วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เรื่องย่อ Goodbye Mr. Black เทพบุตรหัวใจสุดแค้น




กำกับ: ฮันฮี, คิม ซองอุก 
เขียนบท: มูน ฮีจอง
แนวละคร: เมโลดราม่า, โรแมนติก 
จำนวนตอน: 20
ออกอากาศ: เกาหลี - 16 มีนาคม 2559 - 19 พฤษภาคม 2559 ทางเอ็มบีซี 
                    ไทย - ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.45 น. และ 23.00 น ทางช่อง 8 ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 - 20 สิงหาคม 2559

ละคร "Goodbye Mr. Black เทพบุตรหัวใจสุดแค้น" ดัดแปลงมาจากการ์ตูน/เว็บตูนชื่อเรื่องเดียวกันของนักเขียนการ์ตูนหญิงชาวเกาหลีใต้ "ฮวาง มีนา" ซึ่งนำเค้าโครงเรื่องมาจากนวนิยายเรื่อง "The Count of Monte Cristo" (ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1844–1845 หรือ พ.ศ. 2387-2388) ของนักประพันธ์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส "อเล็กซองด์ ดูมาส์" (ผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่อง "สามทหารเสือ (The Three Musketeers)")  

เรื่องย่อ




"Goodbye Mr. Black เทพบุตรหัวใจสุดแค้น"  นำเสนอเรื่องราวของ "ชา จีวอน" อดีตทหารเรือประจำหน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม (หน่วยซีล) และทายาทของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีชีวิตที่พลิกผันหลังถูกเพื่อนรักหักหลังจนทำให้สูญสิ้นทั้งครอบครัว อนาคต ธุรกิจ และคนรัก เขาจึงกลับมาชำระแค้นพร้อมตัวตนใหม่ ในนาม "แบล็ค"

ละครเปิดฉากขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย "ชา จีวอน" ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์และ "มิน ซอนแจ" ไล่ฆ่าจนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนและถูกยิงเข้าที่ไหล่ขณะกระโดดลงจากตึก เมื่อเห็นซอนแจเล็งปืนติดกล้องมาที่ตน จีวอนซึ่งบอบช้ำทั้งกายใจได้แต่นั่งนิ่งท่ามกลางถังแก๊สดุจยอมจำนนต่อโชคชะตา จากนั้นก็เปรยด้วยน้ำตานองหน้าว่า "ชั้นเหนื่อยแล้ว เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ" เมื่อซอนแจลั่นไก เรือนไม้ริมน้ำที่จีวอนนั่งพิงถังแก๊สอยู่ก็ระเบิดอย่างรุนแรงและมีไฟลุกท่วม ก่อนสติสัมปชัญญะดับวูบภาพความทรงจำก็ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงของจีวอน ทั้งตอนที่เขากับซอนแจยังเป็นเพื่อนรักกัน และตอนที่เขาสวีทหวานกับ "ยุน  มารี" ซึ่งเป็นคนรัก แต่ภาพสุดท้ายที่เขานึกถึงคือสาวน้อยคนหนึ่งซึ่งพูดกับเขาว่า "นายคือแบล็ค ชั้นคือสวอน" 

เมื่อจีวอนหลับตา เสียงหัวใจเต้นที่ดังขึ้นก่อนหน้านี้ก็หยุดลงและมีเสียงสัญญาณเตือน (จากเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพ) ดังขึ้นมาแทนที่  หลังจากนั้น จีวอนก็กล่าวกับคนดูว่า "ชา จีวอน ได้ตายไปแล้ว แต่ผมจะต้องอยู่ต่อ และจะกลับมาอย่างแน่นอน"


ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์ก่อนหน้า... ระหว่างฝึกจำลองการปฏิบัติการทางยุทธวิธี จีวอนนำทีมเพื่อนทหารลอบเข้าไปในฐานที่ตั้งของศัตรู แต่ไม่สามารถพาลูกทีมฝ่ากองกำลังของข้าศึกเข้าไปยังที่หมายได้ ด้วยความที่จีวอนต้องการชัยชนะในการฝึกครั้งนี้ เขาจึงตัดสินใจบุกเดี่ยวเข้าไปในพื้นที่ของศัตรูโดยไม่ฟังคำทัดทานของลูกทีม ซ้ำยังถอดกล้องติดหมวกและหูฟังออกอีกด้วย

"ยุน แจมิน" (ผู้การยุน) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและผู้ควบคุมการฝึกที่คอยสังเกตการณ์ผ่านกล้องวงจนปิด เห็นจีวอนตัดสินใจบุกโดยพลการจึงสั่งให้หยุด แต่จีวอนไม่ได้นำหูฟังติดตัวไปด้วยเลยไม่ได้ยิน ลูกทีมคนหนึ่งของเขาจึงต้องวิ่งตามไป ในที่สุดจีวอนก็บุกเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายได้สำเร็จแต่สุดท้ายก็ถูกซอนแจ (ซึ่งอยู่ต่างทีม) ใช้ปืนสำหรับการฝึกจ่อหัวก่อนลั่นไก แม้จะถูกศัตรูฆ่าตาย แต่จีวอนก็ยังมีไม้เด็ดเพราะเขาได้ตั้งระเบิดเวลาเอาไว้ล่วงหน้าก่อนถูกยิง เมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นทีมของจีวอนจึงเป็นฝ่ายชนะในที่สุด


ในขณะที่จีวอนและลูกทีมต่างร้องรำทำเพลงด้วยความดีใจที่พวกตนเป็นฝ่ายชนะ ซอนแจก็บุกเข้ามาในห้องและโวยวายเรื่องที่จีวอนขโมยกางเกงในของตนไปใส่ ซอนแจวิ่งไล่จับจีวอนและพยายามทวงกางเกงในของตนคืน จีวอนแย้งว่าเพื่อนยืมกางเกงในเพื่อนจะเป็นไรไป ทีซอนแจยังใช้ของทุกอย่างที่เป็นของตน  ซอนแจโวยลั่นว่าอยากยืมอะไรก็ยืมได้แต่ต้องไม่ใช่...กางเกงใน!

ทันใดนั้น ผู้การยุนและเหล่านายทหารคนสนิทก็บุกเข้ามาในห้อง ศึกแย่งชิงกางเกงในจึงยุติลงทันควัน จีวอนรู้ว่าผู้การยุนมาเรื่องรางวัลจึงดีใจจนออกนอกหน้า ผู้การยุนประกาศว่าจะให้ทีมของจีวอนซึ่งเป็นฝ่ายชนะได้หยุดพักตามสัญญา ยกเว้นจีวอนที่ทำตามอำเภอใจและไม่เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา จีวอนได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหน้าถอดสี ขณะโดนหิ้วปีกออกจากห้องเพื่อนำตัวไปทำโทษ จีวอนพยายามประท้วงและร้องบอกผู้การยุนว่า "ท่านเองก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่าวันนี้เป็นวันอะไร"


"ชา แจวาน" หรือ "ประธานชา" (พ่อของจีวอนและประธานกลุ่มบริษัทซอนอู) ไปหาหมอที่โรงพยาบาลและได้รับข่าวร้ายว่าเขาจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด เมื่อหมอขอให้เขาเรียกจีวอนมาลงนามในหนังสือยินยอมให้ผ่าตัด ประธานชาก็ขอเลื่อนการผ่าตัดออกไปเป็นปีหน้าโดยบอกว่าตนกำลังจะเริ่มลงทุนทำธุรกิจใหม่ หมอคนดังกล่าวพยายามเกลี้ยกล่อมโดยเตือนว่า หากประธานชาเป็นอะไรไปจะเข้าทางคนที่จ้องฮุบตำแหน่งของเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดศึกแย่งชิงเก้าอี้ เขาจึงควรวางมือ (รักษาตัว) แล้วมอบหมายให้จีวอนมาดูแลบริษัทแทน ประธานชายืนกรานว่าจะยังไม่ผ่าตัดจนกว่าธุรกิจใหม่จะเป็นรูปเป็นร่าง เพราะไม่ต้องการผลักภาระทั้งหมดไปให้ลูกชายคนเดียวของตน หมอคนดังกล่าวขู่ว่าจะไม่จ่ายยาแก้ปวดให้จนกว่าประธานชาจะยอมเข้ารับผ่าตัด จากนั้นก็ชี้ว่าขาของประธานชามีปัญหาอักเสบเรื้อรังมาตั้งแต่ตอนที่เขาได้รับบาดเจ็บขณะเป็นทหาร  และตอนนี้กระดูกบริเวณดังกล่าวได้เกิดการอักเสบเฉียบพลันจึงจำเป็นต้องตัดขาข้างหนึ่งทิ้งก่อนที่เชื้อจะลุกลาม


พยาบาลที่อยู่ในห้องได้ยินดังนั้นจึงรีบโทรฯ ไปบอก "ซอ จินแทค" (กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทซอนอู) ซึ่งหมายปองตำแหน่งของประธานชา พอรู้ว่าประธานชาจะเข้ารับการผ่าตัดในไม่ช้า จินแทคจึงขอให้ "เพ็ก อึนโด" เตรียมเงินทุนไว้ให้ตนซื้อตัวกรรมการ อึนโดไม่มีปัญหาเรื่องเงิน เพียงแต่เขายังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจว่าจะได้อะไรเป็นค่าตอบแทน จินแทคเลยนำธุรกิจคาสิโนที่อึนโดฝันอยากทำมาล่อ แต่อึนโดกลับบอกว่าขอแค่จินแทคเชื่อฟังตนก็พอ เขานำภาพถ่ายครอบครัวของจินแทคมาข่มขู่ พลางกล่าวว่าตนเป็นเจ้าพ่อเงินกู้ (ปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยคิดดอกเบี้ยมหาโหด) ก่อนให้เงินใครตนจะต้องมั่นใจและต้องหาอะไรบางอย่างมาเป็นหลักประกัน ตนไม่สนใจว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ประธาน ขอเพียงคนๆ นั้นเชื่อฟังคำสั่งและไม่แข็งข้อหลังใช้เงินของตน หากจินแทครับเงื่อนไขของตนไม่ได้ก็ยังมีคนอื่นๆ ที่พร้อมทำหน้าที่แทน



ซอนแจกลับมาบ้าน (ของจีวอน) พร้อมกล่องของขวัญพลางร้องหาพ่อ เมื่อเห็น "ชา จีซู" (น้องสาวจีวอน) เดินลงบันไดมาหาในสภาพสวมเสื้อเกาะอกและนุ่งกระโปรงสั้น เขาจึงสวมบทพี่ชายด้วยการตำหนิที่เธอแต่งตัวไม่เหมาะสม จีซูเห็นซอนแจทำตัวราวกับเป็นพี่ชายของเธอ จึงแย้งว่าเขาและเธอไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกันสักนิด (เธอชอบซอนแจในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้ชอบแบบพี่ชาย) ซอนแจจึงชี้ชัดว่าสำหรับตนแล้ว...น้องสาวเพื่อนก็เหมือนน้องสาวตน

"ยุน มารี" (แฟนจีวอน) เดินมาเห็นจีซูนุ่งน้อยห่มน้อยเลยไล่ให้ไปสวมเสื้อผ้าหนาๆ เพราะอากาศข้างนอกค่อนข้างหนาว ซอนแจเห็นหน้ามารีเปื้อนถ่านก็รู้สึกขำและจะช่วยเช็ดออกให้ แต่มารีรีบเบี่ยงตัวหลบและเอามือปัดป้อง เธอเห็นซอนแจกลับมาบ้านคนเดียวจึงถามหาจีวอน เมื่อซอนแจบอกว่าจีวอนมาไม่ได้เพราะถูกตนฆ่าตายแล้ว มารีก็ร้องว่า "อีกแล้วเหรอ" 



ขณะดักจับปลาในลำธารกับประธานชา  ซอนแจเล่าว่าในการฝึกทุกครั้งจีวอนมักเป็นฝ่ายแพ้ตน จีวอนคงแค้นน่าดูถึงได้วางระเบิดฆ่าตัวตาย ตอนนี้คงโดนทำโทษอยู่แหงๆ ประธานชากล่าวว่าซอนแจน่าจะแกล้งยอมแพ้จีวอนบ้าง ซอนแจโม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพ่ายให้จีวอนเพราะทักษะของพวกตนห่างชั้นกันมาก ระหว่างจับปลาทั้งคู่หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ครั้นพอหันไปเห็นจีวอน ซอนแจก็รู้สึกแปลกใจที่เขากลับมาเร็วเกินคาด จีวอนกล่าวว่าตนมาที่นี่เพื่อฆ่าซอนแจ หลังจากนั้นสองหนุ่มก็วิ่งไล่จับกันในน้ำที่เย็นเฉียบราวกับเป็นเด็กๆ

ปรากฏว่าวันนี้เป็นเกิดของประธานชา และนี่ก็เป็นเหตุผลที่จีวอนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมของตนเป็นฝ่ายชนะ (จะได้หยุดพักแล้วมาฉลองวันเกิดกับพ่อ) มารีบอกให้ประธานชาอธิษฐานก่อนแล้วค่อยเป่าเค้กวันเกิด แต่ประธานชากล่าวว่าตนไม่มีความจำเป็นต้องอธิษฐานเพราะตนได้ทุกสิ่งที่ต้องการแล้ว เขาขอบใจทุกคนที่เป็นทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนของตน จีวอนได้ยินดังนั้นเลยประกาศว่าตนจะแต่งงานกับมารีเพื่อให้มารีเป็นคนในครอบครัวจริงๆ ตามที่พ่อปรารถนา มารีได้ยินดังนั้นก็ทั้งอายและตกใจ ซอนแจฟังแล้วหน้าถอดสี จีซูถึงกับเพลียที่พี่ชายของตนขอสาวแต่งงานแบบไม่โรแมนติกเอาเสียเลย ส่วนประธานชาซึ่งอยากให้ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาแกล้งกระเซ้าเย้าแหย่ทั้งคู่ก่อนเชียร์ให้ลูกชายเดินหน้าเต็มที่



มารีแอบงอนที่สองพ่อลูกเห็นการแต่งงานเป็นเรื่องขำๆ  แม้จะรู้ว่าจีวอนเป็นคนสนุกสนานขี้เล่นแต่ลึกๆ แล้วเธอก็ยังแอบหวังว่าจะได้ยินคำพูดหวานๆ จากปากจีวอน จีวอนตามมาง้อโดยสวมกอดมารีทางด้านหลังแล้วบ่นว่าคิดถึง จากนั้นก็ขอเธอแต่งงานอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่มารีอยากฟังคำพูดซึ้งๆ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่เกินความสามารถของทหารประจำหน่วยรบพิเศษอย่างจีวอน เขาบอกมารีว่าตนอยากเจอเธอตั้งแต่ตอนอยู่ในท้องแม่เลยรีบคลอดก่อนกำหนดตั้ง 1 สัปดาห์ ทั้งยังขอบคุณมารีที่คลอดก่อน 3 เดือนแต่ก็ยังรอตน พูดจบเขาก็แกล้งเรียกเธอว่าพี่สาว มารียิ่งฟังก็ยิ่งงอนเพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่เธออยากได้ยิน จีวอนจึงคว้าตัวเธอมาจูบ (ซอนแจจะออกมาตามทั้งคู่ แต่พอเห็นภาพบาดตาบาดใจเขาจึงเดินกลับเข้าบ้านไป)

จีวอนบอกมารีว่าถึงแม้เธอจะขี้งอนแต่เขาก็ยังชอบเธออยู่ดี เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งก่อนสวมแหวนทองให้เธอที่นิ้วก้อย (เป็นแหวนทองลักษณะเดียวกับที่ชาวเกาหลีมอบให้เด็กเป็นของขวัญวันเกิดปีแรก) พลางโม้ว่าตนรอโอกาสนี้มานาน 28 ปี ความจริงแล้วตนตั้งใจว่าจะสารภาพรักในวันเกิดปีแรกของมารี แต่ตอนนั้นตนเพิ่งอายุ 9 เดือนเลยยังไม่รู้วิธีพูด เขายังบอกเธอด้วยว่าจะมอบแหวนที่สวยกว่านี้ให้เธอในวันแต่งงาน มารีหายงอนและขอให้จีวอนเกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะไม่ตายก่อนเธอ ถึงแม้ว่าจะเป็นการตายหลอกๆ ในระหว่างการฝึกก็ตาม จีวอนหยอกมารีว่าถ้าอยากแต่งงานกับคนที่กลั้นหายใจใต้น้ำที่ระดับความลึก 85 เมตรได้นาน 7.50 นาทีอย่างตน เธอจะต้องฝึกกลั้นหายใจและสร้างสถิติใหม่ให้ได้อย่างน้อย 7.50 นาที พูดจบจีวอนก็คว้าคอมารีหวังจูบทำลายสถิติ แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน


ปรากฏว่าคนที่โทรฯ หาจีวอนคือ "มิน ยงแจ" (พ่อแท้ๆ ของซอนแจ) ซึ่งถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายและคุมตัวเอาไว้ พอจีวอนไปถึงเหล่านักเลงก็ถือไม้หน้าสามเดินตรงไปหาเขา ยงแจร้องบอกพวกนักเลงว่าจีวอนสังกัดหน่วยรบพิเศษและเป็นลูกชายคนเดียวของซอนอูกรุ๊ป จีวอนได้ยินแล้วถึงกับอึ้งเพราะนั่นเป็นการชี้เป้าให้พวกนักเลงเล่นงานและหาผลประโยชน์จากตน ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ยอมตกหลุมพราง แม้จะมาคนเดียวและไม่มีอาวุธแต่จีวอนซึ่งผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักก็พร้อมรับมือ เขาใช้วิธีหลอกล่อ หลบหลีก และไม่ตอบโต้ เพื่อไม่ให้เหล่านักเลงนำมาอ้างว่าเขาเป็นทหารที่ทำร้ายประชาชน และป้องกันไม่ให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ ครั้นพบสบโอกาสเขาก็ชวนยงแจหนีพลางกล่าวว่ายงแจเดือดร้อนหนักแน่คราวนี้

ระหว่างเดินกลับบ้าน มารีพยายามโทรฯ หาจีวอนแต่ติดต่อไม่ได้เลยรู้สึกเป็นห่วง ซอนแจ (ซึ่งเดินไปส่งมารีที่บ้าน) สงสัยว่าถ้าตนไม่รับสายบ้าง มารีจะเป็นห่วงตนเหมือนที่เป็นห่วงจีวอนไหม มารีไม่ตอบ เธอขอให้สองหนุ่มเลียนแบบกันแต่เรื่องดีๆ จากนั้นก็บ่นแบบงอนๆ ว่าจีวอนน่าเบื่อจะตาย ซอนแจได้ยินดังนั้นจึงถามแบบทีเล่นทีจริงว่า ลองเปลี่ยนมาคบกับตนดูไหม มารีคิดว่าซอนแจแหย่เล่นจึงไม่ใส่ใจ ซอนแจถามต่อว่าเธอจะเลือกใครหากตนและจีวอนต่างก็มีแต่ตัวทั้งคู่  มารีตอบว่าเธอจะไม่เลือกใครเลย และนั่นก็ทำให้ซอนแจยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจ


ผู้การยุน (พ่อของมารี และผู้บังคับบัญชาของจีวอนกับซอนแจ) เห็นซอนแจเดินมาส่งลูกสาวที่บ้านจึงเดินถือซองเอกสารออกมาหาทั้งคู่ มารีรีบอธิบายว่าพวกตนเพิ่งมาจากบ้านจีวอน ซอนแจเห็นว่าดึกแล้วเลยอาสาเดินมาส่ง ผู้การยุนบอกให้มารีเข้าบ้านไปก่อนและบอกซอนแจว่าถ้าว่างมากนักก็ควรเอาเวลาไปสะสางปัญหาทางบ้านแทนที่จะมาสนใจเรื่องลูกสาวตน เขาส่งซองเอกสารให้ซอนแจโดยบอกว่าเป็นหนังสือร้องเรียน ที่ผ่านมาซอนแจเคยถูกร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ต้นสังกัดคงไม่นิ่งเฉยหรือปล่อยให้เรื่องผ่านเลยไปง่ายๆ แน่ ดังนั้น เขาจึงควรเตรียมตัวเตรียมใจแต่เนิ่นๆ (มารีหยุดฟังที่พ่อพูด ซอนแจเลยรู้สึกเสียหน้าและคับแค้นใจที่ถูกตำหนิต่อหน้ามารี)

ยงแจพยายามหว่านล้อมให้จีวอนใช้เส้นสายช่วยตน (ยงแจต้องการนำของไปขายในร้านค้าสวัสดิการทหาร) แต่จีวอนปฏิเสธและเตือนให้เขาเตรียมรับมือเรื่องคดีความ ยงแจกล่าวว่าจีวอนเองก็อาจโดนพวกนักเลงฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายเช่นกัน จีวอนกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านว่าตนไม่ได้ลงมือซัดใครซักหมัดเพราะรู้ว่าถ้าทำแล้วจะเข้าทางพวกนักเลง ยงแจเตือนว่าพรุ่งนี้พวกนั้นจะมาหาในสภาพตาบวมปูดและขู่ว่าจะฟ้องจีวอนข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่จีวอนไม่กลัวเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด  ยงแจพยายามอ้อนวอนให้จีวอนช่วยทั้งเรื่องค้าขายและคดีความ แต่จีวอนยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้


เมื่อซอนแจกลับมาที่บ้านก็ได้ยินพ่อขอร้องให้จีวอนช่วยเพราะเห็นว่าเขาเป็นถึงลูกชายของซอนอูกรุ๊ป จีวอนกล่าวว่าที่ตนมาเป็นทหารเพราะไม่อยากได้ยินคนพูดแบบนี้  ยงแจเห็นจีวอนสนใจบะหมี่ตรงหน้ามากกว่าปัญหาของตนจึงแย่งตะเกียบในมือของจีวอนไปทำให้เกิดการยื้อแย่งกันขึ้น หลังแอบฟังพ่ออ้อนวอนจีวอนอยู่นาน ซอนแจก็เดินเข้าไปในห้องด้วยความโมโหและชกหน้าจีวอนเต็มแรง เขาบอกพ่อว่าถ้าพวกนั้นอยากจะฟ้องก็ให้มันฟ้องไป จากนั้นก็ตำหนิจีวอนที่ยอมให้พ่อของตนเอาเปรียบหลายครั้งหลายครา เขาเองก็รู้ว่าพ่อของตนเป็นคนปลิ้นปล้อนแต่ยังไปหาพ่อที่โกดัง จีวอนบอกว่าหากตนไม่ไปคนพวกนั้นจะตามไปเล่นงานซอนแจ ซอนแจได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยด้อยค่าจึงบอกให้จีวอนเลิกอวดเก่งเสียที 

หลังอยู่กันตามลำพัง ยงแจขอโทษลูกชายที่ก่อเรื่อง แต่ซอนแจกลับบอกว่ายงแจทำดีแล้ว เขาขอบคุณยงแจที่ทำให้ตนตาสว่าง ตนรู้แล้วว่าตราบใดที่ยังอยู่ที่นี่ ตนไม่มีวันประสบความสำเร็จไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม พูดจบเขาก็โยนซองเอกสาร (หนังสือร้องเรียน) ให้ยงแจด้วยความโกรธ ยงแจได้ยินลูกชายพูดแล้วใจคอไม่สู้ดีเลยบอกว่าด่าตนยังดีเสียกว่า ซอนแจกล่าวว่าคนอย่างยงแจไม่ควรค่ากับการถูกตนประณาม เพราะยงแจไม่เคยเลี้ยงดูหรือทำอะไรเพื่อตน แล้วจะมาอ้างตัวว่าเป็นพ่อได้อย่างไร ยงแจได้ยินแล้วรู้สึกโกรธจึงตรงเข้าสั่งสอนแต่กลับถูกซอนแจสวนกลับและผลักจนล้มลง หลังจากนั้นซอนแจก็ประกาศตัดความเป็นพ่อลูกแล้วหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

ยงแจตะโกนไล่หลังว่าซอนแจต่างหากที่เป็นฝ่ายทิ้งตนเมื่อ 18 ปีก่อน... ซอนแจได้ยินดังนั้นก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งในอดีต ตอนนั้นยงแจเพิ่งพ้นโทษจึงมารับซอนแจกลับบ้าน แต่ซอนแจกลับวิ่งหนีและไปขอความช่วยเหลือจากประธานชาโดยอ้างว่ายงแจเป็นบ้า ยงแจได้ยินแล้วถึงกับอึ้ง น้ำตาคลอ เขาเห็นซอนแจกอดประธานชาแน่นจึงแกล้งทำตัวเป็นคนบ้า หวังให้ประธานชาช่วยเลี้ยงดูซอนแจ


หลังตัดความสัมพันธ์กับพ่อแล้ว ซอนแจก็ดึงป้ายชื่อของตนออกจากเครื่องแบบทหารแล้วโยนทิ้งลงน้ำ เมื่อจีวอนมาพบเข้าทั้งคู่จึงนั่งดื่มโซจูด้วยกัน ซอนแจบอกจีวอนเรื่องที่เขาตัดสินใจว่าจะลาออกจากการเป็นทหาร จีวอนเตือนว่าอย่าทำในสิ่งที่อาจเสียใจภายหลัง ซอนแจยืนยันว่าตนจะไม่เสียใจ ที่ตนมาเป็นทหารก็เพราะจีวอนชวน ตนนึกว่าเป็นทหารแล้วทุกคนจะทัดเทียมกันเพราะทุกคนต่างก็สวมเครื่องแบบและกินอาหารแบบเดียวกัน นึกว่าแค่ตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีก็เพียงพอแล้วแต่ตนคิดผิด ซอนแจถามจีวอนว่าถ้าหากตนลาออกพ่อของจีวอนจะรับตนเข้าทำงานไหม จีวอนตัดบทและลุกหนีโดยบอกว่าไว้ค่อยคุยกันตอนที่ซอนแจสร่างเมา

ซอนแจกล่าวว่าตนบอกผู้บังคับบัญชาไปแล้วว่าจะลาออก แต่ผู้บังคับบัญชากลับไม่คัดค้านตนเลย จีวอนโกรธมากที่ซอนแจตัดสินใจโดยไม่ยั้งคิด เขาบอกให้ซอนแจกลับไปคุยกับผู้บังคับบัญชาใหม่อีกครั้ง แต่ซอนแจไม่อยากกลับลำให้เสียหน้า เขาถามจีวอนว่าตนทำอะไรผิดนักหรือ ตนไม่สนว่าจะโดนหมายศาลหรือถูกฟ้องร้องอีกกี่ร้อยคดี แต่ทำไมต้องบอกให้ตนเตรียมตัวเตรียมใจ การเดินไปส่งเพื่อนที่บ้านตอนดึกๆ มันผิดมากนักหรือไง แล้วทำไมจีวอนถึงชอบมองตนแบบนั้นด้วย ซอนแจตะโกนลั่นว่านับจากนี้ตนจะยืนหยัดด้วยตนเอง จะทำตามที่ตนต้องการ และใช้ชีวิตตามใจปรารถนา


ในที่สุด ซอนแจก็ได้มาทำงานที่ซอนอูกรุ๊ปสมใจโดยมีจีซูคอยขับรถรับ-ส่งและให้กำลังใจถึงหน้าบริษัท จีซูเห็นว่าซอนแจลืมบัตรพนักงานเลยนำไปสวมให้ที่หน้าตึกโดยไม่แคร์สายตาผู้คน (หนึ่งในนั้นคือ จินแทค) ซอนแจจึงเตือนจีซูว่าการที่เธอทำเช่นนี้อาจทำให้ตนโดนนินทาว่าใช้เส้นสายเข้าทำงาน แต่จีซูไม่สนใจและกล่าวว่าการใช้เส้นสายนับเป็นทักษะอย่างหนึ่ง ประธานชาเห็นทั้งคู่สนิทสนมกันก็รู้สึกพึงพอใจ

อึนโดโทรฯ ไปถามจินแทคว่าลูกชายประธานชามาทำงานที่บริษัทแล้วหรือ จินแทคกล่าวว่าก็แค่เพื่อนของลูกชายที่ไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวและไม่รู้ว่าที่ทางของตนอยู่ตรงไหน อึนโดมองภาพถ่ายของซอนแจกับจีซูแล้วกล่าวว่าตนรู้สึกถูกชะตากับซอนแจ แล้วตนจะพิสูจน์ให้ดูว่าสายตาของตนแหลมคมแค่ไหน (ในตอนนั้นซอนแจได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย )

จีวอนโดนผู้การยุนซึ่งเป็นว่าที่พ่อตาและผู้บังคับบัญชาใช้ให้มาทำงานธุรการ เดินเอกสาร และคอยเสิร์ฟกาแฟ จึงโอดว่าหน้าที่ของตนไม่ต่างกับคนรับใช้ เมื่อผู้การยุนบอกข่าวร้ายว่าจะเลื่อนงานแต่งของจีวอนกับมารีออกไปอีก 2 อาทิตย์ จีวอนจึงโวยวายและถามว่าตนทำอะไรให้ผู้การยุนไม่พอใจ พอรู้ว่าตนจะถูกส่งไปร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ที่เมืองไทย จีวอนก็รีบวิดพื้นโชว์ความฟิตแต่สุดท้ายกลับต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าตนถูกส่งไปเขียนรายงาน


ที่ร้านอาหารริมทะเลแห่งหนึ่งใน จ. ภูเก็ต "โก ซองมิน" พยายามสอนให้ "ขยะ" หัดทำตาเขซ้ำยังให้เธอสวมวิกโดยนำเงินค่าจ้าง 10,000 บาทมาล่อ แม้จะใช้เวลาทำงานเพียง 5 นาที แถมรายได้ยังดีกว่าเดินเร่ขายน้ำผลไม้หลายเท่า แต่ขยะก็ยังลังเลและเปลี่ยนใจไปมา ซองมินกล่าวว่าตนก็ไม่อยากทำเช่นนี้แต่ผู้หญิงที่นัดกันไว้เสียดิบดีเกิดเปลี่ยนใจ พอรู้ว่าขยะกลัวโดนจับได้ ซองมินจึงแนะว่าถ้าเป้าหมาย (เหยื่อ) เกิดรู้ทันให้ชวนเขาไปที่โรงพัก เป้าหมายของพวกตนทำผิดกฏหมายที่เกาหลีแล้วหนีมากบดานที่เมืองไทย พวกตนจึงต้องช่วยกันลงโทษและหากินกับคนพรรค์นั้น ขยะได้ยินแล้วรู้สึกผิดน้อยลงจึงรับทำงานนี้

เมื่อเป้าหมายเห็นหน้าสาวน้อยที่จะมาแต่งงานหลอกๆ กับตนก็รู้สึกตกใจ (ขยะแกล้งทำตาเขและทำท่าทางเอ๋อๆ) ซองมินแย้งว่าจะตกใจไปทำไมในเมื่อเขาไม่ได้แต่งงานกับเธอจริงๆ ถึงกระนั้นเป้าหมายก็ทำใจลำบากและขอลดราคา ซองมินชี้ว่าผู้หญิงแบบนี้ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมจึงปลอดภัยที่สุดแล้ว ในที่สุดเป้าหมายก็ยอมจ่ายเงินเต็มจำนวน ทันใดนั้น ก็มีชายไทยสองคนวิ่งเข้ามาหาขยะพลางร้องตะโกนว่าเธอเป็นพวก 18 มงกุฏ ขยะพนมมือแล้วพูดเป็นภาษาไทยว่า "ขอโทษค่ะ" ก่อนฉวยโอกาสช่วงชุลมุนแย่งเงินในมือของซองมินแล้ววิ่งหนีอออกจากร้านไป (เธอทิ้งเงินไว้ให้ซองมินในพุ่มไม้หน้าร้าน ก่อนแปลงร่างเป็นคนขายน้ำผลไม้) พอได้ยินว่าเป้าหมายจ่ายเงินให้ซองมิน 3 แสนบาท แต่ซองมินกลับแบ่งให้เธอแค่หมื่นเดียว ขยะก็เดินกลับไปต่อว่าซองมินโดยแกล้งทำเป็นเข้าไปเร่ขายน้ำผลไม้  ซองมินบอกเป็นภาษาไทยว่าตนไม่ซื้อและไล่เธอออกไป พอเป้าหมายเริ่มสงสัยซองมินจึงแกล้งชวนเขาไปตกลงกันที่โรงพัก

  

ขยะเร่ขายน้ำผลไม้ตามปกติและพบนักท่องเที่ยวชาวจีนถูกเด็กๆ วิ่งราวกระเป๋าจึงรีบวิ่งตามไป หลังเด็กๆ หยิบเอาแต่เงินแล้วทิ้งกระเป๋าไว้ ขยะจึงเข้าไปค้นหาพาสปอร์ตของเหยื่อ ทันใดนั้นก็มีเสียงปืน (แบบเก็บเสียง) ดังขึ้น เมื่อขยะเดินตามเสียงไปก็พบว่ามีคนถูกยิงและถูกชิงเอกสารการประมูลไป (ชายคนดังกล่าวเป็นคนของบริษัท มาริโน ซึ่งกำลังจะเข้าร่วมการประมูลโครงการพัฒนาแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย) ขยะเห็นผู้บาดเจ็บหันมามองก็สะดุ้งตกใจ มือปืนได้ยินเสียงดังทางด้านนอกและเห็นคนวิ่งผ่านไปจึงรีบวิ่งไล่ตามหมายฆ่าปิดปาก

ซองมินเห็นขยะวิ่งตรงมาหาตนบนสะพานไม้ข้ามคลองแคบๆ ก็นึกว่าเธอจะมาทวงเงิน เขาจึงโกหกว่าตนถูกแย่งเงินไปหมดแล้ว ขยะบอกให้ซองมินหุบปากและพยายามผลักเขาให้พ้นทางแต่ซองมินไม่ยอมขยับเขยื้อน ขยะเลยจำเป็นต้องปืนลงไปหลบใต้สะพาน มือปืนเห็นซองมินยืนเก้ๆ กังๆ อยู่บนสะพานจึงบีบคอข่มขู่และถามว่าเห็นเด็กผู้หญิงวิ่งผ่านมาทางนี้ไหม ตอนแรกซองมินชี้นิ้วลงไปที่ใต้สะพานแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจและชี้ไปทางอื่นแทน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วขยะก็บอกซองมินว่าเธอเห็นชายคนหนึ่งถูกมือปืนคนดังกล่าวยิงและขอร้องให้ซองมินช่วยรักษาผู้บาดเจ็บแต่ซองมินไม่อยากยุ่งเกี่ยว เขาเตือนขยะว่ามือปืนเป็นนักฆ่าใจคอโหดเหี้ยมถ้าเธอถูกจับได้มีหวังถูกยิงตายแน่ ขยะจึงบอกว่าถ้าตนตายซองมินก็ต้องตายด้วย เพราะเขาช่วยปกปิดที่ซ่อนของเธอ พูดจบขยะก็เร่งให้ซองมินรีบไปช่วยชายที่ถูกยิง

ที่ซอนอูกรุ๊ป... หลังรายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยให้จินแทครับทราบ ซอนแจก็รู้สึกแปลกใจเมื่อจินแทคมอบหมายให้เขาเป็นคนรับผิดชอบโครงการนี้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความสามารถด้วยการนำแผนงานตลอดจนข้อมูลทั้งหมดไปนำเสนอต่อประธานชาด้วยตนเอง


โดอึนมาพบประธานชาที่บริษัท โดยแสดงความสนใจที่จะร่วมลงทุนโครงการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย แต่ประธานชาแย้งว่าโครงการนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เมื่อซอนแจนำเอกสารเข้ามาให้ประธานชาในห้อง โดอึนจึงกล่าวว่านอกจากซอนอูกรุ๊ปแล้ว ยังมีบริษัท มาริโน ของญี่ปุ่น ที่เข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ พูดจบโดอึนก็มอบใบเสนอราคาของบริษัทมาริโน (ที่ให้มือปืนไปชิงมา) ให้แก่ประธานชา ประธานชาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่าตนไม่รู้ว่าโดอึนนำเอกสารชุดนี้มาจากไหน แต่บริษัทของตนไม่ทำธุรกิจด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ ประธานชาพยายามลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากและเชิญโดอึนกลับอย่างสุภาพ โดอึนลุกขึ้นพลางออกตัวว่าตนทำพลาดไปเพราะเป็นมือใหม่ในวงการนี้ ประธานชาบอกให้โดอึนนำเอกสารกลับไปด้วย แต่โดอึนบอกว่าหากประธานชาไม่ต้องการ เอกสารชุดนี้ก็ไร้ค่าสำหรับตนเช่นกัน

ประธานชาจะหยิบเอกสารคืนให้โดอึนแต่โดอึนออกจากห้องไปเสียก่อน ซอนแจจึงอาสานำไปคืนให้ ปรากฏว่ามือปืนที่ฆ่าคนเพื่อชิงเอกสารการประมูล (ในเมืองไทย) คือลูกน้องคนสนิทของโดอึน  จีวอนแวะมาหาพ่อที่บริษัทและกำลังยืนรอลิฟต์ พอลิฟต์เปิดมือปืนคนดังกล่าวก็เดินออกมา จีวอนเลยมองตามด้วยความสงสัย ซอนแจรีบวิ่งลงบันไดเพื่อนำเอกสารไปคืนให้โดอึนจึงไม่ทันสังเกตเห็นจีวอน ครั้นจีวอนเดินมาทัก ซอนแจก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นจีวอนมาที่บริษัท จีวอนบอกซอนแจว่าตนได้กลิ่นคล้ายดินปืนโชยมาจากตัวชายที่มากับโดอึนและแซวว่าเขาเสียสัญชาตญาณในการเป็นทหารไปแล้ว ถึงกระนั้นจีวอนก็ไม่ติดใจสงสัยและชวนซอนแจไปหาพ่อที่ชั้นบน แต่ซอนแจบอกให้จีวอนขึ้นไปก่อนเพราะตนยังมีบางอย่างที่ต้องทำ



จีวอนพยายามหว่านล้อมให้ประธานชาเข้ารับการผ่าตัด แต่ประธานชาพยายามบ่ายเบี่ยงโดยพูดเรื่องที่จีวอนกำลังจะเดินทางไปเมืองไทยและฝากเอกสารไปให้นักลงทุนที่ชื่อ "คิม จีรยุน" ซึ่งเป็นรุ่นน้องของตน แต่จีวอนไม่ยอมแพ้และบอกพ่อว่าวันนี้ตนจะเซ็นเอกสารยินยอมให้ผ่าตัด  ประธานชาจึงกล่าวว่าตนไม่ได้กลัวเสียขาหนึ่งข้าง แต่ขาของตนต้องรับผิดชอบผู้คนอีกนับพัน และตนจำเป็นต้องมีขาไว้ส่งตัวจีซูในวันที่เธอแต่งงาน จีวอนแย้งว่าจีซูยังเด็ก คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าเธอจะแต่งงาน  เมื่อเห็นว่าตนหว่านล้อมไม่สำเร็จ จีวอนจึงขอให้ซอนแจช่วยเกลี้ยกล่อมพ่ออีกแรง ซอนแจคิดจะสารภาพเรื่องบางอย่างแต่ดันมีคนส่งข้อความทางโทรศัพท์มาขัดจังหวะเสียก่อน ประธานชาจึงบอกให้เขาเช็คข้อความ

พอเปิดข้อความดูซอนแจก็ถึงกับหน้าถอดสี ประธานชาถามว่าเมื่อสักครู่นี้เขาคิดจะบอกอะไรพวกตน ซอนแจกล่าวว่าไว้ตนค่อยบอกคราวหน้าและขอตัวทันที จีวอนร้องเรียกซอนแจแต่ประธานชาห้ามเอาไว้ และบอกจีวอนว่าตอนนี้ซอนแจกับจีซูกำลังแอบคบหาดูใจกันอยู่ ประธานชาขอให้จีวอนแกล้งทำเป็นไม่รู้และรอดูว่าเมื่อไหร่ซอนแจจะยอมสารภาพความจริงกับพวกตน ปรากฏว่าข้อความที่ซอนแจได้รับไม่ได้มาจากจีซู แต่เป็นไฟล์วิดีโอที่เผยให้เห็นว่าเขาแอบใช้กล้องถ่ายรูปบันทึกภาพเอกสารลับของคู่แข่งเอาไว้ก่อนนำไปคืนให้อึนโด (คนที่แอบถ่ายวิดีโอคือมือปืน)  จีวอนไม่รู้ว่าซอนแจกำลังถูกแบล็คเมล์จึงแหย่เขาเรื่องจีซู (จีวอนเรียกน้องสาวตนเองว่า "ลูกเป็ดขี้เหร่") ทั้งยังบอกด้วยว่าตนจะคอยจับตาดูทั้งคู่ ซอนแจจึงต้องทำดีกับจีซูให้มากๆ


จีวอนเดินทางมาถึง จ. ภูเก็ต โดยสวมชุดยูนิฟอร์มแบบเต็มยศ จากนั้นก็ตามหาที่อยู่ที่มีคนจดให้ เขาถามชายคนหนึ่งเป็นภาษาไทยว่า "สวัสดีครับ ที่นี่ที่ไหนครับ" ชายคนดังกล่าวนึกว่าเขาพูดไทยได้จึงตอบเป็นภาษาไทยว่า "ตรงไปข้างหน้าแล้วเลี้ยวขวาเลยนะ" และเดินจากไปทันที จีวอนฟังแล้วได้แต่ยืนงงเพราะไม่รู้ว่าชายคนดังกล่าวพูดอะไร อยู่ๆ ก็มีเด็กชายคนหนึ่งแสร้งทำเป็นเดินชนจีวอนและฉวยโอกาสล้วงกระเป๋า จีวอน (ซึ่งยังไม่รู้ตัวว่ากระเป๋าเงินหาย) เห็นว่าเด็กคนดังกล่าวเดินชนตนแล้วไม่ยอมขอโทษ เลยกัดฟันพูดประชดเป็นภาษาไทยว่า "ขอบคุณครับ" (ที่เดินชน)

ขยะเดินเร่ขายน้ำผลไม้ริมชายหาด แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีคนบนรถสามล้อแกล้งโยนกล่องขยะให้เธอ ซ้ำยังล้อชื่อเธออีกด้วย เธอจึงรีบวิ่งตามไปหมายเอาเรื่อง ในตอนนั้นจีวอนยังคงยืนงงอยู่บนถนนทำให้ถูกขยะวิ่งชนเพราะเบรคไม่ทัน ทั้งคู่ต่างล้มกระแทกพื้น ทำให้น้ำผลไม้ในกล่อง กระเป๋าสตางค์ และพาสปอร์ตอีกหลายเล่มที่ขยะเก็บได้กระเด็นเกลื่อนพื้น จีวอนเห็นว่าขยะมีแผลที่มือเลยถามว่าเจ็บไหม ขยะไม่ตอบและขอให้จีวอนช่วยรับผิดชอบค่าน้ำผลไม้ จีวอนกล่าวว่าตนยินดีชดใช้ให้แต่ก่อนอื่นเธอควรรักษาแผลที่มือก่อน จีวอนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า เขาจึงคิดว่าขยะเป็นพวก 18 มงกุฏ


ขยะได้ยินจีวอนบ่นว่ากระเป๋าเงินหายจึงไม่คิดทวงเงินให้เสียเวลาและเดินหนีไป แต่จีวอนคว้าแขนเธอไว้และขอบัตรประจำตัวในกระเป๋าคืน ขยะพยายามดิ้นจนหลุดและขู่ว่าเธอจะแจ้งตำรวจ เมื่อจีวอนหันไปมองข้างหลังก็เห็นตำรวจสองนายกำลังเดินตรงมา เขาจึงก้มลงหยิบพาสปอร์ตที่ขยะทำตกไว้ แล้วขู่กลับว่าเธอนั่นแหล่ะที่จะโดนจับเป็นคนแรก ขยะจึงแย่งพาสปอร์ตในมือจีวอนแล้ววิ่งหนีไป  จีวอนรีบวิ่งหนีสุดชีวิต แต่จีวอนกลับหิ้วกระเป๋าวิ่งไล่ตามมาจนทันแบบชิลๆ เขาวิ่งตีคู่ขยะ (ซึ่งพยายามเร่งฝีเท้าเต็มที่) พลางกล่าวว่าช้าเป็นเต่าคลานอย่างนี้ทำไมถึงยังวิ่งหนีอีก เมื่อขยะหยุดวิ่งจีวอนก็บอกเธอว่าวิ่งให้ตายก็ไม่มีประโยชน์เพราะตนวิ่งเร็วดุจสายฟ้าแลบ ถึงกระนั้นขยะก็ยังวิ่งหนีอยู่ดี เธอรีบวิ่งตรงไปที่สะพานข้ามคลองก่อนปีนลงไปแอบที่ใต้สะพานเหมือนตอนที่หนีมือปืน แต่จีวอนกลับรู้ทันและกระโดดลงมาหาเธอ เขาเตือนเธอว่าหนีไปก็ไม่มีประโยชน์ ต่อให้เธอคิดที่จะหายตัวไปในอากาศ บนดิน ใต้ดิน หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งใต้น้ำ ตนก็หาเธอเจอ

ขยะถามจีวอนว่าทำอย่างนี้ทำไม จีวอนทวงกระเป๋าเงินของตนคืนและเรียกเธอว่าสาวนักล้วง ขยะอธิบายว่าเธอไม่ใช่ขโมยและไม่เคยล้วงกระเป๋าใคร แต่จีวอนไม่เชื่อ พอโดนทวงกระเป๋ามากๆ เข้าขยะชักเริ่มรู้สึกรำคาญเลยผลักจีวอนจนล้มก้นกระแทกพื้น ทำให้กางเกงสีขาวของเขาเลอะดินโคลน  จีวอนโวยขยะที่ทำให้กางเกงตนเลอะเหมือนคนอึราด ขยะได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มออก จีวอนเห็นรอยยิ้มของขยะเลยโกรธไม่ลงและเผลอจ้องหน้าเธออย่างลืมตัว พอรู้สึกตัวเขาก็รีบทวงบัตรประจำตัวทันที ขยะรู้ว่าจีวอนไม่เลิกราง่ายๆ แน่เลยพาเขาไปยังกองขยะที่แก๊งวิ่งราวมักนำกระเป๋าเหยื่อมาทิ้ง


ขณะรื้อกองขยะเพื่อค้นหากระเป๋าเงินให้จีวอน ขยะโดนของบางอย่างบาดมือจนเลือดออก จีวอนจึงบอกให้เธอหยุดหาและช่วยล้างแผลให้ ขยะเห็นจีวอนนำน้ำดื่มมาล้างแผลให้ตนจึงพยายามชักมือออกเพราะรู้สึกเสียดายเงินแทน  แต่จีวอนบอกให้เธออยู่นิ่งๆ และบอกเธอว่า "คงเจ็บน่าดู ขอโทษทีนะ" เขายังบอกเธอด้วยว่าถึงน้ำดื่มจะแพงแต่เงินซื้อมือไม่ได้ หลังล้างแผลให้ขยะแล้วจีวอนก็บอกให้เธอเลิกคุ้ยกองขยะหากระเป๋าและชวนเธอไปจากที่นี่ แต่ขยะหันไปเห็นกระเป๋าเงินพอดี เธอโยนกระเป๋าให้จีวอนพลางบอกว่า ตนรู้ว่ากระเป๋าของจีวอนต้องอยู่ที่นี่แน่ เพราะตนมาเก็บของที่ถูกโยนทิ้งไว้ที่นี่เป็นประจำ จีวอนกล่าวขอบคุณขยะแล้วแนะนำตัวว่าตนชื่อ "ชา จีวอน" จากนั้นก็ถามว่าเธอชื่ออะไร

ประธานชาถึงกับตกตะลึงเมื่อจินแทคมารายงานว่าซอนแจยักยอกเงินบริษัท เขาไม่เชื่อว่าซอนแจจะทำเช่นนั้นจึงตวาดใส่จินแทคที่กล่าวหาซอนแจทั้งๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ทันใดนั้นก็มีคนส่งไฟล์วิดิโอตอนที่ซอนแจแอบบันทึกภาพเอกสารการประมูลของคู่แข่งมาให้ประธานชา จินแทคถามว่าจะให้ตนเรียกซอนแจมาพบหรือไม่ แต่จีซูเข้ามาในห้องเสียก่อน ประธานชาจึงบอกว่าตนจะจัดการเรื่องนี้เองและสั่งว่าตราบใดที่ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่าเพิ่งลงมือทำอะไร พอจินแทคออกไปแล้วจีซูก็บอกพ่อว่าซอนแจไม่อยู่ที่โต๊ะแถมยังไม่ยอมรับโทรศัพท์ตน จากนั้นก็ขอพ่อว่าอย่าใช้งานซอนแจหนักนักเลย ปรากฏว่าซอนแจเดินทางมาที่ภูเก็ตหลังถูกแบล็คเมล์ ประธานชาพยายามโทรฯ หาซอนแจ แต่ซอนแจไม่ยอมรับสายประธานชาด้วยเช่นกัน เขาหอบเงิน (ของบริษัท) มารอพบใครบางคนที่จุดนัดพบ และกดปุ่มบันทึกการสนทนาที่ปากกาบันทึกเสียงหวังใช้เป็นหลักฐาน



ขยะช่วยพาจีวอนไปส่งตามที่อยู่ในกระดาษ  จีวอนสงสัยว่าทำไมขยะถึงไม่ยอมบอกชื่อแซ่ให้ตนรู้ ถึงกระนั้นเขาก็พอเดาออกว่าเธอน่าจะชื่อ 'ขยะ' เพราะได้ยินเด็กๆ ที่ตลาดเรียกเธอแบบนี้ เขาส่งขวดน้ำดื่มให้เธอพลางถามว่าชื่อเธอเพราะขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมบอกตน ขยะรับขวดน้ำแล้วหันหลังเดินจากไปทันที จีวอนร้องถามว่าจะไม่ร่ำลากันหน่อยหรือ ขยะหันกลับมาถามว่าทำไมเธอต้องบอกลา ในเมื่อพวกตนคงไม่ได้พบกันอีก ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งขี่บิ๊กไบค์ตรงเข้ามาพลางร้องเรียกชื่อจีวอน เขาหันไปยิ้มให้ขยะอย่างคนคุ้นเคยก่อนเดินเข้าไปทักทายจีวอน

ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวคือ "คิม จีรยุน" (ตัวแทนกลุ่มเอ็นจีโอและที่ปรึกษากองทุน) ที่ประธานชาฝากให้จีวอนนำเอกสารมาให้ จีรยุนชวนขยะเข้าไปทางด้านในด้วยกันแต่ขยะปฏิเสธและเหน็บว่าเขาเหมือนมะม่วงเน่า ถึงกระนั้นจีรยุนก็ร้องบอกเธอว่าที่นี่ยินดีต้อนรับและช่วยเหลือเธอเสมอ จีวอนถามจีรยุนว่าเขารู้จักขยะด้วยหรือ ก่อนเปรยว่าเธอตลกดี แต่จีรยุนกลับบอกว่าเห็นขยะทีไรตนรู้สึกเศร้าใจทุกที ที่แท้เอกสารที่ประธานชาฝากมาให้จีรยุนคืองบประมาณกองทุนสวัสดิการของมูลนิธิซอนอู



ซอนแจถึงกับช็อคเมื่อพบว่าคนที่เดินเข้ามาในห้อง (บ้านร้าง) คือประธานชา พอได้เห็นกับตาตัวเองว่าซอนแจมาเมืองไทยเพื่อนำเงิน (บริษัท) มาปิดปากคนที่เอาวิดีโอมาข่มขู่ ประธานชาก็รู้สึกผิดหวัง เขาบอกซอนแจว่าก่อนหน้านี้ตนไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นถึงแม้ว่าจะได้เห็นคลิปวิดีโอแล้วก็ตาม ซอนแจเห็นวิดีโอที่ประธานชาเปิดให้ดูก็พูดไม่ออก ประธานชาบอกซอนแจว่าถ้าหากเขาทำผิดก็ควรคิดหาวิธีแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ใช่ทำผิดซ้ำเพื่อกลบเกลื่อนความผิดเดิม ซอนแจกล่าวว่าตนหลงผิดไปชั่วขณะและคิดที่จะสารภาพหลังจัดการปัญหาต่างๆ ได้แล้ว ประธานชาถามว่า แบบนี้เรียกว่าวิธีแก้ปัญหางั้นหรือ ทำอย่างนี้แล้วจะให้ตนไว้ใจได้อย่างไร

ซอนแจขอให้ประธานชายกโทษให้ตนและโอกาสอีกครั้งพร้อมทั้งสัญญาว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก เขากล่าวว่าที่ตนทำลงไป (แอบดูข้อมูลคู่แข่ง) เพราะอยากสร้างผลงาน แต่ประธานชาแย้งว่าที่ซอนแจทำเป็นการกระทำของคนขี้ขลาดและขี้ขโมย ดังนั้น เขาควรนำเงินไปมอบตัวกับตำรวจก่อนที่จะทำผิดมากไปกว่านี้ ซอนแจแย้งว่าตนเพิ่งเริ่มสร้างอนาคต จะให้ทุกอย่างพังลงที่นี่งั้นหรือ ประธานชากล่าวว่าเรื่องแค่นี้ไม่ถึงกับทำให้ซอนแจหมดอนาคต ซอนแจได้ยินดังนั้นจึงระเบิดอารมณ์ใส่ประธานชาโดยบอกว่ามีคนลวงให้ตนตกหลุมพรางมาตั้งแต่ต้น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ความผิดของตน ประธานชาเห็นซอนแจในสภาพนี้แล้วยิ่งรู้สึกผิดหวังจึงกล่าวว่าตนมองซอนแจผิดไป

ประธานชาจะหันหลังกลับแต่บังเอิญมีสายเข้า (เสียงเรียกเข้าเป็นแบบสั่น) เลยหยิบโทรศัพท์ออกมารับ ซอนแจกลัวว่าประธานชาจะแฉความผิดตนจึงรีบคว้าตัวประธานชาเอาไว้ทำให้โทรศัพท์ร่วงลงพื้น ประธานชาบอกให้ซอนแจปล่อยแขนตนแต่ซอนแจไม่ยอมปล่อย เขาพยายามร้องขอความเมตตาและบอกว่าตนผิดไปแล้ว จากนั้นก็ถามว่าถ้าเป็นจีวอนประธานชาจะทำอย่างนี้ไหม ประธานชากล่าวอย่างมั่นใจว่าจีวอนไม่มีวันทำเรื่องแบบนี้ พูดจบประธานชาก็ก้มตัวหยิบโทรศัพท์ แต่ซอนแจขอร้องว่าอย่ารับสายและบอกว่าตนจะทำทุกอย่างตามที่ประธานชาบอก


ประธานชาได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมามองซอนแจ ก่อนทรุดตัวลงอีกครั้งพลางเอามือกุมท้อง ซอนแจเห็นรอยเลือดที่ท้องของประธานชาถึงได้รู้ว่าประธานชาถูกลอบยิง (ด้วยปืนเก็บเสียง) เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปประคองและร้องเรียก "พ่อ!"  หลังทรุดลงไปกองกับพื้นประธานชาพยายามเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่หล่นอยู่ไม่ไกลตัว ทันใดนั้นก็มีเสียงจีวอนดังออกมาจากโทรศัพท์ (โหมดสปีกเกอร์โฟน) จีวอนร้องเรียกพ่อหลายครั้ง จากนั้นก็ถามว่าได้ยินเสียงตนไหม ประธานชาพยายามเปล่งเสียงเรียกจีวอนแต่ไม่สามารถพูดได้ ซอนแจตกใจจนทำอะไรไม่ถูกจึงได้แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เขานำโทรศัพท์ไปวางแนบหูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับพูดไม่ออก จีวอนเห็นปลายสายเงียบผิดปกติก็รู้สึกเอะใจจึงถามว่า "นั่นใคร"   




บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามชมทั้งแบบสดและย้อนหลังได้ทางช่อง 8

* เนื้อหาโดย luvasianseries / ภาพจากเอ็มบีซี

นักแสดงนำ


ลี จินวุค
รับบท ชา จีวอน / แบล็ค



มูน แชวอน
รับบท คิม ซือวัน (สวอน) / ขยะ



คิม คังอู
รับบท มิน ซอนแจ



ซง แชริม
รับบท ซอ อูจิน



ยู อินยอง
รับบท ยุน มารี






รวมคลิปเบื้องหลังจาก เอ็มบีซีดราม่า


* ดูละครย้อนหลังทางช่อง 8 ได้ ที่นี่ และ ที่นี่


*** หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิภาพ / เนื้อหา / คลิป ที่ปรากฏในหน้านี้ และไม่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ซ้ำ กรุณาแจ้งมายังอีเมล์ luvasianseries@hotmail.com เพื่อที่เราจะได้ทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบ และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ***

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

เพื่อป้องกันสแปม ความเห็นของคุณจะปรากฏทันทีที่ได้รับการตรวจสอบจากเรา