสกุลอวี่เหวิน เธอจึงหมายมั่นว่าสักวันจะพาน้องสาวหนีไป ในเวลาต่อมา เธอได้รับเลือกให้เป็นสาวใช้ข้างกายคุณชาย "อวี่เหวินเยว่" ซึ่งเธอเห็นกับตาว่าเขาเป็นคนลงมือฆ่าพี่ชายของเธอ เขาเล็งเห็นศักยภาพในตัวเธอเลยจับเธอมาฝึกวิชาอย่างเข้มงวด

ในเวลาเดียวกันนั้น ฉู่เฉี่ยวกับเยี่ยนสวินก็เริ่มสานสัมพันธ์อันแน่นเฟ้น ทั้งคู่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจกันในยามยาก โชคร้ายที่ในเวลาต่อมาครอบครัวของเยี่ยนสวินถูกราชสำนักซีเว่ยใส่ร้ายเป็นเหตุให้ถูกกวาดล้างและโดนตราหน้าว่าเป็นกบฏ หลังเหตุการณ์ในครั้งนั้นเยี่ยนสวินก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ใจคอโหดเหี้ยม ต้องการแก้แค้นให้ทุกสิ่งและทุกชีวิตที่สูญเสียไป ในเวลาต่อมาเขาเริ่มระแวงฉู่เฉี่ยวจึงใช้ประโยชน์จากความภักดีและความรักของเธอหลายครั้งหลายครา เมื่อเห็นว่าเยี่ยนสวินไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิด พร้อมยอมทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ และมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ฉู่เฉี่ยวจึงตัดสัมพันธ์กับเยี่ยนสวินและหันมาจับมือกับอวี่เหวินเยว่หมายรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งและปลดปล่อยทาส ตลอดจนขัดขวางแผนการของเยี่ยนสวิน  

เนื้อหา ตอนที่ 1
  



หญิงสาวคนหนึ่งตกลงไปในแม่น้ำและดำดิ่งลึกลงไป ด้วยความที่เสื้อของเธอมีรอยขาดจึงเผยให้เห็นลวดลายประหลาดบนแผ่นหลังของเธอ ขณะจมลงสู่ก้นแม่น้ำศีรษะของเธอกระแทกกับโขดหินอย่างจังจนน้ำบริเวณดังกล่าวเจือด้วยสีแดงของเลือด ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อยๆ ลอยขึ้นพร้อมลวดลายบนแผ่นหลังที่เลือนหายไป หลังจากนั้นก็มีเสียงหญิงสาวเล่าว่า ในขณะที่คนส่วนใหญ่บนโลกนี้รู้ดีว่าตนเองเป็นใคร อนาคตจะลงเอยอย่างไร และใครที่พวกเขาจะร่วมหัวจมท้ายด้วย แต่ตัวเธอนั้นกลับไม่รู้อะไรเลย เธอไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดในโลกที่โหดร้ายได้อย่างไร ทั้งยังไม่รู้ว่าตนเองมาจากไหน เพราะเธอจำอดีตไม่ได้และมองไม่เห็นอนาคต ถึงกระนั้นก็มีเสียง (ผู้หญิง) ร้องเรียก "ฉู่เฉียว" ดังก้องในหูเธอบ่อยครั้ง เธอจึงนึกสงสัยว่าฉู่เฉียวเป็นใคร

ขณะหลับใหลไม่ได้สติอยู่ในเกวียนที่ต่อเป็นกรงขัง ภาพความทรงจำตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กก็ผุดเข้ามาในหัว เริ่มจากภาพผู้หญิงคนหนึ่งบอกให้เธอเข้มแข็งและกล้าหาญเพื่อจะได้มีชีวิตรอด เธอพยายามวิ่งตามผู้หญิงคนดังกล่าวแต่ตามไม่ทันจึงได้แต่ร่ำไห้พลางร้องเรียก "แม่" ในเวลาต่อมามีชายคนหนึ่งเรียกเธอว่าลูกสาว ทั้งยังตั้งชื่อให้เธอว่า "จิงเสี่ยวลิ่ว" ("เสี่ยวลิ่ว" แปลว่า หกน้อย ในที่นี้หมายถึงลูกคนที่หก) เธอจึงยิ่งสงสัยว่าตนเองเป็นใครกันแน่ หลังจากนั้นภาพความทรงจำก็พรั่งพรูเข้ามาในห้วงคำนึงของเธออย่างไม่ปะติดปะต่อ นับตั้งแต่ภาพตอนที่เธอฝึกใช้อาวุธและเรียนศิลปะการต่อสู้จากผู้เป็นแม่เมื่อครั้งยังเด็ก ไปจนถึงตอนที่ถูกกล่าวหาว่าฆ่าแม่ตัวเอง ถูกทหารตามไล่ล่า รวมทั้งภาพเหตุการณ์ตอนที่เธอเติบโตเป็นสาวสะพรั่งและกำลังต่อสู้กับใครบางคน


หลังได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเรียก "ฉู่เฉียว" (ในฝัน) หญิงสาวจึงลืมตาตื่น และพบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ในเกวียนที่ต่อเป็นกรงขังโดยมีทาสสาวหลายคน (ซึ่งกำลังนั่งร้องไห้) เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม (เกวียนดังกล่าวลากโดยทาสที่เป็นชายฉกรรจ์) เมื่อสาวน้อยที่นั่งเคียงข้างเรียกเธอว่าพี่สาวและพูดทักทายด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เธอและสาวน้อยคนดังกล่าวจึงแลกเปลี่ยนชื่อแซ่ สาวน้อยผมหยิกบอกว่าตนชื่อ "เจวี้ยนเหมาโถว" (เหมาโถว แปลว่า หัวหยิก) ส่วนตัวเธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนบอกว่าตนชื่อ "จิงเสี่ยวลิ่ว" (นับจากนี้จะเรียกนางเอกว่า "เสี่ยวลิ่ว") เมื่อถูกถามว่าทำผิดอะไรมา เสี่ยวลิ่วตอบเพียงว่าตนก่อเรื่องใหญ่ เหมาโถวได้ยินเสียงท้องร้องเลยแบ่งอาหารที่มีเพียงน้อยนิดให้เสี่ยวลิ่ว เสี่ยวลิ่วเห็นเหมาโถวรู้สึกหวาดกลัวเพราะไม่รู้ว่าพวกตนกำลังจะถูกนำตัวไปที่ใด จึงพูดปลอบใจว่าไม่ต้องกลัวเพราะมีตนอยู่ที่นี่ทั้งคน เมื่อไปถึงที่หมายเหล่าบรรดาทาสสาวก็ถูกต้อนลงจากกรง ก่อนโดนไล่ให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในกระโจม เหล่าทาสสาวเห็นเสื้อผ้าทั้งสะอาดและเนื้อดีเลยต่างพากันดีใจ ถึงกระนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตัวอักษรที่ปักอยู่บริเวณด้านหลังเสื้อแต่ละตัวหมายถึงอะไร (เหล่าทาสสาวไม่รู้หนังสือ) เหมาโถวรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ขณะที่เสี่ยวลิ่วเองก็รู้สึกสังหรณ์ใจเช่นกัน

ณ เมืองฉางอัน (เมืองหลวงของซีเว่ย)




ห้าบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ได้แก่ "เยี่ยนสวิน" องค์ชายแห่งเยี่ยนเป่ย (เยี่ยนเหนือ - เมืองขึ้นของซีเว่ย), "หยวนซง" องค์ชาย 13 (อ๋องอวี้) แห่งราชวงศ์ซีเว่ย, "เว่ยซูโหยว" บุตรชายคนโตของสกุลเว่ย, "จ้าวซีเฟิง" บุตรชายคนรองของสกุลจ้าว และ "อวี่เหวินหวาย" หลานชายของนายสามแห่งสกุลอวี่เหวิน ควบม้าแข่งกันในตรอกแคบๆ ย่านใจกลางเมือง ในตอนแรกเยี่ยนสวินเป็นฝ่ายนำแต่แล้วอยู่ๆ ก็มีคนเข็นรถขนผักตัดหน้าราวกับจงใจ เขาเลยต้องหยุดม้ากระทันหันทำให้มาถึงรั้งท้ายคนอื่น อวี่เหวินหวายสงสัยว่าองค์หญิง "ฉุนเอ๋อร์" ยอมให้เยี่ยนสวินออกมาเที่ยวเล่นกับพวกตนได้อย่างไร เยี่ยนสวินตอบว่าเป็นเพราะอวี่เหวินหวายแกล้งทำให้ตนทำแก้วองค์หญิงแตกจนเป็นเรื่อง หยวนซงเห็นว่าในตอนนี้บ้านเมืองกำลังระส่ำระสาย สิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นลำดับแรกคือความรุ่งเรืองของประเทศชาติและประชาชน แต่พวกตนยังมัวขี่ม้าแข่งกัน ซึ่งถ้าหากเป็นที่โล่งกว้างก็คงไม่เป็นไร แต่ที่นี่มีคนมากมายขืนยังแข่งกันต่ออาจทำให้ผู้คนบาดเจ็บได้ อวี่เหวินหวายเห็นด้วยจึงเอ่ยปากชวนทุกคนไปเล่นเกมที่น่าตื่นเต้นกว่าและไปฟังเสียงกรีดร้องด้วยกัน เยี่ยนสวินสงสัยว่ารางวัลของผู้ชนะในวันนี้คืออะไร อวี่เหวินหวายตอบว่าสุรารสเลิศจากองค์หญิงฉุนเอ๋อร์ หยวนซงสงสัยว่า "อวี่เหวินเยว่" เพื่อนรักของเยี่ยนสวินหายไปไหน เยี่ยนสวินตอบว่าเพื่อนตนมักทำอะไรตามใจปรารถนา อวี่เหวินหวายจึงชวนทุกคนไปเล่นสนุกโดยไม่รออวี่เหวินเยว่



หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเหล่าทาสสาวถูกต้อนมารวมกันด้านนอกกระโจมโดยมีทหารตรึงกำลังรอบบริเวณ เมื่อ "จูซุ่น" พ่อบ้านสกุลอวี่เหวินรายงานว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว อวี่เหวินหวายจึงสั่งให้ทหารควบม้าไล่ต้อนเหล่าทาสสาวให้เข้าไปในลานล่าสัตว์ที่มีรั้วกั้นและมีทหารตรึงกำลังโดยรอบ เยี่ยนสวินเห็นดังนั้นจึงสงสัยว่าอวี่เหวินหวายนำตัวเหล่าทาสสาวมาที่นี่ทำไม อวี่เหวินหวายตอบว่าหากเป็นการล่าสัตว์ธรรมดาตนคงไม่เสียเวลาพาทุกคนมาที่นี่ เขากล่าวว่าเป้าหมายในการล่าครั้งนี้คือหมาป่าและหญิงงาม หยวนซงรู้สึกแปลกใจที่เสื้อของเหล่าทาสสาวมีชื่อของพวกตนปักอยู่ อวี่เหวินหวายจึงอธิบายว่านี่คือส่วนที่สนุกที่สุด พวกตนจะได้รับลูกธนูจำนวนหนึ่ง จะเลือกยิงทาสสาวของคนอื่นหรือยิงหมาป่าก็ได้ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป  หากใครมีทาสสาวเหลือรอดมากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ


หยวนซงแย้งว่านี่เป็นเกมที่โหดร้ายเกินไป ซูโหยวกล่าวอย่างเคร่งเครียดว่าการปกป้องทาสสาวของตนน่าจะนำไปสู่ชัยชนะได้มากกว่าล่าหมาป่า ซีเฟิงเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียดจึงบอกให้ทุกคนทำสีหน้าท่าทางให้คึกคักตื่นเต้น (ไม่ต้องคิดมาก) หยวนซงขอถอนตัวจากการแข่งขันเพราะเห็นว่าการนำคนมาเป็นเหยื่อของหมาป่าและเป็นเป้าธนูโหดร้ายเกินไป ซูโหยวจึงเสนอให้เปลี่ยนเกมการแข่งขัน อวี่เหวินหวายแย้งว่าเหล่าทาสสาวเป็นคนชั้นต่ำที่ไร้ค่าและมีความผิดติดตัว ถึงยังไงพวกเธอก็ต้องได้รับโทษตายอยู่แล้ว ตนนำทาสสาวมาเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเธอมีชีวิตอยู่ต่อไป หากใครรอดตายในเกมนี้จะถูกเว้นโทษตาย

อวี่เหวินหวายรู้ว่าเยี่ยนสวินไม่ต้องการเล่นเกมนี้เช่นกัน จึงพูดดักคอว่าบิดาของเยี่ยนสวินเป็นนักรบผู้เก่งกาจและมีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องความกล้าหาญ โบราณกล่าวว่าลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น แล้วเยี่ยนสวินจะทำลายชื่อเสียงของบิดาจริงๆ หรือ เยี่ยนสวินแย้งว่าดาบของสกุลเยี่ยนมีไว้สังหารคนคิดคด ทรยศ ไม่ได้มีไว้เพื่อเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะทำให้ชื่อเสียงของบิดาตนมัวหมอง ซีเฟิงชักเริ่มรำคาญจึงบอกว่าถ้าเยี่ยนสวินไม่อยากเล่นพวกตนก็แค่สังหารทาสเยี่ยนสวินให้หมด จะมัวเถียงกันให้เปลืองเวลาทำไม จากนั้นก็เร่งให้ปล่อยหมาป่าออกจากกรง หยวนซงพยายามยื้อเวลาโดยขอให้ทุกคนรออวี่เหวินเยว่ก่อน  อวี่เหวินหวายแย้งอย่างมีเลศนัยว่าบางทีอวี่เหวินเยว่อาจกำลังสำลักความสุขจนไม่อาจตามพวกตนมาที่นี่




ณ จวนสกุลอวี่เหวิน อวี่เหวินเยว่ (ทายาทสกุลอวี่เหวิน) กลับเข้าห้องของตนและพบหญิงงาม นามว่า "อิงเถา" นอนเปลือยกายรอเขาอยู่บนเตียง  เธอพยายามยั่วยวนอวี่เหวินเยว่แต่เขากลับจ้องมองเธออย่างไร้อารมณ์ และกล่าวว่าหากคนที่ส่งเธอมาเห็นลีลาของเธอแล้วคงรู้สึกผิดหวัง อิงเถาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เธอถอดเสื้อคลุมของอวี่เหวินเยว่ออกแล้วดึงตัวเขาลงมานอนบนเตียง จากนั้นก็บอกให้เขาเป็นฝ่ายรุก อวี่เหวินเยว่แย้งว่าหากตนทำเช่นนั้นแล้วเธอจะแสดงฝีมือให้ตนเห็นได้อย่างไร อิงเถาจึงโน้มตัวลงไปหาอวี่เหวินเยว่ประหนึ่งว่าจะจุมพิต แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีเขี้ยวพิษโผล่ออกมาจากปากเธอ  อวี่เหวินเยว่จึงผลักเธอลงจากเตียง ที่แท้อิงเถาก็คือนักฆ่าที่เชี่ยวชาญด้านการใช้เข็มพิษ เธอรู้ตัวว่าฝีมือของตนสู้อวี่เหวินเยว่ไม่ได้จึงซัดเข็มพิษใส่เขาจำนวนหนึ่งแล้วรีบกระโจนหนี อวี่เหวินเยว่ไม่เพียงปัดป้อง หากยังซัดเข็มพิษเล่มหนึ่งกลับไปหาเธออีกด้วย

อิงเถาสงสัยว่าตนถูกจับได้ตั้งแต่เมื่อไหร่และไม่แนบเนียนที่ตรงไหน อวี่เหวินเยว่ตอบว่าตนรู้ตัวตั้งแต่ต้น เนื่องจากทุกการกระทำของเธอล้วนมีจุดบกพร่อง ที่ตนยังคงเล่นตามน้ำเพราะที่ผ่านมาตนเอาตัวรอดจากการโดนลอบฆ่าและวางยาพิษมาแล้วมาหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพยายามฆ่าตนโดยใช้วิธียั่วยวน ตนนึกว่าจะมีอะไรใหม่แต่สุดท้ายก็ยังเหมือนเดิม เมื่อเห็นอวี่เหวินเยว่เดินจากไปอย่างไม่ใยดี อิงเถาจึงร้องบอกว่าเขาถูกเธอวางยาพิษ (เธอใส่พิษไว้ในกระถางธูปหอม)  และถามว่าไม่อยากได้ยาถอนพิษหรือ อวี่เหวินเยว่แย้งว่าเธอต่างหากที่โดนพิษ (ของตัวเอง) จากนั้นก็เย้ยว่าอวี่เหวินหวายคงผิดหวังอีกตามเคย พูดจบเขาก็สั่งให้ "เยว่ชี" (มือขวาของอวี่เหวินเยว่) เตรียมม้าให้ตน




ในที่สุดเกมอันแสนโหดร้ายก็เริ่มต้นขึ้นเมื่ออวี่เหวินหวายสั่งให้ปล่อยหมาป่ากว่า 20 ตัวออกจากกรง เหล่าทาสสาวต่างพากันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าท่าทางดุร้าย หยวนซงกับเยี่ยนสวินจ้องมองเหล่าทาสสาวด้วยสายตาเป็นกังวล ขณะที่เสี่ยวลิ่วรีบกวาดตามองโดยรอบเพื่อหาทางหนีทีไล่ เมื่อทาสสาวเริ่มวิ่งหนีฝูงหมาป่าก็ออกไล่ล่าทันที หลังจากนั้นอวี่เหวินหวายและซีเฟิงก็เริ่มเล็งธนูใส่ทาสสาวของฝ่ายตรงข้ามอย่างเมามัน เสี่ยวลิ่วแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นชนชั้นสูงปฏิบัติกับทาสอย่างพวกตนไม่ต่างจากสัตว์เดรฉาน หยวนซงกับเยี่ยนสวินเห็นดังนั้นก็รู้สึกโกรธ แต่ซีเฟิงกลับหัวเราะชอบใจแล้วบอกว่ายิงนางทาสง่ายกว่ายิงหมาป่าเป็นไหนๆ ถ้าอยากชนะก็ต้องยิงทาสก่อน เมื่อเห็นว่าอวี่เหวินเยว่ยังไม่มา ซีเฟิงเลยชวนอวี่เหวินหวายยิงทาสของอวี่เหวินเยว่


เสี่ยวลิ่วเห็นว่าพวกตนตกเป็นเป้าธนูจึงรีบพาเหมาโถววิ่งหนี (ทั้งคู่ต่างสวมเสื้อที่ปักอักษร "เยว่" ซึ่งในตอนนั้นอวี่เหวินเยว่กำลังควบม้าตามมา) อวี่เหวินหวายกับซีเฟิงยิงธนูใส่ทาสของอวี่เหวินเยว่ด้วยความสะใจ นอกจากเหล่าทาสสาวจะตกเป็นเป้าธนูแล้ว หลายคนยังเป็นเหยื่ออันโอชะของฝูงหมาป่าที่หิวโหยอีกด้วย หยวนซงทนดูไม่ได้อีกต่อไปจึงชวนเยี่ยนสวินเข้าร่วมการแข่งขันหมายช่วยชีวิตเหล่าทาสสาวให้มากที่สุดเท่าที่พวกตนจะทำได้ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันยิงหมาป่าที่กำลังจะขย้ำทาสสาว ถึงกระนั้นก็ยังมีหญิงสาวอีกหลายคนสังเวยชีวิตให้หมาป่า เสี่ยวลิ่วไม่ยอมปล่อยมือเหมาโถวและพากันวิ่งหนีหมาป่าสองตัวที่ไล่ตามมาติดๆ หยวนซงจะช่วยเสี่ยวลิ่วกับเหมาโถวแต่ดันยิงธนูพลาดเลยขอให้เยี่ยนสวินช่วยแก้มือแทน  เยี่ยนสวินจึงโชว์สกิลขั้นเทพด้วยการยิงธนูทีเดียวสองดอก แต่ละดอกล้วนพุ่งเข้าที่ลำคอของหมาป่าทั้งสองตัวอย่างแม่นยำ  เยี่ยนสวินยิ้มอย่างพึงพอใจในฝีมือตนเอง ขณะที่เสี่ยวลิ่วหันกลับไปมองว่าใครช่วยชีวิตตน อวี่เหวินหวายเห็นดังนั้นจึงท้าให้เยี่ยนสวินยิงธนูแข่งกับตน เพราะอยากรู้ว่าตนจะยิงทาสได้เร็วกว่าเยี่ยนสวินยิงหมาป่าหรือไม่ พูดจบอวี่เหวินหวายก็ชิงลงมือก่อนทันที




ในที่สุดเสี่ยวลิ่วกับเหมาโถวก็จนมุมเพราะถูกหมาป่าตัวหนึ่งดักหน้า  เสี่ยวลิ่วจำเป็นต้องปล่อยมือเหมาโถวเพื่อให้เธอไปหลบซ่อนตัว หลังจากนั้นเสี่ยวลิ่วเผชิญหน้าและวิ่งล่อหมาป่าไปทางอื่น เยี่ยนสวินยิงหมาป่าเพื่อช่วยชีวิตเสี่ยวลิ่ว แต่อวี่เหวินหวายต้องการเอาชีวิตเธอ เมื่อเห็นกับตาว่าเสี่ยวลิ่วสามารถหลบหลีกลูกธนูของตน อวี่เหวินหวายก็ถึงกับอึ้งและยิ่งรู้สึกท้าทาย เขาจึงเล็งธนูไปที่เสี่ยวลิ่วอีกครั้ง เยี่ยนสวินไม่ยอมให้อวี่เหวินหวายฆ่าเสี่ยวลิ่วจึงยิงสกัดลูกธนูของอวี่เหวินหวาย อวี่เหวินหวายชักเริ่มหงุดหงิดจึงถามเยี่ยนสวินว่าไม่อยากลิ้มรสสุราชั้นดีหรือ เยี่ยนสวินกล่าวว่าตนไม่สนใจสุราแต่ต้องการตัวเสี่ยวลิ่ว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามทำร้ายเธอ อวี่เหวินหวายไม่สนใจและอยากรู้ว่าเสี่ยวลิ่วจะเอาตัวรอดได้อีกนานแค่ไหน

อวี่เหวินเยว่มาถึงลานล่าสัตว์แต่ยังคงเฝ้าดูเหตุการณ์จากเนินเขาสูง  ปรากฏว่าเสี่ยวลิ่วถูกหมาป่าสองตัวล้อมหน้าหลัง เธอพยายามต่อสู้กับหมาป่าด้วยมือเปล่าจึงถูกหมาป่ารุมกัดแขนขา พอเหลือบไปเห็นลูกศรธนูปักอยู่ที่พื้น เสี่ยวลิ่วจึงรีบคว้าลูกธนูและแทงสวนใต้ท้องหมาป่าที่กระโจนเข้าหาเธอ อวี่เหวินหวายเห็นดังนั้นก็ตกตะลึง ถึงกระนั้นก็ยังเหลือหมาป่าอีกตัวที่จ้องขย้ำเธอ เยี่ยนสวินเล็งธนูไปที่หมาป่าหมายช่วยชีวิตเสี่ยวลิ่ว แต่แล้วกลับพบว่าเสี่ยวลิ่วสามารถปกป้องตัวเองได้ด้วยการปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้แล้วใช้ลูกธนูแทงเข้าที่ด้านหลังลำคอหมาป่า เขาจึงลดคันธนูลงแล้วจ้องมองเธออย่างชื่นชม อวี่เหวินเยว่เห็นดังนั้นก็แอบชื่นชมในใจว่าเสี่ยวลิ่วเกิดมาเป็นนักรบโดยแท้



ซีเฟิงยังคงเมามันกับการยิงทาสสาว เหมาโถวเห็นคนโดนยิงตรงหน้าก็รู้สึกหวาดกลัวจึงวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ แต่แล้วกลับพบว่ามีหมาป่าตัวหนึ่งย่องมาหาเธอจากทางด้านหลัง เสี่ยวลิ่วเห็นดังนั้นจึงรีบกระโจนเข้าใส่หมาป่าและใช้ลูกธนูแทงทะลุลำคอ อวี่เหวินหวายเห็นดังนั้นก็ยิ่งนึกสนุกจึงชวนทุกคนขี่ม้าล่าเหยื่อโดยมีเหล่าทหารคอยคุ้มกัน (อวี่เหวินเยว่ควบม้าตามไปดูห่างๆ)  เสี่ยวลิ่วจับมือเหมาโถวแล้วพากันวิ่งหนีเหล่านักล่าและหมาป่า  อวี่เหวินหวายและซีเฟิงไล่ยิงทาสอย่างสนุกสนาน ส่วนเยี่ยนสวินยังคงไล่ล่าหมาป่าที่จ้องขย้ำทาสสาว บรรดาทาสที่เหลือรอดพากันกรีดร้องและวิ่งหนีตาย ขณะที่ทหารบางนายกลายเป็นเหยื่อหมาป่าเสียเอง




เสี่ยวลิ่วพาทาสที่เหลือเพียงน้อยนิดหนีขึ้นไปบนเนินทราย  แต่อวี่เหวินหวายกับซีเฟิงก็ไล่ยิงจนเหลือเพียงเสี่ยวลิ่วกับเหมาโถวที่รอดชีวิต ในที่สุดทหารก็ส่งสัญญาณเตือนว่าหมดเวลา หยวนซงจึงประกาศว่าเกมจบแล้วและห้ามไม่ให้ยิงธนูอีก  ถึงกระนั้นเสี่ยวลิ่วยังคงจับมือเหมาโถววิ่งต่อไปเพราะรู้ว่าอวี่เหวินหวายคงไม่ไว้ชีวิตพวกตนแน่ ในที่สุดมือของทั้งคู่ก็หลุดจากกันหลังเหมาโถวถูกอวี่เหวินหวายยิงทะลุอก หลังกล่าวขอบคุณเสี่ยวลิ่วแล้วเหมาโถวก็สิ้นใจ เยี่ยนสวินตำหนิอวี่เหวินหวายที่เข่นฆ่าผู้คนมากมาย ซีเฟิงตั้งข้อสังเกตว่าขนาดอวี่เหวินเยว่ไม่อยู่ ทาสคนเดียวที่รอดตายยังสวมเสื้อปักอักษร "เยว่"  อวี่เหวินหวายได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธและทนไม่ได้ที่แพ้อวี่เหวินเยว่  แม้เคยลั่นวาจาเอาไว้ก่อนหน้าว่าจะเว้นโทษตายให้ผู้รอดชีวิต แต่อวี่เหวินหวายกลับยังคงเล็งธนูไปที่เสี่ยวลิ่วโดยอ้างว่าเธอเป็นทาสที่ทำความผิดและสมควรตาย เยี่ยนสวินรีบยิงสกัดแต่ลูกธนูเกิดพลาดเป้า โชคดีที่อวี่เหวินเยว่แอบยิงหน้าไม้สกัดเอาไว้ได้ทัน (เข็มเงินที่เขาใช้ยิงสกัดติดอยู่บนผมของเสี่ยวลิ่ว) ซีเฟิงนึกว่าอวี่เหวินหวายยิงพลาดเป้าจึงเย้ยว่าแม้แต่อวี่เหวินหวายก็พลาดได้เช่นกัน ทำให้อวี่เหวินหวายรู้สึกเสียหน้า

อวี่เหวินเยว่มองเสี่ยวลิ่วซึ่งกำลังเศร้าโศกพลางกล่าวในใจว่า "เกมจบแล้ว ดีชั่วอย่างไรก็อยู่ที่ตัวเจ้า" เขาเห็นว่าเสี่ยวลิ่วปลอดภัยแล้วจึงขี่ม้าจากไปเงียบๆ หยวนซงเปรยว่าเสี่ยวลิ่วรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์ เยี่ยนสวินเหน็บว่าอวี่เหวินหวายนำทาสเก่งๆ มาเป็นเป้า แสดงว่า "เรือนหงซาน" บ้านของเขาคงเต็มไปด้วยคนมีฝีมือ ซีเฟิงแย้งว่าใช่ที่ไหน อวี่เหวินหวายพลาดไปแล้วต่างหาก เขาชี้ว่าเสี่ยวลิ่วเป็นคนฉลาดแต่อวี่เหวินหวายกลับยกเธอให้คนอื่น ตอนนี้เธอกลายเป็นทาสของอวี่เหวินเยว่แล้ว ซูโหยวกล่าวว่าในเมื่อเสี่ยวลิ่วรอดชีวิตก็ควรรักษาสัญญาและเว้นโทษตายให้เธอ อวี่เหวินหวายแย้งว่าเสี่ยวลิ่วเป็นทาสที่มีความผิดติดตัวแล้วจะให้ตนยกโทษได้อย่างไร เยี่ยนสวินเหน็บว่าอวี่เหวินหวายกล้าโกงแบบโจ่งแจ้งจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะพลิกลิ้น หยวนซงตัดบทด้วยการประกาศในฐานะองค์ชายแห่งซีเว่ยว่าตนอภัยโทษให้เสี่ยวลิ่ว หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ยกเว้นเยี่ยนสวิน


จูซุ่นพาลูกน้องมาเก็บศพทาสสาว เสี่ยวลิ่วซึ่งยังคงเฝ้าศพเหมาโถวไม่ห่างถูกลากตัวมาคุกเข่าต่อหน้าเยี่ยนสวิน เยี่ยนสวินเห็นอะไรบางอย่างติดอยู่ที่ผมของเสี่ยวลิ่วจึงดึงออกมาดู (เสี่ยวลิ่วรู้สึกชิงชังชนชั้นสูงอย่างเยี่ยนสวินจึงพยายามปัดป้องและตวาดใส่) ครั้นเห็นว่าเป็นเข็มเงินเล่มเล็กๆ เยี่ยนสวินก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมืออวี่เหวินเยว่ เขาถามชื่อแซ่ของเธอ แต่เสี่ยวลิ่วกล่าวว่าตนจะบอกชื่อเขาต่อเมื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกตนเท่าเทียมกัน เมื่อเสี่ยวลิ่วถูกลากตัวออกไป เยี่ยนสวินก็พูดไล่หลังว่า "เจ้าเป็นทาสที่อวดดีที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบ" ถึงกระนั้นเขาก็เตือนจูซุ่นว่าอย่าคิดกลั่นแกล้งหรือทำร้ายเสี่ยวลิ่วโดยเด็ดขาด จูซุ่นแกล้งตกปากรับคำแต่แอบหมายหัวเสี่ยวลิ่วเอาไว้ เขาไม่พอใจที่เธอบังอาจทำให้คุณชายหวาย (อวี่เหวินหวาย) ของตนขุ่นเคือง และสักวันเธอจะต้องชดใช้ความผิดนี้


จูซุ่นให้ลูกน้องแบกเสี่ยวลิ่วมาที่จวนสกุลอวี่เหวินกลางดึก โดยบอก "ซ่งต้าเหนียง" (ป้าซ่ง) ว่าเสี่ยวลิ่วเป็นนังตัวดีที่รอดตายจากการถูกล่าเพียงคนเดียว ซ่งต้าเหนียงแย้งว่าเสี่ยวลิ่วไม่ใช่คนของเรือนนี้ ("จิงหลินซี" แอบดูอยู่ห่างๆ เมื่อพบว่าทาสหญิงคนดังกล่าวคือน้องหกของตนก็รู้สึกตกใจ) จูซุ่นจึงบอกว่าเสี่ยวลิ่วทำให้คุณชายหวายพ่ายแพ้ยับเยิน คุณชายหวายเลยโกรธมาก เขาบอกให้ซ่งต้าเหนียงนำตัวเสี่ยวลิ่วไปไว้ในห้องเก็บฟืนแล้วเล่นงานเธอให้จงหนักแต่อย่าทำให้ถึงตาย เพราะเขาอยากให้เธอทุกข์ทรมานจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป (เสี่ยวลิ่วได้ยินทุกคำพูดของทั้งคู่) หลังถูกนำตัวมาทิ้งไว้ในห้องเก็บฟืน เสี่ยวลิ่วซึ่งสภาพร่างกายบอบช้ำและเต็มไปด้วยบาดแผลจากคมเขี้ยวของหมาป่า ครุ่นคิดถึงเรื่องร้ายๆ ที่ตนเพิ่งเผชิญมา พลางสงสัยว่าตนอยู่ในโลกแบบไหนกัน เหล่าชนชั้นสูงที่ร่ำรวยพวกนั้นใจคอโหดร้ายยิ่งกว่าหมาป่า ชีวิตคนไม่มีค่าสำหรับพวกเขา ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งแค้นจึงหมายมั่นว่าสักวันเธอจะให้คนพวกนี้ชดใช้หนี้เลือด



หลินซีแอบนำมาอาหารมาส่งให้เสี่ยวลิ่วและบอกว่าตนคือพี่ห้า เมื่อเห็นว่าเสี่ยวลิ่วยังคงนั่งอึ้งเหมือนจำตนไม่ได้ เขาจึงคิดว่าอาจเป็นเพราะเธอจากบ้านไปนานหลายปี พอเห็นว่าร่างกายของเสี่ยวลิ่วเต็มไปด้วยบาดแผลเขาก็รู้สึกตกใจ ทั้งยังสงสัยว่าเธอรอดชีวิตมาจากที่อันตรายแบบนั้นได้อย่างไร เขาได้ยินว่ามีทาสสาวถูกส่งไปที่นั่นสามสิบคนแต่เสี่ยวลิ่วเป็นคนเดียวที่รอดชีวิต พูดจบเขาก็สำรวจบาดแผลบนตัวเสี่ยวลิ่ว เสี่ยวลิ่วกล่าวเพียงว่าตนไม่เป็นไร หลินซีเห็นสภาพของเสี่ยวลิ่วแล้วรู้สึกสงสาร ทั้งยังรู้สึกผิดที่ไม่อาจปกป้องเธอจึงร่ำไห้ขอโทษ

หลังจากนั้นเขาก็คะยั้นคะยอให้เสี่ยวลิ่วกินข้าวที่ตนนำมา เมื่อเห็นว่าเสี่ยวลิ่วกินอะไรไม่ลง หลินซีจึงคีบหมูสามชั้นของโปรดให้เสี่ยวลิ่วแต่เสี่ยวลิ่วบอกว่าเธอไม่ชอบกินมันหมู หลินซีจึงกินส่วนที่เป็นมันแล้วเหลือแต่เนื้อให้เสี่ยวลิ่ว ในที่สุดเสี่ยวลิ่วก็ยอมกินข้าวทำให้หลินซีดีใจมาก เสี่ยวลิ่วกล่าวทั้งน้ำตาว่าอาหารมื้อนี้อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมาในชาตินี้ หลินซีแย้งว่าเธออายุน้อยเกินกว่าจะพูดแบบนั้น ทั้งยังเตือนความจำว่านี่เป็นอาหารจานโปรดของเธอ สมัยที่พวกตนอยู่บ้านด้วยกันเธอมักยกส่วนที่เป็นมันให้ตนกินเสมอ หลินซีให้คำมั่นว่าสักวันจะทำให้เสี่ยวลิ่วมีความสุขและจะไม่มีใครทำร้ายพวกตนอีก เขากล่าวว่าตอนนี้ตนอยู่ในจวนชิงซาน เป็นทาสระดับกลางและทาสรับใช้ส่วนตัวของคุณชายอวี่เหวินเยว่ "จิงจือเซียง" (พี่สาว) กับ "จิงเสี่ยวปา" (น้องแปด) ก็อยู่ที่นี่ด้วย อีกไม่นานทั้งคู่จะมาช่วยดูแลเสี่ยวลิ่ว พูดจบหลินซีก็ขอตัวโดยบอกว่าจะไปหายามาให้เธอ


หลินซีบอกจือเซียงว่าอาการของเสี่ยวลิ่วไม่สู้ดีนัก เขากล่าวว่าแม้สกุลอวี่เหวินจะมียามากมาย แต่พวกตนเป็นแค่ทาสรับใช้จึงไม่สามารถเข้าไปในห้องยาได้ จือเซียงเตือนหลินซีว่าเขาเพิ่งได้เป็นทาสรับใช้ประจำตัวคุณชายเยว่ อวี่เหวินเยว่เป็นคนไร้ความรู้สึก ดังนั้นจงอย่าเอ่ยปากขอยาจากเขาเด็ดขาด เมื่อเห็นหลินซีเป็นกังวลเรื่องที่จูซุ่นกับซ่งต้าเหนียงวางแผนเล่นงานเสี่ยวลิ่ว จือเซียงก็กล่าวว่าจูซุ่นเป็นพ่อบ้านประจำสกุลอวี่เหวินจึงมีอำนาจเหนือทาสอย่างพวกตน หากเขาคิดเล่นงานเสี่ยวลิ่วถึงตายย่อมทำได้ แล้วตนจะลองคิดหาทางออกดู แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรักษาอาการบาดเจ็บของเสี่ยวลิ่ว

เยี่ยนสวินมาหาอวี่เหวินเยว่ที่จวนอวี่เหวิน เขาเห็นอวี่เหวินเยว่ซ้อมยิงธนูได้อย่างแม่นยำจึงเอ่ยปากชม อวี่เหวินเยว่ชมกลับว่าทักษะการยิงธนูของเยี่ยนสวินก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน เพราะตอนเล่นเกมล่าสัตว์เขายิงเข้าเป้าทุกดอก จากนั้นก็แซวว่าเยี่ยนสวินจะเลิก (แกล้ง) ทำตัวเรื่อยเปื่อยไปวันๆ แล้วหรือ เยี่ยนสวินกล่าวว่าตนสามารถทำตัวเรื่อยเปื่อยและมีความสามารถพิเศษได้ในขณะเดียวกัน เพราะการยิงธนูและขี่ม้าเป็นทักษะขั้นพื้นฐาน ที่สำคัญตนเป็นองค์ชายเลยจำเป็นต้องมีความสามารถติดตัวไว้บ้าง มิเช่นนั้น จะเที่ยวเตร็ดเตร่ในเมืองฉางอันซึ่งเต็มไปด้วยคนมากฝีมือได้อย่างไร พูดจบเขาก็แกล้งถามว่าในเมื่ออวี่เหวินเยว่ไม่ได้ไปที่ลานล่าสัตว์แล้วรู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง


ความจริงแล้วเยี่ยนสวินมาหาอวี่เหวินเยว่เพื่อปรึกษาเรื่องงานวันเกิด เขาไม่ต้องการให้องค์หญิงฉุนเอ๋อร์เป็นธุระจัดงานให้เลยมาขอให้อวี่เหวินเยว่ช่วย อวี่เหวินเยว่ถามว่าทำไมต้องเป็นตน เยี่ยนสวินตอบว่าเพราะอวี่เหวินเยว่ถนัดเรื่องตาต่อตาฟันต่อฟัน ทั้งยังเป็นจอมวางแผน ส่วนตนไม่ถนัดเรื่องนี้เลยสักนิด  อวี่เหวินเยว่กล่าวว่ามารดาของเยี่ยนสวินเป็นธิดาบุญธรรมคนโปรดของไทเฮา ส่วนบิดาก็เป็นพระสหายคนสนิทของฮ่องเต้ แม้เยี่ยนสวินจะไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับทั้งสองพระองค์แต่ก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญ การที่องค์หญิงฉุนเอ๋อร์คิดจัดงานวันเกิดให้เขาจึงนับว่าสมเหตุสมผล เยี่ยนสวินชี้ว่าตนก็แค่ไม่อยากให้องค์หญิงเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ เธอเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสาและร่าเริงตนจึงคิดเสมอว่าเธอเป็นน้องสาว แต่เธอกลับต้องการอยู่เคียงข้างตน อวี่เหวินเยว่ได้ฟังดังนั้นจึงเสนอให้จัดงานวันเกิดที่บ้านสกุลอวี่เหวิน ซ้ำยังอาสาเป็นเจ้าภาพ เขาบอกเยี่ยนสวินว่าตนจะเชิญหนุ่มเจ้าสำอาง (แบบเยี่ยนสวิน) ทุกคนในเมืองมาร่วมงาน และจะเชิญคนมาเยอะๆ จนองค์หญิงฉุนเอ๋อร์เข้าถึงตัวเยี่ยนสวินได้ยาก  เยี่ยนสวินได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกพอใจ




เยี่ยนสวินคืนเข็มเงินให้อวี่เหวินเยว่ ก่อนถามว่าทำไมถึงช่วย "เด็กสาวคนนั้น" เพราะนั่นไม่ใช่วิสัยของคนอย่างอวี่เหวินเยว่ อวี่เหวินเยว่กล่าวว่าอยากรู้อะไรก็ถามมาตรงๆ เยี่ยนสวินจึงถามกึ่งหยั่งเชิงว่าเขาชอบเสี่ยวลิ่วใช่ไหม จากนั้นก็จ้องหน้าจับผิดอวี่เหวินเยว่ อวี่เหวินเยว่นิ่งไปชั่วขณะก่อนแย้งว่าเด็กนั่นก็แค่ทาสรับใช้ของตน เยี่ยนสวินจึงแหย่ว่าหากเธอเป็นแค่ทาสคนหนึ่ง ทำไมถึงไม่ยกให้ตนเสียเลย จากนั้นก็กล่าวอย่างชื่นชมว่าเสี่ยวลิ่วมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจ เธอมีสายตาเฉียบแหลมและเป็นนักสู้ประดุจแมวป่ากลางที่ราบกว้างใหญ่ในบ้านเกิดตน แถมเธอยังกล้าสู้กับหมาป่าอีกด้วย อวี่เหวินเยว่ได้ยินเยี่ยนสวินชมทาสสาวของตนไม่ขาดปากจึงผลักโต๊ะพลางก้มหน้าพูดประชดว่า "ถ้าอยากได้นัก เช่นนั้นนางก็เป็นของเจ้า" จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วแล้วเดินหนีไป  เยี่ยนสวินล้อเลียนคำพูดของอวี่เหวินเยว่ก่อนพูดทีเล่นทีจริงว่า "ระวังให้ดีก็แล้วกัน มิเช่นนั้นข้าจะพานางไปจริงๆ"




จือเซียงกับเสี่ยวปาช่วยกันเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เสี่ยวลิ่วซึ่งยังคงนอนหลับใหลไม่ได้สติจนเนื้อตัวเธอสะอาดสะอ้าน เสี่ยวลิ่วฝันถึงเรื่องราวในอดีตตอนที่ "อวี่เหวินฮ่าว" (ลูกชาย "อวี่เหวินสี"ตามไล่ล่าเธอ หลังเธอจนมุมริมผาสูงเหนือแม่น้ำอันเชี่ยวกราก  อวี่เหวินฮ่าวพยายามหว่านล้อมให้เธอมาเป็นพวกเขาเพื่อจะได้เป็นใหญ่ด้วยกันและเธอจะได้ไม่ต้องหลบหนีอีกต่อไป เมื่อเธอไม่ยอมรับข้อเสนอเขาจึงคิดสังหารเธอ ด้วยความที่ฝีมือเธอเหนือกว่า เขาจึงได้รับบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรงซ้ำยังโดนพลังภายในซัดจนลอยคว้างร่วงตกจากหน้าผา โชคร้ายที่เขาดึงผ้าคลุมศีรษะของเธอหลุดติดมือไปด้วย ทำให้เธอเสียหลักพลัดตกจากผาสูงลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ทันใดนั้น เสี่ยวลิ่วก็เริ่มมีอาการหนาวสั่นและตื่นจากฝันร้าย จือเซียงปลอบเสี่ยวลิ่วว่าถ้าไข้ลดเมื่อไหร่ก็จะหายหนาวเอง (เธอขอยามาจากพ่อบ้านจู)

ซ่งต้าเหนียงเข้ามาหาเรื่องสามพี่น้องถึงในห้อง เธอตำหนิจือเซียงกับเสี่ยวปาที่อู้งาน จือเซียงจึงรีบคุกเข่าขอโทษแล้วบอกว่าตนกับเสี่ยวปากำลังจะออกไปทำงาน เมื่อซ่งต้าเหนียงถามถึงเสี่ยวลิ่ว จือเซียงจึงบอกว่าเสี่ยวลิ่วคือน้องหกของพวกตน ตอนนี้เธอยังบาดเจ็บอยู่เลยออกไปทำงานไม่ได้ ซ่งต้าเหนียงเห็นทาสชั้นต่ำสุดอย่างเสี่ยวลิ่วใช้เตารมยาของพ่อบ้านจูก็รู้สึกไม่พอใจจึงหาว่าเสี่ยวปาขโมยมา เสี่ยวปาปฏิเสธเสียงแข็งและแย้งว่าพ่อบ้านจูให้พี่สาวตนมา ซ่งต้าเหนียงไม่พอใจที่เสี่ยวปากล้าขึ้นเสียงกับตนจึงตบหน้าสั่งสอนเต็มแรงก่อนหยิบแส้ออกมาฟาด จือเซียงรีบเอาตัวบังไว้และรับแส้แทนเสี่ยวปา ซ่งต้าเหนียงเห็นดังนั้นก็ยิ่งโกรธ เธอประณามจือเซียงว่าให้ท่าผู้ชายก่อนลงมือฟาดไม่ยั้ง หลังนอนฟังอยู่นานเสี่ยวลิ่วชักเริ่มหมดความอดทนจึงแอบใช้หนังสติ๊กคู่กายยิงก้อนหินใส่ขาซ่งต้าเหนียง จากนั้นก็ตะกายกองฟืนขึ้นมาถามว่าซ่งต้าเหนียงเป็นอะไรและแนะนำให้เธอรีบรักษา


เมื่องซ่งต้าเหนียงออกไปแล้ว จือเซียงจึงเตือนเสี่ยวลิ่วว่าอย่าก่อเรื่องอีกเพราะในจวนอวี่เหวินเต็มไปด้วยคนมีฝีมือ หากพลั้งพลาดจะต้องตายสถานเดียว เพราะที่นี่มีสารพัดเหตุผลในการเข่นฆ่าทาส เสี่ยวปาได้ยินว่านายสามแห่งเรือนจี๋เล่อ (อวี่เหวินสี) ฆ่าทาสรับใช้หญิงมาแล้วกว่า 20 คนจึงกลัวว่าสักวันจะถึงคราวเคราะห์ของพวกตน จือเซียงขอให้เสี่ยวลิ่วอดทนและอย่าทำเรื่องสุ่มเสี่ยงอีกเพราะ "จิงเสี่ยวชี" (น้องเจ็ด) น้องสาวของพวกตนกำลังจะกลับมา เสี่ยวปาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจเพราะแม้จะมีชีวิตที่ยากลำบากแต่อย่างน้อยพวกตนก็ได้อยู่กันพร้อมหน้า จือเซียงกล่าวว่านับจากนี้พวกตนจะดูแลกันและกัน และจะไม่มีวันปล่อยให้ใครอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีก



หยวนซงพยายามโยนลูกศรลงกระบอกแต่พลาดเป้าทำให้ถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะ เขาจึงออกตัวว่าตนโยนไม่ลงเป็นเรื่องธรรมดาแต่ถ้าอวี่เหวินหวาย... หยวนซงพูดยังไม่ทันขาดคำอวี่เหวินหวายก็โยนลูกศรลงกระบอกอย่างง่ายดาย เมื่อถูกหยวนซงท้าให้แข่งกับเยี่ยนสวิน อวี่เหวินหวายก็ออกตัวว่าตนสู้องค์ชายเยี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะแม้แต่ทหารองครักษ์ยังขี่ม้าและยิงธนูสู้ชาวเยี่ยนเป่ยไม่ได้ เยี่ยนสวินหัวเราะและแกล้งโยนลูกศรพลาดเป้าแบบเท่ห์ๆ แต่อวี่เหวินหวายรู้ทัน ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งโยนลูกศรลงกระบอกอย่างแม่นยำทำเอาหนุ่มๆ ถึงกับทึ่ง ที่แท้คนๆ นั้นก็คือ "องค์หญิงหยวนฉุน" หรือ "ฉุนเอ๋อร์" นั่นเอง


** จบตอนที่ 1 **

* เนื้อหาโดย luvasianseries


 


รายชื่อนักแสดง


นักแสดงนำ

 

จ้าวลี่อิง
รับบท ฉู่เฉียว / จิงเสี่ยวลิ่ว / ซิงเอ๋อร์
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หลินเกิงซิน
รับบท อวี่เหวินเยว่
(นักแสดง ชาวจีน)


 

โต้วเซียว
รับบท เยี่ยนสวิน
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หลี่ชิ่น
รับบท องค์หญิงหยวนฉุน
(นักแสดง ชาวจีน)

อื่นๆ

 

เติ้งหลุน
รับบท เซียวเช่อ (รัชทายาทแห่งหนานเหลียง (เหลียงใต้) / น้องชายเซียวอวี้)
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หวังเยี่ยนหลิน
รับบท อวี่เหวินหวาย
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หนิวจวิ้นเฟิง
รับบท หยวนซง
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หวงเมิ่งอิ๋ง
รับบท เซียวอวี้ (องค์หญิงแห่งหนานเหลียง) / ฝ่างฉิน
(นักแสดง ชาวจีน)


 

สิงเจาหลิน
รับบท เยว่ชี
(นักแสดง ชาวจีน)


 

หลี่รั่วเจีย
รับบท จ้งอวี่
(นักแสดง ชาวจีน)


 

ต่งชุนฮุย
รับบท เหลียงเส้าชิง
(นักแสดง / นายแบบ ชาวจีน)


 

หร่วนเสิ้งเหวิน
รับบท เฮ่อเซียว
(นักแสดง / นายแบบ ชาวจีน)


 

เฉาซีเยว่
รับบท จิ่นจู๋
(นักแสดง ชาวจีน)





รวมคลิปตัวอย่างบางส่วน




คลิปเพลงประกอบ




รวมคลิปเบื้องหลัง

*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

2 ความคิดเห็น:

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา