วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เรื่องย่อ พุ่งด้วยใจไปสู่ฝัน (My Mr. Mermaid)




กำกับ: ฉางเสี่ยวหยาง, หวังเจิ้งจวิน
เขียนบท: สวี่ลู่เยี่ยน, หลี่หงเยี่ยน
แนวละคร: โรแมนติก, กีฬา
จำนวนตอน: 36 (ดีวีดี) / 37 (ทีวี)
ออกอากาศ: จีน - 30 กรกฎาคม 2560 ทางหูหนานทีวี
                   ไทย - ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา 23.00 น. ทาง MCOT HD (หมายเลข 30) ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 - 19 มีนาคม 2563



 


เรื่องย่อ



ละคร "พุ่งด้วยใจไปสู่ฝัน" (My Mr. Mermaid) ดัดแปลงจากนิยายออนไลน์เรื่อง "ล่างฮัวอี้ตั๋วตั่ว" (浪花一朵朵) ของ "จิ่วเสี่ยวชี" เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวความรักและแรงบันดาลใจของนักข่าวฝึกหัดสายกีฬานามว่า "อวิ๋นตั่ว" ซึ่งยึดมั่นในหลักความจริงและความถูกต้อง กับเงือกหนุ่ม "ถังอี้ไป๋" ซึ่งพยายามกลับมาผงาดในฐานะเจ้าสระอีกครั้ง หลังถูกกล่าวหา (ผิดๆ) ว่าใช้สารต้องห้ามเมื่อ 4 ปีก่อน แต่กลับถูกนักข่าวขุดคุ้ยและโยงถึงเรื่องเก่าๆ ไม่เลิกรา ทำให้เขาถูกตีตราว่าเป็นนักกีฬาที่ใช้สารต้องห้ามและถูกสงสัยในความสามารถ ทั้งๆ ที่เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำที่เก่งกาจคนหนึ่ง หลังรู้ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน อวิ๋นตั่วจึงช่วยกอบกู้ภาพลักษณ์ของถังอี้ไป๋ด้วยการเปิดเผยความจริงและพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังจากนั้นถังอี้ไป๋ก็กลับมาเป็นเจ้าสระอีกครั้ง ในที่สุดอวิ๋นตั่วและถังอี้ไป๋ซึ่งแอบมีใจให้กันก็หันมาคบหากันฉันคนรัก แต่ทว่าการที่ต้องเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักทำให้ถังอี้ไป๋ตกที่นั่งลำบากเพราะต้องเลือกระหว่างความรักกับความฝัน แต่หลังได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากอวิ๋นตั่วตลอดจนเพื่อนร่วมทีม ถังอี้ไป๋จึงตัดสินใจที่จะเผชิญอุปสรรค ความยากลำบาก และไล่ล่าความฝันไปพร้อมๆ กับอวิ๋นตั่ว

เนื้อหาตอนที่หนึ่ง



ละครเปิดฉากด้วยบรรยากาศการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำแห่งชาติ ระดับโรงเรียนมัธยม ซึ่งมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฟรีสไตล์ชาย 100 เมตร ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับเสียงเชียร์ดังกึกก้องมากที่สุดคือนักกีฬาวัย 18 ปี "ถังอี้ไป๋" ซึ่งอยู่ในลู่ที่สี่ โดยก่อนหน้านี้เขาเพิ่งทำลายสถิติว่ายเร็วสุดในการแข่งขันฟรีสไตล์ 100 เมตร ในการแข่งครั้งนี้เขาไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังและสามารถคว้าชัยชนะมาครอง  แต่ในขณะที่โค้ชและเพื่อนร่วมทีมเข้ามาแสดงความยินดีกับถังอี้ไป๋ท่ามกลางวงล้อมของนักข่าว กลับมีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาหาและนำผลการตรวจมาแจ้งต่อหน้าทุกคนว่าถังอี้ไป๋ใช้สารต้องห้าม หลังจากนั้นถังอี้ไป๋ก็ถูกชายกลุ่มดังกล่าวคุมตัวไป แม้จะผ่านไปนานสี่ปีแล้วแต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงตามมาหลอกหลอนถังอี้ไป๋ในฝัน ถังอี้ไป๋ซึ่งพักอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยตกใจตื่นหลังฝันถึงช่วงเวลาดังกล่าว เขายังจดจำความอัปยศในครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี หลังตั้งสติได้และพบว่าเป็นเพียงความฝันเขาจึงลุกไปออกกำลังกาย

 

ในเวลาเดียวกันนั้น "อวิ๋นตั่ว" นักข่าวฝึกหัดสายกีฬาของฉิงคงดอทคอมได้เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยางแต่เช้าตรู่ วันนี้เป็นวันที่ทีมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยดังกล่าวจัดการแข่งขันคัดตัวนักกีฬา ทั้งยังเป็นครั้งแรกในชีวิตที่อวิ๋นตั่วจะต้องลงภาคสนามสัมภาษณ์นักกีฬาในฐานะนักข่าวฝึกหัด เธอจึงรีบมาแต่เนิ่นๆ  (ก่อนหกโมงเช้า) เพื่อเตรียมตัว คนที่เธอได้รับมอบหมายให้มาสัมภาษณ์คือ "ฉีรุ่ยเฟิง" กัปตันทีมว่ายน้ำ วัย 22 ปี เจ้าของฉายา "หนานขวงฉีรุ่ยเฟิง" ("หนาน" แปลว่า "ใต้" มาจากชื่อมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง ส่วน "ขวง" แปลว่า "บ้า") ซึ่งคว้าแชมป์ฟรีสไตล์ชาย 1,500 เมตรในการแข่งขันดรีมคัพคราวก่อน หลังออกกำลังกายในห้องฟิตเนสอย่างหนักหน่วงถังอี้ไป๋ก็ออกมาวิ่งต่อ ครั้นเห็นอวิ๋นตั่วกำลังซ้อมสัมภาษณ์อย่างกระตือรือร้นและตั้งใจ โดยทำท่าทางประกอบและใช้ปากกาแทนไมค์  ถังอี้ไป๋จึงวิ่งถอยหลังกลับมาดูอย่างขำๆ  (เขาเห็นเพียงด้านข้างของเธอ) แต่อวิ๋นตั่วมัวแต่มุ่งมั่นกับการเตรียมตัวสัมภาษณ์เลยไม่ทันสังเกตเห็นถังอี้ไป๋



ครั้นการแข่งขันใกล้เริ่มต้นแต่ยังไม่เห็น "ซุนปู้ฝาน" (หรือ "ซุนเหล่าซือ" ครูฝึกสอนของอวิ๋นตั่วระหว่างฝึกงานที่ฉิงคงดอทคอม) อวิ๋นตั่วซึ่งยืนรอหน้าทางเข้าศูนย์กีฬาทางน้ำจึงรู้สึกร้อนใจ ที่แท้ซุนปู้ฝานเพิ่งมาถึง เขาไม่เห็นอวิ๋นตั่วเลยนึกว่าตนมาถึงก่อน ซ้ำยังไปรอเธอที่ทางเข้าด้านข้างทั้งที่นัดพบกันบริเวณทางเข้าด้านหน้า ก่อนเข้าไปในศูนย์ฯ ซุนปู้ฝานสอนอวิ๋นตั่วให้รู้จักการทำงานแบบมืออาชีพและฝากความหวังไว้กับเธอ แต่ทุกสิ่งที่เขากำชับและสั่งสอนล้วนเป็นสิ่งที่อวิ๋นตั่วทำแล้วทั้งสิ้น (เช่น มาถึงก่อนเวลานัดหมาย และเตรียมคำถามให้พร้มล่วงหน้า) อีกด้านหนึ่ง "ผู้ช่วยโค้ชอู่" เข้ามาหาถังอี้ไป๋ในห้องแต่งตัวหมายช่วยคลายความตื่นเต้น กดดัน และตรวจสอบความพร้อม ด้วยเห็นว่าถังอี้ไป๋ไม่ได้ลงแข่งมานานสี่ปี แต่เห็นได้ชัดว่าผู้ช่วยโค้ชอู่คือคนที่ตื่นเต้น ขณะที่ถังอี้ไป๋ได้แต่นั่งฟังยิ้มๆ ก่อนเป็นฝ่ายเรียกความเชื่อมั่นด้วยการยกนิ้วโป้ง และชูมือที่มีรอยปากกาเขียนเป็นอักษรคำว่า "WIN" ให้ผู้ช่วยโค้ชอู่ดู

ครั้นไปที่สระว่ายน้ำแล้วเห็นเหล่ากองเชียร์นั่งเต็มอัฒจันทร์ ซ้ำยังชูป้ายและส่งเสียงเรียกฉีรุ่ยเฟิงกันอย่างคึกคักราวกับมาดูคอนเสิร์ต แถมยังมีนักข่าวจากหลายสำนักมารอทำข่าวทั้งที่เป็นการแข่งขันภายใน อวิ๋นตั่วก็รู้สึกแปลกใจ ซุนปู้ฝานชี้ว่าพวกเขา (นักข่าว) ไม่ได้มาดูการแข่งขันแต่มารอสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิง อวิ๋นตั่วสงสัยว่าในเมื่อฉีรุ่ยเฟิงเป็นกัปตันทีมว่ายน้ำอยู่แล้วและไม่ได้ลงแข่ง แล้วบรรดานักข่าวแห่มาที่นี่ทำไม ซุนปู้ฝานอธิบายว่าหลังฉีรุ่ยเฟิงคว้าแชมป์ฟรีสไตล์ชาย 1,500 เมตรในการแข่งขันดรีมคัพคราวก่อน ซ้ำยังทำลายสถิติฟรีสไตล์ 1,500 เมตร เขาเลยไม่เพียงเป็นคนดังในวงการว่ายน้ำแต่ยังมีคุณค่าข่าวมากกว่าการแข่งขันคัดตัวนักกีฬา



แม้ฉีรุ่ยเฟิงไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่เขาอยากต้อนรับการหวนคืนวงการของเพื่อนรักอย่างถังอี้ไป๋จึงโพสต์ลงโซเชียลว่าตนจะมาชมการแข่งขันด้วย นั่นจึงทำให้บรรยากาศคึกคักเพราะเหล่าแฟนคลับของฉีรุ่ยเฟิงมารวมตัวกันที่สระว่ายน้ำราวกับมีงานแฟนมีตติ้ง เมื่อฉีรุ่ยเฟิงมาถึงเสียงเชียร์ยิ่งดังกึกก้อง เหล่านักข่าวต่างรีบกรูเข้าไปสัมภาษณ์เขา แม้มีช่างภาพของบริษัทมาด้วยแต่ซุนปู้ฝานเบิกกล้องของบริษัทมาให้อวิ๋นตั่วเป็นกรณีพิเศษอีกตัวหนึ่งโดยกำชับให้เธอรักษาดูแลยิ่งชีวิต จากนั้นก็สั่งให้อวิ๋นตั่วแทรกร่างฝ่ากลุ่มนักข่าวเข้าไปสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิง อวิ๋นตั่วจึงฝากเป้ไว้กับซุนปู้ฝาน หลังฉีรุ่ยเฟิงถูกนักข่าวรุมล้อมริมสระว่ายน้ำ "หยวนรุ่นเหมย" (โค้ชหยวน) จึงชวนนักข่าวไปสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิงในห้องแถลงข่าวเพื่อไม่ให้รบกวนการแข่งขัน ฉีรุ่ยเฟิงขอให้การแข่งขันเสร็จสิ้นก่อนจึงค่อยสัมภาษณ์แต่โค้ชหยวนไม่ยอม


ทันใดนั้นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาแข่งขันก็ดังขึ้น เหล่านักกีฬาจึงเดินเรียงแถวออกมายืนประจำลู่และหนึ่งในนั้นคือถังอี้ไป๋ แม้บรรยากาศและเสียงอันดังกึกก้องของกองเชียร์จะแลดูคล้ายเมื่อสี่ปีก่อนตอนที่ถังอี้ไป๋เป็นแชมป์ระดับมัธยม แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือคราวนี้ทุกคนมาเชียร์ฉีรุ่ยเฟิง นอกจากโค้ชและเพื่อนๆ แล้วไม่มีใครจดจำหรือมาเชียร์เขาสักคน  (ป้ายที่คนดูทั้งสนามชูขึ้นล้วนเป็นของฉีรุ่ยเฟิงทั้งที่เขาไม่ได้ลงแข่ง) ถึงกระนั้นถังอี้ไป๋ก็ยังยิ้มสู้ ครั้นหันไปเห็นอวิ๋นตั่ว (ซึ่งจ้องมองเขาอยู่ก่อน) เขาก็อึ้งไปชั่วขณะก่อนยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน อวิ๋นตั่วซึ่งจ้องมองเขาราวกับตกอยู่ในภวังค์เห็นดังนั้นจึงรู้สึกตัวและหันกลับไปบันทึกภาพฉีรุ่ยเฟิงอีกครั้ง



ขณะที่เหล่านักว่ายน้ำกำลังเตรียมตัวลงแข่ง โค้ชหยวนรีบเดินนำนักข่าวออกจากสระว่ายน้ำ ซุนปู้ฝานจึงแยกตัวไปจับจองที่ อวิ๋นตั่วซึ่งตัวเล็กกว่าเพื่อนพยายามชูกล้องถ่ายฉีรุ่ยเฟิง แต่โดนนักข่าวซึ่งเร่งฝีเท้าตามโค้ชหยวนกับฉีรุ่ยเฟิงทั้งเบียดทั้งดันจนเสียหลักตกลงไปในสระว่ายน้ำท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชมบนอัฒจันทร์ ถังอี้ไป๋เห็นดังนั้นจึงรีบกระโดดลงไปช่วย ปรากฏว่าอวิ๋นตั่วเคยจมน้ำมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงฤดูร้อนตอนอายุ 18 ปี วันนั้นเธอพลัดตกน้ำและจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ เธอยังคงจำความรู้สึกตอนกำลังจะตายได้เป็นอย่างดี ในตอนนั้นทุกอย่างเงียบสงบกระทั่งมี 'เจ้าชายเงือก' ปรากฏกายขึ้น เขาจับมือเธอก่อนประคองเธอขึ้นจากน้ำ และนี่ก็คือความลับที่เธอไม่เคยปริปากบอกใคร แม้มันจะผ่านไปนานแล้วแต่ทุกวันนี้เธอยังคงฝันถึงเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำๆ บ่อยครั้ง




หลังฟื้นคืนสติอวิ๋นตั่วก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพยาบาล (ของมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง) โดยมีถังอี้ไป๋ยืน (อ่านหนังสือ) เฝ้าไม่ห่าง ครั้นเห็นอวิ๋นตั่วลุกขึ้นนั่ง ถังอี้ไป๋จึงรีบวางหนังสือแล้วเดินมาหาเธอทันที อวิ๋นตั่วยังคงรู้สึกสับสนจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ถังอี้ไป๋กล่าวว่าเธอพลัดตกสระว่ายน้ำและตนเป็นคนช่วยเธอ พอรู้ว่าตนเองยังไม่ตายอวิ๋นตั่วก็รู้สึกโล่งใจ ก่อนหน้านี้เธอกลัวแทบแย่เพราะคิดว่าคงไม่รอดแน่ เธอได้แต่บอกตัวเองว่ายังตายไม่ได้เพราะเพิ่งเริ่มทำงานเลยยังไม่มีอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน ซ้ำยังไม่ได้บอกรหัสผ่านบัญชีธนาคารให้แม่รู้ ครั้นเห็นว่าตนสวมชุดวอร์มของคนอื่นอวิ๋นตั่วก็รู้สึกตกใจ ถังอี้ไป๋กลัวอวิ๋นตั่วเข้าใจผิดเลยรีบชี้ว่า "เซี่ยงหยางหยาง" (กัปตันทีมว่ายน้ำหญิงของมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง) ช่วยเปลี่ยนชุดให้เธอ เขายังบอกด้วยว่าเสื้อผ้าเธอผ่านการอบแห้งเรียบร้อยแล้ว และเตือนว่าอย่าลืมนำกล้องกลับไปด้วย

ครั้นนึกขึ้นได้ว่าทำกล้องบริษัทตกน้ำอวิ๋นตั่วก็รีบหยิบมาดูและพบว่ากล้องพัง เธอจึงรู้สึกผิดและเสียใจมาก แม้จะห่วงกล้องแต่พอนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากระโดดลงไปช่วยเธอขณะที่การแข่งขันกำลังจะเริ่มต้นขึ้น อวิ๋นตั่วจึงเป็นห่วงเขามากกว่า เธอนึกว่าเขาถูกตัดสิทธิ์ลงแข่งขันเพราะมัวช่วยชีวิตเธอ เธอเลยคิดที่จะไปอธิบายกับโค้ชและขอโอกาสให้เขาอีกครั้ง ถังอี้ไป๋ยิ้มแป้นที่เห็นอวิ๋นตั่วเป็นห่วงตนแทนที่จะห่วงกล้อง อวิ๋นตั่วชี้ว่าเรื่องกล้องพังเป็นปัญหาที่เกิดจากตัวเธอเอง แต่เธอไม่อาจปล่อยให้เขาโดนตัดสิทธิ์เพราะเธอเป็นต้นเหตุ ถังอี้ไป๋ชี้ว่าเนื่องจากสถานการณ์วุ่นวายมาก (สนามแข่งเต็มไปด้วยนักข่าวและกองเชียร์ฉีรุ่ยเฟิง) แถมอวิ๋นตั่วยังพลัดตกน้ำอีก โค้ชเลยตัดสินใจเคลียร์พื้นที่ก่อนโดยเลื่อนการแข่งขันออกไปหนึ่งชั่วโมง



อวิ๋นตั่วได้ยินดังนั้นก็โล่งใจแต่ยังไม่วายถามด้วยเป็นห่วงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกของเขาไหม (หากรบกวนจิตใจจะมีผลต่อความสามารถในการแข่งขัน) ถังอี้ไป๋ถามกลับว่าเธอถามในฐานะนักข่าวหรือ (เขาเห็นเธอซ้อมสัมภาษณ์และเห็นป้ายประจำตัวนักข่าว) อวิ๋นตั่วเลยสมมุติว่าเธอกำลังสัมภาษณ์ถังอี้ไป๋ในฐานะนักข่าว โดยถามว่าเขามั่นใจไหมว่าจะผ่านการคัดตัว (เธอไม่อยากให้เขาเสียโอกาสเพราะตน) ถังอี้ไป๋ไม่ตอบคำถาม เขาเห็นว่าเธอเป็นห่วงเรื่องนี้เลยชวนเธอไปดูการแข่งขันให้เห็นกับตา ถังอี้ไป๋จะกลับไปเตรียมตัวลงแข่ง อวิ๋นตั่วจึงรีบถามชื่อแซ่และกล่าวขอบคุณถังอี้ไป๋ที่ช่วยชีวิตเธอ ถังอี้ไป๋ออกตัวว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตา และถามอวิ๋นตั่วว่าไม่มีอะไรจะถาม (สัมภาษณ์) ตนอีกหรือ อวิ๋นตั่วกล่าวว่าเธอมีคำถามมากมายแต่จะเก็บไว้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการหลังถังอี้ไป๋ผ่านการคัดเลือกจนได้เป็นหนึ่งในทีมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง ถังอี้ไป๋ตอบตกลงก่อนทิ้งท้ายว่าแล้วเจอกันในการแข่งขัน ครั้นอวิ๋นตั่วรับปากว่าจะไปเชียร์ ถังอี้ไป๋จึงนำแว่นตาว่ายน้ำขงตนมาคล้งคอวิ๋นตั่ว โดยบอกให้เธอเก็บไว้เป็นเครื่องลางคุ้มภัยจะได้ไม่พลัดตกสระว่ายน้ำอีก พูดจบเขาก็เดินจากไป




อวิ๋นตั่วรีบหยิบข้าวของแล้ววิ่งตามถังอี้ไป๋หมายมอบของที่ระลึกให้เขาบ้าง เธอคิดว่าตนควรเป็นฝ่ายมอบของขวัญให้ถังอี้ไป๋มากกว่าเพราะถังอี้ไป๋เป็นฝ่ายช่วยชีวิตเธอ มิหนำซ้ำเขายังเป็นคนแรกที่เธอสัมภาษณ์ แต่เธอดันลืมนึกไปว่ากระเป๋าของตนอยู่ที่ซุนปู้ฝาน ทั้งเนื้อทั้งตัวจึงมีเพียงไข่ต้มใบชาที่เธอตั้งใจซื้อมาทานรองท้อง และมันก็ตกลงไปในสระว่ายน้ำพร้อมกับเธอ เธอไม่กล้าให้เขาเป็นที่ระลึกจึงคิดที่จะเก็บใส่ถุงเสื้อผ้าดังเดิม แต่ถังอี้ไป๋คว้าไว้แล้วกล่าวขอบคุณอวิ๋นตั่ว (เขาเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรกหลังเห็นชื่อเธอบนป้ายประจำตัวนักข่าว - ก่อนหน้านี้เขาเรียกเธอว่า 'คุณนักข่าว') จากนั้นก็ขอตัวเพราะใกล้ถึงเวลาลงแข่งแล้ว ถังอี้ไป๋ถือไข่วิ่งลงบันไดพร้อมรอยยิ้ม อวิ๋นตั่วร้องเรียกเขาอีกครั้งและอวยพรให้เขาโชคดี ถังอี้ไป๋บอกให้อวิ๋นตั่ววางใจ เขามั่นใจว่าตนชนะแน่และจะรอให้เธอมาสัมภาษณ์ อวิ๋นตั่วจึงถือว่านั่นคือคำมั่นสัญญาจากเขา



ฉีรุ่ยเฟิงโวยถังอี้ไป๋ว่าตนอุตส่าห์เสี่ยงชีวิต (หนีโค้ชและนักข่าว) เพื่อมาดูเขาลงแข่ง แต่เขาไม่เพียงไม่ลงแข่ง ซ้ำยังหนีไปพร้อมกับสาวน้อยอีก ถังอี้ไป๋ไม่มีเวลาต่อปากต่อคำด้วยเพราะต้องไปเตรียมตัวลงแข่ง เลยตัดบทว่าไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ฉีรุ่ยเฟิงกล่าวว่าตนจะรอถังอี้ไป๋ที่เส้นชัย (หมายถึงรอให้ถังอี้ไป๋ประสบความสำเร็จและคว้าแชมป์เหมือนตน) ดังนั้นอย่าให้ตนรอนาน ถังอี้ไป๋บอกให้ฉีรุ่ยเฟิงวางใจ โดยกล่าวว่าที่ผ่านมาตนปล่อยให้ฉีรุ่ยเฟิงรอมานานถึงสี่ปี คราวนี้ตนไม่รอช้าแน่ อีกด้านหนึ่งเหล่านักข่าว โค้ชหยวน และเซี่ยงหยางหยาง ต่างพากันรอฉีรุ่ยเฟิงในห้องแถลงข่าวด้วยความร้อนใจ (เขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำแต่กลับหายตัวไปเลย)  ในขณะที่นักข่าวคนอื่นๆ รวมทั้งซุนปู้ฝานต่างรอสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิงในห้อง อวิ๋นตั่วเป็นนักข่าวเพียงคนเดียวที่มาชมการการแข่งขันคัดตัวนักกีฬาของทีมว่ายน้ำมหาวิทยาลัยกีฬาหนานหยาง (ฉีรุ่ยเฟิงและเพื่อนร่วมทีมก็มาเชียร์ถังอี้ไป๋เช่นกัน) อวิ๋นตั่วรู้สึกตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดและตามลุ้นให้ถังอี้ไป๋ชนะการแข่งขัน ขณะที่ถังอี้ไป๋มีท่าทางสงบนิ่งและว่ายน้ำทิ้งห่างคู่แข่ง ในที่สุดถังอี้ไป๋ก็แตะขอบสระเป็นคนแรกด้วยเวลา 53.52 วินาที อวิ๋นตั่วยิ้มและปรบมือให้ด้วยความดีใจ ขณะที่ถังอี้ไป๋เองก็ดีใจที่ได้กลับมาเป็นเจ้าสระอีกครั้งในรอบสี่ปี


อวิ๋นตั่วเดินใจลอยออกจากศูนย์กีฬาทางน้ำ เธอรู้สึกคุ้นเคยกับถังอี้ไป๋อย่างน่าประหลาดทั้งที่เพิ่งพบกันครั้งแรก เลยอดนึกถึงชายลึกลับที่ช่วยชีวิตเธอตอนตกน้ำครั้งแรก (ขณะอายุ 18 ปี) ไม่ได้ หลังโดนหลอกให้รอฉีรุ่ยเฟิงเก้อ ซุนปู้ฝานก็ออกมาพบอวิ๋นตั่วทางด้านนอก อวิ๋นตั่วเล่าเรื่องการแข่งขันให้ซุนปู้ฝานฟังอย่างตื่นเต้น ทั้งยังกล่าวชมถังอี้ไป๋และบอกว่าเขาเป็นนักว่ายน้ำที่มีแวว เธอเสนอให้สัมภาษณ์ถังอี้ไป๋ในฐานะผู้ชนะการแข่งขันแต่ซุนปู้ฝานไม่รู้จักถังอี้ไป๋ ซ้ำยังเห็นว่าเป็นเพียงการแข่งขันภายในเลยไม่ให้ความสำคัญ เขาได้ยินว่ามีนักข่าวตกสระว่ายน้ำเลยคิดที่จะหยิบยกเรื่องนี้มาทำเป็นข่าวเก็บตกเล่นขำๆ จึงถามอวิ๋นตั่วว่าบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ได้ไหม อวิ๋นตั่วสารภาพว่านักข่าวที่ตกน้ำป๋อมแป๋มคือเธอเอง แถมเธอยังทำกล้องตกน้ำจนพังอีกด้วย เธอยินดีชดใช้ความผิดด้วยการจ่ายค่าซ่อมหรือแม้กระทั่งซื้อกล้องตัวใหม่ แต่ซุนปู้ฝานรู้ว่าเธอจ่ายไม่ไหวเลยจะหาคนมาช่วยซ่อมและกู้ข้อมูล หากซ่อมไม่ได้จริงๆ เขาจะแจ้งบริษัทว่าเป็นความเสียหายขณะปฏิบัติหน้าที่ อวิ๋นตั่วซาบซึ้งใจมากและกล่าวชื่นชมเขา  ซุนปู้ฝานชี้ว่าหากอวิ๋นตั่วอยากขอบคุณตนก็ต้องผ่านการทดลองงานและเป็นนักข่าวมืออาชีพให้ได้ เขาขอตัวกลับสำนักงานก่อนโดยบอกให้อวิ๋นตั่วรออยู่ที่นี่เพื่อหาโอกาสสัมภาษณ์และถ่ายรูปฉีรุ่ยเฟิง อวิ๋นตั่วจึงหมายมั่นว่าจะสัมภาษณ์ฉีรุ่ยเฟิงให้ได้



หลังเดินหาอยู่นานแต่ไม่เจอฉีรุ่ยเฟิง อวิ๋นตั่วก็นึกถึงแว่นตาว่ายน้ำที่ถังอี้ไป๋นำมาคล้องคอให้ เธอดูออกว่าถังอี้ไป๋ไม่ใช่นักศึกษาใหม่ เลยสงสัยว่าทำไมเขาถึงมาร่วมแข่งขันเพื่อคัดตัว ขณะอยู่ในห้งแต่งตัวถังอี้ไป๋เห็นไข่ต้มใบชาในล็อคเกอร์จึงหยิบออกมาดูเล่น ฉีรุ่ยเฟิงเดินเข้ามาในห้องพลางโม้ว่าสถิติว่าย 100 เมตรภายในเวลา 53.52 วินาทีของถังอี้ไป๋ ต่อให้ตนว่ายถอยหลังก็ยังแซงได้ พูดจบเขาก็แย่งไข่ต้มในมือถังอี้ไป๋ไปหน้าตาเฉย  "หมิงเทียน" (นักว่ายน้ำรุ่นน้อง) และ "เจิ้งหลิงเยี่ย" เร่งถังอี้ไป๋โดยบอกว่าฉีรุ่ยเฟิงจะพาไปเลี้ยงข้าว  ถังอี้ไป๋เห็นฉีรุ่ยเฟิงทำท่าว่าจะแกะไข่กินจึงรีบห้ามโดยบอกว่ามันเคยตกลงไปในสระว่ายน้ำ ฉีรุ่ยเฟิงซึ่งกำลังจะปอกไข่ใส่ปากได้ยินดังนั้นจึงโยนทิ้งทันที ครั้นเห็นถังอี้ไป๋คว้าหมับ ฉีรุ่ยเฟิงเลยสงสัยว่าในเมื่อไข่ตกน้ำแล้วจะเก็บไว้ทำไม ถังอี้ไป๋อวดว่ามันเป็นของที่เพื่อนให้ตนมา ฉีรุ่ยเฟิงถามทันควันว่าเพื่อนคนไหน แต่ถังอี้ไป๋ไม่ยอมตอบและเดินหนีไป ถึงกระนั้นฉีรุ่ยเฟิงก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาพยายามคาดคั้นถังอี้ไป๋ว่าคนที่ให้ไข่ต้มเป็นใคร ผู้ชายหรือผู้หญิง ถังอี้ไป๋ได้แต่เดินยิ้มไม่ยอมตอบ ฉีรุ่ยเฟิงจึงฟันธงว่าต้องเป็นผู้หญิงแน่



อวิ๋นตั่วนำแว่นตาว่ายน้ำของถังอี้ไป๋มาสวมเล่น ครั้นเห็นว่าปลอดคนเธอจึงมโนว่าตนเองเป็นนักว่ายน้ำที่กำลังลงแข่งและคว้าแชมป์ โดยทำท่าทางประกอบพลางพากย์เองเสร็จสรรพ ครั้นหันกลับมากทีก็พบว่าถังอี้ไป๋และเพื่อนๆ ยืนมองอยู่ เธอรู้สึกอายมากเลยจะวิ่งหนี ฉีรุ่ยเฟิงร้องเรียกพลางรีบวิ่งตามเพราะหลงนึกว่าอวิ๋นตั่วเป็นแฟนตัวน้อยที่พยายามเรียกร้องความสนใจจากตนหมายขอลายเซ็น  อวิ๋นตั่วอยากปฏิเสธแต่พูดไม่ออก ฉีรุ่ยเฟิงหาที่เซ็นไม่ได้เลยถือวิสาสะเซ็นชื่อลงบนแว่นตาว่ายน้ำหน้าตาเฉย อวิ๋นตั่วโวยลั่นด้วยความไม่พอใจ เธอพยายามเช็ดหมึกออกดุจเป็นของรักของหวง พลางบอกว่านี่เป็นของที่มีคนให้เธอมา ฉีรุ่ยเฟิงจำแว่นตาได้เลยหลอกถามอวิ๋นตั่วว่ามีคนมอบแว่นตาว่ายน้ำให้เธอ เธอเลยมอบไข่ต้มใบชาเป็นการตอบแทนใช่ไหม อวิ๋นตั่วหลุดปากถามว่าทำไมเขาถึงรู้ว่าเธอมอบไข่ต้มใบชาให้ถังอี้ไป๋ ฉีรุ่ยเฟิงชี้ว่าเธอเพิ่งบอกตน ครั้นได้ยินฉีรุ่ยเฟิงเรียกตนว่า "ต้านเม่ยเหม่ย" (หรือ "น้องไข่" - "ต้าน" แปลว่า "ไข่" / "เม่ยเหม่ย" แปลว่า "น้องสาว") อวิ๋นตั่วก็รู้สึกโกรธและวิ่งหนีไป

ถังอี้ไป๋รีบวิ่งตามอวิ๋นตั่วไป เขายังไม่ทันได้อธิบายอวิ๋นตั่วก็โวยลั่นด้วยความโกรธ เธอนึกว่าเขาหยามน้ำใจเธอและนำเรื่องที่เธอให้ไข่ต้มใบชามาพูดเป็นเรื่องตลกขบขันกับเพื่อนๆ ถังอี้ไป๋ได้แต่หน้าเศร้าคอตก ฉีรุ่ยเฟิงวิ่งตามมาอธิบายว่าตนเรียกเธอเช่นนั้นเพราะคิดว่ามันน่ารักดี หมิงเทียนเห็นด้วยและเสนอว่าถ้าเธอไม่ชอบให้เรียกว่า "ต้านเม่ยเหม่ย" ตนเรียกเธอใหม่ว่า "ต้านเม่ยจื่อ" ก็ได้ ("เม่ยจื่อ" แปลว่า "น้องสาว" เช่นกัน)  อวิ๋นตั่วเห็นว่าหมิงเทียนอายุน้อยกว่า (ซ้ำยังชบคาบอมยิ้ม) แต่บังอาจปีนเกลียวเลยบอกเสียงเข้มว่ารอให้เขาโตก่อนแล้วค่อยมาคุยกับเธอ หมิงเทียนได้ยินแล้วถึงกับจ๋อย ฉีรุ่ยเฟิงเห็นว่าอวิ๋นตั่วเข้าใจเพื่อนตนผิดเลยชี้ว่าถังอี้ไป๋ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เขามักขี้อายเวลาอยู่กับคนแปลกหน้าและไม่เคยทักผู้หญิงก่อน แต่เขากลับทักเธอและยังให้แว่นตาว่ายน้ำเธอด้วย จากนั้นก็ถามอวิ๋นตั่วว่ารู้หรือเปล่าว่าหมายความว่าอย่างไร ถังอี้ไป๋รีบตัดบทด้วยการบอกฉายาที่ฉีรุ่ยเฟิงเกลียดมากที่สุดแก่อวิ๋นตั่วหวังให้เธอหายโกรธ



อวิ๋นตั่วนึกไม่ถึงว่าคนที่ร่างสูงใหญ่กำยำอย่างฉีรุ่ยเฟิงจะมีฉายาสุดคิกขุว่า 'คิวคิว' เธอจึงขู่ว่าจะแฉชื่อนี้ให้โลกรู้ ครั้นฉีรุ่ยเฟิงโวยลั่นเธอจึงย้อนว่าเป็นชื่อที่น่ารักดีออก จากนั้นก็ต่อรองว่าถ้าไม่อยากโดนแฉต้องรับปากเธอเรื่องหนึ่ง พอรู้ว่าอวิ๋นตั่วแค่ต้องการสัมภาษณ์ตน ฉีรุ่ยเฟิงจึงรับปากทันที อวิ๋นตั่วกำลังจะเริ่มสัมภาษณ์ แต่ฉีรุ่ยเฟิงเห็นโค้ชหยวนกับเซี่ยงหยางหยางมาตามเอาเรื่องตน (ที่หนีนักข่าว) เลยบอกอวิ๋นตั่วว่าไว้สัมภาษณ์คราวหน้า จากนั้นก็รีบเผ่นพร้อมเจิ้งหลิงเยี่ยกับหมิงเทียนทันที ถังอี้ไป๋บอกให้อวิ๋นตั่ววางใจโดยรับปากว่าคราวหน้าเขาจะทำให้ฉีรุ่ยเฟิงยอมร่วมมือกับเธอแต่โดยดี พูดจบเขาก็ขอตัวและวิ่งตามเพื่อนไป



อวิ๋นตั่วก้มมองแว่นตาว่ายน้ำของถังอี้ไป๋แล้วนึกคำพูดของฉีรุ่ยเฟิงเลยรีบวิ่งตามถังอี้ไป๋ ครั้นไล่ตามจนทันเธอจึงร้องเรียกเขาและถามว่าทำไมถึงมอบแว่นตาว่ายน้ำให้เธอ ถังอี้ไป๋นิ่งไปชั่วขณะก่อนเดินเข้าไปหาและบอกเธอว่า "อย่าห่วงเลย ไม่ได้เป็นเพราะผมหลงรักคุณตั้งแต่แรกเห็นแน่นอน ถ้าคุณอยากรู้เหตุผลจริงๆ มันก็มีอยู่ข้อหนึ่ง..." เขายื่นหน้าเข้าไปหาและจ้องตาเธอ

** จบตนที่หนึ่ง **

* เนื้อหาโดย luvasianseries / ดูอัลบั้มภาพได้ ที่นี่





รายชื่อนักแสดง


นักแสดงนำ


ถานซงอวิ้น
รับบท อวิ๋นตั่ว
(นักแสดง ชาวจีน)



สยงจื่ฉี
รับบท ถังอี้ไป๋
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)



หวงเซิ่งฉือ
รับบท ฉีรุ่ยเฟิง
(นักแสดง / ผู้ดำเนินรายการ ชาวจีน)



หวังจื่อเสวียน
รับบท เซี่ยงหยางหยาง
(นักแสดง ชาวจีน)

อื่นๆ


จางจวิ้นหนิง
รับบท หลินจื่อ
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)



เฉาซีเยว่
รับบท เฉิงเหม่ย
(นักแสดง ชาวจีน)



เผิงอวี้ช่าง
รับบท หมิงเทียน
(นักแสดง ชาวจีน)



ผางฮั่นเฉิน
รับบท โวหยางเหิง
(นักแสดง ชาวจีน)



ซินรุ่ยฉี
รับบท หลินซาง
(นักแสดง ชาวจีน)



หม่าขุย
รับบท เจิ้งหลิงเยี่ย
(นักแสดง / นักร้อง ชาวจีน)



ซุนหยาง
รับบท ซุนหยาง
(นักว่ายน้ำ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ชาวจีน)




คลิปเบื้องหลัง


*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา